fbpx

รีวิว NAD : D 3020

เมื่อ 40 ปีก่อน ผู้ผลิตเครื่องเสียงจากเกาะอังกฤษยี่ห้อ เอ็นเอดี “NAD” หรือ “New Acoustic Dimension” ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งเอาไว้ในวงการเครื่องเสียงไฮไฟด้วยอินทิเกรตแอมป์ NAD รุ่น 3020 ซึ่งออกแบบโดย Bjørn Erik Edvardsen (ปัจจุบันตัวอักษรย่อชื่อเขา ‘BEE’ ได้รับเกียรติให้เป็นตัวอักษรต่อท้ายชื่อแอมป์บางรุ่นของ NAD)

จุดเด่นของ NAD 3020 ก็คือคุณภาพเสียงที่โดดเด่นเกินค่าตัวตามที่ทางบริษัทได้ตั้งใจเอาไว้แต่แรก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ภายใน 3 ปีแรกนับตั้งแต่ออกวางตลาด แอมป์รุ่นนี้จึงมียอดขายสูงถึง 5 แสนเครื่อง ในเวลาต่อมามันถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเครื่องเสียงไฮไฟที่ขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งในประวัติการณ์

NAD 3020 รุ่นในตำนาน

ว่ากันว่าแอมป์ที่มีกำลังขับเพียงแค่ 20 วัตต์ต่อข้างในโหมดสเตริโอรุ่นนี้ให้น้ำเสียงที่มี “ความเป็นดนตรี” ฟังไพเราะกว่าแอมป์ขนาดใหญ่บางรุ่นในยุคนั้นที่มีกำลังขับและราคาสูงกว่ากันเป็นสิบเท่าเสียอีก

ตลอด 40 ปีที่ผ่านมาความสำเร็จของ NAD 3020 มิได้ถูกแช่แข็งเอาไว้แต่เพียงในอดีต แต่ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ทันยุคสมัย ทันต่อเทคโนโลยีในช่วงเวลานั้น ๆ ผ่านมารุ่นแล้วรุ่นเล่าจนกระทั่งมาเป็นรุ่น D 3020 ที่ผมกำลังรีวิวอยู่นี้

Hybrid Digital Amplifier
ในปัจจุบันแอมป์ NAD D 3020 คือพัฒนาการล่าสุดของแอมป์ 3020 ในตำนาน เป็นรุ่นสืบทอดเจตนารมย์ของ 3020 ในตำนานที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากที่สุด เปลี่ยนตั้งแต่รูปร่างหน้าตา ฟังก์ชัน ตลอดจนหัวใจสำคัญซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์โดยตรงนั่นคือภาคขยายเสียงที่มีชื่อเรียกว่า “Hybrid Digital Amplifier”

ก่อนจะพูดถึง Hybrid Digital DAC Amplifier ต้องขอเท้าความที่มาที่ไปกันสักนิด… แต่เดิมโดยเฉพาะรุ่นดั้งเดิมอย่าง 3020 มันเกิดขึ้นมาในยุคที่ใคร ๆ (คนส่วนใหญ่บนโลกนี้) ก็ใช้เครื่องเล่นแผ่นเสียงเป็นแหล่งสัญญาณ วงจรภาคขยายเสียงจึงถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกัน เป็นวงจรขยายเสียงแบบอะนาล็อกล้วน ช่องสัญญาณอินพุตก็รับเฉพาะสัญญาณอะนาล็อก แถมยังมีอินพุตให้ต่อใช้งานกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงโดยตรงด้วย

มาในยุคปัจจุบันที่ ยุคที่ใคร ๆ (คนส่วนใหญ่บนโลกนี้) ก็หันมาเสพดนตรีจากสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์มากกว่าเครื่องเล่นแผ่นเสียง การออกแบบ D 3020 จึงต้องคิดใหม่ทำใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย และนั่นคือที่มาของ “Hybrid Digital Amplifier”

“Hybrid Digital Amplifier” เป็นวงจรภาคขยายเสียงที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่มาออกแบบ ทำให้ D 3020 มีขนาดเครื่องเล็กลงเหลือแค่ประมาณครึ่งหนึ่งของแอมป์ตระกูล 3020 ทุกรุ่นที่ผ่านมา แต่มีกำลังขับติดตัวมาถึง 30 วัตต์ต่อข้างในโหมดสเตริโอ อ้างอิงที่โหลด 8 โอห์ม และเกิดความเพี้ยนต่ำกว่า 0.005%

