fbpx

รีวิว Sony : WF-1000XM3

ราวต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Sony ได้อัปเดตหูฟังไร้สาย True Wireless Noise Cancelling ในตระกูล 1000X Series ด้วยการเปิดตัว “Sony WF-1000XM3” หรือ WF-1000X ‘Mark3’ หูฟังไร้สาย True Wireless Noise Cancelling รุ่นเรือธง เจนเนอเรชันล่าสุดที่มาพร้อมกับคุณสมบัติเจ๋ง ๆ คูล ๆ ทั้งในแง่ของการออกแบบและการใช้งาน

นี่เป็นครั้งแรกที่โซนี่พยายามย่อส่วนหูฟังไร้สายรุ่นฟูลไซส์ระดับเรือธงให้กลายเป็นหูฟังที่มีขนาดเล็กประมาณหัวแม่มือ ! แต่มีคุณสมบัติพื้นฐานที่คุยว่า ‘เทียบเท่า’ กับหูฟังตัวใหญ่ของเขา

คุณสมบัติและการออกแบบ
Sony WF-1000XM3 เป็นหูฟังที่ทางโซนี่ยืนยันว่ามันดีกว่ารุ่นเดิม (Sony WF-1000X) ซะจนสามารถข้ามจาก M2 (Mark 2) ไปเป็น M3 (Mark 3) ได้เลย

ส่วนหนึ่งก็คงเพราะมันได้รับการสืบทอดเทคโนโลยีหลายอย่างมาจากหูฟังไร้สายรุ่นเรือธงอย่าง WH-1000XM3

ไม่ว่าจะเป็นระบบตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling) และโหมดฟังเสียงแวดล้อม (Ambient Sound) ซึ่งทำงานร่วมกับฟังก์ชัน Adaptive Sound Control ที่พยายามปรับให้ฟังก์ชันทั้ง 2 ส่วนให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานในขณะนั้น ๆ ของเรา

หรือจะเป็นการควบคุมสั่งงานด้วยระบบสัมผัสโดยตรงที่ตัวหูฟังซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่การกดรับ-วางสาย, ควบคุมการเล่นเพลง, เปลี่ยนโหมดการทำงาน หรือใช้งานฟังก์ชัน ‘Quick Attention’ ฟังเสียงแวดล้อมแบบทันใจ

ตลอดจนการใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี virtual (voice) assistant อย่าง Google Assistant หรือ Siri ของบริษัท Apple

ซึ่งอย่างหลังนี้แม้ว่าทางโซนี่จะไม่ได้ระบุคุณสมบัติเอาไว้ชัดเจนแต่เมื่อลองใช้งานในไอโฟนแล้วก็สามารถใช้งานได้ด้วยเช่นกันครับ

มีสีให้เลือกทั้งสีดำและสีแพลตตินัมซิลเวอร์

คุณสมบัติเหล่านี้โซนี่ไม่ได้เพียงแค่หยิบจากของเดิมหรือจากรุ่นใหญ่แล้วเอาใส่ไว้เฉย ๆ แต่ได้นำมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้มันดีกว่าเดิมด้วย โดยส่วนหนึ่งก็อาศัยการรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ใช้หูฟังไร้สายรุ่นแรกนั่นเอง

ทำให้ Sony WF-1000XM3 เป็นหูฟัง True Wireless ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Bluetooth 5.0 รวมทั้งการออกแบบให้หูฟังทั้งสองข้างมีเสาอากาศและชิปรับสัญญาณบลูทูธสำหรับใช้เชื่อมต่อในเวลาเดียว (L/R Simultaneous Bluetooth Transmission) ทำให้การเชื่อมต่อมีความเสถียรดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับหูฟัง True Wireless รุ่นก่อนหน้า

อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดความหน่วงช้า (latency) ทำให้การรับชมคลิปวิดีโอหรือวิดีโอสตรีมมิงไม่มีปัญหาภาพและเสียงไม่ตรงกัน

ด้านคุณภาพเสียงหูฟังรุ่นนี้เลือกใช้ตัวขับเสียงขนาด 6mm ตัวหูฟังดีไซน์ใหม่ให้ใส่กระชับและดูสวยพรีเมียมกว่าเดิม

ในตัวหูฟังใช้ชิปประมวลผลเสียงตัวใหม่ HD Noise Cancelling Processor ‘QN1e’ ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากชิป QN1 ใน WH-1000XM3

