รีวิว NAD : M50.2

ในชีวิตของผมมีสินค้าเครื่องเสียงอยู่ 2 ประเภทที่ทำให้ผมรู้สึกว่าต้องทำงานหนักกว่าปกติในการรีวิว ประเภทแรกคือ อุปกรณ์เสริมที่ดูเหมือนไม่มีอะไร ไม่มีคำอธิบายทางเทคนิคที่เข้าใจง่ายรองรับแต่ดันมีผลกับคุณภาพเสียงเยอะมาก มากจนต้องหาวิธีว่าจะอธิบายอย่างไรให้คุณผู้อ่านเข้าใจตรงกันกับสิ่งที่ผมได้ยิน

ประเภทที่สองคือ เครื่องเสียงที่มีคุณสมบัติและความสามารถเยอะมาก ๆ มากจนเกรงว่าจะพูดถึงได้ไม่ครบ ไม่ครอบคลุมครบถ้วนในใจความสำคัญ ยังไม่นับรวมถึงเรื่องของเทคนิควิธีการในการใช้งานต่าง ๆ ที่สมควรจะต้องอธิบายให้เข้าใจง่ายไม่เยิ่นเย้อพะรุงพะรัง ยอมรับว่าผมต้องทำการบ้านหนักเป็นพิเศษทุกครั้งที่ต้องรีวิวเครื่องเสียงประเภทนี้

NAD M50.2 ซึ่งทางผู้ผลิตเขาให้นิยามสั้น ๆ ว่าเป็น “Digital Music Player” นั้น จัดว่าเข้าข่ายเครื่องเสียงประเภทที่สองตามความหมายข้างต้น

M50 + M52 = M50.2
M50.2 เป็นเครื่องเสียงรุ่นหนึ่งใน Masters Series ซึ่งอยู่ในตระกูลเรือธงของทางเอ็นเอดี “NAD” ข้อมูลเบื้องต้นทราบว่าเครื่องเสียงรุ่นนี้เป็นพัฒนาการต่อมาจากรุ่น M50 และ M52 อีกทั้งยังเป็นการนำเครื่องทั้ง 2 รุ่นมาบูรณาการรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

M50 ซึ่งออกมาในช่วง 3-4 ปีก่อนเป็นเครื่องเสียงประเภทเครื่องเล่นไฟล์ดิจิทัล (Digital Music Player) เช่นกันแต่ไม่มีฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟสำหรับเก็บข้อมูลอยู่ในตัว ขณะที่ M52 ซึ่งออกมาภายในช่วงเวลาเดียวกันมีหน้าที่เป็น Digital Music Vault หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลไฟล์เพลง

เครื่องรุ่นพี่ทั้ง 2 รุ่นก่อนหน้านี้

ในช่วงต้นปี 2017 ที่งาน Consumer Electronics Show ทาง NAD ก็ได้เปิดตัว M50.2 ซึ่งเป็นเครื่องเสียงประเภทเดียวกับ M50 คือเป็นเครื่องเล่นไฟล์ดิจิทัลที่เชื่อมต่อระบบ network ได้ด้วย เชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สาย Wi-Fi (802.11b/g/n 2.4 GHz) และแบบใช้สาย Ethernet (Gigabit LAN) เครื่องรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่สไตล์ทูโทน สีเงินสลับดำ แท่นเครื่องเป็นโลหะอะลูมิเนียมดูแน่นหนาบึกบึนดีเหลือเกิน ซึ่งก็เป็นดีไซน์เดียวกันกับ NAD Masters Series รุ่นอื่น ๆ ในปัจจุบันนั่นล่ะครับ

กลางแผงหน้าปัดเครื่องโดดเด่นด้วยจอแสดงผลTFT LCD แบบภาพสีขนาดใหญ่ระบบสัมผัส บริเวณใต้จอแสดงผลมีไดร์ฟอ่านแผ่นซีดีแบบ slot load ซึ่งสามารถใช้เล่นแผ่นซีดีโดยตรงหรือจะริปเป็นไฟล์เก็บไว้ก็ได้ และแทนที่จะแยกหน่วยเก็บข้อมูลหรือ storage ออกไปเป็นอีกหนึ่งเครื่องแบบ M52 – Digital Music Vault ทีมวิศวกรของ NAD ก็ได้จัดการรวมมันเอาไว้เป็นเครื่องเดียวกัน อยู่ในตัว M50.2 เพียงเครื่องเดียว

จึงทำให้ M50.2 เป็นเครื่องเล่นไฟล์ดิจิทัลที่มีฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ (HDD) เสร็จสรรพในตัว เป็น HDD ความจุ 2 TB จำนวน 2 ตัว ซึ่งมีการทำ RAID เพื่อเป็นแบ็คอัพป้องกันการสูญหายของข้อมูลด้วย ความจุที่ใช้งานได้จริงจึงเหลือแค่เพียงครึ่งเดียวคือ 2 TB แทนที่จะรวมเป็น 4 TB เหมือนปกติทั่วไป

