fbpx
REVIEW

รีวิว PSB : Imagine XB

ผมได้ยินชื่อของลำโพงยี่ห้อ PSB มาตั้งแต่ครั้งที่เริ่มสนใจเครื่องเสียงใหม่ๆ จากความทรงจำสีจางๆ ลำโพงยี่ห้อนี้เข้ามาทำตลาดในบ้านเรานานกว่า 20 ปีแล้ว และที่สำคัญทางโคไน้ซ์ฯ หรือบ้านทวาทศิน ยังคงเป็นตัวแทนจำหน่ายมาอย่างยาวนานเช่นกัน อย่างที่เขาว่า “ระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน”

ขณะที่ลำโพงบางยี่ห้อถูกเปลี่ยนมือเปลี่ยนเจ้าของหรือแม้กระทั่งตัวแทนจำหน่ายเป็นว่าเล่น แต่ลำโพงอย่าง PSB จากประเทศแคนาดา ยังคงยืนหยัดพิสูจน์สิ่งที่มาจากมันสมองของพอล บาร์ตัน (Paul Barton) ผู้ก่อตั้งและผู้ออกแบบลำโพงยี่ห้อนี้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1972 มาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อเร็วๆ นี้ผมไปสะดุดตากับลำโพงรุ่นหนึ่งของ PSB มันเป็นลำโพงเล็กที่ออกวางจำหน่ายมาแล้วพักหนึ่ง แต่มีคนพูดถึงมากมายเสียจนผมต้องหาโอกาสไปลองฟังด้วยตัวเองบ้างเพื่อหาคำตอบว่าเพราะอะไร… เพราะอะไรที่ทำให้ลำโพงตัวเล็กๆ อย่าง Imagine XB แทรกตัวขึ้นมาโดดเด่นอยู่ท่ามกลางตัวเลือกอีกมากมายในตลาด

ความแตกต่างที่มาจากจุดกำเนิดเดียวกัน
Imagine XB เป็นลำโพงเล็กเพียงหนึ่งเดียวใน Imagine Series ของ PSB มันถูกออกแบบมาบนพื้นฐานเดียวกับลำโพงรุ่นอื่นๆ ของ PSB นั่นคือมีจุดกำเนิดอยู่ที่สถาบันวิจัยแห่งชาติ หรือ National Research Council (NRC) ที่ประเทศแคนาดา

จากประวัติความเป็นมาเท่าที่ทราบสถาบันแห่งนี้ยังเป็นจุดกำเนิดของลำโพงสัญชาติแคนาดายี่ห้อดังอีกหลายยี่ห้อ แต่นี่ไม่ใช่การใช้แม่พิมพ์เดียวกันเพื่อปั้มสินค้าแบบเดียวกันออกมาเป็นจำนวนมาก แต่เป็นการใช้เครื่องมือพื้นฐานเช่นอุปกรณ์วัดและตรวจจับการทำงานของไดรเวอร์ ห้องไร้เสียงสะท้อน หรือเครื่องไม้เครื่องมืออื่นๆ ร่วมกัน โดยลำโพงแต่ละยี่ห้อต่างก็มีนักออกแบบของตัวเอง มีหลักการและความเชื่อในการออกแบบเป็นของตัวเอง

ดังนั้นลำโพงแคนาดาที่ว่าแต่ละยี่ห้อจึงมีแนวทางการออกแบบและการปรับแต่งน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลำโพง PSB Imagine Series นี้ก็เช่นกัน หากพิจารณาในรายละเอียดทั้งส่วนหลักและส่วนรองต่อจากนี้ไป คุณจะพบว่ามันเป็นลำโพงที่ใครมาลอกเลียนแบบได้ไม่ง่ายเลย Imagine XB เป็นลำโพงตู้เปิด 2 ทางที่มาพร้อมกับตัวตู้ขนาดกะทัดรัดที่มีปริมาตรเพียง 9.1 ลิตร และมีน้ำหนักข้างละ 5.6 กิโลกรัม (ถือว่าหนักเกินตัวพอสมควร)

ไดรเวอร์สองตัวที่ใช้เป็นไดรเวอร์ที่ทาง PSB พัฒนาขึ้นเอง ตัวทวีตเตอร์ขนาด 25 มิลลิเมตร (1 นิ้ว) ไดอะแฟรมเป็นแบบฮาร์ดโดมทำจากโลหะไทเทเนี่ยม ระบบแม่เหล็กเป็นแม่เหล็กแรงสูงนีโอไดเมียม ระบายความร้อนด้วยสารเหลวเฟอโรฟลูอิด

