fbpx

รีวิว ALPHA DESIGN LABS : GT40a

พูดถึงเครื่องเสียงแบรนด์เนมสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Alpha Design Labs หรือที่ผมมักจะเรียกย่อ ๆ ว่า ADL ส่วนตัวผมชอบแนวคิดสินค้าของเขานะครับ

เท่าที่ได้ลองเล่นลองฟังมาหลายรุ่น มันอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดในด้านใดด้านหนึ่ง แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของเทคโนโลยีและไอเดียในการออกแบบสินค้าผมว่ายี่ห้อนี้เขาไม่เป็นรองใคร อย่างเครื่องรุ่น GT40a (alpha) รุ่นใหม่ของเขาก็เช่นกัน

การออกแบบและงานวิศวกรรม
สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จักยี่ห้อ Alpha Design Labs โดยพื้นเพของยี่ห้อนี้ก็คือแบรนด์เนมในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของทางยี่ห้อ Furutech นั่นเอง สำหรับคนที่รู้จักและเคยเห็นสินค้าของเขาแล้ว

เมื่อได้เห็น GT40a อาจจะบอกว่ามันดูคุ้นตามากเพราะว่า form factor หรือลักษณะทางกายภาพของมันถูกพัฒนามาในแนวทางเดียวกับเครื่องรุ่นก่อนหน้าอย่างรุ่น GT40 และ Esprit ทว่ามีความแตกต่างกันในรายละเอียดโดยเฉพาะอย่างยิ่งวงจรที่อยู่ข้างในเครื่อง (ดูความแตกต่างของคุณสมบัติได้จากตารางเปรียบเทียบ)

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติพื้นฐานทางเทคนิคของ GT40, Esprit และ GT40a

GT40a เป็นดิจิทัลโปรเซสเซอร์ที่มีทั้ง DAC (Digital-to-Analog Converter) และ ADC (Analog-to-Digital Converter) ในตัว มีทั้งอินพุตรับสัญญาณดิจิทัลและอินพุตรับสัญญาณอะนาล็อก ทำหน้าที่ได้ทั้งเป็น USB DAC เพื่อถอดรหัสดิจิทัลนำเอาเสียงกลับคืนมา และเป็น Recording Interface สำหรับการบันทึก/เข้ารหัสเสียงให้เป็นสัญญาณดิจิทัล

นอกจากนั้นยังมีภาคโฟโนปรีแอมป์ในตัว (MM/MC) รวมถึงเอาต์พุตที่เลือกใช้งานได้ทั้งช่องเสียบหูฟังโดยตรงและช่องสัญญาณปรีเอาต์ด้านหลังเครื่อง

ฟังก์ชันเหล่านี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะสิ่งเหล่านี้เคยมีในรุ่น GT40 ที่ออกมาเมื่อหลายปีก่อน และบางอย่างก็มีปรากฏในรุ่น Esprit ที่ออกตามหลังกันมาไม่นานเพียงแต่มีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันออกไป

จาก ‘ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติพื้นฐานทางเทคนิคของ GT40, Esprit และ GT40a’ จะเห็นว่า GT40a นั้นดูเหมือนจะเป็นรุ่นอัปเกรดของรุ่น GT40 โดยตรงเพราะมีฟังก์ชันใช้งานเทียบเคียงกันแทบทุกอย่าง แต่มีความสามารถในการรองรับสัญญาณดิจิทัลรายละเอียดสูงมากกว่าคือรองรับไปถึงระดับ PCM 24bit/192kHz ขณะที่ GT40 รุ่นเก่ารองรับสูงสุดเพียงแค่ PCM 24bit/96kHz เท่านั้น

ในส่วนของงานวิศวกรรมสำหรับ GT40a ผมว่ามันดูดีในตัวถังอะลูมิเนียมล้วนขนาดกะทัดรัดเหมือนกับเครื่องรุ่นพี่ พื้นผิวตัวถังทำสีแบบอะโนไดซ์มาเป็นสีเงินควันบุหรี่ งานผลิตและการประกอบมีความประณีตเรียบร้อยสมกับเป็นสินค้าสัญชาติญี่ปุ่น

สวิตช์และปุ่มควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ออกแบบมาให้ใช้งานเรียบง่ายตรงไปตรงมา ด้านหน้าเครื่องมีปุ่ม ‘POWER’ เปิด-ปิดการทำงานของเครื่อง, ปุ่มเลือกอินพุต USB/ANALOG, ไฟ LED ‘Clip Signal’ แสดงการขลิบของสัญญาณที่เข้ามาทางอินพุตอะนาล็อก, ช่องเสียบหูฟัง 6.35mm และปุ่ม Volume ควบคุมระดับเสียงของช่องเอาต์พุตทั้งหมด

