รีวิว KEF : LSX

หลังจากประสบความสำเร็จในการส่งลำโพงไร้สาย ‘LS50 Wireless’ ออกมาบุกเบิกตลาดคนรักเครื่องเสียงที่ใช้ชีวิตแบบ Urban Lifestyle ในปีที่แล้ว ทีมออกแบบลำโพงยี่ห้อ KEF (เคฟ) ผู้ผลิตเครื่องเสียงไฮไฟสัญชาติอังกฤษก็ได้ให้กำเนิดลำโพงไร้สายรุ่นน้องอย่าง KEF LSX ตามออกมาภายในเวลาไม่นาน

KEF LSX คือความตั้งใจในการย่อส่วนลำโพงไร้สายระดับ ‘ขึ้นหิ้ง’ อย่าง LS50 Wireless ให้มีขนาดกะทัดรัดมากขึ้น ด้านทั้งดีไซน์และราคาก็ดูเฟรนด์ลี่มากขึ้น จนทำให้คนที่เคยบอกผ่าน LS50 Wireless ต้องกลับมาสนใจลำโพงรุ่นนี้แทนก็เป็นได้

คุณสมบัติพื้นฐานและการออกแบบ
KEF LSX ยังคงเป็นลำโพงระบบเสียงสเตริโอแบบแอคทีฟสมัยใหม่ที่รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณเสียงทั้งแบบใช้สาย (wire) และไร้สาย (wireless) มีอินพุตที่รองรับทั้งสัญญาณดิจิทัลและอะนาล็อก รวมทั้งการสตรีมมิงเพลงจากช่องทางต่าง ๆ เช่น TIDAL, Spotify, DLNA Server, AirPlay 2 หรือ Bluetooth (aptX codec)

คุณสมบัติทั้งหมดนี้เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากลำโพงรุ่นพี่อย่าง LS50 Wireless ด้วยแนวคิดหรือ concept ที่ไม่ต่างกัน ที่หายไปก็มีเพียงพอร์ต USB สำหรับเชื่อมต่อสัญญาณเสียงจากคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีอยู่ใน LS50 Wireless แต่ถูกตัดออกไปใน LSX

อย่างที่ได้เรียนไว้ข้างต้นว่าการออกแบบ LSX ดูเหมือนมีความตั้งใจให้เข้าถึงได้ง่ายกว่า นอกจากขนาดที่กะทัดรัดเหมาะกับการใช้งานแบบ desktop หรือวางบนโต๊ะทำงานแล้ว ตัวลำโพงยังมีสีสันให้เลือกถึง 5 สี จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยว่าจะไม่เจอสีที่ถูกใจ หรือว่าจำเป็นต้องเลือกสีไม่เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้าน

นอกจากเรื่องของขนาดและสีสัน ด้านการออกแบบลำโพงรุ่นใหม่นี้ยังได้รับการปรับแต่งด้วยความประณีต ทำให้มันดูมีสไตล์แบบไฮคลาส ผสมผสานกับความโมเดิร์นที่มีรายละเอียดแต่พองาม พอให้เห็นถึงความซุกซนของดีไซน์เนอร์แต่ไม่ถึงขั้นรุงรังเลอะเทะ ดีไซน์ในบางจุดที่ดูลงตัวมากขึ้น เช่น การซ่อนแผงระบายความร้อนทั้งหมดเอาไว้ในตัวลำโพง ทำให้ด้านหลังของลำโพงดูเป็นระเบียบเรียบง่าย

บางส่วนของตัวตู้ลำโพงแทนที่จะปิดด้วยไวนิล ผิวไม้แท้ หรือว่าทำสีธรรมดาเหมือนลำโพงทั่วไป ก็หันไปใช้ผ้าจาก ‘Kvadrat’ ซึ่งเป็นโรงงานทอผ้าเก่าแก่ชื่อดังจากประเทศเดนมาร์กแทน โดยเลือกใช้เนื้อผ้าที่มีสีสันและลวดลาย texture ดูเรียบหรู ส่งเสริมภาพลักษณ์ของลำโพงรุ่นนี้

ทำให้ตัวลำโพงดูทันสมัยและมีความเป็นเฟอร์นิเจอร์มากขึ้นไปอีกระดับ ยกเว้นถ้าเป็นลำโพงสีขาว Gloss White พื้นผิวตัวตู้ของเขาจะเป็นสีขาวมันวาวที่ไม่ได้ถูกห่อหุ้มด้วยผ้า

