fbpx

รีวิว Edifier : NeoBuds Pro “ถูกและดีมีอยู่จริง หูฟังไร้สายเสียงดี ที่ปรับได้ตามใจ”

Edifier (อ่านว่า เอดิไฟเออร์) คือแบรนด์เครื่องเสียงที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีค.ศ.1996 โดยมีปรัชญาการออกแบบและทำตลาดสินค้าในกลุ่มเครื่องเสียงด้วยการสร้าง ‘ภาพจำ’ ในหมู่ผู้บริโภคว่า เป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า และภาพจำนั้นดูเหมือนว่าจะถูกนำมาใช้กับ Edifier NeoBuds Pro (เอดิไฟเออร์ นีโอบัดส์ โปร) หูฟังไร้สาย true wireless รุ่นล่าสุดของแบรนด์ด้วยเช่นกัน

คุณสมบัติและการออกแบบ
จากข้อมูลที่ทราบในเบื้องต้น Edifier NeoBuds Pro เป็นผลผลิตจากโครงการระดมทุนใน INDIEGOGO โดยทางแบรนด์เองเป็นผู้เข้าไปเปิดโครงการระดมทุนนี้เอง และมีผู้ร่วมลงทุนไปกว่า 18 ล้านบาท จากผู้ร่วมลงทุน 4,634 ราย

โดยจุดเด่นหรือจุดขายของโครงการระดุมนี้คือ การวิจัยและพัฒนา ‘หูฟังไร้สาย true wireless รุ่นแรกของโลกที่มีคุณสมบัติเป็นหูฟัง Hi-Res และมีระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ (ANC) ด้วย’

ในเมื่อโจทย์เป็นเช่นนั้น ทีมออกแบบของ Edifier จึงได้เลือกออกแบบให้ตัวหูฟังเป็นระบบ 2 ทาง แยกตัวขับเสียงกลาง/ทุ้มเป็นไดรเวอร์แบบไดนามิก (ไม่พบข้อมูลว่าขนาดเท่าใด) ขณะที่ในย่านความถี่สูงเลือกใช้ไดรเวอร์แบบบาลานซ์อามาเจอร์จากแบรนด์ดังอย่าง Knowles

Review Edifier NeoBuds Pro Hybrid ANC true wireless earbuds

ไดรเวอร์ทั้ง 2 ตัวในหูฟังแต่ละข้างขับด้วยภาคขยายเสียงแยกกันในระบบไบแอมป์ สำหรับวงจรแบ่งความถี่เสียงเป็นแบบแอคทีฟอิเล็กทรอนิกส์ครอสโอเวอร์ ทำงานโดยอาศัยส่วนประมวลผลสัญญาณดิจิทัลหรือ DSP (Digital Signal Processing) ที่อยู่ภายในตัวหูฟัง

ในโหมดการเชื่อมต่อแบบไร้สาย หูฟังรุ่นนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยี Bluetooth 5.0 สนับสนุนเข้า/ถอดรหัสเสียงตั้งแต่ SBC, AAC ซึ่งเป็น low-res wireless ไปจนถึง hi-res wireless อย่าง LDAC และ LHDC โดยทาง Edifier เคลมว่าในโหมดเชื่อมต่อบลูทูธแบบ hi-res wireless ไดรเวอร์ 2 ทางในตัว Edifier NeoBuds Pro สามารถตอบสนองความถี่เสียงได้ตั้งแต่ 20Hz-40kHz

หูฟังรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับ ‘Gaming Mode’ สำหรับนักเล่นเกมที่ซีเรียสกับเรื่องของ timing โดยระบบจะลดความหน่วงช้าในการรับ-ส่งสัญญาณเสียงจนเหลือเพียงแค่ 80ms เท่านั้น

หูฟัง Edifier NeoBuds Pro มาพร้อมกับระบบไมโครโฟนทั้งหมด 6 ตัว อยู่ในหูฟังข้างละ 3 ตัว สำหรับใช้งานทั้งในระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Hybrid Active Noise Cancellation (Hybrid ANC) ซึ่งตามสเปคฯ แจ้งว่าสามารถลดทอนได้ถึง 42dB

