fbpx

รีวิว Revel : Concerta2 M16 ลำโพง 2 ทางที่ก้าวข้ามพรมแดนของคำว่า “ลำโพงเสียงดีที่คุ้มค่า”

เมื่อ 18 ปีก่อนผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมโรงงาน Madrigal Audio Laboratories ซึ่งในเวลานั้นเป็นบริษัทหนึ่งในเครือของ Harman International Industries

จุดหมายหลักของทริปนั้นคือไปเยี่ยมชมส่วนงานออกแบบ วิจัยและผลิตลำโพงไฮเอ็นด์ยี่ห้อเรเวล “Revel” โดยมีคุณเควิน เวค (Kevin Voecks) นักออกแบบลำโพงมากประสบการณ์ของ Revel เป็นเจ้าหน้าที่กิตติมศักดิ์พาเยี่ยมชมแทบทุกส่วนภายในโรงงาน รวมถึงห้องฟังส่วนตัวที่บ้านของเขา

ภาพจำในครั้งนั้นคือเบื้องหลังการออกแบบภายในโรงงานระดับโลกที่ทำไดรเวอร์เอง ทำตู้เอง ทำสีตู้เอง (เป็นยี่ห้อแรก ๆ ที่ทำสีลำโพงด้วยเกรดเดียวกับสีพ่นรถยนต์) มีเครื่องฉีดพิมพ์สามมิติเอง (เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน) มีระบบยิงแสงเลเซอร์วิเคราะห์การทำงานของไดรเวอร์ลำโพงด้วยคอมพิวเตอร์ มีห้องแล็บชั้นดีสำหรับการทำมอนิเตอร์ลำโพงต้นแบบตลอดจนการทดสอบฟังเปรียบเทียบกับลำโพงของคู่แข่งอย่างละเอียดยิบ

ห้องแล็บส่วนที่ทำการฟังเปรียบเทียบลำโพงยี่ห้ออื่น (ภาพประกอบจากเอกสาร White Paper ของลำโพง Concerta2 M16)

พูดได้ว่านี่คือโรงงานผลิตลำโพงระดับโลก ซึ่งนอกจาก Revel แล้วยังมีลำโพงชื่อดังที่ 2 ยี่ห้อที่กำเนิดจากโรงงานแห่งนี้ได้แก่ JBL และ Infinity ครั้งนั้นลำโพง Revel ที่ผมได้รับเชิญพร้อมกับสื่อจากทั่วโลกให้ไปชมเบื้องหลังการผลิตก็คือรุ่น Ultima Salon ราคาขายในเวลานั้นเมื่อคูณด้วยค่าเงินในเวลานี้อยู่ที่ระดับเลยครึ่งล้านบาท

จากนั้นชื่อของ Revel ก็ติดอยู่ในทำเนียบลำโพงระดับไฮเอ็นด์ที่ผมคิดว่าหลายคนใฝ่ฝัน ทว่าอาจจะต้องทำงานเก็บเงินอยู่หลายปีหรือไปจับพลัดจับผลูถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลใหญ่สักงวด จึงจะได้มีโอกาสเป็นเจ้าของ

ทว่าลำโพง Revel รุ่นใหม่ในปัจจุบันอย่าง Concerta2 M16 ที่ทางบริษัทมหาจักรฯ ตัวแทนจำหน่ายในปัจจุบันส่งมาให้ผมได้ลองฟังคู่นี้ทราบในเบื้องต้นว่าขายอยู่คู่ละ 29,990 บาทเท่านั้น และที่น่าสนใจกว่านั้นคือคนออกแบบลำโพงรุ่นนี้เป็นคนเดียวกับที่ออกแบบลำโพงรุ่น Ultima Salon ครับ !

