รีวิว Sony : CAS-1

วันที่ 5 ตุลาคมเมื่อปีที่แล้ว (2558) ทางโซนี่ ประเทศไทย ได้จัดงานเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่โดยชูเรื่องของ Hi-Res Audio เป็นไฮไลต์ นอกจากสินค้าในกลุ่มเครื่องเล่นวอล์คแมน หูฟัง และเครื่องเสียงรถยนต์แล้ว ทางโซนี่ยังได้ถือโอกาสเปิดตัวชุดเครื่องเสียงคอมแพ็คซิสเต็ม CAS-1 ซึ่งมาในภาพลักษณ์ใหม่ที่ภายนอกดูเรียบง่ายแต่ภายในนั้นแสนจะไฮเทคโนโลยี

นอกจากความไฮเทคแล้ว ความน่ารักน่าชังของมันก็เป็นส่วนหนึ่งในที่มาที่ไปของการรีวิวนี้ด้วยครับ

First Impression: Design & Engineering
SONY CAS-1 เป็นชุดเครื่องเสียงตั้งโต๊ะไซส์มินิที่มีองค์ประกอบหลักอยู่ 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นตัวเมนยูนิต (Main Unit) ซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของเครื่องเสียงชุดนี้ มีรูปร่างเป็นทรงกล่องสี่เหลี่ยมแนวตั้งสีดำ ขนาด 55x178x210 มิลลิเมตร

ภายในประกอบไปด้วยภาคถอดรหัสสัญญาณเสียงดิจิทัลและภาคขยายเสียง ซึ่งยังแยกกันอิสระระหว่างภาคขยายเสียงสำหรับขับลำโพงที่ส่งผ่านออกไปทางขั้วต่อสายลำโพงด้านหลังตัวเมนยูนิต และภาคขยายเสียงสำหรับหูฟังซึ่งส่งผ่านออกไปทางขั้วต่อหูฟัง 3.5mm ทางด้านหน้าของตัวเมนยูนิต

องค์ประกอบหลักอีกสองส่วนก็คือ ตู้ลำโพงสำหรับระบบเสียงสเตอริโอข้างซ้ายและขวาอย่างละตัว ดีไซน์ตั้งใจออกแบบมาให้เข้ากันกับส่วนเมนยูนิตทั้งเรื่องของขนาด (95x178x172 มิลลิเมตร) และรูปร่างหน้าตาที่ดูเหมือนเครื่องเสียงไฮไฟตามบ้านเราดี ๆ นี่แหละครับ แต่เอาไปย่อส่วนให้เล็กลงจนมีความน่ารักน่าชัง ดูน่าจะใช้งานได้สะดวกขึ้น

ทำให้มันเป็นชุดเครื่องเสียงแยกชิ้นขนาดเล็กที่มีความ ‘เป็นกันเอง’ สูง ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้รู้สึกถึงข้อจำกัดที่ต้องทำใจเรื่องคุณภาพอะไรกันมากมายเหมือนเครื่องเสียงขนาดเล็กราคาถูกทั่วไป

ตัวตู้ลำโพงที่ทำจากไม้แล้วปิดลายผิวไม้จนดูสวยงามมีราคานั้นทำจาก MDF หนา 12 มิลลิเมตร ตกแต่งด้วยผิวไม้ birch plywood เป็นลำโพงที่มีขนาดเล็กแต่ให้ความรู้สึกหนักแน่นไม่ต่างไปจากลำโพงไฮไฟชั้นดีคู่หนึ่ง ไม่ใช่ตู้พลาสติกกระป๋องกระแป๋งแต่อย่างใด

ระบบรีเฟล็กซ์พอร์ตแบบยิงลงด้านล่าง ให้เสียงอิ่มเกินตัวและช่วยลดปัญหาเสียงเบสบวม เบลอ เวลาตั้งลำโพงใกล้ฝาผนัง ขั้วต่อสายลำโพงใช้แบบไบดิ้งโพสต์อย่างดีหน้าสัมผัสเคลือบทอง สามารถจับยึดสายลำโพงได้อย่างแน่นหนา

ขาลำโพงด้านหน้าที่เป็นสไปค์ทำจากโลหะทองเหลืองออกแบบให้สูงกว่าด้านหลังเพื่อให้ลำโพงเชิดหน้าขึ้นประมาณ 8 องศา ทำให้ได้มุมกระจายเสียงที่ดีกว่าเวลานั่งฟังอยู่ที่โต๊ะทำงานในช่วงระยะห่างจากลำโพง 75-200 เซนติเมตร (กรณีที่วางลำโพงสูงกว่าปกติ จะมีขาลำโพงแบบสั้นให้เลือกเปลี่ยนใช้งานได้ด้วย หน้าลำโพงจะตั้งฉากไปกับแนวระนาบ)

ด้านเทคนิคออกแบบเป็นลำโพงระบบตู้เปิด 2 ทาง ใช้ตัวขับเสียงแยกกัน 2 ตัว ตัวหนึ่งทำหน้าที่ในย่านความถี่กลาง/ทุ้ม ใช้ไดรเวอร์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางแค่ 62 มิลลิเมตร ที่เห็นถึงความตั้งใจในการออกแบบให้ได้เสียงที่ดี เช่น โครงเป็นแบบหล่อขึ้นรูป ระบบแม่เหล็กรัดด้วยวงแหวนและฝาครอบทองแดงเพื่อลดทอนความผิดเพี้ยน