นอกจากนั้นใน M50.2 ยังได้มีการเพิ่มอินพุตอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นอินพุตสัญญาณดิจิทัล S/PDIF แบบ optical และ coaxial ยังมีภาครับสัญญาณบลูทูธ aptX ให้สตรีมเพลงแบบไร้สายจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้ด้วย ตบท้ายด้วยอินพุตสัญญาณอะนาล็อกสเตริโอเพิ่มมาให้ใช้งานอีกหนึ่งชุด

การเชื่อมต่อ
ก่อนอื่นต้องเรียนให้ทราบตรงกันก่อนนะครับว่า NAD M50.2 เป็น Digital Music Player ที่ค่อนข้างแปลก คือมันไม่มีภาค DAC หรือ Digital to Analog Converter มาในตัวนะครับ แม้ว่ามันจะมีสารพัดอินพุตสำหรับสัญญาณดิจิทัลและอินพุตสำหรับสัญญาณอะนาล็อกก็ตาม ไม่เหมือน Digital Music Player ตระกูล DS หรือ DSM ของ Linn ซึ่งทุกรุ่นมี DAC มาในตัวสามารถต่อออกไปใช้งานกับเครื่องขยายเสียงทั่วไปได้เลย

สำหรับ NAD M50.2 ไม่ว่าเราจะเลือกเล่นที่อินพุตใด สัญญาณที่ออกไปจากเครื่องเล่นตัวนี้จะเป็นสัญญาณดิจิทัล S/PDIF เท่านั้น เราเลือกได้แค่ว่าจะใช้งานเอาต์พุตดิจิทัลช่องใดบ้างซึ่งก็มีให้เลือกได้ตั้งแต่ AES/EBU (XLR 110 ohms), Coaxial (RCA 75 ohms), Optical (TosLink) และ HDMI 1.4 (เฉพาะสัญญาณเสียง และไม่รองรับ I2S DACs)

ขั้วต่ออินพุตและเอาต์พุตทั้งด้านหลังเครื่อง NAD M50.2

นั่นคือทางด้านเอาต์พุต… สำหรับด้านอินพุตเครื่องเล่นอย่าง M50.2 ซึ่งอาศัยการสตรีมจากระบบ network เป็นหลักไม่ว่าจะเป็นทาง Wi-Fi หรือ Ethernet อินพุตอื่น ๆ ดูเหมือนจะเป็นแค่ทางเลือกรองลงไป

การเชื่อมต่อระบบ network ไม่ว่าทางไร้สายหรือใช้สายนั้นถือเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับ M50.2 เนื่องจากระบบ network ของมันทำงานในแพลทฟอร์ม “BluOS” เหมือนที่อยู่ในเครื่องเสียงยี่ห้อ Bluesound ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเครือบริษัทเดียวกัน (Lenbrook Group) อีกทั้งการควบคุมสั่งงานเครื่องเล่นตัวนี้เราจำเป็นต้องอาศัยแอปฯ “BluOS” ซึ่งสามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรีในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตทั้ง Android และ iOS

ดังนั้นไม่ว่าเราจะต่อใช้งาน M50.2 อย่างไร ก่อนอื่นต้องทำการเชื่อมต่อมันเข้ากับระบบ network ในบ้านเราก่อนครับ ให้มันอยู่ใน network วงเดียวกันกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่เราจะใช้ควบคุมสั่งงานนั่นแหละ และถ้าสามารถทำได้ผมแนะนำให้เชื่อมต่อทางพอร์ต Ethernet ด้วยสาย LAN แบบ cat.6 เป็นอย่างน้อยครับ โดยเฉพาะถ้าต้องเดินสายยาวมาก ๆ (10 เมตรขึ้นไป)

การเชื่อมต่อ network ทางพอร์ต Ethernet จะการันตีประสิทธิภาพและความเสถียรของสัญญาณได้ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราสตรีมไฟล์เสียงรายละเอียดสูงอย่าง 24 bit/ 192 kHz ซึ่งมีปริมาณกระแสข้อมูลวิ่งผ่านในระบบ network มากเป็นพิเศษ อีกทั้งการเชื่อมต่อด้วยสาย LAN ยังทำให้การเซ็ตอัประบบในเบื้องต้นทำได้ง่ายกว่าการเชื่อมต่อทาง Wi-Fi