Review Edifier NeoBuds Pro Hybrid ANC true wireless earbuds

สำหรับในกรณีที่ใช้งานหูฟังในรูปแบบของเฮดเซ็ต คือ ใช้ไมโครโฟนในตัวหูฟังรับเสียงสนทนาในโอกาสต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้คุยโทรศัพท์ สื่อสารผ่านระบบ voice call หรือ video call ตลอดจนการใช้ประชุมออนไลน์ หูฟังรุ่นนี้ได้รับการออกแบบให้ใช้ไมโครโฟน 4 ตัว ในการรับเสียง ขณะที่ไมโครโฟนอีก 2 ตัวใช้ในการตัดเสียงรบกวนรอบข้างรวมทั้งเสียงลม เพื่อให้การสนทนาสื่อสารสามารถทำได้อย่างราบรื่น

แบตเตอรี่ภายในตัวหูฟังมีความจุ 40mAh สามารถใช้งานได้นานถึง 5 ชั่วโมงเมื่อเปิดใช้งาน ANC หรือ 6 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC สำหรับแบตเตอรี่ภายในตัวเคสชาร์จที่มาด้วยกันมีความจุ 500mAh สามารถใช้ชาร์จหูฟังเพิ่มได้อีก 3 รอบ

เท่ากับว่ามีเวลารวมในการใช้งานสูงสุดถึง 24 ชั่วโมง (มาจาก 6+18 ชั่วโมง) เมื่อปิด ANC หรือ 20 ชั่วโมงเมื่อเปิดใช้งาน ANC ร่วมด้วย ตัวเคสชาร์จรองรับการชาร์จเร็วทางพอร์ต USB-C ใช้เวลาชาร์จเพียง 10 นาทีก็สามารถใช้งานได้นานถึง 1 ชั่วโมง พร้อมไฟแสดงผลสีแดงแนวสปอร์ตที่ตัวเคสชาร์จ

สำหรับตัวหูฟัง Edifier NeoBuds Pro ยังได้รับการออกแบบให้สามารถกันน้ำกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP54 หมายความว่าไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำกระเซ็นหรือสายฝน นอกจากนั้นยังสามารถใส่ใช้งานเป็นหูฟังสปอร์ตได้ สามารถหยิบไปล้างทำความสะอาดแบบน้ำไหลผ่านได้ (เฉพาะตัวหูฟัง)

แกะกล่องลองใช้งาน
หูฟัง Edifier NeoBuds Pro มาในบรรจุภัณฑ์เป็นกล่องกระดาษที่มีขนาดใหญ่กว่าที่ผมเคยพบเห็นในหูฟัง true wireless รุ่นอื่น ๆ ในกล่องนอกจากเคสชาร์จที่มีหูฟังอยู่ด้านในเรียบร้อยแล้ว ยังมีอุปกรณ์มาตรฐานเป็นจุกซิลิโคนที่มีขนาดแตกต่างกันทั้งหมด 7 คู่

โดยจุกซิลิโคนเหล่านี้ได้รับการเคลือบสารป้องกันแบคทีเรียเพื่อสุขอนามัยในการใช้งาน ขณะที่ตัวเคสชาร์จมีสายชาร์จ USB-A to USB-C ความยาวประมาณ 1 ฟุตแถมมาให้ ด้วยพร้อมถุงผ้าเนื้อนุ่มสำหรับการพกพาอีก 1 ใบ วัสดุและเนื้องานการผลิตถือว่าอยู่ในมาตรฐาน ไม่มีอะไรที่ทำให้รู้สึกแย่ หรือว่าทำให้รู้สึกดีเป็นพิเศษ

Review Edifier NeoBuds Pro Hybrid ANC true wireless earbuds

Review Edifier NeoBuds Pro Hybrid ANC true wireless earbuds

สำหรับการใช้งานเบื้องต้นก็เหมือนกับหูฟังไร้สายทั่วไป คือ เมื่อใช้งานครั้งแรกตัวหูฟังเข้าโหมดจับคู่โดยอัตโนมัติ แต่หลังจากนั้นหากต้องการเข้าโหมดจับคู่กับอุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่มเติมสามารถทำได้โดยการกดปุ่มกลมเล็ก ๆ ที่แอบซ่อนอยู่ด้านในตัวเคสชาร์จอย่างแนบเนียน

สำหรับการใช้งานเบื้องต้นพบว่า Edifier NeoBuds Pro มีทั้งเรื่องที่ผมชอบใจและไม่ชอบใจ เรื่องที่ชอบใจคือ การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ iOS หรือ Android สำหรับสมาร์ทโฟน Android ที่รองรับบลูทูธ LDAC อย่าง Samsung Galaxy Note10+ ก็สามารถเชื่อมต่อในโหมด LDAC ได้อย่างราบรื่น ด้านการสวมใส่ถือว่ากระชับแน่นดี ใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันไม่ต้องคอยกังวลว่าจะหลุดหล่นจากหูง่าย ๆ