สำหรับไดรเวอร์เบส/มิดเรนจ์ขนาด 133 มิลลิเมตร (ประมาณ 5 นิ้วเศษ) ตัวไดอะแฟรมทำจากวัสดุโพลีพรอบพิลีนผนึกด้วยชั้นดิน/เซรามิก (Injection Moulded Clay/Ceramic reinforced Polypropylene Cone) ใจกลางเป็นเฟสปลั๊กโลหะทรงหัวกระสุน ขอบเซอร์ราวนด์เป็นยาง ระบบแม่เหล็กเป็นแบบแม่เหล็กคู่ (Dual Magnet)

ทวีตเตอร์โดมไทเทเนี่ยมขนาด 1 นิ้ว
วูฟเฟอร์กรวยโพลี่พรอบพิลีนผนึกด้วยวัสดุเซรามิค (Injection Moulded Clay/Ceramic reinforced Polypropylene Cone) ขนาด 5 นิ้วเศษ
ขอบเซอร์ราวนด์เป็นยางและใจกลางเป็นเฟสปลั๊กโลหะทรงหัวกระสุน
ท่อเปิดด้านหลังตู้และขั้วต่อสายลำโพงแบบซิงเกิ้ลไวร์

ไดรเวอร์ทั้งสองมีจุดตัดแบ่งความถี่ที่ 1,800Hz (ตัดค่อนข้างต่ำ แสดงว่าทวีตเตอร์โดมโลหะตัวนี้ต้องมีความถี่เรโซแนนซ์ต่ำมาก) โดยใช้วงจรตัดแบ่งความถี่เสียงแบบ LR4 (Fourth order Linkwitz–Riley crossover) โดยมีอัตราลดทอนสัญญาณ 24dB/octave ณ ความถี่จุดตัดซึ่งถือว่าตัดค่อนข้างชัน

โดยปกติแล้วลำโพงเล็กที่มีดีไซน์ทำนองนี้คือ หน้าตู้แคบ ใช้ไดรเวอร์ที่มีไดอะแฟรมทำจากวัสดุค่อนข้างแข็งและเบา ตัดแบ่งความถี่ค่อนข้างชัน ไม่ให้มีความถี่เหลื่อมกันมากนักระหว่างไดรเวอร์ทั้ง 2 ตัว มักจะคาดหวังเรื่องของความแม่นยำ โฟกัสและมิติของเสียงได้ดี นั่นคือความคาดหวังเบื้องต้นที่ผมมีต่อลำโพงคู่นี้

ฟังเสียงกันมากขึ้น รู้จักกันมากขึ้น
ผมออกจะโชคดีไม่น้อยที่ลำโพง Imagine XB คู่ที่ได้รับมารีวิวนี้เป็นลำโพงที่ทางโคไน้ซ์ฯ เขาใช้เปิดสาธิตเสียงให้กับลูกค้าที่โชว์รูมอยู่แล้ว พอมาถึงผมก็แทบไม่ต้องห่วงเรื่องของการเบิร์นองเบิร์นอินอะไรแล้วครับ เบื้องต้นที่ต้องพิจารณาก็มีแค่ใช้แอมป์อะไรดี

จากสเปคฯ ที่เขาแนะนำเอาไว้ลำโพงคู่นี้มีความไวอยู่ที่ 87dB (เมื่อวัดในห้องไร้เสียงสะท้อน) และ 89dB (เมื่อวัดในห้องฟังทั่วไป) ลำโพงมีอิมพิแดนซ์เฉลี่ย 8 โอห์ม (ต่ำสุด 4 โอห์ม) ช่วงกำลังขับของแอมป์ที่แนะนำให้ใช้คือ 20-150 วัตต์ ลำพังตัวเลขความไวที่ 87dB เป็นอะไรที่ดูน่าเป็นห่วงอยู่พอสมควรว่าต้องใช้แอมป์ขนาดไหนมาขับดี แต่ถ้าพิจารณาร่วมกับพารามิเตอร์อื่นๆ ก็ยังถือว่าพอจะเบาใจได้บ้าง ทั้งความที่เป็นลำโพงตู้เปิด เรื่องของอิมพิแดนซ์ที่ไม่ถือว่าโหดนัก