ด้านหลังเครื่องยังมีพอร์ต USB Type-A อีก 2 ช่อง อยู่ใกล้ ๆ กับพอร์ต Ethernet และอีก 1 ช่องบริเวณด้านหน้าเครื่อง ทั้งหมดมีไว้เพื่อเชื่อมต่อกับหน่วยเก็บข้อมูลประเภท mass storage จะเป็น External HDD/SSD หรือ Flash Drive ก็แล้วแต่ พอร์ตนี้รองรับเฉพาะฟอร์แมตไฟล์ที่เป็น FAT 32 และ Linux EXT เท่านั้นนะครับ

สำหรับพอร์ต USB Type-B อีก 1 ช่องด้านหลังเครื่อง เขาไม่ได้ออกแบบไว้ให้รับสัญญาณเสียงหรือการถ่ายโอนข้อมูลไฟล์เพลงใด ๆ นะครับ แต่มันเป็น service port เอาไว้ให้ช่างเทคนิคในศูนย์บริการเขาใช้

นอกจากเครื่องเสียงที่เป็น BluOS ด้วยกันแล้ว NAD M50.2 ยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบควบคุมต่างยี่ห้อเช่น Control4, Crestron หรือ RTI เพื่อให้ตัวมันเป็นส่วนหนึ่งภายในระบบสมาร์ทโฮม นอกจากนั้นเช่นเดียวกับเครื่องเสียง BluOS อื่น ๆ เครื่องเล่นของ NAD รุ่นนี้ยังสามารถใช้งานเป็น Roon endpoint (Roon Ready) เพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับแอปฯ เล่นเพลงชื่อดังในคอมพิวเตอร์อย่าง Roon ได้ด้วย

Technical Insight
ข้อมูลทางเทคนิคของNAD M50.2 ซึ่งทำงานด้วยชิปประมวลผล ARM ทางผู้ผลิตเขาแจ้งว่ามันรองรับไฟล์เสียงที่รายละเอียดสูงสุดระดับ 24 bit / 192 kHz และรองรับฟอร์แมตไฟล์ MP3, AAC, WMA, OGG Vorbis, WMA-L, FLAC, ALAC, WAV, AIFF และ MQA สำหรับไฟล์ฟอร์แมต DSD ณ เวลานี้ผมรีวิวอยู่นี้มันยังไม่รองรับนะครับ

จากข้อมูลในรีวิวของทางนิตยสาร Stereophile อ้างถึงคุณ Greg Stidsen ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของ NAD บอกเอาไว้ว่า แนวคิดของการออกแบบ M50.2 คือเครื่องเสียงที่ตั้งใจออกมาให้ใช้งานแทนคอมพิวเตอร์และ NAS (Network Attached Storage) ในระบบคอมพิวเตอร์ออดิโอ

ในยุคนี้จริงอยู่ว่าคอมพิวเตอร์นั้นสามารถเล่นไฟล์เพลงที่มีรายละเอียดสูงได้ แต่มันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้ความสำคัญกับคุณภาพเสียงและความเป็นดนตรีเหมือนอย่าง M50.2 ซึ่งทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมทั้งในส่วนของการเก็บข้อมูลและนำมาเล่นกลับ

นอกจากนั้นถ้าหากคุณเป็นนักเล่นเครื่องเสียงที่ไม่ได้มีความถนัดเชี่ยวชาญในเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ การปรับแต่งหรือปรับตั้งค่าอะไรต่อมิอะไรในคอมพิวเตอร์คงเป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ง่ายนัก

การออกแบบ M50.2 ได้บูรณาการส่วนของฮาร์ดแวร์ให้ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวกับซอฟต์แวร์แพลทฟอร์ม BluOS ทางเดินสัญญาณในแต่ละส่วนจะถูกควบคุมด้วยไดรเวอร์พิเศษที่ทีมวิศวกรของ NAD ได้ออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะ และการมันไม่มี DAC มาในตัวก็เพราะทางทีมออกแบบเชื่อว่าลูกค้าที่จะเล่นเครื่องเสียงระดับนี้น่าจะมี DAC คุณภาพสูงใช้งานกันอยู่แล้ว พกวเขาจึงไม่ได้ลงทุนเพิ่มไปกับสิ่งที่ลูกค้าไม่น่าจะได้ใช้งาน

คุณ Stidsen ยังเผยอีกว่าการออกแบบในส่วนของวงจรอิเล็กทรอนิกส์ใน M50.2 ให้ความสำคัญกับเลย์เอาต์ของวงจรเป็นพิเศษ ซึ่งจุดนี้จะเป็นอะไรที่สำคัญมากสำหรับวงจรดิจิทัลความเร็วสูง แผงวงจรไฟฟ้าแบบมัลติเลเยอร์พร้อมด้วยชั้นกราวน์เพลนขนาดใหญ่เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของสัญญาณ มีการใช้วงจรกำเนิดสัญญาณนาฬิกาคุณภาพสูง (high-quality clocks) ตลอดจนภาคจ่ายไฟคุณภาพที่มีความเสถียร”