ลายเซ็น Michael Young ใน KEF LSX
Michael Young

สำหรับลำโพง LSX ที่ตัวตู้ลำโพงเป็นสีเขียวมะกอก (Olive Green) นั้นมีความพิเศษกว่าสีอื่นตรงที่บนแผงหน้าตู้ลำโพงนั้นมี ‘ลายเซ็น’ ของบุคคลหนึ่งปรากฏอยู่ เขาคนนั้นคือ Michael Young นักออกแบบผลิตภัณฑ์ชาวอังกฤษที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศฮ่องกง มีผลงานเป็นที่ยอมรับในหลากหลายแวดวงผลิตภันฑ์

สำหรับลำโพง KEF LSX ตัว Michael Young มีส่วนในร่วมหาจุดลงตัวระหว่างคุณสมบัติและรูปแบบของตัวลำโพง การออกแบบรีเฟลกซ์พอร์ตของตัวลำโพง ตลอดจนการแต่งเติมสีสันในรายละเอียดส่วนต่าง ๆ ทำให้ลำโพงรุ่นนี้มองดูแล้วมีความสนุกสนานแอบซ่อนอยู่และไม่ดูน่าเบื่อเหมือนลำโพงทั่วไป

KEF LSX เป็นลำโพงระบบ 2 ทางแท้มาพร้อมภาคขยายเสียงในตัว ที่เห็นว่าใช้ตัวขับเสียงหรือไดรเวอร์เพียงแค่ตัวเดียวนั้นไม่ใช่ไดรเวอร์ประเภทฟูลเรนจ์ที่ไดรเวอร์ดอกเดียวรับหน้าที่ถ่ายทอดทุกย่านความถี่เสียงนะครับ แต่เป็นตัวขับเสียงพิเศษเทคโนโลยีสิทธิบัตรของ KEF เองที่เรียกว่า ‘Uni-Q’ เรื่องความพิเศษนี่คงไม่ต้องให้เกริ่นอะไรกันมากมายครับ เพราะรูปร่างหน้าตาของมันก็บ่งบอกชัดเจนอยู่แล้วว่า ‘ไม่ธรรมดา’

Technical Insight – Acoustic
พูดถึงไดรเวอร์ Uni-Q ก่อนอื่นต้องบอกว่า ไม่ใช่ลำโพงทุกรุ่นของ KEF ที่ใช้ไดรเวอร์แบบนี้ ความพิเศษของ Uni-Q คือการนำเอาไดรเวอร์เบส/มิดเรนจ์ (ตัวขับเสียงกลาง/ทุ้ม) และทวีตเตอร์ (ตัวขับเสียงความถี่สูง) มารวมไว้ด้วยกัน

ไดรเวอร์ Uni-Q แตกต่างจากไดรเวอร์แบบร่วมแกน (coaxial) ที่นิยมใช้อยู่ในตลาดเครื่องเสียงรถยนต์ เพราะไดรเวอร์ทั้ง 2 ส่วนไม่เพียงแค่ร่วมแกนกันเท่านั้น แต่ยังมีตำแหน่งของจุดกำเนิดเสียงอยู่ในระนาบเดียวกันด้วยเพื่อให้ได้แหล่งกำเนิดเสียงที่เป็น ‘point source’ ให้กำเนิดคลื่นเสียงออกมาจากจุดเดียวกัน ใกล้เคียงกับตัวขับเสียงในอุดมคติมากขึ้น

จากอดีตที่ผ่านมาผมสังเกตว่า KEF มักเลือกใช้ไดรเวอร์ Uni-Q ในลำโพงระดับกลางถึงระดับสูง ดังนั้นเบื้องต้นเราจึงพออนุมานได้ว่าลำโพงรุ่นนี้ไม่ใช่ลำโพงไก่กาไร้ที่มาที่ไป หรือว่าเป็นสินค้าประเภท me too ดังนั้นที่เขาตั้งราคาเอาไว้คู่ละเกือบครึ่งแสนบาท มันจึงมีเหตุผลของมัน

ในลำโพง LSX ไดรเวอร์ Uni-Q ที่ใช้มีขนาด 4.5 นิ้ว ส่วนของไดรเวอร์เบส/มิดเรนจ์มีไดอะแฟรมทำจากแมกนีเซียม/อะลูมิเนียมอัลลอย ส่วนทวีตเตอร์โดมขนาด 0.75 นิ้ว มีไดอะแฟรมทำจากอะลูมิเนียม ด้านหน้าทวีตเตอร์โดมครอบไว้ด้วยชิ้นส่วนที่ดูคล้ายครีบของเครื่องยนต์ไอพ่นเพื่อป้องกันตัวโดมจากการถูกกระทบกระทั่งโดยผลั้งเผลอ