ผมได้ลองใช้แอมป์เซอร์ราวน์รุ่นกลางๆ ของ Onkyo และ Pioneer ลองขับดูในโหมดเสียงสเตริโอก็ถือว่าขับได้อย่างสบายๆ หรือจะเป็นอินทิเกรตแอมป์สเตริโอที่มีกำลังขับแค่ 35 วัตต์ (ที่โหลด 8 โอห์ม) แต่มีกำลังสำรองดีเยี่ยมเบิ้ลกำลังได้เป็นเท่าตัวที่โหลด 4 โอห์มอย่าง Marantz HD-AMP1 ก็ขับลำโพงคู่นี้ได้อย่างสบายๆ น้ำเสียงมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ดีมาก สมดุลเสียงน่าฟังและต่างช่วยส่งเสริมจุดเด่นซึ่งกันและกัน

ลำโพง Imagine XB ขณะลองฟังในห้องฟัง
ของเรา ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ในซิสเตม

หลังจากได้สลับสับเปลี่ยนแอมป์มาลองกับ Imagine XB ผมรู้สึกชอบพอเสียงของลำโพงคู่นี้เป็นพิเศษเมื่อมันจับคู่กับอินทิเกรตแอมป์เมดอินไทยแลนด์คุณภาพระดับส่งออกอย่าง Clef Audio รุ่น Soloist 50 ซึ่งมีกำลังขับข้างละ 50 วัตต์ที่โหลด 8 โอห์ม และเบิ้ลได้เป็นเท่าตัวที่โหลด 4 โอห์มเช่นกัน แอมป์ Soloist 50 ไม่เพียงแต่ขับลำโพง Imagine XB ได้สบายๆ แต่น้ำเสียงของมันยังแมตช์กันอย่างลงตัวราวกับถูกออกแบบขึ้นมาให้เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

มวลเนื้อเสียงที่เข้มข้นโดยเฉพาะในย่านความถี่กลางต่ำลงไปของแอมป์มีส่วนช่วยสนับสนุนให้ลำโพงเล็กคู่นี้ถ่ายทอดอารมณ์และสีสันของดนตรีออกมาอย่างชัดเจนตลอดการฟัง ทั้งในคาบของการฟังเพื่อรีวิวหรือช่วงเวลาอื่นๆ นอกเหนือจากนั้น

จากการประเมินของผมลำโพงคู่นี้น่าจะเหมาะกับชุดเครื่องเสียงสเตริโอที่อยู่ในห้องหรือพื้นที่ขนาดเล็กเช่น ห้องขนาด 3×5 เมตรหรือใกล้เคียงกัน มันหลวมไปสักหน่อยเมื่ออยู่ในห้องฟังทดสอบของเรา แต่บรรเทาได้ด้วยการนั่งฟังแบบ near-field หรืออาจจะเสริมด้วยซับวูฟเฟอร์อีกสักตัวอย่างที่ผู้ผลิตเขาแนะนำเอาไว้ในคู่มือ

ในห้องฟังของเรา ผมได้ระยะวางลำโพงซ้าย/ขวาห่างกัน 156 เซ็นติเมตร ลำโพงทั้งสองวางห่างจากผนังด้านหลังลำโพง 133 เซ็นติเมตรโดยประมาณ ลำโพงวางบนขาตั้งมวลปานกลางของยี่ห้อ Rezet ความสูง 24 นิ้ว ที่ระยะห่างผนังหลังน้อยกว่านี้ก็เป็นไปได้เหมือนกันครับแต่เหมาะกับการฟังแบบไม่จริงจังในเรื่องรายละเอียดหรือมิติเสียงมากนัก สมดุลเสียงจะมีเนื้อที่อิ่มหนาขึ้นมาอีกเล็กน้อย ทุ้มลึกๆ ถูกเน้นมากขึ้น

การวางในลักษณะดังกล่าวอาจจะเหมาะกับพื้นที่ที่เปิดโล่งมากกว่าในห้องฟังที่เป็นกิจลักษณะเช่นนี้ นอกจากอุปกรณ์ร่วมในซิสเตมดังที่ได้เรียนเอาไว้ข้างต้น ชุดหลักที่ผมใช้ในการรีวิวลำโพงคู่นี้ผมเลือกใช้ทั้ง source ระบบดิจิตอลและอะนาล็อก ได้แก่สตรีมเมอร์ยี่ห้อ BlueSound รุ่น Node 2 และเครื่องเล่นแผ่นเสียงยี่ห้อ Sony รุ่น PS-HX500 (ต่อไลน์เอาต์ออกมาและใช้ภาคโฟโนปรีแอมป์ในตัว PS-HX500)