เรื่องที่ผมไม่ชอบใจคือ เมื่อจับคู่ใช้งานกับอุปกรณ์มากกว่า 1 ตัว เวลาจะสลับการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอีกอุปกรณ์หนึ่งยังต้องตัดการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ก่อนหน้าเสียก่อน จึงจะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวใหม่ได้ ยังไม่สามารถเชื่อมต่อที่อุปกรณ์ตัวใหม่ได้เลยทันที

Review Edifier NeoBuds Pro Hybrid ANC true wireless earbuds

ตัวหูฟังสามารถเชื่อมต่อกับแอปฯ ‘Edifier Connect’ ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีทั้งในอุปกรณ์ iOS และ Android แอปฯ นี้ทำให้หูฟังรุ่นนี้มีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีกหลายเท่า ไม่ว่าจะเป็นการแสดงระดับแบตเตอรี่ของหูฟังแต่ละข้าง หรือระดับแบตเตอรี่ตัวเคสชาร์จ

Edifier Connect ยังเปิดโอกาสให้ตัวหูฟังสามารถอัปเดตเฟิร์มแวร์รวมถึงการตั้งค่าในส่วนต่าง ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนหรือฟังเสียงแวดล้อม, ฟังก์ชันควบคุมแบบสัมผัสของหูฟังที่สามารถทำได้หลายอย่างรวมทั้งการเพิ่ม-ลดความดังเสียง, ความไวของการควบคุมแบบสัมผัส, รูปแบบในการเชื่อมต่อ LHDC หรือ LDAC ตลอดจนการใช้ฟังก์ชัน Sound Tuning ในการปรับแต่งเสียงของหูฟัง

ซึ่งส่วนท้ายสุดนี่แหละครับที่ผมลองแล้วคิดว่ามันกลายเป็นส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของหูฟังรุ่นนี้ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อหูฟังรุ่นนี้จาก “เฉย ๆ” มาเป็น “ชอบมาก”

Review Edifier NeoBuds Pro Hybrid ANC true wireless earbuds
widget และ UI บางส่วนในแอปฯ Edifier Connect (คลิกดูภาพใหญ่)

ก่อนจะคุยในส่วนของคุณภาพเสียงของหูฟังโดยตรง ผมมี 2-3 เรื่องที่รู้สึกประทับใจเช่นกันหลังจากที่ได้ทำความรู้จักและลองเล่นหูฟัง Edifier NeoBuds Pro ไปราว ๆ 2 สัปดาห์ หนึ่งคือ หูฟังรุ่นนี้เป็น true wireless อีกรุ่นที่ผมได้ลองใช้งานแล้วพบว่าแบตเตอรี่ของมัน ‘อึด’ เป็นลำดับต้น ๆ ของหูฟัง true wireless เท่าที่ผมเคยได้ลองมา เป็นความรู้สึกจากการลองใช้งานจริงไม่ใช่เป็นการเปรียบเทียบจากตัวเลขที่ผู้ผลิตแจ้งเอาไว้

อีกหนึ่งเรื่องคือระบบตัดเสียงรบกวนที่สามารถเลือกได้ว่าจะ ‘ตัดเต็มที่ (High Noise Cancellation)’ แบบหูแทบดับไปเลยเหมือน AirPods Pro หรือจะเลือก ‘ตัดในระดับปานกลาง (Low Noise Cancellation)’ เพื่อให้ผู้ใช้งานยังคงรู้สึกสบายหูเป็นธรรมชาติอยู่ ขณะที่ฟังก์ชันฟังเสียงแวดล้อมหรือ Ambient Sound ซึ่งสามารถปรับได้ถึง 6 ระดับ ก็ให้เสียงที่เป็นธรรมชาติเช่นกัน

ด้านระบบไมโครโฟนเมื่อใช้สนทนาพบว่ามีความชัดเจนในระดับที่สามารถใช้สื่อสารได้ ‘ดีมาก’ มีความชัดเจนเทียบเท่าหูฟัง true wireless ระดับพรีเมียมหลายรุ่น สามารถตัดเสียงจอแจที่แวดล้อมอยู่ได้ดีพอสมควร และเมื่อทดสอบใช้งานในบริเวณที่มีลมค่อนข้างแรงพบว่ามันตัดเสียงลมได้ค่อนข้างดีถึงดีมาก มีเพียงโทนเสียงพูดที่แปรเปลี่ยนไปบ้าง แต่ความชัดเจนในการสนทนาก็ยังดีอยู่มาก ในจุดนี้ผมยกให้เทียบเท่า Sony WF-1000XM4 เลยล่ะครับ