ตัวไดรเวอร์ Uni-Q ติดตั้งอยู่ในตัวตู้ขนาดกะทัดรัดของ LSX ซึ่งขึ้นรูปมาจากวัสดุประเภทพลาสติก ไม่ได้เป็นลำโพงตู้ไม้เหมือนกับ LS50 Wireless

อย่างไรก็ดีอย่าเพิ่งปรามาสว่าเป็นตู้พลาสติกแล้วมันจะดูกระป๋องกระแป๋ง ก๊องแก๊ง หรือเปล่า เพราะว่าตู้พลาสติกของ LSX นี่เขาทำมาอย่างแน่นหนา ถ้าไม่บอกกันตามตรงก็ยากจะทราบครับว่าเป็นพลาสติก ลองเคาะด้านข้างตู้ดูก็ยังรู้สึกว่าแน่นปึ้กพอสมควร ด้านความแน่นและเรื่องของอะคูสติกสามารถจัดอยู่ในมาตรฐานของลำโพงกลุ่มมินิมอนิเตอร์ได้สบาย ๆ

ตอนยกกล่องกระดาษที่เขาใส่ลำโพงทั้ง 2 ตัวมา ยอมรับเลยว่าผมประเมินน้ำหนักไว้เบากว่าความเป็นจริงมาก ของจริงมันหนักเอาเรื่องเลยล่ะครับ อ้างอิงจากตัวเลขในสเปคฯ ก็ประมาณ 7 กิโลกรัมนิด ๆ

Technical Insight – Electronics
KEF LSX เป็นลำโพงระบบแอคทีฟเต็มรูปแบบ คือนอกจากเป็นลำโพงที่มาพร้อมกับภาคขยายเสียงในตัวแล้ว ยังได้บูรณาการเอาส่วนของภาคถอดรหัสสัญญาณเสียงดิจิทัล (digital receiver, digital processor, DAC) รวมไว้ในตัวลำโพง LSX ด้วย

เทคโนโลยี digital processor ส่วนหนึ่งที่น่าสนใจในลำโพงรุ่นนี้ก็คือ ‘Music Integrity Engine’ ของทาง KEF ซึ่งเป็นอัลกอริธึมที่ใช้ในการปรับแก้หรือชดเชยเรื่องของ time และ phase ของสัญญาณเสียงทำให้ลำโพงขนาดกะทัดรัดอย่างนี้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดและพลังเสียงได้อย่างเกินตัว

ในส่วนของการตั้งค่า Customisable EQ เปิดโอกาสให้ตัวลำโพงสามารถจัดวางได้อย่างอิสระมากขึ้น จะวางบนขาตั้ง บนโต๊ะ แขวนผนัง ห่างฝาผนังหรือพื้นโต๊ะมากแค่ไหน ก็สามารถปรับตั้งค่าเพื่อชดเชยได้ตามความเหมาะสม (ผ่านแอปฯ KEF Control ในสมาร์ทโฟน)

ช่องระบายความร้อนที่ดีไซน์ซ่อนไว้อย่างกลมกลืน

สำหรับภาคขยายเสียงใน KEF LSX ยังคงเป็นระบบแอคทีฟไบแอมป์เหมือนลำโพงรุ่นพี่ คือ มีภาคขยายเสียงในตัวทั้งหมด 4 ชุด แยกขับไดรเวอร์ Uni-Q แต่ละส่วนโดยเฉพาะ

ในลำโพง 1 ข้างประกอบไปด้วยภาคขยายเสียง Class D กำลังขับ 70 วัตต์ขับส่วนของไดรเวอร์เบส/มิดเรนจ์ และอีก 30 วัตต์แยกขับส่วนของไดรเวอร์ทวีตเตอร์

ด้วยความที่ลำโพงรุ่นนี้สามารถปรับชดเชยเสียงได้ ทำให้ช่วงความถี่ตอบสนองของลำโพงนั้นแปรเปลี่ยนไปตามตั้งค่า Customisable EQ โดยมีค่ามาตรฐานอยู่ที่ 59Hz-28kHz (+/-3dB)

ภาคถอดรหัสเสียงใน KEF LSX รองรับการสตรีมสัญญาณดิจิทัล hi-res audio ได้ถึง 24bit/192kHz คือสามารถเล่นไฟล์ในระดับนี้ได้

แต่เมื่อรับสัญญาณเข้ามาในระบบแล้ว ระบบจะทำการถอดรหัสเสียงที่ความละเอียดเท่ากับ 24bit/96kHz เมื่อเลือกเชื่อมต่อระบบ network ผ่านสาย Ethernet RJ45 และลดลงเหลือ 24bit/48kHz เมื่อเลือกเชื่อมต่อ network ด้วยระบบไร้สาย ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi Dual-band 2.4GHz/5GHz (IEEE 802.11a/b/g/n)