มิติเสียง…ว้าว รายละเอียดเสียง…โอ้โฮ
ซิสเตมที่ใช้รีวิวลำโพงคู่นี้ทำให้ผมได้หยิบแผ่นเสียงเก่าๆ ที่คิดถึงมาฟังซึ่งส่วนมากจะเป็นเพลงไทย น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยจากลำโพงของ PSB มิได้มีอะไรผิดไปจากความคาดหวัง เพลงไทยเพราะๆ ใสๆ จากอัลบั้ม รับแขก ของคุณศุ บุญเลี้ยง ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ของผมสำหรับลำโพงในระดับราคาหมื่นต้นๆ เป็นลำโพงที่ให้เสียงมีรายละเอียดดีมาก เป็นรายละเอียดที่รู้สึกได้ถึงความพอดี ไม่ขาดไม่เกิน

ฟังช่วงแรกจะแค่รู้สึกว่าเพลินดี เมื่อนั่งฟังต่อไปมันจะไพเราะมากขึ้นเรื่อยๆ มีเสียงกีตาร์ที่หวานหู เสียงร้องที่มีจิตวิญญาณ มีอารมณ์ร่วม รู้สึกได้ถึงการควบคุมลมหายใจโดยเฉพาะในเพลง ‘อิ่มอุ่น’ ที่ขับร้องโดยคุณกาเหว่า ไทละเมอ

ขนาดของลำโพงไม่ใช่อุปสรรคของการถ่ายทอด
ความสุนทรีจากปลายเข็มเครื่องเล่นแผ่นเสียง

อารมณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นในระหว่างการฟังแผ่นเสียงชุดอื่นๆ ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะแผ่นที่ผมฟังบ่อยๆ อย่างอัลบั้ม JT ของ James Taylor หรือแผ่นเสียงอัลบั้ม Come Away with Me ของ Norah Jones นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้ยินอะไรน่าฟังอย่างนี้ แต่เป็นครั้งแรกสำหรับลำโพงในงบประมาณนี้

มันเป็นความน่าประทับใจเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการรีวิวลำโพงขนาดย่อมราคาไม่รบกวนกระเป๋าเงินมากนักคู่นี้ ในห้องฟังที่มีการปรับอะคูสติกเช่นนี้ลำโพง PSB Imagine XB ได้เผยความโดดเด่นในแง่ของมิติเสียงออกมาได้อย่างน่าทึ่ง มันทำให้ผมนึกถึงลำโพงมิติเสียงยอดเยี่ยมในอดีตอย่าง ProAc Respose 1sc ที่มีราคาสูงกว่าพอสมควร

เสียงของลำโพงสองรุ่นนี้ไม่เหมือนกันหรอกครับ แต่ฟังแล้วมิติเสียงของมันสะดุดหูผม ไม่แน่ใจว่าเป็นความบังเอิญหรือเปล่าที่ลำโพงทั้งคู่เป็นลำโพงเล็กที่ใช้ไดรเวอร์เสียงกลาง/ทุ้มที่มีดีไซน์ระบบมอเตอร์และไดอะแฟรมเป็นแบบมีเฟสปลั๊กเหมือนกันซะด้วย ที่ว่ามิติเสียงสะดุดหูในที่นี้คือ เสียงที่ออกมามันหลุดตู้ได้ง่ายมาก มันสามารถยิงเสียงออกไปวางตัวในตำแหน่งต่างๆ ได้อย่างอิสระ

อ้างอิงจากการฟังอัลบั้ม Jangala ของ Brent Lewis ผ่านการสตรีมจาก TIDAL ด้วยคุณภาพระดับ Lossless CD Quality ดนตรีที่ตั้งใจมิกซ์มาให้โชว์มิติของชิ้นดนตรีเช่นนี้เป็นอะไรที่ฟังชัดมากโดยเฉพาะในเพลง ‘Bongo Bird’ หลายเสียงวางตัวฉีกห่างออกไปจากตำแหน่งวางลำโพงเลยพ้นกำแพงห้องออกไปเลยก็มี

