ลองใช้งาน Huawei nova 4 “อีกครั้งที่ได้เห็นนวัตกรรมในสมาร์ทโฟนระดับกลาง”

จากที่ได้ตามสมาร์ทโฟน nova series ของ Huawei มาตั้งแต่ nova 2i ซึ่งชัดเจนว่าเป็นสมาร์ทโฟนในกลุ่มราคาย่อมเยาที่พยายามนำเสนอเทคโนโลยีล้ำ ๆ ในงบประมาณที่ไม่โหดร้ายมากนัก ถัดมาในรุ่น nova 3e, nova 3i และ nova 3 ก็ชัดเจนว่าหัวเว่ยเริ่มแตกหน่อทางเลือกของ nova series ให้หลากหลายมากขึ้น

มีความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งที่ผมรู้สึกได้ว่าหัวเว่ยพยายามยกสถานะของ nova series โดยเฉพาะในรุ่นที่ไม่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษห้อยท้ายเช่น nova 3 ให้มีความทัดเทียมรุ่นเรือธงของเขามากขึ้น ดังจะเห็นได้จากส่วนของดีไซน์ ชิปเซ็ตที่เลือกใช้ หรือประสิทธิภาพของกล้องถ่ายรูป ล้วนแล้วแต่ทอนมาจากรุ่นเรือธงของเขาทั้งสิ้น

แล้วความรู้สึกนั้นก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเร็ว ๆ นี้ หลังจากที่ผมได้ลอง Huawei nova 4 สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของหัวเว่ยที่มีหน้าจอใหญ่โตเกือบเต็มพื้นที่ขนาดตัวเครื่อง เว้นไว้เพียงรูเล็ก ๆ ที่มุมด้านบนหน้าจอสำหรับกล้องเซลฟี่ เทคโนโลยีจอแบบนี้ทางหัวเว่ยเรียกมันว่า ‘Punch Display’ ซึ่งผมคงไม่ต้องอธิบายซ้ำ ณ ที่นี้ว่ามันคืออะไร เพราะท่านสามารถคลิกตามลิงก์เข้าไปอ่านเอาสาระได้เลยครับ

“นี่มันน้อง ๆ เรือธงเลยนี่หน่า”
จากสัมผัสแรกสิ่งที่ผมรู้สึกกับ nova 4 มันคล้ายกับตอนที่ผมได้ลอง nova 3 เมื่อปีที่แล้ว มันให้ความรู้สึกที่ดูคล้ายมือถือระดับเรือธงมากกว่ามือถือที่มีเรื่องของต้นทุนมาเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยในการออกแบบ

แน่นอนว่าจุดเด่นที่สุดคือจอ Punch Display ที่ดูทันสมัย โดดเด่น ในขณะเดียวกันก็ดูแปลกตา แม้ไม่ใช่จอแบบ OLED เหมือนที่นิยมใช้ในมือถือรุ่นเรือธงยุคนี้ แต่ก็เป็นจอ LTPS IPS LCD คุณภาพดีเหมือนกับรุ่นพี่อย่าง P20

ขณะเดียวกันหน้าจอ 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ ของ nova 4 ซึ่งพูดได้ว่าให้ภาพใหญ่เต็มตาน้อง ๆ แท็บแล็ตขนาดเล็กแล้ว ยังมาในตัวเครื่องที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตเทอะทะเสียจนใช้งานลำบากเกินไป

ตินิดเดียวว่าสีสันของจอยังค่อนข้างดูสดใสเกินความเป็นธรรมชาติไปหน่อย ใช้ดูหนังเล่นเกม ใช้งานทั่วไปคงไม่มีปัญหา แต่ถ้าจะใช้แต่งภาพ สร้างสรรค์งานอาร์ตเวิร์คอย่าลืมระวังและชดเชยสิ่งที่มองเห็นบนจอของ nova 4 และที่แสดงผลบนหน้าจอมอนิเตอร์อื่นที๋เชื่อถือได้มากกว่าด้วยนะครับ

ด้านพลังการประมวลผลคงไม่ต้องบอกว่ามันทำได้ดีแค่ไหน เพราะมันหยิบเอาชิป Kirin 970 ที่ใช้งานอยู่ใน Mate 10 Pro และ P20 Pro มาใช้ แถมด้วยระบบปฏิบัติการล่าสุดอย่าง EMUI 9.0 ที่ครอบอยู่บน Android 9 แถมด้วย หน่วยความจำ RAM ระดับ 8GB ความจุข้อมูลในตัวก็ไม่ได้น้อยหน้ากันเพราะให้มาตั้ง 128GB (เยอะกว่าที่อยู่ในคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าที่บ้านหรือที่ทำงานของบางท่านเสียอีก จริงไหมครับ)

ผมว่าแค่นี้คนใช้มือถือเรือธงหลายรุ่นเห็นแล้วต้องแอบริษยาเบา ๆ อยู่บ้างล่ะครับ เคยมีบ่อยซะที่ไหนล่ะครับที่ก็มือถือระดับกลาง ๆ แต่ให้ของมาแบบจัดเต็ม ใจป้ำกว่ารุ่นเรือธงก่อนหน้าที่ยังไม่ตกรุ่นดีเสียอีก

ภาพถ่าย Night Mode จาก Huawei nova 4

อีกส่วนที่ว่าหัวเว่ยเขาน่าจะยกของรุ่นเรือธงมาใช้ดื้อ ๆ เกือบทั้งหมดเลยก็คือกล้อง ใน nova 4 โดยให้กล้องหลังมาตั้ง 3 ตัว มีเลนส์ ultra wide 16MP f/2.2 มุมกว้าง 117 องศา, เลนส์ normal wide 20MP f/1.8 และ 2MP Bokeh Camera สำหรับประมวลผลเวลาถ่ายภาพให้ดูมีระบชัดตื้น ชัดลึกแตกต่างกัน หรือที่เรียกกันแบบง่ายว่า รูปแบบหน้าชัดหลังเบลอ นั่นแหละครับ

สำหรับกล้องเซลฟี่หรือกล้องหน้าก็เป็นกล้องความละเอียด 25 MP, f/2.0 ที่หายอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับรุ่นเรือธงของเขาเอง เท่าที่นึกออกแบบเร็ว ๆ โดยไม่ต้องไปหาดูสเปคฯ ก็คงมีแค่โลโก้ Leica นี่แหละครับ

เหตุผลที่ผมจะซื้อหรือไม่ซื้อ nova 4 มาใช้ส่วนตัว
ก่อนอื่นต้องบอกว่าจากที่ได้ลองเล่น ลองใช้งานมาระยะเวลาหนึ่ง Huawei nova 4 ทำหน้าที่ทั่วไปในแง่ของการเป็นสมาร์ทโฟนได้อย่างดี

การให้หน่วยความจำ RAM มามากกว่าปกติของสมาร์ทโฟนในรุ่น 1-2 ปีก่อน มีส่วนช่วยให้การใช้งานมีความลื่นไหล ฉับไวมากยิ่งขึ้น กล้องถ่ายรูปทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะการถ่าย Night Mode

ตัวอย่างภาพถ่ายอื่น ๆ จาก Huawei nova 4

แน่นอนว่าในถาพรวมมันยังไม่ใกล้เคียงรุ่นพี่อย่าง P20 Pro หรือ Mate 20 Pro แต่ก็ยังถือว่าโดดเด่นในระดับราคานี้ (หมื่นกลาง ๆ)

อย่างไรก็ดี การที่ nova 4 มาพร้อมกับชิปเซ็ตที่เคยทำหน้าที่อยู่ในระดับเรือธง ทำให้ฟีเจอร์เด่นหลายอย่างก็ติดตัวมันมาด้วย ไม่ว่าจะเป็น การรองรับบลูทูธ aptX HD (อันนี้ถูกใจมาก เป็นการส่วนตัว)

หรือจะเป็นการเชื่อมต่อ Wi-Fi ac แบบ High Speed รวมทั้ง การใช้ storage ความเร็วสูง UFS 2.1 ทำให้มันเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่ทำอะไรก็รวดเร็วฉับไวไปหมด

ผมถามตัวเองว่าแล้วจะมีเหตุผลอะไรที่ผมจะมองข้ามสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ประการแรกอันนี้เป็นเรื่องสามัญทั่วไป หากเป้าหมายหรืองบประมาณของผมไม่ได้อยู่ในช่วงราคาของ nova 4 ซึ่งจุดนี้เป็นเรื่องสามัญทั่วไป

ประการที่สองคือ มันเป็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่ไม่สามารถเพิ่มเมมมอรี่ได้ เรื่องนี้ผมจริงจังพอสมควรเพราะสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ส่วนใหญ่สามารถลงแอปฯ เล่นเพลงดี ๆ เช่น USB Audio Player Pro แล้วใช้มันเป็นเครื่องเล่นเพลงพกพาชั้นดีได้

โดยผมเอาไฟล์เพลงทั้ง lossless และ hi-res audio ที่คัดสรรแล้วใส่ไว้ในเมมมอรี่เสริม microSD card ซึ่งโดยมากจะมีความจุอย่างน้อย 128-256GB ดังนั้นลำพังแค่ storage ในตัวของ nova 4 จึงไม่ตอบโจทย์การใช้งานในลักษณะนี้ของผมเลย

ดังนั้นถ้าคุณไม่ได้ติดเงื่อนไขส่วนตัวแบบผม คงพอทราบแล้วนะครับว่าสมาร์ทโฟนหน้าจอมีรูรุ่นนี้มีของดีติดตัวมามากแค่ไหน จากราคาที่เปิดตัวมาถือว่าคุ้มครับ ถ้ายิ่งได้ราคาโปรโมชั่นก็ยิ่งน่าสนใจมากขึ้นไปอีกครับ

 

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความชอบในงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์