ในขิป QN1e ใช้เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบดิจิทัล 24bit ประสานการทำงานกับ DAC และภาคขยายเสียงที่ทางโซนี่ยืนยันว่า นอกจากจะตัดเสียงรบกวนได้ดีขึ้นแล้วยังให้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นด้วย

อีกส่วนหนึ่งที่ทางโซนี่พยายามบอกว่าพวกให้ความสำคัญกับความเห็นของผู้ใช้มากแค่ไหน นั่นก็คือการออกแบบให้หูฟังรุ่นนี้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จไฟหนึ่งรอบ

หากปิดการใช้งานระบบตัดเสียงรบกวนก็จะใช้ได้นานขึ้นไปอีกเป็น 8 ชั่วโมง เรียกว่าใช้งานได้นานเป็นลำดับต้น ๆ ของหูฟัง True Wireless ที่มีขายอยู่ในเวลานี้เลยทีเดียว

ตัวเคสชาร์จไฟที่ออกแบบใหม่ นอกจากดูสวยดีมีสกุลมากขึ้นแล้ว ยังสำรองพลังงานให้ชาร์จตัวหูฟังเพิ่มได้อีก 3 รอบ มีพอร์ตชาร์จไฟเป็นแบบ USB Type-C รองรับการชาร์จเร็วให้กับตัวหูฟัง ในกรณีเร่งด่วนใช้เวลาชาร์จเพียงแค่ 10 นาที ก็สามารถใช้งานหูฟังได้ถึง 90 นาทีแล้วครับ

สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ ในการออกแบบหูฟัง Sony WF-1000XM3 สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ ‘เยือนสำนักงานใหญ่ ผ่าหูฟังรุ่นใหม่ของโซนี่ เจาะใจทีมออกแบบ’

ฟังก์ชันและการใช้งาน
ผมมีโอกาสได้ลองใช้งานหูฟังไร้สายรุ่นนี้อยู่ราว ๆ หนึ่งเดือนก่อนที่จะสรุปมาเป็นรีวิวนี้ ได้ลองใช้งานตั้งแต่ตอนที่ไปร่วมงานเปิดตัวที่ประเทศญี่ปุ่นจนกระทั่งกลับมาใช้งานต่อที่ประเทศไทย ผมพบว่าหูฟังรุ่นนี้ใช้งานได้ดีทั้งกับสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต iOS และ Android

สัญลักษณ์ MFI (Made for iPhone) ที่ตัวแพ็คเกจเป็นจริงตามนั้น แม้ว่าการจับคู่ครั้งแรกอาจจะอาจไม่ง่ายเหมือนอย่างหูฟัง AirPods 2 ของ Apple เองแต่ก็ไม่ได้ยุ่งยากเกินไป

กับสมาร์ทโฟน Android ก็ไม่ยุ่งยากเช่นกัน สำหรับสมาร์ทโฟนที่รองรับ NFC ก็อาจจะสะดวกมากขึ้นไปอีก เพราะที่เคสหูฟังรุ่นนี้มันสามารถใช้จับคู่เชื่อมต่อผ่าน NFC ได้ด้วย

การสลับใช้งานระหว่างอุปกรณ์ที่ได้จับคู่กันไว้แล้วทำได้สะดวกรวดเร็วพอสมควร ที่แน่ ๆ คือเร็วกว่ารุ่น WF-1000X และไม่ได้ช้าเมื่อเทียบกับหูฟัง True Wireless ส่วนใหญ่ในเวลานี้

บนตัวหูฟังมีเซ็นเซอร์ที่คอยตรวจจับการสวมใส่ใช้งาน เมื่อถอดหูฟังออกจากหู แอปฯ ที่กำลังเปิดเล่นจะหยุดเล่นอัตโนมัติ และกลับเล่นต่อเองได้เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับได้ว่ามีการกลับมาสวมใส่ใช้งาน ซึ่งฟังก์ชันนี้จะเหมือนกับหูฟัง AirPods 2

เท่าที่ได้ลองฟังก์ชันนี้ในหูฟังของโซนี่ พบว่าสามารถใช้งานได้กับแอปฯ ส่วนใหญ่ในกลุ่มมีเดียเพลเยอร์และสตรีมมิง เช่น YouTube, Spotify, TIDAL, Netflix, Line TV, AIS PLAY ฯลฯ แต่ใช้ฟังก์ชันนี้ไม่ได้กับบางแอปฯ เช่น trueID (iOS) หรือ BUGABOO.TV (iOS) ขณะที่ AirPods 2 นั้นไม่มีปัญหากับแอปฯ trueID