ลักษณะการให้รูปวงของเวทีเสียงจากลำโพงคู่นี้อาจจะไม่ได้อลังการใหญ่โตเหมือนลำโพงขนาดใหญ่ ทว่าตัวเสียงที่ปรากฏมันเป็นอะไรที่ชัดเจน แม่นยำ และมีรายละเอียดน่าฟัง คุณลักษณะเช่นนี้เหมาะมากกับดนตรีแจ๊ซน้อยชิ้นที่มักจะเน้นการอิมโพรไวส์ ขณะที่ฟังเราจะเพลิดเพลินกับเสียงได้ง่ายมากๆ ราวกับว่ากำลังชมการแสดงสดอยู่

อย่างเช่น อัลบั้ม Bria ของศิลปินสาวมากความสามารถชาวแคนาดา Bria Skonberg (ทั้งร้องและเป่าทรัมเป็ต) เสียงที่ฟังผ่าน Imagine XB ออกมาครบถ้วนทั้งความสด บรรยากาศและรายละเอียดเล็กๆ น้อยของทั้งเสียงร้องและเสียงชิ้นดนตรีต่างๆ ตั้งแต่เสียงที่เด่นชัดอย่างช่วงโซโล่ทรัมเป็ต เสียงไวบราโฟนหรือเสียงไม้กลองเคาะเบาๆ ที่ฉาบ มันชัดและใสกิ๊งเลยทีเดียว

ไดรเวอร์ทั้งสองตัวที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว

อ้อ… เสียงที่ฟังมาทั้งหมด ‘ไม่มี’ ช่วงใดเลยที่ทำให้ผมสะดุดหู (ในเชิงลบ) ว่านี่คือเสียงของทวีตเตอร์โดมไทเทเนี่ยมซึ่งมักจะมีบุคลิกเฉพาะตัวออกไปทางเจิดจ้าเจือปนความก้าวร้าวอยู่บ้าง มากน้อยตามคุณภาพของตัวไดรเวอร์เอง ซึ่งถ้าเอาเสียงของลำโพงคู่นี้เป็นมาตรฐานต่อจากนี้ไปใครทำลำโพงที่ใช้ทวีตเตอร์โดมไทเทเนี่ยมออกมาแล้วเสียงยังเป็นแบบเดิมๆ อยู่อีก… ผมจะถือว่าไม่ทันสมัยเอาซะเลย (เชยมาก)

ว่าด้วยความถี่ต่ำจากลำโพงเล็ก… ปริมาณหรือคุณภาพ?
ปกติเวลาทดสอบลำโพงเล็กๆ ผมมักไม่ค่อยคาดหวังเรื่องเสียงทุ้มมากนักเพราะเข้าใจว่ามันฝืนลักษณะทางกายภาพของตัวลำโพงเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าสมัยนี้ลำโพงเล็กหลายรุ่นให้เสียงทุ้มน่าทึ่งมาก ทว่าก็ต้องพิจารณาอีกว่าน่าทึ่งในแง่มุมใด… ปริมาณหรือคุณภาพ?

สำหรับ Imagine XB ผมฟังแล้วบอกได้เลยครับว่าลำโพงรุ่นนี้เขาเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ไม่ได้หมายความว่าทุ้มของมันมีน้อย มันมีอย่างพอเหมาะพอสม อย่างน้อยฟังแล้วก็ไม่ถึงขั้นต้องตำหนิว่าทุ้มน้อยเกินไป ขณะเดียวกันก็ฟังแล้วก็ไม่ได้รู้สึกทึ่งจนต้องร้องว่า โอ้โฮ… ลำโพงตัวแค่นี้ให้เสียงทุ้มเหลือกินเหลือใช้ เสียงทุ้มของมันค่อนข้างเป็นธรรมชาติเลยทีเดียวสำหรับไดรเวอร์ขนาดแค่ 5 นิ้วกว่าๆ เช่นนี้

ตามสเปคฯ ของ Imagine XB ระบุว่ามันมีช่วงความถี่ตอบสนองตั้งแต่ 55-23,000Hz (+/- 3dB, วัดในแนวแกน) สอดคล้องกับความเป็นจริงที่มันมีเสียงทุ้มลึกอันบางเบาเนื่องมาจากข้อจำกัดทางกายภาพ วางลำโพงใกล้ผนังก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก อย่างที่ได้เรียนไว้แต่ต้นว่าแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มซับวูฟเฟอร์น่าจะเหมาะสมกว่า หรือถ้าห้องมีขนาดใหญ่พอก็เล่นรุ่นตั้งพื้นของเขาไปเลย

