มาทำความรู้จัก ‘Libra’ สกุลเงินดิจิทัลตัวใหม่จากค่าย Facebook

ยุคนี้เรื่องของสกุลเงินดิจิทัล (cryptocurrency, crypto, คริปโต) เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการเข้ามา disrupt ธุรกิจการเงิน หรือว่ามูลค่าของสกุลเงินดิจิทัลต่าง ๆ (Bitcoin, Litecoin, Dash, Zcash, Zcoin ฯลฯ) ที่ยังคงผันผวนได้อยู่ตลอดเวลา

ล่าสุดวันนี้ Facebook ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดังได้ประกาศเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลตัวใหม่ในชื่อ ลิบร้า ‘Libra’

ก่อนที่จะถึงเวลาได้ใช้งานจริง เราจะมาทำความรู้จักกับเจ้าสกุลเงินดิจิทัล (บางครั้งในบทความจะขอเรียกอย่างย่อว่า คริปโต) ตัวใหม่นี้กัน

Facebook จริงจังแค่ไหนกับวงการคริปโต ?
ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน ในปีค.ศ.2014 ทางเฟซบุ๊กได้ว่าจ้างนายเดวิด มาคัส อดีตประธานของ PayPal มาช่วยสานต่อการพัฒนาแอปฯ Messenger

ในฐานะที่เคยทำงานด้านธุรกรรมออนไลน์มาก่อน นายมาคัส จึงไม่ใช่หน้าใหม่สำหรับวงการคริปโตแต่อย่างใด

นอกจากนั้นเขายังเป็นที่ปรึกษาให้กับ Coinbase เว็บเทรดคริปโตระดับโลกด้วย การจ้างนายมาคัสครั้งนี้จึงชัดเจนว่าทางเฟซบุ๊กกำลังหมายตาที่จะเข้าสู่วงการคริปโตกับเขาด้วย

เดือนธันวาคม ปี 2018 เฟซบุ๊กได้ประกาศว่ากำลังวางแผนพัฒนาคริปโตเพื่อใช้งานในแอปฯ สนทนาชื่อดังอย่าง WhatsApp ของตัวเอง โดยเริ่มต้นโฟกัสไปที่ประเทศอินเดีย

จากนั้นทางเฟซบุ๊กก็ได้วางแผนไว้ว่าในปี 2019 นี้ พวกเขาจะมีคริปโตตัวใหม่ที่ตั้งใจให้แจ้งเกิดและกลายเป็นเบอร์หนึ่งสำหรับธุรกรรมออนไลน์บนโลกใบนี้

Libra โดย Facebook
ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเฟซบุ๊กได้จดทะเบียน Libra Networks LLC เอาไว้ที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หนึ่งในประเทศที่มีกฎระเบียบที่เป็นมิตรมากที่สุดสำหรับการสร้างคริปโต เพื่อสร้างสกุลเงินดิจิทัลใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า ‘Libra’

จากเอกสารไวต์เปเปอร์ไวต์เปเปอร์ของ Libra ทางสมาคม Libra Association ได้ประกาศเอาไว้ว่า

“ภารกิจของ Libra คือ การเปิดใช้สกุลเงินดิจิทัลที่แพร่หลายไปทั่วโลก และมีโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเอื้อประโยชน์สำหรับผู้คนหลายพันล้านคน”

สกุลเงินดิจิทัลใหม่จะถูกสร้างขึ้นบน Libra Blockchain สนับสนุนโดย Libra Reserve และควบคุมโดย Libra Association

เหรียญลิบร้าทำอะไรได้บ้าง ?
เหรียญลิบร้าสามารถใช้โอนเงินระหว่างบุคคลได้, ใช้ชำระสินค้าในเชิงพาณิชย์ได้ และใช้ในการซื้อแอปฯ หรือเกมได้

ในเอกสารไวต์เปเปอร์ของ Libra ได้แถลงเอาไว้ว่า

“โลกต้องการสกุลเงินดิจิทัลที่มีโครงสร้างพื้นฐานน่าเชื่อถือ เพื่อนำไปสู่การทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์โดยสมบูรณ์แบบหรือ ‘the internet of money’”

นอกจากนั้นแล้ว Libra Blockchain หรือระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ของลิบร้านั้นจะเป็นแบบ open-source ซึ่งอนุญาตให้นักพัฒนาสามารถเข้าร่วมสร้างหรือต่อเติมได้

มาทำความรู้จักกับ Libra Association
Libra Association คือองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหาผลกำไร มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยสมาชิกของ Libra Association ประกอบไปด้วยธุรกิจหลายภาคส่วน หลากหลายองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร รวมทั้งสถาบันการศึกษา

สมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งประกอบไปด้วย:

กลุ่มธุรกรรมทางการเงิน:
Mastercard, PayPal, PayU, Stripe, Visa

กลุ่มเทคโนโลยีและตลาดสินค้า:
Booking Holdings, eBay, Facebook/Calibra, Farfetch, Lyft, MercadoPago, Spotify AB, Uber Technologies, Inc.