กรวยลำโพงทำจากเส้นใยคาร์บอนถักสานจริง ๆ ไม่ใช่พลาสติกราคาถูกปั๊มลายหลอกตา อีกหนึ่งตัวขับเสียงเป็นทวีตเตอร์โดมผ้าขนาด 14 มิลลิเมตรที่ดีไซน์ให้มีขอบเซอร์ราวนด์ขนาดใหญ่เพื่อการตอบสนองความถี่ที่ราบรื่นขึ้นไปถึงระดับ 50kHz นอกจากองค์ประกอบหลักทั้ง 3 ส่วนแล้ว

สิ่งที่โซนี่ให้มาพร้อมกันกับ CAS-1 ประกอบไปด้วย แผ่นเพลตโลหะหนา 5 มิลลิเมตรที่ใช้วางรองข้างใต้ตู้ลำโพงแต่ละข้างเพื่อความมั่นคงและลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นโต๊ะไปด้วยในตัว, อะแดปเตอร์จ่ายไฟให้กับตัวเมนยูนิตที่แยกออกมาต่างหาก อาจจะดูรุงรังสักหน่อยในช่วงของการติดตั้งใช้งานแต่มันมีข้อดีในแง่ของการแยกสัญญาณรบกวนและความร้อนออกมาจากตัวเมนยูนิต อีกทั้งยังช่วยให้ตัวเมนยูนิตไม่ต้องมีขนาดใหญ่เทอะทะเกินความจำเป็น, สายลำโพงและสายยูเอสบี (USB Type A – B) มาตรฐานสำหรับใช้งานร่วมกับ CAS-1 และรีโมตคอนโทรลอินฟราเรดขนาดเล็กกว่าห่อขนมคิทแคท

Technical Insight: Multi Connection Hi-Res Audio
ขนาดที่กะทัดรัดของ SONY CAS-1 เป็นอะไรที่สวนทางกับความสามารถของมันโดยสิ้นเชิง มันเป็นเครื่องเสียงระบบดิจิทัลสมัยใหม่ที่ตอบโจทย์การฟังเพลงโดยการฟังจาก ‘ไฟล์ดิจิทัล’

ซึ่งเครื่องสามารถรองรับฟอร์แมตไฟล์เสียงยอดนิยมในปัจจุบันได้แทบจะทุกรูปแบบตั้งแต่ไฟล์เสียงธรรมดาทั่วไปจนถึงไฟล์เสียงรายละเอียดสูงหรือ Hi-Res Audio (สูงสุดคือ PCM 24bit/192kHz และ DSD 1bit/2.8MHz) รองรับไฟล์ฟอร์แมต DSD, WAV, FLAC, ALAC, AIFF, MP3, AAC, WMA ทางช่อง USB-A ที่หน้าเครื่องซึ่งรองรับการเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นดิจิทัล Walkman ของโซนี่เองรวมถึงอุปกรณ์เก็บข้อมูลไฟล์ประเภท external storage ทั้งหลาย

อีกช่องทางหนึ่งที่รองรับ Hi-Res Audio ได้เช่นกันนั่นคือขั้วต่ออินพุต USB-B ที่ด้านหลังเครื่องสำหรับเชื่อมต่อเล่นไฟล์จากคอมพิวเตอร์

นอกจากการเชื่อมต่อด้วยสายสัญญาณตามปกติแล้ว อีกช่องทางหนึ่งคือผ่านการเชื่อมต่อแบบไร้สายบลูทูธ (Bluetooth) ซึ่งรองรับทั้งเทคโนโลยี SBC หรือ ACC เหมือนในระบบบลูทูธทั่วไป รวมถึงเทคโนโลยี ‘LDAC (low latency codec) Wireless Streaming’ ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยวิศวกรของโซนี่เพื่อรองรับการส่งสัญญาณไร้สายด้วยอัตราการส่งผ่านข้อมูลที่สูงกว่าระบบไร้สายทั่วไปถึง 3 เท่า มีประสิทธิภาพสูงและให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าระบบไร้สายทั่วไป

อย่างไรก็ดีระบบนี้ในปัจจุบันยังมีใช้งานค่อนข้างจำกัดและยังพบเห็นได้เฉพาะในอุปกรณ์ของโซนี่เอง การจับคู่เครื่องเสียงรุ่นนี้กับอุปกรณ์อื่น ๆ สามารถทำได้สะดวกมากขึ้นด้วยเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ซึ่งมีมาใน CAS-1 ด้วยเช่นกัน

สัญญาณที่รับมาทางแต่ละอินพุตจะผ่านเข้าสู่วงจรถอดรหัสและแปลงสัญญาณโดยเป็นหน้าที่ของชิพ Burr-Brown PCM1795 ซึ่งเป็น DAC ระบบ 32 บิตตัวเดียวกับที่ใช้งานอยู่ในเครื่องเล่น Hi-Res Audio รุ่น HAP-Z1ES ของทางโซนี่เอง การปรับความดังของเสียงออกแบบเป็นวอลุ่มระบบอิเล็กทรอนิกส์โดยเลือกใช้ชิพคุณภาพสูงเบอร์ NJW1194

วงจรอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดประกอบขึ้นบนแผงวงจรแบบ 4 ชั้น ที่สามารถแยกชั้นกราวนด์และระบบไฟเลี้ยงให้เป็นอิสระจากกัน สามารถลดทอนสัญญาณรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับภาคขยายเสียงใน CAS-1 นั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน หรือที่โซนี่เรียกว่า ‘Dual amplifiers’

ส่วนแรกเป็นวงจรภาคขยายเสียง Full Digital ‘S-Master HX’ ซึ่งโซนี่ใช้เวลาพัฒนาเป็นเวลามากกว่า 10 ปีเพื่อรองรับระบบเสียง Hi-Res Audio โดยเฉพาะ

มนตรี คงมหาพฤกษ์

บรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความชอบในงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์