อีกจุดหนึ่งที่ได้รับการพิสูจน์จากผมแล้วก็คือ หูฟัง true wireless รุ่นนี้ใช้ดูวิดีโอแล้วไม่มีปัญหาภาพและเสียงไม่ตรงกันครับ แม้ว่าผมยังไม่ได้ลองใช้งาน ‘Gaming Mode’ เลยก็ตาม

คุณภาพเสียง
ในแง่ของคุณภาพเสียงหรือ sound quality ล้วน ๆ ครั้งแรกที่ผมได้ฟังเสียงของ Edifier NeoBuds Pro ความรู้สึกแรกคือ มันคงถูกออกแบบมาสำหรับเด็ก ๆ วัยรุ่นที่ชอบฟังแต่เพลงแนวสนุก ๆ เพราะว่าเสียงมันเหมือนเวลาเราฟังชุดเครื่องเสียงไฮไฟแล้วกดปุ่ม loudness

แต่เมื่อได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นหลังจากนั้นก็พบว่าทาง Edifier เขาเลือกโปรไฟล์เสียงในส่วนของ Sound Tuning ในแอปฯ ‘Edifier Connect’ มาให้แล้วโดยเลือกมาในโหมด ‘Dynamic’ (default) เมื่อผมได้ลองเปลี่ยนไปเป็นโหมด ‘Classic’ พบว่าสมดุลเสียงเปลี่ยนไปเป็นอีกลักษณะหนึ่ง ฟังดูกระตุ้นความสนุกน้อยลงและมีความเป็นกลางมากขึ้น คือถ้าหากมีให้เลือกแค่ 2 โปรไฟล์นี้ผมจะเลือกฟังที่ โหมด ‘Classic’

แต่โชคดีครับที่ Edifier เขาเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถปรับจูนหรือ ‘ออกแบบ’ เสียงได้ด้วยตัวเอง แค่นั้นยังไม่พอการปรับจูนในโหมด ‘Customized’ นี้ยังเป็นการปรับเสียงโดยใช้พาราเมตริคอีควอไลเซอร์ 4 แบนด์ ที่สามารถปรับแต่งได้อย่างละเอียด มีทั้งในส่วนของความถี่เสียงที่ต้องการปรับ, ระดับการเพิ่ม-ลดที่ต้องการปรับ หรือแม้แค่ค่า Q (damping factor)

Review Edifier NeoBuds Pro Hybrid ANC true wireless earbuds
ส่วนของการปรับแต่งเสียงในแอปฯ Edifier Connect ที่เปิดโอกาสให้เราสามารถออกแบบเสียงหูฟังที่เราชอบ (คลิกดูภาพใหญ่)

ซึ่งการปรับแต่งในส่วนดังกล่าวทำให้ผมได้เสียงที่ผมถูกใจ และสามารถใช้ฟังเพลงได้หลากหลายแนว โดยที่ไม่ต้องไปวุ่นวายกับการปรับเสียงอีกเลย การปรับนี้แม้เราปรับที่ตัวแอปฯ แต่ในความเป็นจริงที่แอปฯ เป็นแค่การสั่งงาน ส่วนที่ถูกปรับเสียงจริง ๆ แล้วเป็นการปรับที่ตัวหูฟังโดยตรง

นั่นหมายความว่าเสียงที่ผมถูกใจมันจะตามตัวหูฟังนี้ไปจนกว่ามันจะถูกปรับเสียงอีกครั้ง เท่ากับว่าผมสามารถดีไซน์เสียงหูฟังที่ผมชอบได้เอง และผมคิดว่าผู้ใช้ Edifier NeoBuds Pro ‘ทุกคน’ สมควรที่จะได้ลองเล่นในส่วนนี้ด้วยตัวเอง ยกเว้นแต่กรณีที่คุณรู้สึกชอบพอเสียงในโหมด Dynamic หรือ Classic ที่ผู้ผลิตเขาปรับเป็นค่า preset มาให้จากโรงงานแล้ว ซึ่งรายละเอียดที่ผมลองเล่นในส่วนนี้สามารถดูได้จาก ‘คลิปพรีวิว’ ที่ผมแนบเอาไว้ในบทความรีวิวนี้ครับ