สรุปใจความสำคัญแบบรวบรัดก็คือ NAD M50.2 ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานแทนคอมพิวเตอร์และ NAS เพราะมันใช้ง่ายกว่าและถูกออกแบบมา “สำหรับเครื่องเสียงโดยเฉพาะ”…

ประการหลังนี่สำคัญนะครับเพราะ NAS ที่ออกแบบมาสำหรับเครื่องเสียงโดยเฉพาะ เท่าที่ผมทราบมาถ้าเป็นกลุ่มไฮเอ็นด์ส่วนมากราคาแตะหลักแสนบาททั้งนั้นนะครับ ที่ย่อมเยาหน่อยอย่างพวกมิวสิกเซิฟเวอร์ที่บิลต์อินมาในเครื่องเล่นก็มีหลายหมื่นบาทแล้วล่ะครับ

ในรีวิวนี้เนื่องจากผมมีเวลาค่อนข้างจำกัดในการได้เครื่องมาลองใช้งาน จึงไม่ได้เปิดฝาเครื่องดูรายละเอียดข้างใน เท่าที่มองลอดผ่านช่องระบายความร้อนด้านบนเครื่องก็แค่พอจะมองเห็นว่าเขาใช้ชุดทรานสปอร์ตและเลเซอร์พิคของยี่ห้อ TEAC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกับ Esoteric ซึ่งขึ้นชื่อมากในเรื่องการผลิตอะไหล่ชิ้นส่วนนี้

สำหรับวงจรในส่วนอื่น ๆ ก็เห็นว่างานประกอบดูสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยดี ดูเป็นสินค้ามาจากโรงงานที่มีมาตรฐานสูง ไม่ใช่โรงงานประเภทห้องแถวแน่นอนครับ

เราจะเล่นเพลงจากที่ไหนได้บ้าง?
แน่นอนว่าเมื่อเชื่อมต่อกับ network แล้ว ตัว M50.2 จะสามารถสตรีมเพลงที่ Shared อยู่ในระบบ network ของเรา หรือจากผู้ให้บริการเพลงออนไลน์อีกหลายเจ้าได้แก่ WiMP, Slacker Radio, Qobuz, HighResAudio, JUKE, Deezer, Murfie, HDTracks, Spotify, TIDAL, Napster, Microsoft Groove (with OneDrive), Classics Online หรือ KKBox รวมถึงอินเตอร์เน็ตเรดิโออย่าง TuneIn Radio, iHeartRadio, Calm Radio และ Radio Paradise

สำหรับการสตรีมจากออนไลน์ในรีวิวนี้ผมได้ลองฟังโดยการสตรีมเพลงจาก TIDAL เป็นหลักเพราะมันให้คุณภาพระดับ lossless cd quality และยังมีไฟล์เพลงแบบ MQA ดี ๆ ให้เลือกฟังอยู่พอสมควร

สำหรับการสตรีมไฟล์เพลงที่ผมมีอยู่แล้วทั้งที่ริปจากแผ่นซีดีเก็บไว้หรือไฟล์ hi-res audio ทั้งหลาย ผมสตรีมโดยการแชร์ไฟล์มาจากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows 10 โดยที่ตัวไฟล์เพลงจะเก็บอยู่ใน External SSD ความจุ 500 GB รุ่น T3 ของ Samsung

อันที่จริงเพลงที่ผมเก็บอยู่ใน External SSD ที่ว่านี้ควรจะเสียบใช้งานกับพอร์ต USB Type-A ช่องใดช่องหนึ่งของ M50.2 แล้วเรียกเพลงมาเล่นได้โดยตรง ทว่า External SSD ของผมลูกนี้ถูกฟอร์แมตเอาไว้เป็น exFAT ซึ่งได้ลองนำมาเสียบกับ M50.2 แล้วปรากฏว่ามันมองไม่เห็น (อย่างที่ได้เรียนไว้ข้างต้นว่า M50.2 รองรับเฉพาะFAT 32)

ดังนั้นการจะเล่นเพลงจาก External SSD ของผมลูกนี้จึงจำเป็นต้องใช้วิธีแชร์จากคอมพิวเตอร์มาอีกทอดหนึ่ง แทนที่จะต้องมานั่งฟอร์แมตใหม่แล้วทำสำเนาไฟล์ทั้งหมดใส่เข้าไปอีกรอบ

แต่ถ้าใครที่จะซื้อหาหรือเตรียมหา External Storage (HDD/SSD/Flash Drive) เพื่อตั้งใจจะมาใช้กับ M50.2 อยู่แล้ว ก็ให้ฟอร์แมตเป็น FAT หรือ FAT32 ตั้งแต่แรกแล้วมันจะเสียบใช้งานกับ M50.2 ทางพอร์ต USB Type-A ซึ่งมีอยู่ตั้ง 3 ช่องได้โดยตรง