กลุ่มธุรกิจสื่อสาร:
Iliad, Vodafone Group

กลุ่ม Blockchain:
Anchorage, Bison Trails, Coinbase, Inc., Xapo Holdings Limited

กลุ่มนักลงทุน:
Andreessen Horowitz, Breakthrough Initiatives, Ribbit Capital, Thrive Capital, Union Square Ventures

กลุ่มองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร และสถาบันการศึกษา:
Creative Destruction Lab, Kiva, Mercy Corps, Women’s World Banking

ที่ผ่านมาเฟซบุ๊กตกเป็นข่าวลือว่ากำลังระดมทุนกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับโครงการนี้พร้อมทั้งยังวางแผนหาพันธมิตรใหม่นอกเหนือจากที่มีอยู่

โดยมีรายงานแถลงออกมาว่าพันธมิตรแต่ละรายร่วมลงทุนกันคนละ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ

เท่ากับว่าในเวลานี้ทางเฟซบุ๊กได้ยอมรับกับความเสี่ยงระดับสูงสุดสำหรับการทำธุรกิจคริปโตแล้ว

ซึ่งที่ผ่านมาเฟซบุ๊กก็ได้ตอบรับกับความท้าทายนี้ด้วยการมีจำนวนฐานผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ของตัวเองอยู่แล้วเป็นจำนวนมหาศาลถึง 2,400 ล้านรายต่อเดือน

นอกจากนั้น Libra Association ยังประกอบไปด้วยพันธมิตรที่เป็นเครือข่ายของธุรกิจการชำระเงินอยู่ด้วย จึงชัดเจนว่าพวกเขาจะร่วมกันผลักดันสกุลเงินลิบร้าแทนที่จะเป็นคู่แข่งคอยขัดขากัน

Libra จะเป็นศูนย์กลางของวงการคริปโตหรือไม่ ?
จากข่าวอื้อฉาเมื่อเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับ Cambridge Analytica ที่ระบุว่าทางบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลได้นำข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กกว่า 50 ล้านรายไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม

ทำให้ทางมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเฟซบุ๊กในฐานะผู้ดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าได้ใช้อำนาจของเขาในทางที่ผิด

แม้ว่าทางมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เคยออกมาให้คำมั่นสัญญาหลายครั้งหลายคราว่าจะทำให้เฟซบุ๊กจะทำหน้าที่ได้อย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ผู้ใช้หลายคนก็ขาดความเชื่อมั่นในแพลตฟอร์มนี้ไปแล้ว

หนึ่งในความดึงดูดของการใช้ cryptocurrencies และ blockchain นั่นคือความคิดที่ว่าไม่มีหน่วยงานส่วนกลาง (เช่น ธนาคารหรือรัฐบาล) คอยเข้ามาควบคุมการเงินของเรา

ด้วยประวัติของการใช้อำนาจในทางที่ไม่เหมาะในอดีต ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าทางเฟซบุ๊กกำลังคิดจะใช้ Libra รวบรวมข้อมูลทางการเงินของผู้ใช้เพื่อประโยชน์ของตัวเองด้วยหรือเปล่า

ด้วยเหตุนี้ทางเฟซบุ๊กจึงเลือกที่จะไม่ควบคุมเหรียญลิบร้าเองโดยตรง แต่แบ่งปันการควบคุมร่วมกันกับสมาชิกของ Libra Association ซึ่งมีสมาชิกบางรายมีบทบาทเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินอยู่แล้ว จึงเป็นอะไรที่ลงตัวกันพอดี

ทำความรู้จัก Calibra
คาลิบร้า ‘Calibra’ คือ wallet หรือกระเป๋าสำหรับเก็บเหรียญลิบร้า การใช้งานคาลิบร้าจำเป็นต้องให้ผู้ใช้งานทุกคนระบุตัวตน (Identification) และพิสูจน์ตัวตน (Verification) เหมือนกระบวนการทำธุรกรรมทางการเงินปกติทั่วไป

คาลิบร้าอาจมาในรูปแบบของแอปพลิเคชันแยกต่างหาก หรือรวมอยู่กับแอปฯ Messenger หรือ WhatsApp

แอปพลิเคชันนี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้โอนเงินให้กันระหว่างบุคคล และใช้จ่ายค่าธุรกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

ส่วนเรื่องของค่าธรรมเนียมการใช้งานนั้นในเวลานี้ยังไม่ได้มีการประกาศออกมาชัดเจน เพียงแต่บอกว่าจะเป็นราคาที่เหมาะสมอย่างแน่นอน

Bitcoin และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ จะเป็นอย่างไร ?
ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าหลังจากที่เฟซบุ๊กเปิดตัว Libra จะส่งผลกระทบสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ อย่างไรบ้าง

แม้ว่าที่ผ่านมาตลาดจะตอบสนองในเชิงบวกกับข่าวการที่ Bitcoin มีมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงสุดของในปีนี้ แต่เพื่อให้ไม่เกิดสิ่งที่เรียกว่าการผูกขาดอยู่รายเดียว การมาของสกุลเงินดิจิทัลตัวใหม่ก็อาจได้รับการตอบรับง่ายกว่าที่คาดไว้ก็เป็นได้

เพราะเพียงแค่การประกาศเปิดตัว Libra ก็ส่งผลให้หุ้นของเฟซบุ๊กทะยานขึ้นอย่างน้อย 4.84% แล้วในเวลานี้ (ขณะที่ต้นฉบับรายงานข่าวนี้ถูกนำเสนอ)

อีกทั้งตอนนี้ตามชุมชนออนไลน์ต่าง ๆ ที่มีการพูดคุยเกี่ยวกับคริปโตต่างก็ยกเรื่องนี้มาเป็นหัวข้อสำคัญในการสนทนา และหลายคนเฝ้ารอวันที่ Libra เปิดใช้งานจริง แม้ว่าทางเฟซบุ๊กจะยังไม่ยืนยันวันและเวลาในเปิดใช้งานจริงอย่างเป็นทางการก็ตาม


ข้อมูลอ้างอิงจาก: Forbes, Libra, Facebook

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide

สื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนวัตกรรมในกลุ่มสินค้าเครื่องเสียงไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ไอทีมัลติมีเดีย ตลอดจนสินค้านวัตกรรมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพ

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide