เราเป็น ออดิโอไฟล์ หรือ มิวสิกเลิฟเวอร์ กันแน่ ?

“Are Audiophiles Really Music Lovers?” หรือ “ออดิโอไฟล์นั้นเป็นพวกมิวสิกเลิฟเวอร์ด้วยหรือเปล่า” นี่คือหัวข้อที่ The Absolute Sound นิตยสารทรงอิทธิพลรายหนึ่งในแวดวงเครื่องเสียงไฮไฟเคยเขียนถึงเอาไว้ในบทบรรณาธิการ ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกันกับที่ในแวดวงไฮไฟได้หยิบมาถกกันอยู่เรื่อย ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เวนย์ การ์เซีย ผู้เขียนบทบรรณาธิการดังกล่าวบอกว่า เขาได้ยินคำถามนี้มาตั้งแต่ที่มีการนิยามคำว่า “ออดิโอไฟล์” ขึ้นมาเลยก็ว่าได้ และไม่ว่าคำตอบจะออกไปในทางใด เขาก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่าคำตอบนั้นถูกหรือผิด

เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ก่อนอื่นเรามาดูกันนิยามกันก่อนว่าแบบไหนที่เขาเรียกว่า “ออดิโอไฟล์” แบบไหนที่เขาเรียกว่า “มิวสิกเลิฟเวอร์”

ออดิโอไฟล์
คำว่าออดิโอไฟล์หรือนักเลงเครื่องเสียงนั้นมักจะใช้เรียกผู้ที่เข้มงวดกับเรื่องคุณภาพเสียงชนิดเข้ากระดูกดำ รวมถึงยังกระหายใคร่รู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเครื่องเสียงเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่การซื้อเครื่องเสียงมาแล้วก็ใช้ ๆ ไปจนกว่าจะพังกันไปข้างเหมือนที่เราทำกับพัดลม ตู้เย็น หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ภายในบ้าน

เรื่องที่บรรดาออดิโอไฟล์สนใจก็มีตั้งแต่การหาชั้นวางชนิดพิเศษมาใช้กับเครื่องเคราที่มีอยู่ เรื่อยไปจนถึงสิ่งละอันพันละน้อยที่นำมาปรับปรุงคุณภาพเสียงแม้กระทั่งการเปลี่ยนปลั๊กไฟหรือฟิวส์ เรียกว่าเอาใจใส่ในทุกอณูรายละเอียดที่มีผลกับคุณภาพเสียงกันเลยทีเดียว แม้ว่าสิ่งนั้นอาจถูกมองว่าเป็นเรื่อง ‘เพ้อเจ้อ’ สำหรับคนทั่วไป

การพูดถึงคุณภาพเสียงก็ไม่ได้มีแค่ เสียงทุ้มเด่น กลางชัด หรือแหลมดี แต่เจาะลึกลงไปถึงรายละเอียดหยุมหยิม มีการพูดถึงเรื่อง มิติเสียง ซาวด์สเตจ ความสงัดของเสียง ความสะอาดของเสียง ฯลฯ

การเลือกฟังดนตรี ออดิโอไฟล์ส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงเป็นหลัก ดังนั้นแผ่นซอฟต์แวร์เพลงที่มาจากสังกัดในกลุ่มออดิโอไฟล์จะได้รับการชายตาไปหาก่อน เพราะสังกัดเหล่านี้รู้ใจคนกลุ่มนี้เช่นกันจึงทำ “แผ่นออดิโอไฟล์” ที่พิถีพิถันเป็นพิเศษกับการบันทึกเสียงออกมาตอบสนอง

แต่ก็ไม่ใช่ว่าแผ่นเพลงทั่ว ๆ ไปหรือแผ่นที่ไม่ใช่สังกัดออดิโอไฟล์จะเสียงแย่กว่าหรือไม่ได้เรื่องเสมอไป บางแผ่นเสียงดีกว่าแผ่นออดิโอไฟล์เสียอีก ประเด็นนี้ผมเชื่อว่าออดิโอไฟล์หลายคนเข้าใจดี

มิวสิกเลิฟเวอร์
สำหรับ “มิวสิกเลิฟเวอร์” จากนิยามจะหมายถึงคนที่เลือกฟังดนตรีที่มีคุณภาพ ให้ความสำคัญกับเนื้อหาสาระหลักของดนตรีมากกว่าเรื่องคุณภาพเสียง