ตามสเปคฯ ยังแจ้งไว้ด้วยว่า Hybrid Digital Amplifier ใน D 3020 สามารถจ่ายกำลังขับแบบไดนามิก (ชั่วขณะ) ได้มากกว่า 100 วัตต์ต่อข้างที่โหลด 4 โอห์ม แถมทาง NAD ยังคุยว่ามันอาจจะเสียงดีกว่าแอมป์ 100 วัตต์คุณภาพต่ำเสียอีก ดังนั้นอย่าเพิ่งได้ปรามาสขนาดตัวและกำลังขับแค่ 30 วัตต์ของมัน

นอกจากเรื่องของคุณภาพที่มิได้เป็นรองแล้ว “Hybrid Digital Amplifier” ยังเหนือกว่าด้วย “ประสิทธิภาพ” เพราะวงจรขยายประเภทนี้มีประสิทธิภาพสูง (ตัวเล็กกำลังขับเยอะ) มีอัตราสูญเสียพลังงานต่ำ (ไม่ร้อนเหมือนแอมป์อะนาล็อก) กำลังไฟฟ้าที่ใช้ตอนสแตนด์บายเขาว่ายังต่ำกว่า 0.5 วัตต์เสียอีก

ทางเลือกในการเชื่อมต่อใช้งาน
การทำความรู้จัก NAD D 3020 สำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับระบบเสียงดิจิทัลสมัยใหม่อาจต้องเปิดใจกันสักนิด เพราะอินทิเกรตแอมป์ไซส์น่ารักน่าชังรุ่นนี้มีอินพุตอะนาล็อกสเตริโอมาให้ใช้งานเพียงแค่ 2 ชุด (AUX1, AUX2) ที่เหลือจะเป็นอินพุตสำหรับสัญญาณดิจิทัลทั้งหมดได้แก่ อินพุต Optical (OPTICAL1, OPTICAL2) และ Coaxial ซึ่งรองรับสัญญาณเสียงรายละเอียดสูงถึงระดับ 24bit/192kHz

ขั้วต่อต่าง ๆ ด้านหลังเครื่องของ D 3020 จะเห็นว่าใช้พื้นที่ค่อนข้างคุ้ม

นอกจากนั้นยังมีช่องอินพุต USB (USB type B) สำหรับต่อเล่นกับคอมพิวเตอร์มาให้อีก 1 ชุด รองรับสัญญาณเสียงรายละเอียดสูงถึงระดับ 24bit/96kHz และเป็นการเชื่อมต่อแบบ “asynchrounous mode” ซึ่งมีประสิทธิภาพในการจัดการกับ jitter ได้อย่างดีเยี่ยม

ส่วนแสดงผลด้านบนและเป็นปุ่มกดระบบสัมผัสด้วย
ส่วนแสดงผลด้านหน้าเครื่องตัวเล็กไปหน่อย แต่ถ้านั่งใกล้แบบนี้จะไม่มีปัญหา

jitter คือค่าความเหลื่อมล้ำทางเวลาในการประมวลผลสัญญาณดิจิทัล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพเสียง การจัดการกับ jitter ในเครื่องเสียงไฮไฟนั้นได้ถูกพัฒนามาโดยตลอดตั้งแต่ในยุคปี 90 จนกระทั่งปัจจุบัน การเชื่อมต่อทางพอร์ต USB ที่เป็นแบบ “asynchrounous mode” เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมใช้กันในเครื่องเสียงไฮไฟตั้งแต่ระดับเริ่มต้นถึงระดับไฮเอ็นด์

นอกจากนั้นยังมีอีกหนึ่งอินพุตดิจิทัลที่เปิดโอกาสให้เชื่อมต่อกับ D 3020 ได้ด้วยระบบไร้สาย เป็นการเชื่อมต่อผ่านสัญญาณบลูทูธคุณภาพสูง (aptX Bluetooth) ที่ออกแบบให้มีเสารับสัญญาณอยู่ในตัวเครื่องไม่ต้องมีเสาอากาศยื่นยาวออกมาให้เกะกะ ใช้งานสะดวกสำหรับคนฟังเพลงในยุค digital generation แม้ว่าจะไม่ใช่ “ตัวเลือก” ที่ให้คุณภาพเสียงดีที่สุดก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันตอบโจทย์เรื่องความสะดวกมากที่สุด