ลองต่อใช้งานกันเกือบครบทุกช่อง

นอกจากการสตรีมทาง network แล้ว การที่ M50.2 มีไดร์ฟอ่านแผ่นซีดีในตัวมันจึงทำหน้าที่เป็นซีดีทรานสปอร์ตชั้นดี ใครมี DAC แยกชิ้นคุณภาพดีอยู่ อย่างในรีวิวนี้ผมต่อใช้งานกับ Mytek Liberty DAC เสียบสายดิจิทัล AES/EBU เข้าไปเส้นเดียว สุ้มเสียงออกมาน่าฟังมากครับ กับซีดีบางแผ่นผมว่าเสียงที่ออกมาน่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ฟังดีขนาดนี้

นอกจากนั้น M50.2 ยังช่วยหาข้อมูล meta data ของแผ่นซีดีที่มันสืบค้นได้จากคลังข้อมูลในอินเตอร์เน็ตมาแสดงในแอปฯ BluOS ด้วยครับ มาครบทั้งชื่ออัลบั้ม ชื่อเพลงและหน้าปกแผ่นซีดี เรียกว่าฟังจากแผ่นโดยตรงก็สามารถมองเเห็นชื่อเพลงต่าง ๆ และเลือกเพลงมาเล่นได้เหมือนการเลือกเล่นจากไฟล์ที่ริปมาแล้วอย่างไรอย่างนั้น

อ้อ อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือเมื่อเราโหลดแผ่นซีดีเข้าไปในเครื่อง บนหน้าแอปฯ BluOS จะมีข้อความเด้งขึ้นมาถามด้วยครับว่าจะเล่นหรือจะริป ซึ่งเราสามารถเข้าไปตั้งค่าในแอปฯ ได้ด้วยว่าจะให้ถามอย่างนี้ก่อนหรือไม่ หรือว่าจะเลือกให้มันอยู่ในโหมดเล่นแผ่น หรือในโหมดริปแผ่นไปเลยโดยอัตโนมัติ

ซึ่งถ้าเราเลือกโหมดริปแผ่น เรายังสามารถเข้าไปเลือกในแอปฯ ในด้วยว่าจะให้มันริปเป็นไฟล์แบบไหน uncompressed (wav), lossless (flac) หรือ mp3 ซึ่ง M50.2 ก็จะใส่ข้อมูลไฟล์เพลงหรือ meta data ในไฟล์เพลงที่ริปให้เสร็จสรรพ ระหว่างริปสามารถดูสถานะได้ด้วยว่าริปไปถึงไหนแล้ว พอริปเสร็จเครื่องก็จะคายแผ่นซีดีออกมา

และไฟล์ที่ริปแล้วจะถูกเก็บไว้ที่ฮาร์ดดิสก์ในตัว M50.2 เป็น Library พร้อมใช้งาน ซึ่งถ้าทั้งหมดนี้เราตั้งให้มันริปอัตโนมัติ เราก็มีหน้าที่แค่ใส่แผ่น รอจนเสร็จ แล้วก็ดึงแผ่นออก… เท่านี้เองครับ ! ง่ายมาก ง่ายสุด ๆ ไม่ต้องแตะคอมพิวเตอร์เลย นี่เท่ากับว่าได้เครื่องริปแผ่นซีดีอัตโนมัติชั้นดีมาพร้อมกับเครื่องเล่นตัวนี้ด้วย !

อย่างไรก็ดีเมื่อผมได้ลองใส่แผ่นเพลงไทยเข้าไปพบว่าหลายแผ่นโดยเฉพาะที่มาจากค่ายเล็ก ๆ เครื่องไม่สามารถหา meta data มาใส่ในไฟล์ข้อมูลได้ และผมยังหาวิธีเข้าไป edit ข้อมูลเองไม่ได้ นอกจากการเข้าถึงฮาร์ดดิสก์ในตัว M50.2 ผ่านทาง network share ซึ่งต้องเรียนตามตรงว่าไม่ค่อยสะดวกนัก แต่การเข้าถึงฮาร์ดดิสก์ในตัว M50.2 จะเปิดโอกาสให้สามารถโยนไฟล์เพลงอื่น ๆ ของเราไปเก็บเอาไว้และเรียกมาฟังได้ด้วยครับ

การเชื่อมต่อบลูทูธแล้วสตรีมเพลงจากอุปกรณ์อื่น ๆ มาเล่นที่ M50.2 ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้เพลงที่เราฟังจากแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรือแล็บท็อป มีคุณภาพเสียงดีขึ้นและสามารถฟังในเครื่องเสียงชุดหลักได้สบาย ๆ ตามอัตภาพ