ที่ด้านหลังตัวเครื่องเป็นที่อยู่ของขั้วต่อทั้งหมดว่าไปตั้งแต่ขั้วต่อไฟ 15V DC จากอะแดปเตอร์ไฟเลี้ยงตัวเล็ก ๆ แบบเสียบผนังที่ให้มาพร้อมตัวเครื่อง แจ๊คอินพุต USB, แจ๊คอินพุตอะนาล็อก RCA และแจ๊คเอาต์พุตปรีเอาต์ RCA

ทั้งหมดเป็นแจ๊คฉนวนเทฟล่อนที่มีหน้าสัมผัสสัญญาณไฟฟ้าเคลือบทองคำอย่างดีดูแข็งแรงทนทาน โดยเฉพาะแจ๊ค RCA นั้นมีตัวอักษรยี่ห้อ FURUTECH กำกับให้อุ่นใจมากขึ้นไปอีกด้วยครับ

ที่ด้านหลังเครื่องยังมีสวิตช์เลื่อนตัวเล็ก ๆ อีก 3 ตัว แต่ละตัวมีหน้าที่แตกต่างกัน สวิตช์ 2 ตัวที่อยู่ใกล้ ๆ กับแจ๊คอินพุตทำหน้าที่เลือกอินพุตสัญญาณอะนาล็อกว่าจะใช้งานกับ source ที่ให้สัญญาณเอาต์พุตออกมาในระดับไลน์ (LINE) หรือเป็นสัญญาณจากหัวเข็มเครื่องเล่นแผ่นเสียง (PHONO)

สวิตช์อีกตัวทำหน้าที่เลือกเกนให้แมตช์กับหัวเข็ม MM หรือ MC ในกรณีที่สวิตช์ตัวแรกเลือกไว้ที่ PHONO

สวิตช์ที่เหลืออีกตัว ‘RecAtt./dB’ ทำหน้าที่ปรับลดเกนของภาครับสัญญาณ ADC เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขลิบของสัญญาณเสียงในขณะที่มีการบันทึกเสียงจากอินพุตอะนาล็อก เลือกได้ 3 ค่าคือ 0 (ไม่มีการลดเกนเลย), 6 (ลดลงไป 6dB) และ 12 (ลดลงไป 12dB)

Technical Insight
จากข้อมูลทางเทคนิคในส่วนของการออกแบบเท่าที่ได้ทราบมา ผมว่าที่จริงแล้วทาง ADL สามารถตั้งชื่อ GT40a เป็นเครื่องรุ่นใหม่แบบ model change ไปเลย แทนที่จะเป็นชื่อที่ดูเหมือนเป็นแค่ minor change ของรุ่น GT40 อย่างนี้นะครับ

นั่นเพราะว่าการออกแบบ GT40a นั้นไม่ได้อาศัยแพลตฟอร์มหรือวงจรเดิม ๆ ของเครื่องรุ่นพี่ หากแต่ได้มีการพัฒนาฮาร์ดแวร์ส่วนต่าง ๆ ขึ้นมาใหม่ และแน่นอนว่าในยุคสมัยนี้สิ่งที่ต้องพัฒนาขึ้นใหม่ตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือเรื่องของซอฟต์แวร์ที่ต้องทำงานควบคู่กัน

การออกแบบ GT40a เลือกใช้ชิปเซ็ตภาครับสัญญาณ USB ตัวใหม่คือ VIA VT1736 ‘VIA Vinyl EnvyUSB 2.0 Audio Controller’ ซึ่งโดยสเปคฯ พื้นฐานของชิปตัวนี้รองรับสัญญาณไปถึงระดับ 32bits/192kHz เลยทีเดียว ส่วนวงจรภาค DAC และ ADC อยู่ในชิปตัวเดียวกันนั่นคือ Cirrus Logic CS4270 ’24-Bit, 192 kHz Stereo Audio Codec’

ส่วนของวงจรอะนาล็อกในภาค DAC, ADC, ภาคขยาย Line in และ Line out เลือกใช้ชิปออปแอมป์เบอร์ NJM5532 ส่วนภาคปรีโฟโนเลือกใช้ NJM2068 ความไวอินพุตสำหรับหัวเข็ม MM / MC อยู่ที่ 4.0mV / 0.4mV ตามลำดับ แต่ถ้าเป็นอินพุต Line ความไวจะอยู่ที่ 2Vrms