ภายในพื้นที่ด้านหลังเครื่องอันจำกัดของ NAD D 3020 ยังมีขั้วต่อสัญญาณ Subwoofer Output (3.5 mm) สำหรับต่อเพิ่มแอคทีฟซับวูฟเฟอร์ภายนอก ที่ด้านหน้าเครื่องยังมีขั้วต่อหูฟัง 3.5 mm ให้อีก 1 ช่อง

เอาต์พุตหูฟังนี้ทราบว่ามีการแยกวงจรภาคขยายเสียงหูฟังออกจากวงจรขยายเสียงหลัก ไม่ได้ใช้ภาคขยายเสียงชุดเดียวกับที่ต่อสัญญาณออกลำโพง ยังมีปุ่ม “Bass EQ” ช่วยปรับเพิ่มปริมาณความถี่ต่ำลึก ซึ่งผมได้ลองใช้งานภายหลังพบว่ามันมีประโยชน์เหมือนกันเวลาที่เราเล่นลำโพงที่มีขนาดเล็กพิเศษอย่าง NHT SuperZero 2.1 การใช้ “Bass EQ” จะช่วยเพิ่มความมีน้ำมีนวลในเนื้อเสียงได้โดยไม่ไปทำลายคุณลักษณะด้านอื่น ๆ แต่ถ้าวางลำโพงค่อนข้างใกล้ฝาผนังการชดเชยเสียงตรงนี้ก็ดูจะไม่ค่อยมีความจำเป็นนัก

รีโมตคอนโทรลจับถนัดมือดี แต่ส่วนที่เคลือบผิวด้วยยาง
ดูจะไม่เหมาะกับอากาศบ้านเราสักเท่าไร

รีโมตคอนโทรลอินฟราเรดที่มากับเครื่องมีขนาดกะทัดรัดเหมือนตัวเครื่อง จับถือใช้งานได้ถนัดมือพอสมควร ตัวรีโมทใช้แบตเตอรี่แบบกระดุม อาจจะหาเปลี่ยนไม่ง่ายเท่าแบตเตอรี่ยอดนิยมอย่างขนาด AA หรือ AAA บ้าง แต่ก็แลกมาด้วยข้อดีที่ทำให้ตัวรีโมตมีน้ำหนักที่เบามือกว่า

Desktop Mode
ก่อนอื่นต้องบอกว่า D 3020 นั้นมีขายในบ้านเรามาสักพักแล้ว ผมเองเคยสนใจอยากลองฟังมันอยู่หลายวาระ แต่ก็ไม่ทราบว่าด้วยเหตุใดจึงคลาดกันมาโดยตลอด จนมาเห็นอีกทีก็เพราะทางบริษัท โคไน๊ซ์ ฯ หรือบ้านทวาทศินเขาเอามันมาจัดโปรโมชั่นเข้าชุดกับลำโพงรุ่นมินิเหมือนกันอย่าง NHT SuperZero 2.1 ในราคาที่เรียกว่าค่อนข้างถูกเลยทีเดียวสำหรับสินค้าไฮไฟระดับแบรนด์เนมอย่างนี้

การใช้งาน D 3020 กับ NHT SuperZero 2.1 บนโต๊ะทำงานหรือใช้งานแบบ Desktop Mode ดูเหมือนจะเหมาะกับเครื่องเสียงชุดนี้มาก เหตุผลแรกคือมันเป็นเครื่องเสียงแยกชิ้นที่มีขนาดกะทัดรัดพอที่จะวางบนโต๊ะทำงานได้โดยไม่เบียดบังอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่น ๆ มากนัก

เหตุผลที่สองคือภายใต้ความกะทัดรัดนั้นมันตอบโจทย์การใช้งานได้ค่อนข้างครอบคลุม เรียกว่าเพิ่มคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นแบบตั้งโต๊ะหรือพกพาเข้าไปอีกชุดเดียว ผมก็สามารถยกชุดเครื่องเสียงไฮไฟมาไว้บนโต๊ะทำงานได้แล้ว จะเปิดฟังออกลำโพงเลย หรือจะฟังจากหูฟังเลยก็สะดวกทั้งนั้น

