fbpx

รีวิว KEF : LS50 Wireless

เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว (2016) ผมมีโอกาสได้ไปงานเปิดตัว KEF LS50 Wireless ที่บริษัทซาวด์ รีพับลิค ครับ ซึ่งงานวันนั้น Mr. Johan Coorg (Brand Ambassador) ของ KEF ได้มาพรีเซนต์ด้วยตัวเองและบอกว่า KEF LS50 Wireless นี่คือลำโพงแอคทีฟระดับไฮเอนด์!

KEF LS50 Wireless
Mr. Johan Coorg พูดถึงที่มาที่ไปของ KEF LS50 Wireless ว่าลำโพงรุ่นนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จมาจากลำโพง Passive รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปีที่ชื่อว่า KEF LS50 ครับ ตรงนี้ผมจะขยายความให้สักนิดครับว่ารหัส LS เป็นชื่อระดับตำนานที่สร้างชื่อให้กับ KEF มาอย่างยาวนาน

ซึ่งลำโพงที่สร้างชื่อและได้รับการยอมรับจน BBC ยกให้เป็นลำโพงมอนิเตอร์ที่มีความเที่ยงตรงที่สุดสำหรับออกอากาศคือ KEF รุ่น LS3/5 ครับ และเมื่อ KEF มีอายุมาถึง 50 ปี เลยฉลองความสำเร็จด้วยการเอารหัส LS มาใช้อีกครั้ง และเลข 50 ที่ตามหลังมาก็คือ 50 ปีที่ KEF ก่อตั้งมา

ซึ่งเมื่อผมได้ยิน Mr. Johan Coorg บอกว่า KEF LS50 Wireless เป็นลำโพงแอคทีฟระดับไฮเอนด์ ผมจึงไม่แปลกใจแต่อย่างใดเพราะการที่ KEF กล้านำ LS50 ซึ่งเป็นลำโพงรุ่นพิเศษแบบนี้มาทำเป็นลำโพงแอคทีฟผมเชื่อว่า KEF คงไม่ได้ทำออกมาให้มันเป็นเพียงของเล่นอย่างแน่นอน

FIRST IMPRESSION
สำหรับ KEF LS50 Wireless หากมองจากด้านหน้าไกล ๆ ผมว่าคงทำให้หลายคนนึกว่าเป็น KEF LS50 แน่ ๆ แต่เขยิบเข้ามาใกล้สักนิดก็จะเห็นความต่างอย่างชัดเจนเลยละครับ ในจุดแรกคือความลึกของตู้ลำโพง KEF LS50 Wireless ดูจะลึกกว่า KEF LS50 ที่เป็น Passive อยู่พอสมควรแถมมีปิดท้ายด้วยฮีทซิงก์ระบายความร้อนอีกด้วย จุดนี้ก็เพราะว่าพอเป็นลำโพงแอคทีฟภายในตัวลำโพงจึงต้องส่วนอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปด้วย เลยจำเป็นที่จะต้องมีฮีทซิงก์ระบายความร้อนครับ

ซึ่งต้องขอชื่นชมนักออกแบบของ KEF จริง ๆ ที่ออกแบบฮีทซิงก์มาได้สวยงามและดูไม่เป็นส่วนเกินของลำโพงเลย ในส่วนของปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นและ In-Put, Out-Put นั้นจะอยู่ที่ลำโพงแชนแนลขวาทั้งหมดครับ โดยปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นจะอยู่ด้านบนเป็นระบบ Touch Control ตัวจอแสดงผลเป็น OLED ให้แสงที่คมชัดสวยงามดีมากครับ ส่วนด้านหลังก็จะรวม In-Put,Out-Put ไว้ทั้งหมด ส่วนลำโพงแชนแนลซ้ายจะมีแค่ In-Put เดียวคือช่อง RJ45 สำหรับรับสัญญาณที่ส่งมาจากแชนแนลขวาผ่านสาย CAT6 ที่มีให้มาในชุด