ถอดรหัสพันธุกรรม
ก่อนอื่น ก่อนจะไปว่ากันในรายละเอียดของลำโพงคู่นี้ ทราบหรือไม่ครับว่าลำโพงรุ่นนี้ได้รับการสรรเสริญจากสื่อในแวดวงไฮไฟที่่มีความน่าเชื่อถือมาแล้วมากมาย หยิบยกเอามาพูดถึงแค่พอสังเขปก็มี รางวัล “Best Standmount Loudspeaker 2017” จากนิตยสาร WHAT HIFI (UK) และรางวัล “Editor’s Choice Award” จากนิตยสาร THE ABSOLUTE SOUND ถึง 2 ปีซ้อนคือในปี 2017 และ 2018

ท่านที่รู้จักนิตยสารเหล่านี้ดีคงเข้าใจได้ทันทีว่าลำโพงคู่นี้ย่อมไม่ธรรมดา โดยเฉพาะลำโพงจากอเมริกา ไม่บ่อยนักที่ได้รับการสรรเสริญในระดับนี้จากสื่อทางฝั่งสหราชอาณาจักรหรือ UK (United Kingdom)

ที่หยิบยกมาอ้างถึงข้างต้นมิได้จะให้รู้สึกคล้อยตามหรือเชื่อเขาไปเสียทั้งหมดนะครับ ผมเพียงแค่รู้สึกว่าอะไรมันจะปานนั้น สื่อสองฝั่งรุมกันเชียร์ขนาดนี้แสดงว่าลำโพงรุ่นนี้มันต้องมีดีอะไรแน่ ๆ อีกใจก็นึกค้านระคนท้าทายว่า… มันจะจริงเร้อ ? ต้องขอจับมาลองพิสูจน์ดูหน่อยซิว่าจะแน่สักแค่ไหน !

Concerta2 M16 เป็นลำโพงตู้เปิด 2 ทาง 2 ไดรเวอร์ วัสดุที่ใช้ทำไดอะแฟรมของไดรเวอร์ทั้ง 2 ตัวเป็นวัสดุอะลูมิเนียมเหมือนกัน ในระหว่างการลองฟังในเบื้องต้นผมมีความรู้สึกว่า ทำไมลำโพงคู่นี้ให้เสียงไม่เหมือนกับที่ผมเคยได้ยินจากลำโพงในระดับราคานี้ ?

ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดว่าคนออกแบบเขาทำได้อย่างไร ? ผมก็ไปเจอคลิปวิดีโอในยูทูบทางช่อง Analog Planet ของคุณไมเคิล เฟรมเมอร์ รีวิวเวอร์ชื่อดังจากสำนักสเตอริโอไฟล์ เขาไปสัมภาษณ์คุณเควิน เวค ที่งาน T.H.E. Show Newport Beach เอาไว้

ในคลิปผมมีความรู้สึกว่าคุณเควิน จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับเรื่องของแบนด์วิดธ์ ความกระจ่างชัดของเสียง ทั้งในแนวแกนและนอกแนวแกน เนื่องจากเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องวางลำโพงในห้องที่มีปริมาตร ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วแน่นอนว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสะท้อนของคลื่นเสียงที่เกิดขึ้นจากการการตอบสนองนอกแนวแกนของเสียงได้ การทำให้คลื่นเสียงนอกแนวแกนมีการตอบสนองที่ดีตั้งแต่ต้นเป็นอะไรที่สมควรทำ

รายละเอียดการออกแบบตัวไดรเวอร์ ภาพประกอบจากเอกสาร White Paper ของลำโพง Concerta2 M16

การที่จะบรรลุผลเช่นนั้นเขาจึงให้ความสำคัญตั้งแต่การการออกแบบตัวไดรเวอร์ ตลอดจนการจัดวางตำแหน่งของไดรเวอร์ อีกทั้งยังไปนำเอาองค์ความรู้ต่าง ๆ ของการออกแบบลำโพงรุ่นใหญ่กว่าอย่าง Performa3 Series มาใช้กับลำโพงรุ่นนี้ด้วย

โดยเฉพาะการออกแบบตัวขับเสียงในย่านความถี่สูงหรือทวีตเตอร์ เขาใช้ทวีตเตอร์โดมอะลูมิเนียมขนาด 1 นิ้ว ที่ออกแบบให้มีความถี่เรโซแนนซ์ต่ำมาก ต่ำจนสามารถออกแบบจุดตัดความถี่ครอสโอเวอร์เอาไว้ที่ความถี่ 2.1 kHz ได้เลย