มันทำให้ผมนึกถึงชุดเครื่องเสียงที่ผมได้เคยรีวิวไปแล้วอย่างชุดเครื่องเสียง Sony CAS-1 หรือ DAC/AMP ขนาดตั้งโต๊ะอย่าง Marantz HD-AMP1 ที่นึกถึงมิใช่ว่า D 3020 มีอะไรไปลอกเลียนเครื่องเสียงเหล่านั้นแต่อย่างใด แต่เพราะพวกมันมีลักษณะการใช้งานและลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือคนที่อยากย่อส่วนชุดเครื่องเสียงไฮไฟสเตริโอมาไว้บนโต๊ะทำงาน

อย่างใน D 3020 นี่ชัดเจนมากครับ เพราะตั้งใจออกแบบตัวเครื่องมาให้วางในแนวตั้งเลย ซึ่งนอกจากจะประหยัดพื้นที่จัดวางบนโต๊ะแล้ว ในเชิงวิศวกรรมการวางตัวเครื่องในลักษณะนี้ยังเอื้อให้การระบายความร้อนจากตัวเครื่องมีประสิทธิภาพดีขึ้นด้วย

ส่วนแสดงผลที่ตัวเครื่อง D 3020 มีอยู่ 2 ส่วนด้วยกันคือ ด้านบนและด้านหน้า ด้านบนนั้นจะเป็นทั้งส่วนแสดงผลและปุ่มกดแบบสัมผัส เวลาเปิด-ปิดเครื่องก็แค่แตะค้างที่สัญลักษณ์วงกลมที่มีเส้นขีดผ่ากลางวง ถ้าสัญลักษณ์นี้เป็นสีส้มแสดงว่าปิดเครื่องสแตนด์บายอยู่ ถ้าเป็นสีขาวแสดงว่าเครื่องทำงานอยู่ ถัดลงมาเป็นสัญลักษณ์รูปตัวเอส ‘S’ หมายถึง ‘Source’ หรือการเลือกช่องสัญญาณที่รับเข้ามา แตะเพื่อเลือกวนไปในแต่ละช่องสัญญาณ

ด้านหน้าจะเป็นการแสดงผลช่องสัญญาณที่เลือกฟัง และระดับความดังของเสียงโดยแสดงผลเป็นตัวเลขติดลบ ยิ่งติดลบน้อยก็ยิ่งเสียงดังมากขึ้นตามคอนเซ็ปต์ของ attenuator ด้านหน้าเครื่องจะไม่มีปุ่มระบบสัมผัส การควบคุมมีเพียงจุดเดียวคือที่ปุ่มหมุนปรับเพิ่ม-ลดความดังของเสียงที่เป็นแบบ optical encoder (วอลุ่มแบบหมุนฟรี ควบคุมระดับความดังผ่านการเข้ารหัสดิจิทัลด้วยเซ็นเซอร์แสง)

เรื่องแรกที่ต้องขอชมเชยคือแอมป์ตัวนี้มี noise floor ต่ำมาก ซึ่งตรงนี้สำคัญนะครับเพราะใน Desktop Mode เราจะนั่งใกล้ลำโพงมาก (near-field listening) หากแอมป์นั้นมีเสียงฮัม เสียงจี่ หรือ noise floor มากเกินควรไปแม้แต่เพียงน้อย มันจะได้ยินชัดมากกว่าปกติ ยิ่งนั่งในห้องที่เงียบ ๆ ขนาดได้ยินเสียงพัดลมของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คด้วยแล้วล่ะก็ มันจะเป็นอะไรที่น่ารำคาญมาก

แต่สิ่งที่ผมได้ยินจาก D 3020 ในขณะที่ยังไม่เปิดเสียงคือ “ความเงียบสงัด” มันเงียบเหมือนไม่ได้เปิดเครื่อง !