กลับมาที่ Imagine XB การถ่ายทอดเสียงทุ้มที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ยกตัวอย่างได้ชัดเจนที่สุดจากการฟังเสียงอะคูสติกเบสในเพลง ‘Tango Till They’re Sore’ จากอัลบั้ม Secular Hymns ของศิลปิน Madeleine Peyroux (ไฟล์ Hi-Res 24bit/96kHz) รายละเอียดของเนื้อเสียงและการตอบสนองความถี่ต่ำของอะคูสติกเบสแทบไม่มีอะไรให้ต้องตำหนิ ขาดตกไปบ้างก็เพียงฐานฮาร์มอนิกของความถี่ต่ำจึงทำให้เสียงเบสอาจจะฟังดูย่อส่วนมาจากขนาดปกติ

ด้านความอิ่ม ความอวบของเสียงที่เกิดจากเรโซแนนซ์ในตัวอะคูสติกเบสมีลักษณะบางเบาลงไป แต่รายละเอียดการสั่นของเส้นสาย ฟิลลิ่งของการขยับขับเคลื่อนของคันชักที่สีลงไปบนสายเบสยังคงถูกถ่ายทอดออกมาให้ได้ยินตลอดการฟัง อาจจะไม่ได้ถึงขั้นต้องบอกว่า ‘มหัศจรรย์’ แต่อย่างน้อยก็ต้องบอกว่า ‘ไม่ธรรมดา’ เลยล่ะครับ

เมื่อได้รับการสนับสนุนที่ดีจากอิเล็กทรอนิกส์ต้นทาง
Imagine XB ก็พร้อมจะมอบความสุขทางเสียงดนตรีได้ทุกเมื่อ

อีกตัวอย่างคือ เสียงทุ้มในเพลง ‘Spanish Harlem’ ของ Ben E. King จากอัลบั้มชื่อเดียวกับเพลง (ไฟล์ MQA ที่สตรีมจาก TIDAL) สำหรับดนตรีที่บันทึกเสียงมาแบบวินเทจอย่างนี้ ไม่ได้เน้นความดุดันตึงตังอะไรมากมาย เสียงทุ้มจาก Imagine XB ถือว่ามี ‘ปริมาณ’ ไม่เป็นรอง ‘คุณภาพ’ เลย แต่ก็ต้องเรียนตามตรงว่าถ้าหากเป็นดนตรีแนวร็อคโยกหัว หรือดนตรีอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ที่ฟังแล้วชวนให้เส้นสายกระตุกลุกขึ้นมาเต้นรำแล้วล่ะก็ แนะนำให้เพิ่มซับวูฟเฟอร์อีกตัวน่าจะดีกว่าครับ

ความเห็นโดยสรุป
PSB Imagine XB เป็นลำโพงที่มีพื้นฐานดีเยี่ยม ข้อจำกัดต่างๆ ของมันโดยมากเป็นผลพวงมาจากขนาดทางกายภาพทั้งสิ้น เป็นลำโพงเล็กที่มีสมดุลเสียงดี เสียงไม่หนาไม่บาง แต่ให้เสียงทุ้มที่ค่อนข้างจำกัดสักหน่อยในย่านทุ้มลึก

การถ่ายทอดมิติเสียงเข้าขั้นยอดเยี่ยม ความยากในการหาแอมป์มาขับอยู่ในระดับปานกลาง ดนตรีที่เหมาะมากสำหรับลำโพงคู่นี้แบบว่าฟังแล้วฟินสุดๆ ก็คือ แจ๊ซ หรือ ป๊อป ที่ไม่เน้นความหนักหน่วงรุนแรง ถ้าทั้งหมดนี้คือความต้องการของคุณแล้วล่ะก็ ผมบอกได้เลยครับว่า… จดชื่อ Imagine XB ใส่ไว้ในกลุ่ม ‘best buy’ ได้เลย


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท โคไน้ซ์ อีเล็คโทรนิค จำกัด (บ้านทวาทศิน)
โทร. 0-2276-9644
ราคา 12,900 บาท/คู่

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังเห่อระบบบันทึกเสียงและไมโครโฟนแบบมืออาชีพ