รีวิว Soundcast : VG3

“คุ้มครับซื้อเถอะ”

จริง ๆ ผมอยากเขียนถึงลำโพงรุ่นนี้แค่นี้แหละครับ แต่เกรงว่าทางกองบรรณาธิการจะเลิกส่งของมาให้ทดสอบ สุดท้ายเลยต้องมาเขียนรีวิวการใช้งานจริงของ Soundcast VG3 กันสักหน่อย

ดีไซน์
รีวิวนี้ขอมาแบบเน้น ๆ เนื้อ ๆ เริ่มกันที่ดีไซน์เลย ผมขอบอกว่า เอ่อ…สำหรับผมส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบลำโพงที่ออกแบบมาเป็นแท่ง ๆ ตั้ง ๆ เลยครับสารภาพ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเทรนด์การดีไซน์ลำโพงไร้สายยุคใหม่จะมาทางนี้กันหมด อาจจะด้วยที่ต้องการออกแบบเสียง 360 องศากันเลยต้องออกแบบตัวลำโพงมาประมาณนี้

และใช่ครับในเรื่องเสียงของ Soundcast VG3 นั้นถูกดีไซน์มาให้เป็นแบบสเตอริโอ 360 องศา (360°, omni-directional sound) ก็เลยเห็นหน้าตาเป็นแท่งตั้ง ๆ แบบนี้

หน้าตรง ดูไปดูมา ก็เท่ไม่เบานะ

สำหรับดีไซน์ขอย้ำอีกครั้งว่าส่วนตัวนะครับ ผมไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ แต่เอาจริง ๆ อยู่ด้วยกันไปสักพักผมก็เริ่มชินนะครับไม่รู้สึกแปลกตาเหมือนตอนเห็นทีแรก

อ้อ… อีกอย่างที่ผมคิดเอาเองว่าทำไมมันต้องออกมาเป็นทรงนี้ก็เพราะเค้ามี วูฟเฟอร์ขนาด 3 นิ้วแบบช่วงชักยาว (3″ long-throw woofer) ที่ถูกออกแบบให้ยิงเสียงลงด้านล่างด้วยนั่นแหละ ซึ่งขอบอกว่าเด็ดดวงจริง ๆ เดี๋ยวไปเล่าอีกทีตอนท้าย

ปุ่มสัมผัสแสนนุ่มนวล
ลำโพงตัวนี้มีปุ่มควบคุมด้านบนครับ จะเรียกปุ่มก็ไม่ได้เพราะมันกดลงไปไม่ได้ต้องใช้สัมผัสเอา ซึ่งคำว่าสัมผัสของผมคือสัมผัสจริง ๆ นะ

คือแกะกล่องมาตอนแรกผมไม่รู้ก็กดอยู่นั้นลำโพงมันก็ไม่เปิดสักที จนเอามือไปแตะค้างไว้เบา ๆ ลำโพงถึงเปิด แหม่…เป็นลำโพงที่ต้องการความนุ่มนวลเสียจริงครับ

ระบบสัมผัสแบบ capacitive ที่เราใ้ช้เพียงปลายนิ้วอันนิ่มนวลระบบก็พร้อมทำงาน

เชื่อมต่อไร้สายระดับเทพ
Soundcast VG3 เป็นลำโพงบลูทูธที่รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธคุณภาพสูงทั้ง Hi-Def AAC, aptX และ aptX Low Latency เลยนะครับผม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไร้สายที่รองรับบิทเรตสูงยอดนิยมในตลาดตอนนี้นั่นเอง

ยังไม่หมดนะ เจ้า Soundcast VG3 เนี่ยสามารถเชื่อมต่อกันเองสองตัวเพื่อฟังเป็นสเตอริโอได้ด้วย ! ซึ่งเป็นเทคโนโลยี TrueWireless Stereo (TWS) ของทาง Qualcomm เหมือนอย่างในลำโพงรุ่น VG1 แต่ในการรีวิวนี้ผมได้มาตัวเดียวครับฟังก์ชันนี้ก็เลยไม่มีโอกาสได้ลองใช้งานกัน