ลองใช้งานเบื้องต้น
อุปกรณ์มาตรฐานที่มาพร้อมกับ NAD M50.2 มีแค่คู่มือการใช้งาน, สายไฟเอซี, แฟลชไดร์ฟที่ใส่ไฟล์ข้อมูลคู่มือใช้งาน, ผ้าเช็ดเครื่อง, เสาอากาศแบบถอดได้สั้น ๆ 2 ต้น สำหรับรับสัญญาณบลูทูธและ Wi-Fi และแป้นรองขาตัวเครื่อง (ที่เป็นเดือยแหลม) มีแม่เหล็กช่วยให้เวลาสอดเข้าไปใต้เครื่องตัวแป้นรองกับขารองเครื่องมันจะหาเจอกันได้ง่ายขึ้น

มีเท่านั้นแหละครับ ไม่ต้องมองหารีโมตคอนโทรล มันไม่มีให้ครับ อย่างที่ได้เรียนไว้ข้างต้นเครื่องรุ่นนี้เป็นแพลทฟอร์ม BluOS เหมือนเครื่องเสียง Bluesound

ดังนั้นหัวใจของการควบคุมสั่งงานทั้งหมดจะไปอยู่ที่แอปฯ BluOS เหมือนกันและเครื่องเสียงของบลูซาวด์เองก็ไม่มีรีโมตคอนโทรลแบบสำเร็จรูปให้มาด้วยเช่นกัน เพราะการควบคุมจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตซึ่งสะดวกกว่ามาก มันช่วยทำหน้าที่นั้นแทนโดยสมบูรณ์แบบแล้ว

แม้ว่าหน้าจอแบบทัชสกรีนของ NAD M50.2 จะเปิดโอกาสให้เราสามารถกดสั่งงานหรือเล่นเพลงได้ด้วย แต่เชื่อผมเถอะครับ ผมลองแล้วมันไม่ถนัดเอาเสียเลย ยิ่งถ้าตำแหน่งวางเครื่องค่อนข้างเตี้ยด้วยแล้วการเอื้อมมือเอานิ้วไปจิ้มบนหน้าจอยังไงก็ไม่สะดวกเท่าจิ้มที่สมาร์ทโฟนครับ

ที่จริงแล้วผมชอบจอแสดงผลของ M50.2 นะครับ มันมีความชัดเจนและมีขนาดใหญ่โตพอสมควรและวางตำแหน่งบนแผงหน้าปัดได้ลงตัวดี แต่เมื่อใช้งานจริงในห้องฟังและเมื่อเรานั่งห่างตัวเครื่องออกมาประมาณ 2-3 เมตร ผมว่ามันก็ยังมองเห็นรายละเอียดบนหน้าจอยากเหมือนกันนะครับ ดูและสั่งงานจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตซึ่งเราถืออยู่กับตัวอยู่แล้ว ง่ายและสะดวกกว่ากันเยอะเลยครับ

NAD M50.2 มีสวิตช์หลักอยู่ด้านหลังเครื่องบริเวณเหนือขั้วต่อ AC INLET เมื่อกดเปิดตรงนี้เครื่องจะค่อย ๆ บูทตัวเองและเปิดเต็มที่พร้อมทำงานเลยภายในเวลาไม่นานนัก รอบ ๆ โลโก้ NAD บนหน้าปัดเครื่องจะมีไฟสีต่าง ๆ คอยแสดงสถานะของตัวเครื่อง (ดูรายละเอียดได้ในคู่มือ)

การเปิดใช้งานครั้งแรก สิ่งแรกที่ต้องทำคือเชื่อมต่อมันเข้ากับ network ที่บ้านของเรา ซึ่งอย่างทีได้เรียนไว้แล้วถ้าทำได้ไม่ลำบากผมแนะนำให้คุณเชื่อมต่อมันด้วยสาย LAN การเชื่อมต่อด้วย Wi-Fi ก็ทำได้แต่มีขั้นตอนยุ่งยากกว่า อีกทั้งผมมองว่าในเครื่องเสียงระดับนี้ควรจะรองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูงอย่าง Wi-Fi AC ที่ความถี่ 5 GHz ได้แล้ว ส่วนการเชื่อมต่อทาง Ethernet ที่เป็น Gigabit LAN นั้นถือว่าเหมาะสมแล้ว

เมื่อเครื่องได้ทำการเชื่อมต่อเข้ากับระบบ network ที่มันรู้จักแล้ว จากนี้ไปถ้าหาก network ของเราไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกครั้งที่เปิดใช้งาน M50.2 มันจะเชื่อมต่อ network ของเราโดยอัตโนมัติ และเมื่อเปิดแอปฯ BluOS ในสมาร์ทโฟนขึ้นมา เพียงตั้งค่าอีกเล็กน้อย มันจะมองเห็นกันโดยอัตโนมัติและพร้อมใช้งานทันที