หลังจากการทำ Sound Tuning จนได้เสียงในแบบที่ผมชอบแล้ว ผมลองฟัง Edifier NeoBuds Pro กับอุปกรณ์เล่นเพลงที่ผมใช้งานอยู่ประจำเวลาที่จะเข้าโหมดฟังเสียงเพื่อวิเคราะห์กันอย่างจริงจัง เช่น Samsung Galaxy Note10+ โดยเล่นผ่านแอปฯ USB Audio Player Pro หรือเครื่องเล่นดิจิทัลสตรีมมิงวอล์คแมน Sony NW-A100TPS แน่นอนว่าทั้งคู่เชื่อมต่อบลูทูธในโหมด LDAC

เมื่อลองฟังกับ playlist ประจำที่ผมใช้เวลารีวิวหูฟัง true wireless รุ่นอื่น ๆ ผมพบว่า Edifier NeoBuds Pro สามารถฟังได้อย่างราบรื่นไม่ขัดหูเลย จุดเด่นแรกที่ชัดเจนที่สุดคือความกว้างของเสียง การแยกมิติและชิ้นดนตรี มันให้ฟิลลิงเหมือนเสียงที่ได้ยินจากหูฟังเสียบสายชั้นดีในงบประมาณเท่า ๆ กัน หรือแม้แต่ที่ราคาสูงกว่าได้อีกเล็กน้อย

Review Edifier NeoBuds Pro Hybrid ANC true wireless earbuds

คุณลักษณะดังกล่าวนั้นชัดเจนมากตอนที่ผมฟังเพลง ‘She’s Leaving Home (Remix)’ ที่เป็นไฟล์ hi-res audio 24bit/96kHz จากอัลบั้ม Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club Band (Deluxe Anniversary Edition) ของ The Beatles รวมถึงอีกหลายเพลงในอัลบั้มเดียวกันนี้ หรือในอัลบั้ม The Beatles (White Album) ซึ่งเป็นไฟล์ 24bit/96kHz เหมือนกัน

อีกหนึ่งคุณลักษณะของเสียงที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ การถ่ายทอดรายละเอียดตลอดทั้งย่านความถี่เสียง มันให้เสียงในแนวทางเดียวกับ Samsung Galaxy Buds Pro และ Sennheiser Momentum True Wireless 2 แต่มีความลงตัวมากกว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่ามันได้รับการปรับแต่งมาให้ถูกใจผมแล้วด้วยตัวผมเอง

ดังนั้นความชัดเจน สดใส และรายละเอียดที่พรั่งพรูออกมาจากหูฟัง Edifier NeoBuds Pro จึงมีความขาด ๆ เกิน ๆ น้อยมาก เสียงของมันจึงฟังสบายไม่ติดเกรี้ยวกราดที่ปลายเสียงเหมือนอย่างที่ผมได้ยินจาก Samsung Galaxy Buds2 หรือ HUAWEI FreeBuds 4

เสียงทุ้มที่มีมวลเนื้อ นุ่มแน่น เก็บตัวได้ดีไม่เบลอบวมเลอะเทอะ เสียงกลางที่มีทรวดทรงและไม่จม เสียงแหลมที่สดใสแต่ไม่หยาบกระด้าง ทำให้หูฟังจาก Edifier เข้ากันได้กับดนตรีทุกแนว ตั้งแต่เพลงของ The Beatles, AC/DC, Dream Theater ไปจนถึงเพลงแจ๊ซ ป็อป หรือเพลงร้องทั้งไทย จีนหรือสากล

Review Edifier NeoBuds Pro Hybrid ANC true wireless earbuds

ผมลองหยิบ playlist เพลงที่ใช้ฟังตอนรีวิว Sony WF-1000XM4 มาลองฟังกับ Edifier NeoBuds Pro ในจำนวนเพลงเกือบ 20 เพลงสำหรับ playlist ที่ยังคงอัปเดตอย่างสม่ำเสมอของผมนั้น มีเพียงเพลงที่มีองค์ประกอบของเสียงค่อนข้างซับซ้อนอย่าง ‘Dream of Arrakis’ จากอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ Dune โดย Hans Zimmer เท่านั้นที่ฟังดูเหมือนว่า Edifier NeoBuds Pro จะเป็นรอง Sony WF-1000XM4 อย่างชัดเจนในการแยกแยะรายละเอียดและอิมแพ็คของเสียงในย่านความถี่ต่ำ