เรื่องหนึ่งที่ผมพบเจอเมื่อครั้งรีวิวหูฟัง Sony รุ่น WF-SP700N นั่นคือ เรื่องของเสียงลมที่เล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยินในกรณีที่ใช้งานหน้าพัดลมหรือในบริเวณที่มีลมพัดแล้วได้ยินเสียงลมเล็ดลอดเข้ามา

ลักษณะดังกล่าวหากว่าเป็นปัญหาในการใช้งาน ผมแนะนำให้เลือกไปที่โหมด ‘Ambient Sound Control Off’ ระบบจะปิดการทำงานของไมโครโฟนที่รับเสียงจากภายนอก เมื่อปิดการทำงานของไมโครโฟนตัวนี้แล้วเสียงลมที่เล็ดลอดเข้ามาจะเงียบหายไป ขณะที่โหมด noise cancelling นั้นไม่สามารถตัดเสียงลมที่ว่านี้ออกไปได้

อีกกรณีคือ ระบบไมโครโฟนสนทนาที่ตัวหูฟังโซนี่รุ่นนี้หากจะนำมาใช้งานแบบใช้สนทนาจริงจังแล้วล่ะก็ ผมยังไม่แนะนำครับ !

เพราะไม่เพียงแค่มันให้เสียงไม่ค่อยดังฟังชัด แต่มันยังมีอาการเสียงขาด ๆ หาย ๆ ด้วย จุดนี้ถือว่าเป็นรอง Apple AirPods 2 อย่างชัดเจนมาก

ทว่าเมื่อพิจารณาจากฮาร์ดแวร์ที่ใช้ผมคิดว่าโซนี่สามารถทำได้ดีกว่านี้ และพวกเขาอาจจะปรับปรุงมันได้ด้วยการอัปเดตเฟิร์มแวร์มาแก้ปัญหาในอนาคต

ในด้านของฟังก์ชันและการใช้งาน หูฟังของโซนี่กินขาด AirPods 2 อยู่เรื่องหนึ่งนั่นคือ การควบคุมระบบสัมผัสที่ตัวหูฟังมีฟังก์ชันให้ใช้งานมากกว่า

ขณะเดียวกันก็สามารถ customize หรือตั้งค่าการทำงานสำหรับหูฟังข้างซ้ายและข้างขวาตามความถนัดของผู้ใช้ได้เหมือนอย่างที่หูฟัง AirPods 2 สามารถทำได้

โดยการตั้งค่าที่ว่านี้อยู่ในเมนูตั้งค่าของแอปฯ Sony Headphones ในสมาร์ทโฟน ซึ่งมีทั้ง iOS และ Android

ผมพบว่าการสั่งงานด้วยเสียงพูดโดยเฉพาะแพลตฟอร์ม Siri ใน iOS นั้นผมสามารถออกเสียงสั่งเรียกและพูดสั่งงาน Siri ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องกดปุ่มใด ๆ ก่อน แถมสั่งเป็นภาษาไทยได้ด้วย

ดังนั้นบางครั้งในระหว่างการใช้งาน ผมจึงทดแทนปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงที่ไม่มีในตัวหูฟังรุ่นนี้ด้วยการใช้เสียงพูดบอกให้ Siri ช่วยเพิ่มหรือลดระดับความดังของเสียงให้โดยที่ไม่ต้องไปปรับที่ตัวไอโฟนเลย

ในสมาร์ทโฟน Android ก็ทำแบบนี้ได้เช่นกันกับ Google Assistant เพียงแต่จะสั่งด้วยภาษาอังกฤษแทนครับ

คุณภาพเสียง
แม้ว่าตัวหูฟังจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับ Samsung Galaxy Buds หรือ Apple AirPods 2 แต่เมื่อสวมใส่ใช้งานผมรู้สึกว่ามันก็กระชับคล่องตัวดี ไม่ได้ใหญ่โตหรือเทอะทะอะไรมากมาย

โอเคว่าหูฟังอีก 2 รุ่นใส่สบายกว่า เบากว่า แต่เรื่องเก็บเสียงนี่หูฟังของโซนี่ดีกว่าเพื่อนครับแม้ว่าจะยังไม่ได้เปิดระบบตัดเสียงรบกวนเลยก็ตาม