เมื่อจะปิดใช้งานชั่วคราวเราสามารถแตะค้างที่ปุ่มแสตนด์บายซึ่งเป็นปุ่มกดแบบสัมผัสอยู่เหนือจอแสดงผลขึ้นไปด้านบนของตัวเครื่อง หากจะกลับมาใช้งานก็เพียงแค่แตะที่ปุ่มนี้อีกครั้ง

คุณภาพและประสิทธิภาพ
ช่วงแรกผมได้ลองต่อ M50.2 กับ DAC แยกชิ้น 2 ตัว โดยต่อเอาต์พุต Coaxial ไปเข้าที่ Klipsch Heritage Headphone Amplifier และต่อเอาต์พุต AES/EBU ไปเข้าที่ Mytek Liberty DAC เอาต์พุตอะนาล็อกจาก DAC ต่อไปเข้าอินทิเกรตแอมป์ Arcam A29 ขับลำโพง Revel Concerta2 M16 ที่รีวิวในเล่มนี้ด้วยเช่นกัน

ตลอดการใช้งานเอาต์พุตจาก M50.2 จะถูกปล่อยเป็น fixed output แล้วมาปรับ volume ที่ Arcam A29 แทน

จากการลองใช้งานสลับกันระหว่าง DAC ทั้ง 2 ตัว สิ่งที่ผมประทับใจคือการใช้ M50.2 ต่อแทนคอมพิวเตอร์ไม่ได้ทำให้เสียงที่ได้จาก DAC ทั้งคู่ด้อยไปกว่าการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ทางอินพุต USB ของ DAC เลย ทั้งที่ทางเทคนิคแล้วการเชื่อมต่อทาง USB ได้เปรียบเรื่อง low jitter อยู่มากพอสมควร

ชุดเครื่องเสียงที่ใช้ลองฟังเบื้องต้น

M50.2 ทำให้เสียงที่ได้จาก DAC ทั้ง 2 ตัวมีความกระจ่างชัดและสะอาดเป็นคุณสมบัติพื้นฐาน ที่เหลือปล่อยให้เป็นบุคลิกของตัว DAC เองและเพลงที่เรากำลังเปิดฟัง

หลังจากได้ทดลองฟังเพลงจาก source ต่าง ๆ รวมทั้งทางอินพุตอะนาล็อกที่ได้ลองเชื่อมต่อกับชุดเครื่องเล่นแผ่นเสียงของ Thorens และหัวเข็ม+โฟโนปรีแอมป์ของยี่ห้อ SoundSmith แล้ว ช่วงเวลาส่วนใหญ่ที่ลองใช้งาน M50.2 คือฟังเพลงจาก TIDAL แน่นอนว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นไฟล์ TIDAL Master หรือไฟล์เสียงที่เข้ารหัส MQA มา

ลองฟังไฟล์ MQA กับ DAC ของ Mytek
ลองต่อใช้งานอินพุตอะนาล็อกของ M50.2

เมื่อฟังกับ DAC ของ Klipsch ซึ่งไม่มีตัวถอดรหัส MQA สัญญาณที่ออกจาก M50.2 จะทำการคลี่ “unfold” ไฟล์ MQA จาก 44.1kHz/48kHz ให้มีรายละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น 88.2kHz หรือ 96kHz เมื่อส่งมาถึง DAC ของ Klipsch การฟังจาก Non-MQA DAC อย่างนี้จึงได้ประโยชน์จากความสามารถของ M50.2 ไปโดยปริยาย

ลองฟังไฟล์ MQA กับ DAC ของ Klipsch
ลองฟังไฟล์ MQA กับ DAC ของ Mytek

ซึ่งคุณสมบัติตรงนี้ทำให้เครื่องเล่นของ NAD รุ่นนี้สามารถทำให้ DAC ระดับไฮเอ็นด์ทั้งหลายที่ออกมาเมื่อไม่กี่ปีนี้ซึ่งรองรับ Hi-Res Audio แต่ยังไม่รองรับ MQA พลอยได้ประโยชน์จากการสตรีมมิ่งและ MQA ไปด้วย

แล้วเมื่อต่อใช้งานกับ Mytek Liberty DAC ซึ่งรองรับการถอดรหัสเสียง MQA ล่ะจะเป็นอย่างไร?… ก็ได้ประโยชน์จาก MQA แบบเต็ม ๆ น่ะสิครับ แน่นอนว่าในช่วงที่ใช้งานคู่นี้ร่วมกันผมจึงได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจเป็นพิเศษ