เมื่อเปิดเพลงฟังผมว่าเสียงที่ได้จาก D 3020 + SuperZero 2.1 มันไม่ต่างอะไรกับการ “ยกเอาเครื่องเสียงแยกชิ้นในห้องฟังทั้งชุดมาตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน”

แม้ลำโพงเล็กอย่าง SuperZero 2.1 จะไม่ได้เน้นความอึกทึกครึกโครมของเสียงเหมือนอย่างลำโพงประเภทมัลติมีเดียที่มีซับวูฟเฟอร์แต่ก็ไม่ได้ให้เสียงที่ผอมบางหรือไม่มีเนื้อเสียงแต่ประการใด หรือถ้าจะต่อแอคทีฟซับวูฟเฟอร์เพิ่มตัว D 3020 เองก็พร้อมจะให้ทำได้ทันที

บางครั้งที่ผมฟังจาก source ที่มีคุณภาพเสียงดีสักหน่อยอย่างการสตรีมเพลงจาก TIDAL หรือเปิดเพลงไฟล์เพลงมาฟังผ่านแอปฯ เล่นเพลงขั้นเทพอย่าง roon … เสียงที่ได้ต้องบอกว่า “เอ็นจอยเกินค่าตัว” จริง ๆ

ต้องเรียนย้ำอีกทีว่ามันเหมือนยกไฮไฟซิสเตมมาไว้บนโต๊ะ มันมีเวทีเสียงกว้างและมีอาณาบริเวณที่ชัดเจนกว่าการฟังจากหูฟัง รายละเอียดยิบย่อยประเภทที่แอบซ่อนอยู่ในรายละเอียดอีกทีมันมีความกระจ่างชัดแบบที่ลำโพงมัลติมีเดียทั่วไปไม่สามารถให้ได้

เสียงร้องที่มีมิติตัวตนชัดเจนอยู่ตรงหน้า เสียงกีตาร์ที่เหมือนมีคนมานั่งดีดให้ฟังอยู่ตรงหน้า เสียงอะคูสติกเบสที่อยู่ด้านหลังนักร้อง เครื่องสายที่อยู่ด้านขวามือของเวทีเสียงห่างไปทางด้านหลังลำโพง และกลุ่มเครื่องสายในแถวหลังของเวทีเสียงในเพลง ‘Sway’ จากอัลบั้ม Turn Up The Quiet ของ Diana Krall เหมือนผมกำลังนั่งฟังมินิคอนเสิร์ตอยู่แถวหน้าสุดอย่างไรอย่างนั้น

หรืออย่างอัลบั้ม James Newton Howard & Friends หรือ The Amanda Album: Growing Up In Hollywood Town – West Of Oz เวอร์ชั่น 24bit/96kHz จาก HDtracks ผมฟังเครื่องเสียงชุดนี้แล้วถามตัวเองว่ามันมีอะไรขาดตกบกพร่องหรือไม่?

ถ้าไม่นับเรื่องมวลเสียงความถี่ต่ำลึกที่ลำพัง NHT SuperZero 2.1 เพียงคู่เดียวไม่สามารถตอบสนองได้ ผมนึกไม่ออกจริง ๆ ครับว่าผมควรจะคาดหวังอะไรจากมันอีก… ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมหลงรักเครื่องเสียงเล็ก ๆ ง่าย ๆ ชุดนี้เข้าให้แล้วสิครับ

In-room Mode
เป็นแอมป์ดิจิทัลแล้วเสียงจะดีเหรอ?… ถ้าให้พูดกันตรง ๆ ผมว่านี่เป็นคำถามที่ช่างไม่ทันสมัยเอาเสียเลยสำหรับปี 2018 ตลอดการรีวิว NAD D 3020 ไม่มีช่วงเวลาใดเลยที่ผมทำให้คิดหรือระลึกว่ามันเป็นระบบแอมป์อะไร เป็นแอมป์อะนาล็อกหรือดิจิทัล หรือเป็นแอมป์ดิจิทัลที่เสียงดีแค่ไหน จะมีเสียงแข็ง หยาบ แห้ง เหมือนแอมป์ดิจิทัลระดับ entry level เมื่อ 20 ปีก่อนหรือเปล่า.. nothing ครับ สิ่งเหล่านั้นไม่มีแว้บเข้ามาอยู่ในหัวผมเลย

นอกจากการทดสอบใช้งานใน Desktop Mode แล้วผมยังได้ลองยกอินทิเกรตแอมป์ D 3020 ไปใช้งานในห้องฟังทดสอบของ GM2000 ซึ่งในขณะนั้นมีลำโพงมินิมอนิเตอร์รุ่น Motion 35XT ของยี่ห้อ Martin Logan เซ็ตอัปใช้งานอยู่ เท้าความสักนิดว่าผมเองเคยฟัง D 3020 ขับลำโพงเล็ก ๆ ของ PSB ที่โชว์รูมบ้านทวาทศินมาแล้ว เสียงน่าประทับใจครับ มาคราวนี้ก็เลยถือโอกาสลองฟังกับลำโพงที่มีขนาดใหญ่ขึ้นดูบ้าง