ฐานตู้มาพร้อมกับจุดยึดอุปกรณ์เสริม (ซื้อแยกต่างหาก) อย่างเช่นในรีวิวนี้ที่เป็นฐาน P1 Desk Pad

ดังนั้นแม้ว่า KEF LSX จะรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ซึ่งได้ประโยชน์ในแง่ของความสะดวก แต่ถ้าหากไม่แคร์เรื่องของความสะดวกแบบไร้สายมากนัก และต้องการเน้นคุณภาพเสียงเป็นสำคัญ ผมแนะนำให้เชื่อมต่อส่วนที่เป็นระบบ network แบบเสียบสาย Ethernet RJ45 (สาย LAN) จะดีกว่าครับ ซึ่งก็มีอยู่ 2 จุดนั่นคือส่วนอินพุตสำหรับการสตรีมมิงสัญญาณเสียงเข้ามา และส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างลำโพงข้างขวาและซ้าย

การเชื่อมต่อ การติดตั้ง และการใช้งาน
เวลาที่พูดถึงลำโพงบ้านแบบแอคทีฟ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราคงนึกถึงลำโพงประเภทมัลติมีเดียสำหรับใช้งานกับคอมพิวเตอร์ มีขายกันตั้งแต่ชุดละไม่กี่ร้อยบาทไปจนถึงราคาเป็นหมื่นบาท คุณภาพก็ว่ากันไปตามราคา

แต่ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพระดับใด pain point หนึ่งที่มักจะพบเจอคือ ระบบที่มีสายเชื่อมต่อรุงรังโดยเฉพาะรุ่นที่เป็นระบบเสียง 2.1ch ทั้งที่ฟีเจอร์ก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย ส่วนใหญ่รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณอะนาล็อก Line In ได้เท่านั้น แต่สำหรับ KEF LSX มันสามารถทำหน้าที่ทดแทนเครื่องเสียงได้เกือบทั้งซิสเตมเลยทีเดียว เพราะว่ารวมเอาสตรีมเมอร์, แอมป์ และลำโพงมารวมไว้หมดแล้ว

สายไฟ รีโมตและสาย CAT 6 เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

หากมองว่า KEF LSX คือลำโพงที่สามารถทำหน้าที่ทดแทนเครื่องเสียงได้เกือบทั้งชุดแล้วล่ะก็ ผมถือว่าอุปกรณ์มาตรฐานที่มาพร้อมกับลำโพงคู่นี้มีเพียงแค่ไม่กี่ชิ้นเองครับ ก็มีสายไฟเอซี 2 เส้นสำหรับป้อนพลังงานไฟฟ้าให้ลำโพงแต่ละข้าง, สาย Ethernet RJ45 สำหรับเชื่อมต่อระหว่างลำโพงทั้ง 2 ข้าง และรีโมตคอนโทรลอินฟราเรดที่ดูเหมือนจะเป็นตัวเดียวกับที่ให้มาใน KEF LS50 Wireless

ลำโพงข้างขวาถูกกำหนดมาให้ทำหน้าที่เป็นลำโพงหลักหรือ ‘Master’ เป็นจุดต่อเชื่อมสัญญาณจากอุปกรณ์ภายนอกทั้งหมด จะต่อเล่นเสียงเข้ามาทางช่องอินพุตดิจิทัลหรืออะนาล็อก จะเป็นแบบใช้สายหรือไร้สาย ก็ต้องเชื่อมต่อกับลำโพงข้างขวานี่แหละครับ

ส่วนลำโพงข้างซ้ายถูกกำหนดมาให้เป็นลำโพงตัวรองหรือ ‘slave’ เชื่อมต่อรับสัญญาณต่าง ๆ จากลำโพง Master อีกทีโดยการเชื่อมต่อผ่านสาย Ethernet RJ45 เพียงเส้นเดียว หรือว่าจะเลือกให้ลำโพงทั้ง 2 ข้างเชื่อมต่อกับแบบไร้สายก็ได้เช่นกัน

หมายความว่า KEF LSX นั้นพร้อมใช้งานทันทีโดยอาศัยสายไฟในระบบเพียงแค่ 2 เส้น แต่ในรีวิวนี้เพื่อความมั่นใจในคุณภาพเสียงและความเสถียรของระบบ ผมแค่เพิ่มสาย Ethernet RJ45 อีก 1 เส้นระหว่างลำโพงทั้งคู่ สายทั้งหมดในระบบรวมกันแล้วก็มีแค่ 3 เส้นเท่านั้นเองครับ