ซึ่งทวีตเตอร์ที่ต้องทำงานในช่วงความถี่ค่อนข้างต่ำอย่างนี้ต้องถือว่าเป็นอะไรที่ไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยนักโดยเฉพาะทวีตเตอร์โดมโลหะเพราะมันเป็นอะไรที่สุ่มเสี่ยงมาก หากตัวทวีตเตอร์ไม่เจ๋งจริงแล้วล่ะก็เสียงที่ออกมารับรองว่าฟังไม่เป็นสับปะรดเลยล่ะ

ทวีตเตอร์โดมอะลูมิเนียมและเวฟไกด์พิเศษ

ผมสังเกตว่าทวีตเตอร์ตัวนี้ยังมีแผงควบคุมมุมกระจายเสียงหรือเวฟไกด์ ตรงนี้ก็มีรายละเอียดของการออกแบบอยู่ครับ เขาบอกว่ามันเป็น “Fourth generation Acoustic Lens waveguides” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของ Revel และพัฒนามาจนเป็นเวอร์ชั่นที่ 4 แล้ว

สำหรับไดรเวอร์ขับเสียงกลาง/ต่ำ เป็นไดรเวอร์กรวย (ไดอะแฟรม) อะลูมิเนียมขนาด 6 นิ้วครึ่ง (6.5″ deep anodized aluminum cone woofers) ที่ให้ความสำคัญกับส่วนของระบบแม่เหล็กและการขยับเคลื่อนที่ตัวของไดอะแฟรมให้มีความนิ่ง ความเสถียรมากที่สุดไม่ว่าจะขยับมากหรือน้อย เพื่อหวังผลให้มันถ่ายทอดเสียงที่มีความผิดเพี้ยนต่ำ

ไดรเวอร์เสียงกลาง/ทุ้มกรวยอะลูมิเนียมขนาด 6.5 นิ้ว

ไดรเวอร์ทั้งสองตัวยึดกับตู้ลำโพงโดยเก็บซ่อนสกรูไว้อย่างดี มีหน้ากากผ้ายึดด้วยแรงแม่เหล็ก ตัวตู้เป็นดีไซน์ทรงโค้งเพื่อหวังผลในการลดการสั่นค้างภายในและการสะท้อนที่ผิวหน้าตู้ พื้นผิวด้านนอกทำสีไฮกลอสเงางาม เลือกได้ทั้งตู้สีขาวเงาและสีดำเงาดูโมเดิร์นไม่ใช่น้อย

ท่อเปิดขนาดใหญ่ด้านหลังตู้เป็นดีไซน์ที่เขาเรียกว่า “Constant Pressure Gradient Port Design” ผมเปิดดูใน White Paper ของการออกแบบลำโพงรุ่นนี้ เขาว่านี่เป็นเทคโนโลยีสิทธิบัตรของทาง Harman เองเลยนะครับ มันไม่ใช่แค่ท่อเปิดที่มีปากผายออกเท่านั้นแต่ยังมีกลไกต่าง ๆ เพื่อรีดมวลลมให้พุ่งผ่านออกมาอย่างรวดเร็วและไม่มีเสียงรบกวน ให้มวลเสียงที่ระบายออกมาไปช่วยสนับสนุนมวลเสียงที่ออกจากตัวไดรเวอร์ได้อย่างกลมกลืน

พูดเหมือนง่ายแต่ทำจริงจะง่ายอย่างที่พูดหรือเปล่า ต้องลองฟังจากของจริงดูครับ เอกสาร White Paper ที่ว่านี้ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ ของการออกแบบลำโพง Concerta2 Series สนใจเข้าไปโหลดมาดูได้ครับที่ คลิ้กที่นี่

ซิสเตมและเซ็ตอัป
ลำโพง M16 (ต่อไปจะเรียกย่อสั้นอย่างนี้นะครับ) มีอิมพิแดนซ์เฉลี่ย 6 โอห์ม ความไว 86dB (2.83V @ 1M) ช่วงตอบสนองความถี่ต่ำลงไปได้ลึก 55Hz ที่ -3 dB, 50Hz ที่ -6 dB และ 45Hz ที่ -10 dB สำหรับการตอบสนองในย่านความถี่สูงไม่ได้มีแจ้งในข้อมูลทางเทคนิค (#แปลกดีครับ) แนะนำให้ใช้กับแอมป์ที่มีกำลังขับตั้งแต่ 50-120 วัตต์ ขั้วต่อสายลำโพงเป็นแบบไบดิ้งโพสต์ 5 ทางและเป็นขั้วต่อแบบซิงเกิ้ลไวร์ (#ถูกใจครับ)