มี NFC ด้วย เอาโทรศัพท์มาแตะก็เชื่อมต่อได้เลย

ขอแถมเรื่องแบตเตอรี่ ข้างกล่องเค้าเคลมมาว่าใช้กันยาว ๆ 15-21 ชั่วโมง ซึ่งถ้าใครเคยอ่านรีวิวของผม ถ้าเป็นหูฟังเคลมมาขนาดนี้เจอผมลองของแน่นอน แต่สำหรับลำโพงผมขอยอมแพ้ครับ ลูกยังเล็กเปิดทิ้งไว้ไม่ได้จริง ๆ

แต่จากการทดสอบเป็นอาทิตย์ ฟัง ๆ ปิด ๆ ก็พบว่าแบตไม่หมดนะครับ เรียกว่าอึดใช้ได้เลยล่ะ

ถึก ทน พกพาคู่ใจไปได้ทุกที่ !
ในด้านความทนทานต่อสภาพแวดล้อมลำโพง Soundcast VG3 นี่ได้เรท IP64 เลยนะครับ คือ ป้องกันฝุ่นร้อยเปอร์เซ็นต์ ป้องกันน้ำกระเซ็น แถมทนอากาศโหด ๆ ได้สบาย ทนสภาพอากาศร้อนได้ถึง 60 องศาเซลเซียส ทนอากาศหนาวได้ถึง -20 องศาเซลเซียส และแน่นอนครับผมก็ไม่รู้จะเอา Soundcast VG3 ไปลองที่ไหนเหมือนกัน (ฮา)

ความจริงคืออยากจะลองของเหมือนกันนะครับพวก IP64 เนี่ย แต่ทำได้เต็มที่ก็เอาไปเปิดหน้าบ้านกลางแดดร้อน ๆ เอาสายยางฉีดน้ำผ่าน ๆ ซึ่งก็รอดมาได้ไม่มีปัญหาอะไรครับสบายใจได้

เสียง
ขอเข้าเรื่องสำคัญเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ผมลืมความไม่ปลื้มในเรื่องดีไซน์ (สำหรับผม) ไปเลย Soundcast VG3 ใช้ไดรเวอร์ฟูลเรนจ์ขนาด 1.5 นิ้ว 2 ตัว และวูฟเฟอร์ขนาด 3 นิ้วยิงลงด้านล่างหนึ่งตัว ขับด้วยภาคขยายเสียงระบบ Bi-Amp Class D 30W (แยกเป็น 20W + 10W)

พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก ! ความรู้สึกแรกเมื่อผมลองฟังเพลงจากเจ้า Soundcast VG3 ให้เสียงเกินตัวเลย คือเอาตรง ๆ ตอนจะเริ่มทดสอบผมแค่เปิดกล่องมาหาวิธีเปิด เชื่อมบลูทูธแล้วกะจะลองฟังผ่าน ๆ สักรอบก่อน แต่พอเปิดฟังแล้วถึงกับต้องฟังต่อเพราะเสียงมันดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลยครับ

คือผมฟังเพลงจาก Spotify ธรรมดา ๆ จาก iPhone คู่ใจเครื่องเดิมของผมนี่แหละ แต่มันให้เสียงที่ผมไม่เคยได้ยินจากลำโพงพกพาไร้สายในราคาใกล้ ๆ กันมาก่อนเลย มิติเสียงดีมาก เสียงร้องนี่เด่นมาเลย และที่สำคัญย่านเสียงทุ้มมันมาแบบหนักแน่น เน้น ๆ มาแบบจับต้องได้เลย ไม่ใช่ลอยมาบวม ๆ เบลอ ๆ จับรายละเอียดอะไรไม่ได้