การพิจารณาฟังดนตรีจะลงลึกไปถึงความเข้าใจในตัวศิลปินหรือผู้สร้างงาน ให้ความสำคัญกับเทคนิคการเล่น สามารถเป็นปลื้มหรือเกิดความเร้าใจกับลีลาการโซโลของมือกีต้าร์ระดับพระกาฬคนโปรด แม้ว่าซีดีแผ่นนั้นในมุมมองของพวกออดิโอไฟล์มันจะบันทึกเสียงมาไม่ได้เรื่องเลยก็ตาม

เครื่องเสียงของมิวสิกเลิฟเวอร์จึงมีตั้งแต่แบบง่าย ๆ อย่าง iPod จนถึงชุดเครื่องเสียงสำเร็จรูปมีทุกอย่างในชุดเดียวกัน ใช้งานสะดวก เรื่องเสียงเอาแค่พอไปวัดไปวาได้ก็ผ่านการพิจารณาของมิวสิกเลิฟเวอร์แล้ว แน่นอนว่าในที่นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของระดับด้วยนะครับ เครื่องเสียงง่าย ๆ สำหรับมิวสิกเลิฟเวอร์แต่ราคาสูงจนถึงสูงมากก็เห็นมีอยู่ถมไปครับ

ออดิโอไฟล์ vs มิวสิกเลิฟเวอร์
คราวนี้ต้นตอของคำถามมันมาจากความขัดแย้งในความคิดบางแง่มุมของคนทั้ง 2 กลุ่ม กลุ่มออดิโอไฟล์บอกว่ามิวสิกเลิฟเวอร์จะเข้าถึงแก่นสารของดนตรีได้อย่างไรถ้าเสียงที่ฟังอยู่นั้นมันผิดเพี้ยนไม่เห็นจะเหมือนดนตรีจริงสักนิด

ไม่ว่าจะเป็นเสียงแซกโซโฟนที่แหบแห้งไร้บอดี้ เสียงกีต้าร์ที่ฟังไม่ออกว่าเป็นสายเอ็นหรือสายเหล็ก ในเมื่อเสียงมันถูกบิดเบือนให้เพี้ยนโดยเครื่องเสียงมาตั้งแต่เริ่มต้น แล้วมิวสิกเลิฟเวอร์จะทราบได้อย่างไรว่า ความเพี้ยนที่ได้ยินนั้นเกิดจากฝีมือของนักดนตรีหรือเครื่องเสียงกันแน่ ?

ในขณะที่กลุ่มมิวสิกเลิฟเวอร์ก็มองว่าพวกออดิโอไฟล์นั้นดูจะช่างเลือกมากเสียจนจำกัดตัวเองให้ฟังเพลงอยู่แค่ไม่กี่แนว มีซีดีอยู่แค่ไม่กี่แผ่น เปิดโชว์เสียงซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่เบื่อบ้างหรืออย่างไร

หรืออาจจะเกิดข้อสงสัยว่าตกลงพวกออดิโอไฟล์นั้นเขาฟังเพลงหรือฟังเครื่องกันแน่ เพราะเดี๋ยวก็หาสายสัญญาณมาเปลี่ยนแล้วบอกว่าเสียงดีขึ้น เดี๋ยวก็หาอะไรมารองใต้เครื่อง ใต้ลำโพงแล้วก็บอกว่าเสียงดีขึ้นอีกแล้ว

เครื่องเสียงหลอดก็ต้องวอร์มอัพกันหลายสิบนาทีทั้งที่เปิดมาแค่ไม่ถึงนาทีมันก็มีเสียงแล้ว แต่พวกออดิโอไฟล์บอกว่าเสียงมันแข็ง มันแห้ง ทนฟังไม่ได้ พวกออดิโอไฟล์นี่จะฟังเพลงสักทีดูเหมือนมันช่างวุ่นวายเสียเหลือเกิน

sdr

และที่สำคัญ พวกออดิโอไฟล์น่ะเคยไปนั่งฟังดนตรีสด ๆ บ้างไหม หรือว่าฟังแต่เครื่องเสียงแล้วมาทึกทักเอาเองว่าเสียงนั้นผิด เสียงนี้เพี้ยน เสียงนี้ไม่สมจริง ?