แอมป์ตัวแรกที่ผมลองใช้ขับลำโพง M16 ในช่วงของการทำความรู้จักกันคืออินทิเกรตแอมป์สเตริโอ Arcam FMJ A29 กำลังขับข้างละ 80 วัตต์ (อ้างอิงโหลด 8 โอห์ม) ส่วนตัวลำโพงวางบนขาตั้งสเตนเลสสูง 24 นิ้วของพี่ปุ๊แห่งร้าน Rezet วางลำโพงห่างจากฝาผนังห้องทุกด้านอย่างที่ควรจะเป็น

ผมไม่ต้องเสียเวลาเบิร์นฯ ลำโพงคู่นี้นานเลยครับ เพราะดูจากสภาพและริ้วรอยต่าง ๆ รอบตัวตู้แล้วมันน่าจะถูกใช้งานมาพอสมควร แต่ไม่ถึงขั้นที่มีชิ้นส่วนใดแลดูสึกหรอหรือเกิดความเสียหายนะ

อย่างที่ได้เรียนไว้แล้วว่า แค่ครั้งแรกที่เปิดฟังผมก็รู้สึกแล้วว่ามันเป็นลำโพงมีของ เสียงที่ออกมามันน่าสนใจ ที่ว่าน่าสนใจคือมันไม่มีอะไรขาดหรือเกิน เสียงทุกย่านมาครบ สม่ำเสมอ สมดุลเสียงดีมาก และเสียงมีลักษณะเปิดกระจ่างชัดเจนสดใส เปิดเพลงลูกทุ่งก็ได้อารมณ์ เปลี่ยนไปฟังแจ๊ซก็เข้ากันดี หันไปหาเพลงคลาสสิคก็ฟังเพลิน บทจะไปเพลงร็อคมันก็ร็อคกับเขาได้หน้าตาเฉย !

ขั้วต่อสายลำโพงแบบซิงเกิลเอ็นด์ ใช้งานสะดวก ในภาพต่อใช้งานอยู่กับสายลำโพง Nordost Blue Heaven Leif

ระหว่างนั้นผมจำเป็นต้องสลับซิสเตมไปรีวิวชุดไฮเอนด์ของ NAD Masters Series ในชุดใช้เครื่องเล่น NAD M50.2 และแอมป์ NAD M32 ซึ่งมีกำลังขับข้างละ 150 วัตต์ (อ้างอิงโหลด 8 โอห์ม)

ใช้งานในชุดไฮเอ็นด์ก็สามารถเข้ากันได้ดี

ทีแรกผมว่าจะหาลำโพงอื่นมาใช้งาน แต่เมื่อลองใส่ M16 เข้าไปใช้ดูก็พบว่ามันไม่ได้เป็นตัวถ่วงของซิสเตมในระดับนี้เลยครับ จะปรับ จะเปลี่ยนอะไรเข้าไปมันก็แจกแจงถ่ายทอดออกมาได้หมด สุดท้ายแล้วผมก็คงมันเอาไว้ตลอดการฟังทดสอบ

ถามว่ามันไม่มีอะไรให้ตำหนิได้หรือ ? ถ้าตั้งใจจะจับผิดกันก็มีครับ เสียงกลางของลำโพงคู่นี้ไม่ได้มีรายละเอียดชัดคมเข้ม และพุ่งเปิดออกมาเหมือนลำโพง 3 ทางคุณภาพดี

ในลำโพง 3 ทางการแยกไดรเวอร์มิดเรนจ์ออกมานั้นอาจจะมีความสุ่มเสี่ยงกับความไม่กลมกลืนกันของไดรเวอร์ที่มีจำนวนมากขึ้น แต่เมื่อมันถ่ายทอดเสียงในย่านความเสียงกลางเราจะได้ยินเสียงหลักส่วนใหญ่ออกมาจากไดรเวอร์มิดเรนจ์ ทำให้เสียงนั้นมีความคมเข้มและชัดถ้อยชัดคำกว่าเสียงจากลำโพง 2 ทาง ซึ่งการสร้างเสียงกลางขึ้นมาต้องอาศัยความร่วมมือจากไดรเวอร์ 2 ตัว ความคม ความชัด ก็อาจจะถดถอยไปบ้างโดยธรรมชาติ