มีอินพุตสำหรับขั้วต่อ 3.5mm มาให้ด้วย

และนั่นเป็นที่มาของการค้นพบทางสว่างของผมด้วยครับ นั่นก็คือผมมีปัญหากับการดูทีวีตอนดึก ๆ มาก เพราะที่นั่งกับทีวีที่บ้านผมมันห่างกันมาก แล้วถ้าเปิดเสียงดังเสียงก็จะขึ้นไปชั้นสองซึ่งลูกเล็กกำลังนอนหลับอยู่ จะใช้ลำโพงซาวด์บาร์ก็ช่วยได้แค่นิดหน่อย เพราะต่อให้เสียงยิงมาด้านหน้ามากขึ้นแต่ถ้าเปิดเบา เสียงก็ไม่เต็มอิ่มอยู่ดี

และการนำ Soundcast VG3 มาเชื่อมต่อกับทีวี แล้วเอามาฟังใกล้ ๆ ที่นั่งนี่มันเป็นอะไรที่เพอร์เฟ็คต์สุด ๆ ไปเลยละครับคุณผู้ชม !

คือลำโพงตัวนี้ไม่ต้องอาศัยการเร่งวอลลุ่มเยอะมากก็ได้เสียงที่เข้มข้น เสียงที่เต็มอิ่ม เต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว และอย่างที่ผมบอกตอนฟังเพลงเสียงร้องโดดเด่นแค่ไหน เวลาดูหนังเสียงพูดนี่ชัดเหมือนคนมากระซิบข้างหู

จะเอาจังหวะมันเร้าใจ เสียงย่านทุ้มก็ตอบสนองได้ดีมาก ๆ มิติเสียงก็ดีไซน์มาแบบ 360 องศาจริง ๆ คือผมทดสอบฟังเพลงอยู่สักสี่ห้าวัน ส่วนที่เหลือเกือบเดือนผมอยู่กับการดูหนังเลยก็ว่าได้

และมันผมก็ค้นพบว่ามันทำได้ดีทั้งดูหนังฟังเพลง จนเกิดเป็นประโยคแรกของรีวิวนี้ที่บอกว่า “คุ้มครับซื้อเถอะ”

Soundcast VG3 เหมาะกับใคร ?
เหมาะกับคนที่มีงบประมาณไม่เกินหมื่นบาท อยากได้ลำโพงไร้สาย ถึก ๆ ทน ๆ ลุย ๆ เสียงดี สเปคฯ เยี่ยม เอาไปไว้ทำทุกอย่างทั้งดูหนังฟังเพลง คือเอาสำหรับผมเลยนะครับ เท่าที่ลองมา ณ ตอนที่เขียนรีวิวนี้ตอนเดือนมกราคมปี 2020 ผมขอยกให้ลำโพงรุ่นนี้เป็นที่หนึ่งในใจสำหรับราคาไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทเลยเอ้า !

แต่ก็นั่นแหละครับทั้งหมดทั้งมวลเป็นความรู้สึกของผมล้วน ๆ อย่าเพิ่งเชื่อมาก แต่ถ้าอ่านแล้วเคลิ้ม ๆ ผมก็อยากแนะนำให้ไปเปิดใจลองฟังกันดูก่อนครับ

ผมเข้าใจว่าชื่อ Soundcast ยังไม่คุ้นหูคนไทยเท่าไหร่ ผมก็ด้วยครับ คือเอาจริงถ้าไม่ได้ลองฟังก่อน ผมอาจจะมองข้ามและไม่ได้ขอยืมเขามารีวิวด้วยซ้ำ แต่พอลองแล้วก็อยากบอกต่อจริง ๆ ครับผม … “คุ้มครับซื้อเถอะ !”


จัดจำหน่ายโดย
บริษัท อัศวโสภณ จำกัด (www.asavasopon.co.th)
โทร. 0-2266-8136-8, 0-2234-6467-8 (สำนักงานใหญ่สี่พระยา)
ราคา 8,800 บาท

อชิร รวีวงศ์

Content Contributor ที่ชื่นชอบในการทำคอนเทนต์ทุกรูปแบบ และยังหลงใหล คลั่งไคล้ไปกับเครื่องเสียง หูฟัง กล้อง และแก๊ดเจ็ททุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับภาพและเสียง!

อชิร รวีวงศ์