ด้านหลังลำโพง Master นอกจากขั้วต่อรับสัญญาณอินพุตต่าง ๆ แล้วยังมีขั้วต่ออาร์ซีเออีก 1 ช่อง (‘SUB’) เป็นเอาต์พุตให้ต่อเพิ่มลำโพงซับวูฟเฟอร์เข้ามาในระบบ ซึ่งผมทราบภายหลังว่ามันมาพร้อมกับระบบ bass management ซึ่งสามารถเข้าไปปรับตั้งได้ในแอปฯ KEF Control

อย่างไรก็ดีในรีวิวนี้ผมยังไม่ได้ใช้งานช่องเอาต์พุตนี้เนื่องจากการใช้ฟังเพลงในห้องที่มีพื้นที่ราว 15-20 ตารางเมตร ผมยังไม่เห็นความจำเป็นในการต่อเพิ่มลำโพงซับวูฟเฟอร์ สำหรับคนที่เอาไปต่อใช้งานกับทีวีหรือระบบเสียงโฮมเธียเตอร์ 2.1ch อาจได้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อนี้

แอปพลิเคชัน KEF Control

หลังจากเชื่อมต่อในส่วนของฮาร์ดแวร์แล้ว ก็เหลือแค่การเชื่อมต่อ KEF LSX เข้ากับระบบซอฟต์แวร์ที่เป็นแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน ซึ่งมีอยู่ 2 แอปฯ นั่นคือ ‘KEF Control’ และ ‘KEF Stream’

KEF Control นั้นเอาไว้ใช้เป็นรีโมตคอนโทรลและอินเตอร์เฟซพื้นฐานร่วมกับตัวลำโพง เมื่อเชื่อมต่อลำโพง LSX เข้ากับ KEF Control แล้ว เราสามารถใช้สมาร์ทโฟนสั่งเลือกอินพุตหรือปรับระดับเสียงที่ตัวลำโพงผ่านแอปฯ ตัวนี้ได้ รวมทั้งการตั้งค่า Customisable EQ, การอัปเดตเฟิร์มแวร์ ตลอดจนการตั้งค่าปลีกย่อยอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการใช้งาน โดยเฉพาะส่วนที่ไม่มีในรีโมตคอนโทรลอินฟราเรด

มีการตั้งค่าจุดหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจนั่นคือ ‘Inverse L/R Speakers’ ที่ทำให้ลำโพง LSX ตัวที่เป็น Master สามารถย้ายไปทำงานเป็นลำโพงข้างซ้ายได้ด้วย ไม่จำเป็นต้องใช้งานเป็นลำโพงข้างขวาตามที่ถูกตั้งค่ามาจากโรงงาน ฟังก์ชันนี้มีประโยชน์หากว่าอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อทางอินพุตของลำโพงอยู่ใกล้ทางด้านซ้ายมากกว่า

การตั้งค่าส่วนต่าง ๆ ในแอปพลิเคชัน KEF Control

ในกรณีที่เราเชื่อมต่อใช้งานอินพุต OPTICAL กับทีวีหรือเครื่องเล่นแผ่น (CD/DVD/Blu-ray) หรือเชื่อมต่อใช้งานอินพุต AUX กับ audio source ต่าง ๆ (แน่นอนว่ารวมทั้งเครื่องเล่นแผ่นเสียง/โฟโนปรีแอมป์) ก็สามารถใช้งานแค่แอปฯ KEF Control และรีโมตที่เขาให้มาได้เลยครับ

แต่ถ้าหากฟังเพลงจากการสตรีมมิง การเข้าถึงเพลงที่มีอยู่ใน TIDAL, Spotify หรือ DLNA music server สามารถทำได้จากแอปฯ ‘KEF Stream’ การฟังเพลงจาก TIDAL สามารถเข้าถึงในส่วนของไฟล์เสียงคุณภาพ lossless ได้ แต่ยังไม่รองรับคุณภาพเสียงในระดับสูงสุดในส่วนของ TIDAL Master ซึ่งเป็นฟอร์แมต MQA

การใช้งานแอปพลิเคชัน KEF Stream

เมื่อลองสตรีมเพลงจาก Spotify จึงได้พบว่าความจริงแล้วถ้าฟังเพลงจาก Spotify ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้งานแอปฯ KEF Stream เลยครับ แค่เปิดแอปฯ Spotify ในสมาร์ทโฟนแล้วเลือกเอาต์พุต Spotify Connect เป็น KEF LSX ก็ใช้งานได้เช่นกัน

ผมได้ลองสตรีมไฟล์ที่ริปจากแผ่นซีดีทดสอบของ Nordost (NORDOST – System Set-Up & Tuning Disc) ผ่าน DLNA music server เมื่อเลือกแทรคที่เป็นสัญญาณความถี่ต่ำ ผมเริ่มได้ยินคลื่นความถี่ต่ำแผ่ว ๆ จาก KEF LSX ที่ความถี่ 54Hz และเริ่มชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ความถี่ 57Hz เป็นต้นไป

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้หากพิจารณาจากตัวไดรเวอร์ที่มีหน้าขนาดแค่ประมาณฝ่ามือ ก็ต้องถือว่าเสียงใหญ่เกินตัว และมีแววจะให้สุ้มเสียงที่ไม่เล็กกระจุ๋มกระจิ๋มตามขนาดของลำโพงนะครับ

การใช้งาน KEF LSX เป็นเอาต์พุตของ Roon (Roon Tested)

สำหรับคนที่ใช้งานแอปพลิเคชัน Roon ในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่เป็น Roon Core อย่าง Roon Nucleus ผมแนะนำให้คุณลืมแอปฯ KEF Stream ไปก่อน แล้วหันมาสตรีมจาก Roon แทน โดยใช้แอปฯ Roon Remote เป็นตัวควบคุม แล้วเลือกเอาต์พุตของ Roon ไปที่ KEF LSX

และการใช้งานในรูปแบบนี้นี่เองที่เปิดเผยข้อมูลยืนยันว่าลำโพง KEF LSX สามารถรองรับไฟล์เสียง 24bit/192kHz ได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องมีการลดทอนรายละเอียดของเสียงลงก่อนเลย

คุณภาพเสียง ‘เสียงคุณภาพ’
กับเครื่องเสียงบางรุ่น ลำโพงบางคู่ การวิจารณ์ในส่วนนี้อาจมีประเด็นที่ต้องอาศัยการอรรถาธิบาย รวมทั้งแจกแจงเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ว่าผู้ที่รีวิวได้ยินอะไรบ้าง แต่สำหรับลำโพงคู่นี้ผมมีนิยามให้มันแค่ 3 คำครับ คือ ‘เสียงเกินตัว เสียงดี มีความเป็นดนตรีสูง’

เสียงที่ได้จาก KEF LSX มีสมดุลเสียงดีเยี่ยม หมายความว่ามันเป็นลำโพงเล็กที่ถูกจูนมาให้สามารถรับมือกับรายละเอียดเสียงตลอดทั้งย่านความถี่ได้ดี เข้ากันได้กับดนตรีแทบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นดนตรีอิเล็กทรอนิกส์หรืออะคูสติก มีเนื้อเสียงที่อิ่มหนาฟังสบาย คมชัดจะแจ้งแต่ไม่แห้งหรือกระด้างหู

สีของไฟที่ตัวลำโพงบ่งบอกว่ากำลังเล่นอินพุตใด

เสียงทุ้มแม้ว่าจะไม่ได้หนักแน่นหรือเปิดได้ดังมาก ๆ เหมือนลำโพงขนาดใหญ่ แต่เป็นเสียงทุ้มที่มีคุณภาพแน่นอนครับ คือมันมีน้ำหนัก มีพลังของเสียงออกมา ขณะเดียวกันก็ยังมีรายละเอียดอยู่ในเสียงทุ้มนั้น ๆ ด้วย เอาเป็นว่าฟังเสียงดับเบิ้ลเบสในเพลง ‘Georgia On My Mind’ จากอัลบั้ม FIM Audiophile Reference IV [SACD Rip] แล้วยังให้เสียงออกมาได้ใหญ่ ฟังแล้วเชื่อว่านั่นคือเสียงของดับเบิ้ลเบสจริง ๆ มิใช่เสียงของยูคูเลเล่

หรือเสียงแซ็กโซโฟนในเพลง ‘Misty’ จากอัลบั้มชุดเดียวกัน ก็เป็นเสียงแซกโซโฟนที่มีความอิ่มของมวลลมที่ส่งผ่านจากปอดของนักดนตรีออกมาให้ได้ยินจริง ๆ ไม่ใช่เสียงเล็ก ๆ แบน ๆ ไร้มวลเนื้อเสียง

KEF LSX เป็นลำโพงเล็กที่ตอบสนองไดนามิกเสียงได้อย่างฉับไว ให้เสียงกว้างขวางมิติเสียงยอดเยี่ยมมากไม่ว่าผมจะวางใช้งานมันบนโต๊ะทำงานหรือวางบนขาตั้ง ขอแค่ให้มันมีระยะห่างผนังด้านหลังสักหน่อย เสียงนักร้องก็ไปลอยอยู่กลางอากาศตรงหน้าได้อย่างสบาย ๆ ครับ ยอดเยี่ยมทัังเสียงนักร้องชายและหญิง โดยเฉพาะแนวป๊อป แจ๊ซ บลูส์ โซล อาร์แอนด์บีหรือแม้แต่ฮิปฮอป

พูดถึงเสียงร้องผมอยากให้ท่านที่กำลังอ่านอยู่นี้มีโอกาสได้ฟังเหมือนที่ผมกำลังฟังอยู่นี้ กับไฟล์ lossless ที่ริบมาจากแผ่นซีดีชุด Best Audiophile Voice I ผมเชื่อว่าถ้าปิดไฟแล้วฟัง หลายคนจะจินตนาการถึงชุดเครื่องเสียงไฮไฟแยกชิ้นที่มีมูลค่ารวมสูงกว่าค่าตัวของลำโพงคู่นี้

โดยเฉพาะในเพลงแรก ‘Over The Rainbow’ ที่นอกจากเสียงร้องที่ค่อนข้างพุ่งแล้ว ยังมีทั้งเสียงเปียโน อะคูสติกเบส และเครื่องลมทองเหลือง ที่เป็นตัวแปรให้คอยจับผิดความบกพร่องในลำโพงหรือชุดเครื่องเสียงได้ง่ายมาก แต่การจับผิดลำโพงคู่นี้กลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ มันออกมากลมกล่อม ลื่นไหลลงตัวดีเหลือเกิน

ช่วงหลังของการรีวิวผมใช้ KEF LSX ในการเปิดประสบการณ์การฟังเพลงสมัยใหม่ เพลงที่มีการใช้เสียงเอฟเฟ็คต์ต่าง ๆ และเสียงอิเล็กทรอนิกส์มาทำดนตรีโดยการสตรีมมิงจาก TIDAL ผมพบว่าเพลงยุคนี้ใช้อิเล็กทรอนิกส์มาสร้างสรรค์ได้น่าฟังมาก และ KEF LSX ก็รับมือได้สบาย ๆ

https://youtu.be/J_WRkG2UhgY

ผมได้ทำเป็นแทรคลิสต์เอาไว้ใน TIDAL สำหรับเพลงที่ผมได้ฟังกับลำโพงคู่นี้แล้วรู้สึกว่ามันสามารถถ่ายทอดเสียงออกมาได้น่าทึ่งมาก ซึ่งผมขอยกตัวอย่างมาคุยในที่นี้สัก 2 เพลง

เพลงแรกคือ ‘Talk’ ซิงเกิลของศิลปินชื่อ Khalid เพลงนี้ KEF LSX ให้เสียงราวกับว่ามันไม่ใช่ลำโพงที่มีไดรเวอร์แค่ 4.5 นิ้ว ขณะที่เสียงร้องยังคงชัดถ้อยชัดคำและหวานใสน่าฟัง ช่วงนี้ผมรู้สึกสนุกเลยลองเร่งเสียงให้ดังขึ้นอีก เสียงที่ออกมายังเอาอยู่สบาย ๆ ไม่มีท่าทีจะออกอาการเสียศูนย์หรือเสียสมดุลเสียงจนเข้ารกเข้าพงไปเลย

อีกเพลงที่ฟังกับ KEF LSX แล้วให้ความรู้สึกคล้ายกันคือ ‘Bad Kind of Butterfies’ จากอัลบั้ม Romance ของ Camila Cabello เพลงนี้ เสียงกลางของลำโพงยิ่งโชว์ความหวานที่มาพร้อมพลังเสียง ขณะเดียวกันก็มีรายละเอียดของชิ้นดนตรีและเสียงประสานพรั่งพรูออกมาจากลำโพงตัวเล็ก ๆ ซึ่งถ้าไม่ได้ยินเองกับหูก็คงยากจะเชื่อครับว่ามันทำได้จริง ๆ !