ระหว่างนั้นผมยังมีโอกาสได้ลองสลับไปฟังลำโพง M16 กับ Marantz PM8006 อินทิเกรตแอมป์กำลังขับข้างละ 70 วัตต์ (อ้างอิงโหลด 8 โอห์ม) รุ่นใหม่ของมาร้านทช์ อาจจะด้วยที่ตัวแอมป์ยังใหม่มากเพราะส่งมาถึงผมในสภาพใหม่แกะกล่อง ช่วงแรกลำโพงจึงฟ้องว่าเสียงยังฟังดูขาด ๆ เกิน ๆ อยู่บ้าง โดยเฉพาะในย่านความถี่กลางถึงสูง ต้องให้เวลาปรับตัวกันไปสักพัก รวมถึงการขยับตำแหน่งลำโพงอีกเล็กน้อยก็เข้ากันได้ดี

แต่สุดท้ายแล้วหลังจากที่ผมพิจารณาทุก ๆ องค์ประกอบ ช่วงฟังเอาสาระจริงจังหรือ critical listening ผมก็เลือกใช้ Arcam FMJ A29 มาแมตช์กับลำโพง M16 ครับ

คุณภาพเสียง
เมื่อสลับกลับมาใช้อินทิเกรตแอมป์ของ Arcam อีกครั้งทีนี้ผมก็เริ่ม fine tune ทั้งซิสเตมจนกระทั่งได้ตำแหน่งวางลำโพงที่ใช้อ้างอิงเสียงต่อจากนี้คือ ระยะห่างของลำโพงข้างซ้ายและขวาอยู่ที่ 165 เซ็นติเมตร ระยะห่างผนังด้านหลังลำโพงถึงหน้าตู้ลำโพง 140 เซ็นติเมตร ระยะนั่งฟังห่างจากระนาบลำโพง 190 เซ็นติเมตร

ด้านฟรอนต์เอนด์เปลี่ยนมาใช้ Roon Nucleus + Mytek Liberty DAC ที่ใช้ไฟเลี้ยงแบบลิเนียร์จาก Clef Audio LSD-5 (#เสียงดีขึ้นมากกกกก) ด้านฟรอนต์เอ็นด์ยังใช้งานเครื่องเล่นแผ่นเสียง Thorens TD203 ติดหัวเข็ม SoundSmith Carmen + โฟโนปรีแอมป์ SoundSmith #MMP3 สายสัญญาณเสียงและสายไฟในซิสเตมเป็น Nordost และ Furutech ที่ใช้งานกันมาจนคุ้นเคย

ราวครึ่งหนึ่งของการรีวิวผมสตรีมเพลงมาฟังจาก TIDAL มากกว่าครึ่งหนึ่งของเพลงที่สตรีมมาฟังเป็นไฟล์ MQA ลำโพง M16 สามารถจำแนกความแตกต่างของเสียงที่ได้จากเพลงในอัลบั้มเดียวกันอย่าง Journey To Mozart แต่เวอร์ชั่นหนึ่งเป็นไฟล์ losslessปกติใน TIDAL และอีกเวอร์ชั่นหนึ่งเป็นไฟล์ MQA ใน TIDAL ได้อย่างชัดเจน

ที่จริงผมได้ยินความแตกต่างของเพลงทั้ง 2 เวอร์ชั่นตั้งแต่ตอนที่ฟังกับ NAD M32 แล้วครับ แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าเมื่อเปลี่ยนมาใช้แอมป์ที่กำลังขับและคลาสต่ำลงมามา ผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับแอมป์ของ Arcam ก็สามารถทำให้ M16 สำแดงคุณภาพการถ่ายทอดเสียงของมันออกมาได้