การออกแบบในส่วนของเอาต์พุตหูฟังเลือกใช้ชิปแอมป์ขยายหูฟังคุณภาพสูง ‘Maxim MAX9722A’ ซึ่งมีความสามารถในการจ่ายกำลังขับที่ 94mW (16 ohm), 110mW (32 ohm), 98.6mW (56 ohm), 23mW (300 ohm) โดยอ้างอิงที่ความถี่ 1kHz ความเพี้ยน THDสูงสุดไม่เกิน 1% ส่วนระดับเอาต์พุตสูงสุดของช่องปรีเอาต์อยู่ที่ 5 Vrms

และที่เหมือนดีไซน์ในรุ่นเก่าก็คือวงจรอิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้นจะไม่ได้อาศัยไฟเลี้ยงจากพอร์ต USB โดยตรงเหมือนใน USB DAC ขนาดตั้งโต๊ะหลายรุ่น แต่จะมีแหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าแยกภายนอกเป็นอะแดปเตอร์ตัวเล็ก ๆ จ่ายไฟ DC 15V / 0.8A (12W)

การออกแบบส่วนนี้ทาง ADL เขาให้เหตุผลว่ามันจะส่งผลดีต่อคุณภาพเสียงในเวลาที่เล่นไฟล์ high resolution ซึ่งตัววงจรอิเล็กทรอนิกส์จะต้องการพลังงานไฟฟ้ามากกว่าปกติเพื่อรองรับไดนามิกเรนจ์และแบนด์วิธของเสียงที่เพิ่มมากขึ้น

High-Res USB DAC
การออกแบบให้ GT40a มีอินพุตดิจิทัล USB มาเพียงช่องเดียวแทนที่จะมีอินพุตดิจิทัลแบบอื่น ๆ มาให้ด้วยอย่างในรุ่น Esprit นั่นหมายความว่าทาง ADL คงเล็งเห็นแล้วว่าในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้กลายมาเป็นแหล่งโปรแกรมกระแสหลักและมีแนวโน้มว่าจะสามารถพัฒนาต่อยอดไปได้ไกลกว่าแหล่งโปรแกรมดิจิทัลอื่น ๆ ที่เคยมีใช้กันมาตั้งแต่อดีต

สำหรับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows ก่อนใช้งาน GT40a จำเป็นจะต้องติดตั้งไดรเวอร์เสียก่อน โดยไดรเวอร์รุ่นล่าสุดสามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ของทางผู้ผลิต (http://www.adl-av.com/products/usbdac/gt40a/)

แต่ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Macintosh สามารถต่อใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งไดรเวอร์ ในรีวิวนี้ผมใช้งาน GT40a กับคอมพิวเตอร์ Mac mini เล่นเพลงผ่านโปรแกรม Audirvana Plus 2.0 และ Roon จาก Roon Labs เป็นหลัก

เบื้องต้นผมพบว่าภาคขยายหูฟังมีกำลังพอที่จะขับหูฟังฟูลไซส์อย่าง Shure SRH940 หรือ AKG K812 ได้แบบสบาย ๆ เหลือ ๆ ในกรณีถ้าหูฟังของคุณเป็นหูฟังที่ขับยากมากหรือมีความไวต่ำมากก็อาจจะเลือกเพิ่มแอมป์ขับหูฟังแยกต่างหากโดยต่อพ่วงสัญญาณเสียงจากปรีเอาต์ของ GT40a ก็ได้ครับ แต่กับหูฟัง 2 ตัวที่อ้างถึงข้างต้นผมคิดว่ามันไม่จำเป็นถึงขั้นนั้นครับ

แม้ว่า GT40a จะไม่ใช่ USB DAC ตัวเล็กที่สุดที่ผมใช้งานอยู่ แต่มันก็กะทัดรัดเพียงพอที่จะอยู่บนโต๊ะทำงานของผมทั้งที่บ้านและที่ทำงาน กะทัดรัดพอที่ผมจะหิ้วมันไปมาระหว่างที่บ้านกับที่ทำงานได้บ่อย ๆ

หลังจากผ่านพ้นการใช้งานไปนานกว่า 1 เดือน สิ่งที่ผมพบเจอจาก USB DAC ตัวนี้เป็นอะไรที่ชัดเจนมาก ๆ ว่าประสิทธิภาพของมันไม่ได้เล็กตามขนาดตัวเลยครับ