KEF LSX เหมาะกับใคร ?
พูดถึงลำโพงยี่ห้อเคฟ ‘KEF’ แล้ว สำหรับผมเรื่องชื่อเสียงและคุณภาพของลำโพงยี่ห้อนี้คงไม่ต้องมาเกริ่นนำอะไรกันมากมายครับ เพราะว่าตลอด 25 ปีที่ทำหน้าที่ผลิตคอนเทนต์ในแวดวงเครื่องเสียงไฮไฟ มีลำโพงยี่ห้อนี้ผ่านหูผ่านตาผมไปแล้วมากกว่า 20-30 รุ่น หากจะบอกว่าคุ้นเคยกันดีก็คงพอได้อยู่ครับ

ทว่าถ้าพูดถึงลำโพงที่จะเป็นระบบ ‘แอคทีฟ’ ดูเหมือนว่า KEF LSX จะเป็นเพียงรุ่นที่ 2 เท่านั้น และแม้ว่ารุ่นพี่อย่าง LS50 Wireless ได้สร้างชื่อไว้ดีมาก แต่ก็มิได้หมายความว่าผมจะไม่ตั้งคำถามว่ารุ่นย่อส่วนอย่าง KEF LSX นั้นทำได้ดีแค่ไหน ? หลังจากที่ได้ลองเล่น ลองฟังกันไปแล้ว นี่คือบทสรุปแบบพอสังเขปของผมครับ

ความประทับใจ
– รูปลักษณ์ออกแบบได้สวยงาม มีความทันสมัยลงตัวน่าใช้

– เป็นลำโพงเล็กที่ให้พลังเสียงเกินตัว เสียงโดยรวมมีคุณภาพดี มีความเป็นดนตรีสูงน่าฟัง เทียบเคียงระบบแยกชิ้นชั้นดี

– มีความเบ็ดเสร็จในตัว เล่นง่าย ไม่ต้องห่วงเรื่องแมตชิ่ง

– รองรับการสตรีมมิงคุณภาพสูงและระบบเสียง hi-res audio

– รองรับการสตรีมจากแอปพลิเคชัน Roon (Roon Tested)

– ราคาสมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับการซื้อเครื่องเสียงแบบแยกชิ้นบวกสายเคเบิ้ลที่ต้องใช้

ข้อสังเกต
– แม้จะเป็นลำโพงที่ออกแบบมาให้ใช้งานเป็นระบบไร้สายได้ แต่ในการใช้งานจริงพบว่าบางส่วนเมื่อใช้งานเป็นแบบต่อสายจะให้ประสบการณ์การใช้งานที่น่าพึงพอใจกว่า

– แอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนยังต้องแยกเป็น 2 แอปฯ ไม่รวมเป็นแอปฯ เดียว และยังต้องปรับปรุงเรื่องความเสถียรและความลื่นไหล

– สำหรับการสตรีมเพลงจาก TIDAL Master นั้นยังไม่รองรับการถอดรหัสไฟล์เสียง MQA

จากรีวิวและบทสรุปข้างต้นทั้งหมด ชัดเจนนะครับว่า KEF LSX ไม่ใช่แค่ลำโพงทั่ว ๆ ไป แต่เป็นชุดเครื่องเสียงสเตริโอขนาดย่อมชุดหนึ่งที่ถูกนำเสนอมาในรูปแบบของลำโพง

KEF LSX เหมาะกับ Urban Lifestyle ยุคปัจจุบันที่เน้นฟังก์ชั่นสิ่งของหรืออุปกรณ์ที่เคลื่อนย้ายง่าย ประหยัดพื้นที่ในการจัดวาง… สำคัญที่สุดก็คือ เราไม่ต้องเอา ‘คุณภาพเสียง’ ไปแลกเปลี่ยนกับคุณสมบัติเหล่านั้นด้วยครับ !


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
VGADZ CORPORATION CO.,LTD
โทร. 081-170-3446 (ฝ่ายขายออนไลน์)
ราคา 45,900 บาท

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็ปไซต์ vgadz.com
ดูร้านค้าตัวแทนจำหน่าย KEF Dealer

โค้ดส่วนลดพิเศษสำหรับแฟนเพจและเว็บไซต์ AV tech Guide (สามารถใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2563)

KEFLSXB1 โค้ดส่วนลด 50% สำหรับ KEF LSX B1 Wall Bracket จากราคาเต็ม 7,900 บาท เมื่อซื้อ KEF LSX ที่ https://www.vgadz.com/kef

KEFLSXP1 โค้ดส่วนลด 50% สำหรับ KEF LSX P1 Desk Pad จากราคาเต็ม 6,900 บาท เมื่อซื้อ KEF LSX ที่ https://www.vgadz.com/kef

KEFLSXS1 โค้ดส่วนลด 50% สำหรับ KEF LSX S1 Floor Stand จากราคาเต็ม 12,900 บาท เมื่อซื้อ KEF LSX ที่ https://www.vgadz.com/kef

Special Bonus: TIDAL Playlist สำหรับ KEF : LSX

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความชอบในงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์