ผมได้ยินเสียงเพอคัสชั่นทั้งหลายมีความสดใส ชัดเจน และมีตำแหน่งแห่งหนฉีกตัวลอยออกจากลำโพงได้อย่างน่าทึ่ง หัวเสียงมีอิมแพ็คสดและชัดมาก เวทีเสียงเปิดโล่งออกไปโดยรอบราวกับห้องฟังแห่งนี้ไม่มีฝาผนัง เสียงเครื่องสายในย่านความถี่ต่ำลึกแม้จะไม่ได้ทิ้งตัวดำดิ่งเป็นฐานแน่นลงไป แต่ก็ได้ยินว่าเป็นเสียงที่มีมวลเนื้อ มีน้ำหนัก ไม่ใช่เสียงที่เบาลอยฟุ้งหรือกลวงในแต่อย่างใด

ผมสนใจรายละเอียดและมวลเสียงของดนตรีประเภทเครื่องสายจากลำโพง M16 เสียงลักษณะนี้ผมไม่ค่อยได้ยินจากลำโพง 2 ทางที่มีไดรเวอร์กลาง/ทุ้มขนาด 6.5 นิ้วเลย โดยเฉพาะที่ราคาขายในระดับนี้ มันเป็นเสียงฟังสดใสและหวานในตัวโดยไม่ต้องพึ่งพาตัวช่วยอย่างแอมป์หลอด เช่นในอัลบั้มดนตรีคลาสสิคชุด “La Fille mal gardée” ของสังกัด Decca

ในแทรค “Hérold: La fille mal gardée / Act 1 – 16. Simone – 19. Storm and Finale” เสียงของหมู่เครื่องสายที่เรียงร้อยออกมาสอดประสานกับเครื่องเป่าเสียงหวาน ทุกรายละเอียดมันล่องลอยสว่างไสวพลิ้วหวานอยู่กลางอากาศ อยู่ระหว่างลำโพงทั้งสอง อยู่ด้านข้างลำโพง แต่ละเสียงถูกจัดระเบียบช่องไฟอย่างสวยงาม ฟังแล้วเพลินหูมากครับ ยืนยันอีกครั้งครับว่าเสียงอย่างนี้ผมไม่ได้ยินมานานแล้วจากลำโพงในระดับราคานี้

เป็นลำโพงที่มีความเป็นดนตรีสูงเมื่อเทียบค่าตัวกันบาทต่อบาท มันอาจจะมีรายละเอียดสู้ลำโพงอีกหลายรุ่นที่มีราคาสูงกว่าไม่ได้ แต่เมื่อเทียบเสียงที่ได้กับค่าตัวกันบาทต่อบาทแล้ว ผมมั่นใจว่า Revel Concerta2 M16 ไม่เป็นรองใคร ลักษณะเช่นนี้เทียบได้กับลำโพงอย่าง Wilson Audio Sabrina ลำโพงคู่ละ 5 แสนกว่าบาทที่ผมว่าเสียงของมันฟังเพลินกว่าลำโพงเฉียดล้านหลาย ๆ รุ่น

ช่วงท้าย ๆ ของการฟังในช่วง critical listening ผมอยากลองฟังว่าถ้าเพิ่มภาระเข้าไปให้ลำโพง 2 ทางขนาดตัวเท่านี้มันจะรับไหวได้แค่ไหน ผมลองเปิดเพลง บ้าหอบฟาง ที่ผมริบจากแผ่นซีดีบ็อกซ์เซ็ตครบรอบ 26 ปีอัสนี-วสันต์ แล้วค่อย ๆ เร่งวอลุ่มของ Arcam A29 ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนเสียงเริ่มคับห้อง รายละเอียดยังคงถูกตรึงนิ่ง

ผมเหลือบไปมองบนหน้าปัดของ A29 ระดับเสียงไปที่ตัวเลข 52 แล้ว ! (สูงสุด 99) แต่ทุกเสียงยังไม่มีอาการไหววูบหรือเสียขบวนไปแต่อย่างใด

ซิสเตมหลักที่ใช้รีวิว ตัวลำโพงจะขับด้วยอินทิเกรตแอมป์ Arcam FMJ A29 ซึ่งเข้ากันได้ดีมาก