บนโต๊ะทำงานของผมมันส่งผ่านความเป็นดนตรีออกมาทางหูฟังตัวเก่งของผม (K812, SRH940) ได้อยู่เสมอ ไม่ว่าเพลงที่ผมฟังจะเป็นไฟล์ดิจิทัลรายละเอียดสูงที่เก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์หรือไฟล์ดิจิทัล CD Quality ที่ผมสตรีมมาฟังจาก TIDAL

การออกแบบให้ GT40a รองรับไฟล์ 24/192 มิเพียงทำให้มันรองรับสัญญาณดิจิทัลรายละเอียดสูงได้เหนือกว่ารุ่นเดิมอย่าง GT40 เท่านั้น แต่เมื่อฟังไฟล์ที่ sample rate ต่ำลงมาอย่างเช่นไฟล์ 24/96 หรือ 16/44.1 เสียงที่ได้จาก GT40a ก็ฟังดีกว่าด้วยครับ ได้เวทีเสียงที่โปร่งกว้างกว่าโดยไม่สูญเสียความเข้มข้นของเนื้อเสียง

แบนด์วิธและไดนามิกสวิงที่กว้างขึ้นเป็นผลบวกกับเสียงที่ได้แม้แต่ตอนที่ผมฟังเพลงที่ใช้ดนตรีอะคูสติกไม่กี่ชิ้นอย่างเช่นเพลง ‘Dancing in the Dark’ จากอัลบั้ม These Wilder Things ของ Ruth Moody แต่ละเสียงเป็นรายละเอียดที่สามาถรับรู้ได้ถึงความเป็นธรรมชาติของเสียง ลีลาของการบรรเลง ตลอดจนสมดุลน้ำเสียงที่มีความผ่อนคลาย แม้ว่าจังหวะดนตรีจะคึกคักร่าเริงสดใสมาก ๆ ก็ตาม

New Songs for Old Souls อัลบั้มใหม่ล่าสุดของ Joe Stilgoe จากสังกัด Linn Records เป็นอีกตัวอย่างของเพลงที่ผมได้ฟังกับ GT40a แล้วรู้สึกประทับใจในน้ำเสียงที่ได้เป็นพิเศษ

ฟังผ่าน ๆ ทีแรกยังไม่ได้สังเกตอะไรมากมายนะครับ แต่พอฟังไปสักพักความที่มันไม่มีอะไรมาสะดุดหูนี่แหละครับกลับกลายเป็นความลื่นไหลเพลิดเพลินอย่างต่อเนื่อง เพลงแล้วเพลงเล่า

เป็นเรื่องไม่ง่ายเท่าไรนะครับที่ฟรอนต์เอนด์ดิจิทัลราคาเบา ๆ เช่นนี้ จะสามารถถ่ายทอดความเป็นดนตรีจากวงบิ๊กแบนด์แจ๊ซ ออกมาเป็นน้ำเสียงที่ฟังไพเราะลื่นหูท่ามกลางรายละเอียดของเสียงที่กระจ่างชัดเจนถึงเพียงนี้

สิ่งที่ GT40a ไม่มีแต่ผมอยากได้จาก USB DAC ตัวนี้ก็มีแค่ 2 เรื่องครับ เรื่องแรกคือไฟแสดง sample rate ของสัญญาณดิจิทัลที่กำลังเล่น อีกเรื่องคือการรองรับการเล่นไฟล์ฟอร์แมต DSD โดยตรง ซึ่งในเวลานี้ USB DAC ในระดับเดียวกันหรือต่ำกว่าทำได้แล้ว เรื่องอื่น ๆ ที่เหลือโดยเฉพาะเรื่องของสุ้มเสียงผมถือว่าสอบผ่านแล้วล่ะครับสำหรับการทำหน้าที่เป็น USB DAC

High-Res LP Listen & Rip
อินพุตอะนาล็อกของ GT40a ทั้งที่เป็นอินพุต Line และ Phono ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการบันทึกเก็บเป็นข้อมูลไฟล์เสียงเท่านั้นนะครับ แต่ยังเปิดโอกาสให้คุณฟังจากมันได้โดยตรงเหมือนกับว่า GT40a นั้นเป็นแอมป์หูฟังหรือปรีแอมป์ตัวหนึ่งได้ด้วยครับ ได้ทั้งในกรณีใช้งานเป็น ‘โฟโนปรีแอมป์’ หรือ ‘โฟโนปรีแอมป์+ปรีแอมป์ (หรือแอมป์หูฟัง)’