Motion 35XT เป็นลำโพง 2 ทาง 2 ตัวขับเสียง ใช้เบสมิดเรนจ์กรวยอะลูมิเนียมขนาด 6.5 นิ้ว ทวีตเตอร์เป็นไดรเวอร์แบบ Folded Motion XT Transducer ที่พัฒนาแตกหน่อมาจากไดรเวอร์ประเภทริบบ้อน เป็นลำโพง 4 โอห์ม ที่มีความไวสูงถึง 92 dB ดังนั้นผมจึงไม่แปลกใจเลยที่ NAD D 3020 สามารถขับลำโพงคู่นี้ได้สบาย ๆ

ลองยกมาใช้งานจริงจังในห้องฟัง

ในการฟังวาระนี้ผมใช้คอมพิวเตอร์ (headless computer) ที่ลงโปรแกรม roon ไว้เป็น source สำหรับอินพุต USB ของ D 3020 ใช้เทิร์นเทเบิ้ล Thorens รุ่น TD 203 ติดหัวเข็ม Sound Smith รุ่น Carmen และโฟโนปรีแอมป์ Sound Smith Model #MMP3 ต่อเข้าทางช่องอะนาล็อกอินพุตของ D 3020

นอกจากนั้นผมยังใช้ Bose SoundTouch Wireless Adaptor ในการสตรีมไฟล์เพลงจาก Spotify แล้วส่งสัญญาณดิจิทัลมาเข้าที่อินพุต Optical 1 ของ D 3020 เครื่องเสียงเล็ก ๆ ในห้องฟังชุดนี้จึงครบถ้วนทั้ง analog source, digital source และ digital streaming source

ลองเชื่อมต่อใช้งานทั้งอินพุตอะนาล็อกและดิจิทัล

เบื้องต้นผมพบว่า ตัวลำโพงต้องขยับตำแหน่งใหม่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับตอนที่ขับด้วยแอมป์ Marantz PM-10 โดยผมขยับลำโพงข้างซ้ายและขวาเข้าหากันอีกราว ๆ 2-3 นิ้ว แล้วขยับลำโพงถอยไปชิดฝาผนังด้านหลังลำโพงอีกราว ๆ 1 คืบ เพื่อเสียงที่ได้มีความเข้มข้นของมวลเนื้ออยู่ในระดับที่ผมพอใจ

เสียงที่ได้จากไฟล์รายละเอียดสูงอัลบั้ม All for You (A Dedication to the Nat King Cole Trio) มีความละม้ายที่ผมได้ยินตอนใช้ Marantz PM-10 ขับลำโพง Martin Logan คู่นี้มาก หากจะมีอะไรย่อหย่อนไปบ้างก็คงเป็นฮาร์มอนิกเสียงในย่านความถี่ต่ำ ส่วนความสะอาดเกลี้ยงเกลา ความคมชัดจะแจ้ง ความใสกระจ่าง แอมป์ตัวเล็กจาก NAD เครื่องนี้มิได้มีความบกพร่องในการถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้นเลย

ในระหว่างการฟังผมมีข้อสังเกตเมื่อนั่งในระยะห่างจากตัวเครื่องเพียง 2-3 เมตร จอแสดงผลด้านหน้าของ NAD D 3020 ก็มองเห็นยากแล้ว เพราะตัวอักษรต่าง ๆ มันมีขนาดเล็กไปหน่อย อีกทั้งในเวลาเล่นอินพุต USB ที่ตัวเครื่องจะไม่มีการแจ้ง resolution ของสัญญาณดิจิทัลที่รับเข้ามาเปิดฟังเหมือนอย่างใน Audiolab M-One หรือ Marantz HD-AMP1 การจะสังเกตว่าขณะนั้นกำลัง playback แบบ bit-perfect อยู่หรือเปล่า จึงต้องสังเกตเอาเองที่ตัวแอปฯ roon