โดยรวมต้องบอกเลยว่าสำหรับผม KEF LS50 Wireless มันดูแพงและดูไฮเอนด์กว่า KEF LS50 เสียอีก อาจจะด้วยวัสดุของตู้ลำโพงที่เป็นชนิดเดียวกันทั้งหน้ากากและตัวตู้การทำสีที่เนียนสวยมาก ๆ ให้อารมณ์ประมาณรถซูปเปอร์คาร์เลยทีเดียว ยิ่งสี Titanium Grey/Red ที่ผมได้มาทดสอบนี่ต้องบอกว่าดูพรีเมี่ยมสมราคามาก ๆ ครับ

In-Put,Out-Put จะอยู่ด้านหลังของลำโพงแชนแนลขวาทั้งหมด
ฮีทซิงก์ออกแบบมาได้สวยงามและดูไม่เป็นส่วนเกินของลำโพงเลย
ในชุดจะมีรีโมตมาให้ด้วย ซึ่งรีโมตจะเป็นสีเดียวกับลำโพง

Spec and Function
จุดเด่นที่ไม่เขียนถึงไม่ได้เลยของลำโพง KEF ทุกรุ่นคงหนีไม่พ้น Uni-Q Driver ซึ่งสำหรับ KEF LS50 Wireless นั้นยกเทคโนโลยี Uni-Q และ Bass reflex มาจาก KEF LS50 ที่เป็น Passive เลยครับ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นเฉพาะของรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ เพราะเป็น Uni-Q ที่ออกแบบมาสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ

โดยในส่วนของเสียงแหลมใช้ทวิตเตอร์โดมขนาด 25mm ที่เป็นเทคโนโลยี Tangerine Waveguide คือโครงสร้างของทวิตเตอร์โดมนั้นจะเป็นจีบโลหะแฉก ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มมุมกระจายเสียงย่านความถี่สูง ๆ ได้ดียิ่งขึ้นและตอบสนองย่านความถี่สูงได้มากขึ้นโดยไม่เกิดการเสียรูป ส่วนที่ดอกย่านกลาง/ทุ้ม ตัววัสดุจะเป็น Magnesium/Aluminium ขนาด 130mm ที่มีความแข็งแกร่งแต่นำ้หนักเบา ส่งผลให้การตอบสนองย่านความถี่ต่ำได้ดีแม้จะมีขนาดเล็ก

สิ่งที่น่าแปลกใจสำหรับผมคือแม้ว่าจะต้องมีการออกแบบภายในของตู้ลำโพงใหม่เพราะต้องใส่ภาคอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปแต่ตำแหน่งของ Bass-reflex ยังจัดวางไว้ในตำแหน่งเดียวกับ LS50 ได้อย่างลงตัวและตัวท่อก็ยังคงเป็นทรงรีและใช้วัสดุที่เป็นใยสังเคราะห์ จุดนี้ทาง KEF ก็ไม่ได้มโนขึ้นมาเองนะครับว่าการใช้ท่อทรงรีและสัวดุแบบนี้จะทำให้เสียงออกมาดี แต่ได้มีการวิจัยด้วยระบบ CFD (Computational Fluid Dynamics) เพื่อหาลักษณะของท่อเปิดที่จะปล่อยอากาศออกไปได้อย่างลื่นไหลและลดการรบกวนของมวลอากาศที่อาจจะไปไหลวนอยู่ปลายท่ออย่างละเอียด จนได้เป็นเทคโนโลยีที่นำมาใส่ใน KEF LS50 ทั้งสองรุ่นนั่นเอง

ในส่วนของสเปค KEF LS50 Wireless ดูจะไม่ต่างจาก KEF LS50 Passive รุ่นพี่เท่าไหร่นัก แต่ทีเด็ดของลำโพงคู่นี้อยู่ที่เทคโนโลยีที่ใส่เข้าไปในลำโพงนี่แหละครับ! ก็แหม่เป็นลำโพงแอคทีฟทั้งที่ก็ต้องโชว์เหนือกันหน่อยสิครับ!