ผมลองฟังดูแล้วเรื่องเกนขยายของภาค Line Stage ในตัวมันสามารถใช้งานในโหมดนี้ได้แบบสบาย ๆ ครับ ส่วนภาคโฟโนที่สามารถเล่นได้ทั้งหัวเข็ม MM และ MC อาจจะเกนต่ำไปหน่อยเมื่อใช้งานหัวเข็ม MC รุ่นที่เอาต์พุตต่ำมาก ๆ แต่โดยทั่วไปก็สามารถใช้งานได้ดีพอสมควรโดยเฉพาะกับหัวเข็มประเภท MM

ขณะเดียวกันพอร์ต USB ใน GT40a ก็มิได้เป็นเพียงช่องอินพุตดิจิทัลในโหมด USB DAC เท่านั้น แต่มันยังสามารถทำหน้าที่เป็นเอาต์พุตดิจิทัลในโหมดของการบันทึกเสียงได้ด้วยครับ

โดยการทำงานคร่าว ๆ ก็คือเมื่อวงจร ADC รับสัญญาณอะนาล็อกเข้ามา (Line หรือ Phono) มันจะแปลงสัญญาณนั้นให้เป็นสัญญาณดิจิทัลก่อนจะส่งออกไปทางพอร์ต USB ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์

ในที่นี้ผมใช้คอมพิวเตอร์ Mac mini และใช้โปรแกรม Audacity ทำหน้าที่เป็น Audio Recorder/Editor โปรแกรมตัวนี้เป็นฟรีแวร์แต่มีคุณสมบัติครบถ้วนใช้งานได้ดีเลยทีเดียวครับ

นอกจากการใช้งานเป็นปรีแอมป์/แอมป์หูฟังแล้ว ในโหมด Recording ของ GT40a ยังเปิดโอกาสให้ source ใด ๆ ที่ให้เอาต์พุตสัญญาณอะนาล็อกระดับไลน์ (line level) หรือเครื่องเล่นแผ่นเสียง สามารถใช้ประโยชน์จากภาค ADC ในตัวมันเพื่อการแปลงสัญญาณเสียงอะนาล็อกนั้น ๆ ไปเก็บอยู่ในรูปแบบของข้อมูลไฟล์ดิจิทัลได้ด้วยครับ

ที่ไม่ธรรมดาคือข้อมูลไฟล์ดิจิทัลที่ว่านี้สามารถเลือกเป็นไฟล์ดิจิทัลรายละเอียดสูงถึงระดับ 24/192 ได้ด้วยสิครับ! ตรงนี้สำคัญนะครับเพราะไดนามิกเฮดรูมและแบนด์วิธที่มีเหลือเฟือของไฟล์ ADC 24/192 จะทำให้การริปแผ่นไวนิลมาเป็นไฟล์ดิจิทัลสามารถเก็บบันทึกทุก ๆ รายละเอียดของสัญญาณเสียงอะนาล็อกเอาไว้ได้ครบถ้วนมากกว่า

นอกจากนั้นในโปรแกรม Audacity ยังสามารถเลือกสเกลไฟล์เอาต์พุตลงมาอยู่ที่ resolution อื่น ๆ เช่น 16/44.1 หรือ 24/96 ก็ได้ด้วยเช่นกัน สำหรับวิธีการริป LP ด้วย GT40a ทาง Clef Audio ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายเขาได้จัดทำเป็นคลิปวิดีโอเอาไว้ด้วยครับ

ในระหว่างการรีวิวผมได้ลองใช้ GT40a ริปแผ่นเสียงจำนวนหนึ่งเก็บไว้เป็นไฟล์ดิจิทัลทั้ง 24/96 และ 24/192 ผมพบว่ามันทำหน้าที่ได้ดีมาก ระหว่างการริปไม่พบปัญหากวนใจใด ๆ นอกจากเสียง noise เบา ๆ จากภาคโฟโนสเตจที่พอมีให้ได้ยินเป็นแบคกราวน์เบา ๆ เมื่อมอนิเตอร์ฟังเสียงจากหูฟัง โชคดีที่มันเป็น noise ระดับเบาบางพอที่จะไม่เป็นปัญหาในเวลาเปิดฟังจากไฟล์ที่ริปมาได้จากชุดลำโพง