ผมรีเช็คอีกทีด้วยเสียงร้องในเพลง “Danny Boy” ของ Harry Belafonte จากอัลบั้ม Belafonte: At Carnegie Hall เวอร์ชั่น 24bit/96kHz จาก HDtracks ที่เลือกเพลงนี้เพราะนักร้องยืนนิ่งที่สุดแล้วครับ แต่เสียงร้องของเขาที่เปลี่ยนระดับความดังไปมาถ้าลำโพงไม่แน่จริง คุมเฟสของคลื่นเสียงไม่อยู่ มันจะมีอาการวูบวาบไปมาตามเสียงร้องแต่ละท่อน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมได้ยินจากลำโพงของ Revel คู่นี้

ในช่วงกลางถึงท้ายเพลงที่มีดนตรีแบ็คอัพเสริมขึ้นมา เสียงที่ได้ยินจากลำโพงคู่นี้แบ่งระนาบชัดเจนระหว่างเสียงร้องและเสียงดนตรี แต่ทั้งหมดยังคงถูกมัดตรึงอยู่ในบรรยากาศเดียวกัน ฟังแล้วก็ได้อารมณ์เหมือนนั่งฟังการแสดงสดอยู่จริง ๆ

ผมปิดท้ายการฟังในช่วง critical listening นี้ด้วยอัลบั้ม “Rain Forest Dream” ของ Joji Hirota ที่สตรีมจาก TIDAL ในเพลง “Demon Dance” เสียงที่ผมได้ยินจากลำโพง Revel คู่ละ 3 หมื่นบาทมีทอนมันเกินค่าตัวไปมาก ความดุดันของดนตรีในเพลงนี้แทบจะทำอะไรลำโพงสองทางคู่นี้ไม่ได้เลย มิติเสียงคมชัด เสียงทุ้มหนักแน่นดุดันเกินตัว

เสียงเพอคัสชั่นต่าง ๆ มันพรั่งพรูออกมาชนิดที่ว่าฟังแล้วอยากเร่งวอลุ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งฟังยิ่งสะใจจนผมต้องร้องอุทานออกมาว่า “โอ้ว คุณพระ !” (เสียงจริงต้องขอเซ็นเซอร์ไว้ครับ มันไม่สามารถออกสื่อได้ !)

ผมเชื่อว่าถ้าหากใครไม่เคยฟังจากลำโพงในระดับที่สูงกว่านี้สัก 3-4 เท่าตัวจนหูเสียไปแล้ว มาได้ยินอย่างผมนี่รับรองว่าต้องรักลำโพง Revel คู่นี้เหมือนผมแน่นอนครับ

ลำโพง 2 ทางที่ผมเลือกใช้อ้างอิง
“เปิดเผย กระจ่าง มีรายละเอียดและมวลเนื้อพอเหมาะพอตัว” คือนิยามอย่างหยาบ ๆ ที่ผมมอบให้ลำโพง Revel Concerta2 M16 มันเป็นลำโพงอเมริกันลำหักลำโค่นดีเกินตัวที่ให้เสียงมีเสน่ห์แบบลำโพงสไตล์ยุโรป

เป็นลำโพงขนาดเล็กที่ครบเครื่องและพร้อมจะถ่ายทอดเสียงที่มีความเป็นดนตรีสูง บางครั้งมันทำให้ผมเขียนรีวิวแล้วรู้สึกลำบากใจว่าจะทำอย่างไรให้ตัวอักษรของผมมันสามารถบรรยายสิ่งที่ผมได้ยินได้ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด

หลังจบการรีวิวนี้ผมตั้งใจว่าจะขอยืมทางมหาจักรฯ ไว้ใช้ทดสอบร่วมกับเครื่องเสียงอื่น ๆ อีกสักพัก เพราะลำโพงที่มีคุณสมบัติอย่างนี้สามารถไปอยู่ในซิสเตมราคาหลักหมื่น หลักแสน ได้อย่างไม่ต้องอายใคร

มันก้าวข้ามพรมแดนของคำว่า “ลำโพงเสียงดีที่คุ้มค่าไปแล้วครับ !”


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด
โทร. 0-2256-0020-9
ราคา 29,990 บาท/คู่

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังเห่อระบบเสียง Lossless ใน Apple Music และงานบ้าน D.I.Y.

มนตรี คงมหาพฤกษ์