แต่กับเพลงที่เหลือใน playlist นี้ผมสามารถฟังกับ Edifier NeoBuds Pro ได้อย่างเพลิดเพลินไม่ติดขัดอะไรเลยครับ และมี 2 เพลงได้แก่ ‘When You Love Too Much’ (ไฟล์ TIDAL Master, MQA) จากอัลบั้ม Firebird ของ Natalie Imbruglia และ ‘Colour to the Moon’ (ไฟล์ TIDAL Master, lossless) จากอัลบั้ม Colour to the Moon ของ Allan Taylor ที่ฟังแล้วได้อารมณ์ ได้รับการสื่อสารจากนักร้องและเนื้อหาของดนตรีมากเป็นพิเศษ

ในเพลงที่เป็นดนตรีสมัยใหม่อย่าง ‘One Right Now’ (ไฟล์ TIDAL Master, MQA) จากอัลบั้มชื่อเดียวกันของ Post Malone หรือเพลง ‘Levitating (feat. Madonna and Missy Elliott)’ (ไฟล์ TIDAL Master, MQA) ของ Dua Lipa เสียงที่ได้จาก Edifier NeoBuds Pro ก็จัดได้ว่าครบเครื่องเลยทีเดียว ตั้งแต่เสียงทุ้มไปจนถึงเสียงแหลมมันหนักแน่น ชัดเจน เนื้อเสียงเข้มข้น รายละเอียดกระจ่างชัดกำลังดี เอาว่าฟังสนุกคึกคักให้พอขยับตามได้ขณะเดียวกันก็ฟังได้นานโดยไม่ล้าหูเลย

Edifier NeoBuds Pro เหมาะกับใคร ?
โดยคุณสมบัติพื้นฐาน Edifier NeoBuds Pro นั้นแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากหูฟัง true wireless ระดับพรีเมียมที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน ส่วนที่ตกหล่นไปบ้างเช่น เคสชาร์จที่ไม่รองรับการชาร์จไร้สาย, ตัวหูฟังที่ไม่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ หรือว่าการสลับการเชื่อมต่อที่ไม่สามารถทำได้โดยอัตโนมัติ แต่สังเกตไหมครับว่าทั้งหมดนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องคุณภาพเสียงเลย

Review Edifier NeoBuds Pro Hybrid ANC true wireless earbuds

สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจมากที่สุดในหูฟังรุ่นนี้ ไม่ใช่เรื่องของฟังก์ชัน แต่เป็นเรื่องของคุณภาพเสียงครับ คุณภาพเสียงของ Edifier NeoBuds Pro นั้นเกินค่าตัว 3,990 บาทของมันไปมาก และสามารถเทียบได้กับหูฟัง true wireless ที่มีราคาแพงกว่า

นอกจากได้ฟังในโหมดเชื่อมต่อบลูทูธ LDAC แล้ว ผมยังได้ลองใช้งานกับ iPhone 13 Pro Max และ MacBook Pro M1 โหมดบลูทูธ AAC ด้วย แม้ว่าคุณภาพเสียงจะได้ไม่เท่า LDAC แต่ผมไม่ได้คิดว่ามันเป็นปัญหาอะไรกับการฟังอย่างมีความสุขเลยครับ มันยังเป็นหูฟังที่เสียงดีคุ้มค่าเหมือนเดิมนั่นแหละครับ

และที่จริงแล้วลำพังแค่แบตที่ใช้ต่อเนื่องได้นาน ระบบตัดเสียงรบกวนและแอปฯ Edifier Connect ที่เจ๋งมาก ผมก็ว่าหูฟังรุ่นนี้คุ้มค่ามากแล้วครับ แต่พอได้ลองส่วนของ Sound Tuning และได้ฟังเสียงหลังจากการปรับแต่งของผมเองแล้ว ผมตัดสินใจว่าจะไม่คืนหูฟัง Edifier NeoBuds Pro ที่ทาง 425 Degree เขาส่งมาให้ลองฟังชุดนี้แล้วนะครับ เพราะผมจะซื้อมันเอาไว้ใช้ส่วนตัวครับ !


สั่งซื้อ Edifier NeoBuds Pro ได้ที่
https://www.425degree.com/edifier-neobuds-pro-anc-6-high-res-audio.html 

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังเห่อระบบบันทึกเสียงและไมโครโฟนแบบมืออาชีพ