ผมลองริปแผ่น Test Pressing งานหลายชุดทั้งเพลงไทยและเพลงเทศ หนึ่งในนั้นคือ Test Pressing อัลบั้ม ‘Winds of War and Peace’ จากสังกัด Wilson Audiophile โดยใช้เทิร์นเทเบิ้ล Well Tempered Simplex ติดหัวเข็ม Shelter 501MkII ไฟล์เสียงที่ได้บอกได้เลยครับว่าน่าทึ่ง

ยิ่งถ้าคิดว่าเป็นผลงานของ ADC ในดิจิทัลโปรเซสเซอร์ตัวเล็กเท่าฝ่ามือแค่นี้มันอยู่เหนือความคาดหมายไปมาก ๆ ยิ่งเมื่อเทียบกับการริปแผ่นเสียง LP ด้วยวิธีการอื่น ๆ เช่นจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงสำเร็จรูปราคาย่อมเยาหรือโฟโนปรีแอมป์ตัวเล็ก ๆ บางรุ่นที่สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ทางพอร์ต USB ได้ด้วย เท่าที่ผมเคยลองเล่นลองฟังมาทั้งหมดไม่มีตัวไหนให้ไฟล์เสียงออกมาน่าประทับใจเท่า GT40a เลยครับ

โดยเฉพาะเรื่องของเนื้อเสียงที่แน่น เต็ม เข้มข้น ควรค่าแก่การริปจากแผ่น LP ที่คุณแสนจะหวงแหน โอเคว่าบางกรณีราคาของ GT40a อาจจะสูงกว่า แต่อย่าลืมว่าขณะเดียวกันคุณยังได้ USB DAC คุณภาพดีมาก ๆ มาพร้อมกันด้วยครับ

เมื่อคุณไม่ต้องเลือกระหว่างดิจิทัลและอะนาล็อก
จากที่ได้ลองเล่นลองฟังมาในช่วงเวลาร่วม ๆ 2-3 เดือน ผมว่า GT40a เป็นอะไรที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนที่เล่นทั้ง source อะนาล็อกและดิจิทัล

สำหรับคนที่เล่น LP เป็นหลักอยู่แล้ว ถ้ากำลังมองหาอุปกรณ์สำหรับใช้ริป LP นั้นออกมาเก็บไว้ในรูปแบบของไฟล์ดิจิทัลคุณภาพสูงเพื่อความสะดวกสำหรับการฟังหรือการใช้งานในโอกาสต่าง ๆ GT40a คือตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นลำดับต้น ๆ ในงบประมาณที่ย่อมเยาและคุ้มค่า

สิ่งที่ผ่านการพินิจพิจารณาจนกระทั่งมาเป็นข้อสรุปดังกล่าวไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขสเปคฯ หากแต่เป็นผลลัพธ์จากการใช้งานจริง

โดยส่วนตัวผมกำลังมีโปรเจ็กต์จะแบคอัพแผ่น LP ทั้งหมดที่มีเก็บเป็นไฟล์เสียง และนำไปใช้ประโยชน์ในโอกาสต่าง ๆ แน่นอนว่า GT40a คืออุปกรณ์ชิ้นแรกที่ผมจะเลือกใช้ในงานนี้ ทั้งในส่วนของการริปแผ่น LP และการมอนิเตอร์ฟังผลงานที่ริปออกมา

สำหรับคนที่ยังลังเลว่าจะเลือกเล่นไปทางไหนดีระหว่าง source ที่เป็นระบบอะนาล็อกอย่างเครื่องเล่นแผ่นเสียงและ source ที่เป็นระบบดิจิทัลสมัยใหม่ซึ่งสามารถถ่ายทอดความเป็นดนตรีด้วยรายละเอียดที่สูงจนน่าพึงพอใจทั้งคู่

อุปกรณ์ชิ้นนี้ทำให้คุณไม่ต้องเลือกครับเพราะมันรองรับทั้งสองอย่างเลย คุณสมบัติข้อนี้นี่เองที่ ADL สามารถทำให้ GT40a เป็นความแตกต่างที่โดดเด่นและคุ้มค่าจนต้องบอกว่า “highly recommended… แนะนำเป็นอย่างยิ่งครับ!”


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย :
บริษัท เคลฟ ออดิโอ จำกัด
โทร. 0-2932-5981-2
ราคา 20,600 บาท

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังเห่อระบบเสียง Lossless ใน Apple Music และงานบ้าน D.I.Y.

มนตรี คงมหาพฤกษ์