พอเปิดระบบตัดเสียงรบกวนนี่ก็ยิ่งเงียบมากขึ้นไปอีก เงียบสงบจนเหมือนกับว่าบริเวณไหน ๆ ก็สามารถกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวของผมได้ไม่ยากเลย

เปรียบเทียบขนาดกับ Apple AirPods 2 และ Samsung Galaxy Buds

แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามาจะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรมากมาย ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่พิจารณาหูฟังจากเรื่อง ‘คุณภาพเสียง’ เป็นสำคัญ

ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าเสียงที่ได้จาก Sony WF-1000XM3 นั้นดีเกินคาดครับ ฟังครั้งแรกในสภาพใหม่แกะกล่องก็ว่าเสียงดีแล้ว แต่พอใช้งานไปสักพักให้ตัวหูฟังได้เบิร์นอิน โดยสลับไปมาระหว่างสมาร์ทโฟน iPhone X และ LG V30+ ด้วยโหมดการเชื่อมต่อด้วย codec แบบ AAC รายละเอียดเสียงที่ถ่ายทอดออกมาก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น รับรู้ได้ว่าสุ้มเสียงดีกว่าตอนที่แกะกล่องใหม่ ๆ แต่ไม่ถึงกับต่างกันชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ

ระดับความดังที่ได้จากหูฟังรุ่นนี้เรียกว่าเพียงพอกับการใช้งานแน่นอนครับ ไม่ต้องกลัวว่าเสียงจะเบาเกินไปไม่พอใช้งาน

หากว่าเร่งวอลุ่มจนสุดแล้วรู้สึกว่าเสียงยังเบาเกินไปแนะนำให้ตรวจสอบระดับเสียงในแอปฯ Sony Headphones เนื่องจากผมพบว่าสมาร์ทโฟนบางรุ่นอย่าง LG V30+ ปุ่มวอลุ่มที่ตัวเครื่องและในแอปฯ Sony Headphones มันแยกส่วนกัน

เมื่อพิจารณาเฉพาะเรื่องของเสียง ผมคิดว่า Sony WF-1000XM3 เป็นหูฟัง True Wireless ที่ ‘เสียงดีที่สุด’ เท่าที่ผมเคยฟังมา

มันมีสมดุลเสียงที่ดีกว่ารุ่น WF-SP700N ซึ่งเน้นเสียงทุ้มมากไปนิด มันให้เสียงอิ่มและเต็มกว่า Apple AirPods 2  หรือ Samsung Galaxy Buds

ผมสามารถฟัง WF-1000XM3 ได้เหมือนกับเวลาใช้งานหูฟังชั้นดีทั่วไปคือฟังแบบ flat ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องมีการปรับแต่งเสียง เวลาใช้ดูวิดีโอก็ไม่มีปัญหาเรื่องภาพกับเสียงไม่ตรงกัน

เสียงที่ได้จากหูฟังตัวนี้ มีสมดุลที่ดีระหว่างรายละเอียดที่สมจริงเป็นธรรมชาติ กับคัลเลอร์ในรูปแบบที่เป็นมิตรต่อโสตประสาท เป็นหูฟังที่ไม่มีบุคลิกเสียงที่แข็งเกร็ง หยาบกระด้างหรือก้าวร้าวเจือปนอยู่เลย รายละเอียดทุ้ม กลาง แหลม เป็นเสียงที่ฟังง่าย เป็นมิตรต่อโสตประสาทมาก ๆ

ลองฟังกับ LG V30+

ภาพรวมของเสียงมีความอิ่มเอิบกำลังพอเหมาะพอเจาะ เสียงทุ้มที่ได้จากหูฟังตัวนี้ครบเครื่องทั้งน้ำหนักและรายละเอียดของเสียงทุ้ม อีกทั้งยังมีการตอบสนองที่กระชับฉับไว

ซึ่งถ้าไม่ได้มีโอกาสฟังด้วยหูของตัวเองก็คงยากที่จะเชื่อนะครับ ว่าหูฟังตัวแค่นี้แถมเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วย จะให้เสียงออกมาได้ขนาดนี้

ขณะเดียวกันก็มีความโปร่งสบาย ให้มิติเวทีเสียงกว้างขวางชนิดที่พูดได้เลยว่า ‘เหนือกว่า’ หูฟังแบบมีสายหลาย ๆ รุ่นด้วยซ้ำ