นอกจากการเชื่อมต่อกับ DAC แล้ว ช่วงหนึ่งของการรีวิวผมยังได้ลองต่อใช้งานกับ NAD M32 ซึ่งมีภาคขยายเสียงเป็น DirectDigital Amplifier ทางช่องอินพุต AES/EBU เนื่องจากแอมป์ตัวนี้รับสัญญาณดิจิทัลไปใช้งานโดยตรง ไม่ต้องผ่านกระบวนการแปลงดิจิทัลเป็นอะนาล็อกก่อน ก็ยิ่งทำให้ทางเดินสัญญาณเสียงมีความลัดตรง มีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้นไปอีก

ต่อ Digital AES/EBU เส้นเดียวเข้า NAD M32 สะดวก ง่ายและเสียงดีมาก ๆ

ผลลัพธ์ที่ได้จากการจับคู่ใช้งาน M50.2 + M32 ก็เป็นไปตามคาดล่ะครับ มันสด สะอาดและกระจ่างใสเหมือนเรามองทะลุผ่านกระจกบานโต ๆ เลยทีเดียว เข้าใจว่าแอมป์อื่น ๆ ที่รับสัญญาณดิจิทัลไปใช้กับภาคขยายเสียงโดยตรงก็น่าจะได้อานิสงส์นี้เช่นกัน

ส่วนแอมป์ที่มี DAC ในตัวก็จะได้ประโยชน์ด้านความเรียบง่ายของซิสเตมด้วยเช่นกันเพราะต่อ M50.2 ตัวเดียวก็เล่นได้สารพัดไม่ว่าจะเป็นแผ่นซีดี ไฟล์เสียงที่เรามีอยู่ สตรีมมิ่งที่มีให้เลือกเล่นเลือกฟังอีกเป็นโหล หรือแม้กระทั่งการสตรีมด้วยบลูทูธ

เครื่องเสียงสมัยใหม่ที่เราคุ้นเคย
เรียนตามตรงว่าทีแรกที่ได้ทราบคุณสมบัติพื้นฐานและราคาของ M50.2 (161,900 บาท) ผมแอบคิดว่ามันคุ้มหรือเปล่า กับเครื่องเล่นราคาระดับนี้แต่ไม่มี DAC ในตัวและไม่รองรับ DSD แถมยังใช้แพลทฟอร์มเดียวกันกับเครื่องเสียงยี่ห้อ Bluesound ซึ่งแต่ละรุ่นสนนราคาอยู่ในเลขหลักหมื่นเท่านั้นเอง

แต่ก็อย่างที่โบราณเขาว่าไว้นั่นแหละครับ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นฯ สิ่งที่ปรากฏใน M50.2 คือการต่อยอดจากแนวคิดของ Bluesound แบรนด์น้องร่วมชายคาเดียวกัน จนเข้าไปถึงใจกลางความต้องการของคนชอบฟังเพลงที่ชอบเครื่องเสียง นั่นคือ การทำอย่างไรให้มันใช้ง่ายและดูคุ้นเคย สำคัญที่สุดคือต้องเข้ากับไฮไฟซิสเตมได้

การพูดถึงเสียงของ M50.2 นั้นเป็นเรื่องทีไม่ง่ายนักเพราะเสียงที่เราจะได้ยินจากซิสเตมที่ใช้มันมีอิทธิพลมาจากส่วนอื่น ๆ ด้วยโดยเฉพาะ DAC เท่าที่ได้ลองเล่นมาทั้งหมดผมเพียงรับรู้ได้ว่า M50.2 นั้นไว้วางใจได้ว่าจะไม่เป็นตัวถ่วงคุณภาพเสียงภายในซิสเตม ที่เหลือก็ปล่อยให้ DAC และอุปกรณ์อื่น ๆ ในซิสเตมทำหน้าที่ของมันไป

หลังจากที่ได้ลองเล่นเองไปแล้ว ผมก็พอจะมองเห็นภาพของคนที่ต้องการใช้งาน M50.2 ว่าน่าจะเป็นคนที่มีไฮไฟซิสเตมระดับกลางจนถึงไฮเอ็นด์ที่มี DAC แยกชิ้นใช้งานอยู่ เกิดมีความสนใจจะเล่นดิจิทัลออดิโอสมัยใหม่ อยากฟังพวกไฟล์ Hi-Res Audio ทั้งหลายที่เขาว่าดี รวมถึงการสตรีมมิ่งที่เขาว่าเสียงดีและมีเพลงให้ฟังเป็นล้านเพลง ทว่ายังจด ๆ จ้อง ๆ เพราะไม่มั่นใจว่ามันจะใช้งานยากหรือเปล่า สุดท้ายแล้วเสียงที่ออกมาจะดีไหม… หากงบประมาณไม่ใช่ปัญหาแล้วล่ะก็ผมว่า NAD M50.2 เหมาะกับคุณมาก ๆ ครับ


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท โคไน้ซ์ อีเล็คโทรนิค จำกัด
โทร. 0-2276-9644
ราคา 161,900 บาท

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความชอบในงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์