เวนย์ การ์เซีย ผู้เขียนบทความที่ผมกล่าวอ้างถึงในข้างต้น บอกว่าตลอดชีวิตของการเป็นทั้งคนขายเครื่องเสียง คนอ่านและคนเขียนบทความในฐานะของ reviewer เขาพบเห็นออดิโอไฟล์มาแล้วทุกประเภทตั้งแต่พวกที่จ้องจะจับผิดเครื่องมากกว่าฟังว่าเพลงนั้นไพเราะแค่ไหน จนถึงพวกออดิโอไฟล์ที่รู้เรื่องดนตรีดีระดับกูรู

ผมเห็นด้วยกับเขา… ออดิโอไฟล์กับมิวสิกเลิฟเวอร์นั้นแท้จริงแล้ว ไม่ได้แตกต่างกันชนิดสีขาวหรือดำ แต่เป็นสีเทาเข้มหรือเทาอ่อนต่างหาก เท่าที่ได้พบปะเจอะเจอคนเล่นเครื่องเสียงมาหลายฤดูฝน ผมเจอนักเล่น 2 ประเภทครับ เป็น 2 ประเภทที่ผมถือวิสาสะแบ่งเอาตามเส้นทางการเดินเข้ามาสู่โลกของไฮไฟ

ประเภทแรกคือพวกที่ชอบฟังเนื้อหาสาระของเพลง จนกระทั่งวันหนึ่งก็เริ่มหันมาสนใจเครื่องเสียงเพราะต้องการให้การฟังเพลงที่ตนเองชอบนั้นได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ต้องยอมรับว่า “หูถึง” พอสมควร เนื่องจากมีประสบการณ์ได้ฟังดนตรีจริงมามาก บางท่านเล่นดนตรีได้ แถมยังรู้เรื่องหรือร่ำเรียนทฤษฎีดนตรีติดตัวมาเสียอีก

คนกลุ่มนี้ผมให้นิยามว่าเป็นพวก “มิวสิกเลิฟเวอร์” การเข้ามาสนใจไฮไฟของมิวสิกเลิฟเวอร์โดยมากจะเริ่มจากซิสเตมพื้น ๆ ก่อน และเริ่มจ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามดีกรีไฮไฟในสายเลือด

ประเภทที่สองนั้นคือพวกที่หลงใหลในสุ้มเสียงของชุดเครื่องเสียงมาก่อน ไม่ว่าจะได้ไปฟังตามร้านหรือซิสเตมที่บ้านเพื่อนฝูง เป็นพวกที่รู้สึกดีเวลาได้ยินเสียงทุ้ม กลาง แหลมที่เต็มไปด้วยรายละเอียด ยังไม่นับรวมถึงเรื่องมิตงมิติเสียง ความหวาน ความโปร่งใส ฯลฯ

เมื่อเกิดความชื่นชอบเสียงเหล่านั้นแล้วจึงเริ่มต้นจากการเล่นเครื่องเสียงโดยพยายามค้นหาสิ่งที่เคยได้ยินในซิสเตมอื่นในซิสเตมของตัวเองบ้าง มีความสนุกกับการอัพเกรดหรือ tweak ในจุดเล็กจุดน้อยไปเรื่อยเปื่อยเพื่อให้ได้สุ้มเสียงที่ฟังดีขึ้น น่าฟังขึ้น คนกลุ่มนี้แหละครับที่ผมเรียกว่าเป็นพวก “ออดิโอไฟล์” หรือที่บางคนเรียกให้ดูเก๋าหน่อยว่า “นักเลงเครื่องเสียง”

ออดิโอไฟล์มือใหม่ส่วนมากจะมีดนตรีที่สนใจเฉพาะแนว เนื่องจากสมาธิเกือบทั้งหมดจะเพ่งอยู่ที่คุณภาพเสียงเป็นหลัก แผ่นไหนใครเขาบอกว่าเสียงดีซื้อมาฟังหมด ซื้อมาก่อนแม้ว่าจะฟังไม่ค่อยเข้าใจก็ตาม ที่สามารถบอกรายละเอียดได้เพราะตัวผมเองก็อยู่ในกลุ่มนี้ครับ

นึกย้อนกลับไปแล้วบางเรื่องก็น่าขำขันตัวเองอยู่เหมือนกันครับ แต่ก่อน ก่อนจะมาสนใจเครื่องเสียงจริงจัง ผมฟังเพลงอยู่แค่ไม่กี่แนว ไม่เพลงป็อปตลาด ๆ ทั่วไปก็เป็นแนวพวกเพลงแดนซ์โจ๊ะ ๆ ไปโน่นเลย เพราะช่วงหนึ่งในบ้านเรากระแสเพลงแนวนี้มาแรงมาก ๆ ใครอยากจะลองประสิทธิภาพเครื่องเสียงหรือลำโพงก็ชอบใช้เพลงพวกนี้เปิดโชว์เบสหนัก ๆ กัน