อีกเรื่องหนึ่งคือ แอมป์ตัวนี้น่าจะหาสายไฟเอซีอัปเกรดมาเปลี่ยนยากกว่าปกติ เนื่องจาก AC Inlet ของมันไม่เหมือนแบบที่ใช้ในเครื่องเสียงทั่วไป อย่างไรก็ดีผมเห็นมีตัวแปลงหรือสายไฟที่เข้าหัวปลั๊กแบบนี้อยู่บ้างเช่นของยี่ห้อ Furutech หรือ Audioquest

เมื่อลองสตรีมเพลงจาก Spotify มาฟัง ผมพบว่าดิจิทัลโปรเซสเซอร์ของ D 3020 ทำหน้าที่ของมันได้ดีมาก และมีคุณภาพเสียงดีกว่าการต่อเอาต์พุตอะนาล็อกออกมาจากตัว SoundTouch Wireless Adaptor โดยตรง มันทำให้การฟังสตรีมมิ่งแบบง่าย ๆ เป็นอะไรที่ฟังเอาเนื้อหาสาระได้เลยล่ะครับ ไม่ใช่ว่าต้องฟังแบบหยวน ๆ ในคุณภาพเสียงกันไป

เมื่อเปลี่ยนมาฟังจาก analog source บ้าง ผมเลือกแผ่นเสียง 3-4 แผ่นที่มีแนวเพลงต่างกันมาเผื่อว่าเสียงจาก D 3020 จะเข้ากับแนวใดแนวหนึ่งเป็นพิเศษ แค่แผ่นแรกที่ลงเข็มเปิดฟังเสียง สิ่งที่ผมได้ยินมันเป็นเสียงที่ผมคุ้นเคย มันเป็นเสียงที่ผมเคยฟังจากแอมป์อื่น ๆ ที่ผมว่ามันมีคุณภาพเสียงที่ดี มันนุ่มนวลชวนฟัง มันมีความอิ่มเอิบในมวลเนื้อเสียงอย่างที่เครื่องเล่นแผ่นเสียงส่วนใหญ่ควรจะถ่ายทอดออกมาได้ มันเป็นเสียงที่น่าฟังในแบบฉบับของเทิร์นเทเบิ้ล

ฟังแผ่นเสียงก็ออกมาดี เสียงน่าฟังมาก

ฮึ่ย มันผิดคาดมาก ๆ ผมไม่คิดว่ามันจะรองรับ analog source ได้ดีและให้เสียงออกมาน่าฟังขนาดนี้เลยครับ อย่างที่ได้เรียนไว้หลายครั้งในรีวิวนี้ว่า NAD D 3020 ไม่ทำให้ผมคิดถึงตัวมัน ไม่ทำให้คิดว่ามันใช้ภาคขยายเสียงแบบสวิตช์โหมด (แอมป์ดิจิทัล) หรือภาคขยายเสียงแบบลิเนียร์ (แอมป์อะนาล็อก) แต่มันแค่ทำให้ผมรู้สึกเสมอว่ากำลังฟัง “เพลง” ไม่ได้กำลังฟัง electronic noise อย่างแน่นอน ! น่าทึ่งครับ น่าทึ่งมาก ๆ

สืบทอดเจตนารมย์
ผมไม่แปลกใจเลย ไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไม NAD จึงยังให้ชื่อรุ่นแอมป์ตัวนี้ว่า D 3020 ทั้งที่มันแทบจะไม่มีอะไรที่เหมือนกับ NAD 3020 เมื่อ 40 ปีที่แล้วเลย ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาหรือวงจรอิเล็กทรอนิกส์ข้างใน เพราะเมื่อได้ลองเล่น ลองฟัง อินทิเกรตแอมป์หุ่นกะทัดรัดตัวนี้แล้ว สิ่งที่ในสมองของผมสามารถประมวลข้อมูลจนออกมาเป็นนิยามให้มันได้ก็คือ “คุณภาพเสียงและความคุ้มค่า”

ซึ่งนั่นก็คงจะเพียงพอแล้วสำหรับการสืบทอดเจตนารมย์ของการออกแบบ NAD 3020 เครื่องเสียงในตำนานของวงการไฮไฟ


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท โคไน้ซ์ อีเล็คโทรนิค จำกัด
โทร. 0-2276-9644
ราคา 19,000 บาท

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังเห่อระบบเสียง Lossless ใน Apple Music และงานบ้าน D.I.Y.