จาก tracklist ของ TIDAL ที่ผมได้เลือกมา (มีลงไว้ท้ายรีวิว) ผมอยากให้ลองฟังเพลง ‘Ringo Oiwake’ จากอัลบั้ม Taboo ของ Arthur Lyman

หูฟังรุ่นนี้โชว์การแยกแยะมิติเสียง รายละเอียดของเสียงทุ้ม ตลอดจนเสียงกลางและแหลมฟังดูสุภาพนุ่มนวล เจือด้วยความหวานที่ปลายหางเสียง ขณะเดียวกันก็มีบรรยากาศและรายละเอียดหยุมหยิมพร่างพราวออกมาให้ได้ยินตลอดทั้งเพลง 

อีกเพลงที่ผมฟังแล้วยิ่งรักหูฟังรุ่นนี้มากขึ้นไปอีกคือ ‘Washington Square’ ของ The Village Stompers รายละเอียดเสียงที่พร่างพราวออกมามันน่าฟังมากครับ

ในเพลง ‘People and Fighters Unite’ ของ The Silkroad Ensemble และเพลง ‘Qi Wei Dong’ (Wan Zheng Ban) ของ Yo-Yo Ma เป็นตัวอย่างของเพลงที่สามารถใช้ทดสอบพลังเสียง คุณภาพเสียงทุ้มและการแจกแจงรายละเอียดของ WF-1000XM3 ได้ดีมาก ใครยังไม่เคยใช้หูฟัง True Wireless คุณภาพดีอย่างนี้มาก่อน ฟังครั้งแรกอาจถึงขั้นอ้าปากค้างได้ครับ !

Sony WF-1000XM3 เหมาะกับใคร ?
ข้อมูลวิจัยของทางโซนี่ยืนยันว่าผู้คนยุคนี้ฟังเพลงในขณะที่อยู่นอกบ้านหรือในขณะเดินทางไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าตอนอยู่ที่บ้าน การออกแบบหูฟัง Sony WF-1000XM3 ก็ตั้งใจทำออกมาให้ตอบโจทย์ดังกล่าว

จากที่ได้ลองมาเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ผมคิดว่าโซนี่ประสบความสำเร็จแล้ว การพกพาหูฟัง True Wireless รุ่นนี้ออกไปนอกบ้านมันเหมือนผมยกเอาทั้งชุดเครื่องเสียงและห้องฟังที่ผ่านการปรับแต่อะคูสติกอย่างดีติดตัวไปด้วย

หูฟังที่เสียงดีแต่เก็บเสียงไม่ดีหรือตัดเสียงรบกวนไม่ได้ เวลาพกติดตัวไปนอกบ้านมันก็ถูกสภาพแวดล้อม (โดยเฉพาะในเมืองหลวง) ทำลายคุณค่าของมันไปเสียเกือบหมด แต่สิ่งเหล่านั้นไม่เกิดขึ้นกับหูฟังของโซนี่ครับ

นอกจากนั้นการออกแบบที่สวยงามดูดีของ Sony WF-1000XM3 ยังทำให้ผมรู้สึกมั่นใจที่จะสวมใส่มันเหมือนกับเป็นเครื่องประดับอีกชิ้นหนึ่งเวลาอยู่ในที่สาธารณะ

เพลงทั้งหมดใน tracklist ที่ผมได้เลือกมาแนะนำสำหรับหูฟังรุ่นนี้ ถ้าหากไล่ฟังไปจะพบว่าหูฟังรุ่นนี้เหมาะกับเพลงแทบทุกแนว เพลงเก่า เพลงร่วมสมัย หรือเพลงที่ใช้ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ มันไม่มีปัญหาเลย

ที่สำคัญก็คือ มันทำให้ผมตกหลุมรักเสียงของหูฟังรุ่นเข้าให้แล้วครับ… มันเป็นความรักที่เพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่ได้ฟัง ซึ่งผมเองก็ยังไม่แน่ใจเช่นกันว่าจะรักมันมากขึ้นไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า… ก็นี่มันเพิ่งผ่านมาแค่เดือนเดียวเองครับ


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด (ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์:)
โทร 0-2715-6100
โทรฟรี: 1800 231991 (เฉพาะเบอร์บ้านในต่างจังหวัด)
ราคา 8,990 บาท

Special Bonus: TIDAL Playlist สำหรับ SONY WF-1000XM3

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังเห่อระบบเสียง Lossless ใน Apple Music และงานบ้าน D.I.Y.

มนตรี คงมหาพฤกษ์