เวลาไปตามงานโชว์เครื่องเสียงยุคนั้นก็สังเกตได้ว่าห้องไหนเปิดแผ่นเอฟเฟ็คต์เสียงรถไฟ เสียงแก้วแตก หรือเสียงโซโล่กลองชุดโชว์เสียงทุ้มหนัก ๆ ห้องนั้นถึงจะมีคนมุงกันหนาแน่น ห้องไหนเปิดแต่เพลงแจ๊ซ เพลงคลาสสิก หรือแนวเพลงที่ฟังแล้วไม่สะดุดหู ก็ไม่ค่อยมีคนอยากนั่งฟังกันนาน ๆ

ทว่าผมมาเริ่มสนใจดนตรีคลาสสิกครั้งแรกเพราะแผ่นซีดีจากค่าย Telarc พูดถึงชื่อแผ่นนักเล่นมือเก่าต้องร้องอ๋อนั่นคือแผ่น “Round-Up” แผ่นนี้เป็นเพลงคลาสสิกแนวคาวบอยตะวันตก เล่นด้วยออเคสตร้าวงใหญ่ เพลงตัดตอนมาสั้น ๆ บรรเลงได้เร้าใจ ฟังไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย แต่ที่สำคัญเป็นเพราะแผ่นนี้เขาบันทึกเสียงมาดีครับ

ในยุคหนึ่งพวกร้านเครื่องเสียงเลยชอบเปิดแผ่นนี้อวดกันโดยเฉพาะพวกซิสเตมที่ให้ลำโพงตัวโตอย่างพวก Infinity, Genesis หรือ Wilson Audio

หลังจากตกหลุมรักแผ่น Round-Up ผมก็เริ่มฟังเพลงคลาสสิกที่ซับซ้อนขึ้นทีละนิด ๆ โดยมีแผ่นของค่าย Telarc เป็นไกด์ นอกจาก Telarc แล้วผมยังพบว่าแผ่นของค่าย Reference Recording, Delos หรือ Mercury Living Presence ก็มีที่น่าสนใจหลายแผ่นทีเดียว

กับดนตรีแนวแจ๊ซ แต่ก่อนผมเคยไม่เข้าใจว่าแจ๊ซน่าสนใจตรงไหน ผมเคยซื้อแผ่นที่นักเล่นเครื่องเสียงหลายคนว่าดีนักหนาอย่าง Jazz at the Pawnshop ของค่าย Proprius จากสวีเดนมาเปิดฟัง แต่กลับฟังได้ไม่จบแผ่นเพราะรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่น่าเบื่อเอาการ ยอมรับว่าผิดหวังพอสมควร

แต่หลังจากที่ได้ฟังแผ่นนี้กับชุดเครื่องเสียงที่ดีมาก ๆ ผมถึงได้รับรู้ว่าแจ๊ซเป็นดนตรีที่เล่นด้วยอารมณ์ หากเครื่องเสียงคุณภาพไม่ดีพอคนที่ไม่คุ้นเคยอย่างผมจะเข้าใจมันได้ไม่ง่ายนัก

กระทั่งวันหนึ่งผมมีเครื่องเสียงที่ดีพอที่จะถ่ายทอดเสน่ห์ของดนตรีแจ๊ซออกมาได้ ผมก็เริ่มเลือกฟังเพลงแจ๊ซมากขึ้น จนบางครั้งพอที่จะคุยเรื่องแจ๊ซ ๆ กับเขาได้บ้าง ทั้งที่ยังมีความรู้เรื่องแจ๊ซแค่งู ๆ ปลา ๆ ก็ตาม

และถึงแม้ว่าความเป็นออดิโอไฟล์ของผมจะไม่ทำให้ผมเข้าใจคลาสสิก แจ๊ซ หรือดนตรีแนวอื่น ๆ ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยผมก็ยินดีกับตัวเองที่เครื่องเสียงสามารถช่วยให้ผมเปิดใจรับฟังดนตรีได้หลากหลายแนว มีความสุขกับเพลงได้เกือบทุกประเภทตั้งแต่เพลงบรรเลงจนถึงโอเปร่า

วันนี้ผมสามารถเรียกตัวเองว่าเป็นมิวสิกเลิฟเวอร์คนหนึ่ง แถมเป็นมิวสิกเลิฟเวอร์ที่เรื่องมากเรื่องคุณภาพเสียงเสียด้วยสิ !

แล้วคุณล่ะครับคิดว่าตัวเองเป็น “ออดิโอไฟล์” หรือ “มิวสิกเลิฟเวอร์” กันแน่ ?

หรือว่าแท้ที่จริงแล้วเราไม่ต้องเลือกเป็นแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะในโลกความจริงเราสามารถเป็นทั้งสองอย่างได้ในเวลาเดียวกัน…

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความชอบในงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์