Uni-Q Driver ชุดเดียวกับ KEF LS50

หลักการทำงานของ KEF LS50 Wireless
ก่อนจะโม้ถึงเรื่องเทคโนโลยีต่าง ๆ ของลำโพงคู่นี้ผมว่าเรามาทำความเข้าใจหลักการทำงานของ KEF LS50 Wireless กันสักหน่อยดีกว่าครับ KEF LS50 Wireless เป็นลำโพงแอคทีฟที่ทำงานด้วยระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบครับ คือ In-Put ทั้งหมดของKEF LS50 Wireless จะถูกรับมาในรูปแบบดิจิทัลทั้งหมด ถึงแม้จะเป็นการส่งสัญญาณเข้ามาผ่าน In-Put Analog ที่ช่อง RCA ก็จะถูกแปลงสัญญาณให้เป็นดิจิทัลก่อนที่จะส่งต่อไปที่ Digital Signal Processing Crossover ครับ

ดูจากภาพประกอบที่ผมยกตัวอย่างมาจะเห็นว่า In-Put ที่เป็น Digitalทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นจากทาง USB,Optical,Network,Bluetooth หรือทาง RCA (จะถูกแปลงเป็นดิจิทัลก่อน) นั้นจะตรงเข้ามาที่ DSP ของลำโพงแชนแนลขวา ซึ่งใน DSP จะประกอบไปด้วย 3 ส่วน ส่วนแรกคือ Digital Preamp เมื่อสัญญาณถูกส่งมาถึงจะทำหน้าที่แยกสัญญาณออกเป็นสองแชนแนลคือขวาและซ้าย

ในส่วนของสัญญาณแชนแนลซ้ายจะถูกส่งต่อไปที่ Digital Preamp ของลำโพงแชนแนลซ้ายโดยตรง หลังจากส่วนนี้ลำโพงทั้งสองแชนแนลจะทำงานแยกกันอิสระ โดยส่งต่อสัญญาณจากDigital Preamp ไปที่ User Equalization ที่เราได้ปรับแต่งไว้ ก่อนที่จะออกไปยัง Digital Crossover เพื่อแยกสัญญาณและส่งต่อไปที่ DAC ซึ่งในลำโพงหนึ่งข้างจะมี DAC (Digital to Analog Converter) และ แอมป์ อยู่อย่างละสองตัว คือมี DAC 1 ตัวทำหน้าที่แปลงสัญญาณแล้วส่งไปที่แอมป์สำหรับขับเสียงสูง (HF Amp) และ DAC อีก 1 ตัวทำหน้าที่แปลงสัญญาณแล้วส่งไปที่แอมป์สำหรับขับเสียงย่าน กลาง/ต่ำ (LMF Amp) ครับ

สิริรวมแล้ว KEF LS50 Wireless คู่นี้มี DAC อยู่ทั้งหมด 4 ตัว และ Amp 4 ตัวครับผม! ซึ่งที่ต้องมีแอมป์ข้างละสองตัวเพราะลำโพงคู่นี้ใช้ระบบ Bi-Amp ครับ คือแอมป์แต่ละตัวก็ทำหน้าที่ขับไดร์เวอร์ตัวเดียวไปเลย เรียกว่าทำงานแยกกันอิสระไม่ต้องกังวลเรื่องกำลังสำรองจะไม่พอ แล้วทาง KEF ก็ไม่ใช่แค่ใส่ Bi-Amp มาให้ธรรมดา ๆ พอเป็นพิธีนะครับ แต่ใส่ใจในเรื่องคลาสและกำลังของแอมป์ด้วย โดยแอมป์ที่ทำหน้าที่ขับเสียงกลาง/ต่ำ นั้น KEF บอกว่าต้องการกำลังสำรองสูงแต่ต้องขนาดเล็กเลยเลือกใช้ Class D ที่ 200W ส่วนย่านเสียงแหลมหรือทวีตเตอร์นั้น KEF บอกว่าใช้แรงน้อยจัดให้แบบเนียน ๆ เป็น Class AB 30W

เป็นไงครับ อ่านถึงตรงนี้แล้วพอจะเชื่อผมได้รึยังว่า KEF LS50 Wireless คู่นี้เนี่ยมันเป็นลำโพงแอคทีฟระดับไฮเอนด์จริง ๆ

ภาพจำลองการทำงานของ KEF LS50 Wireless

Time correction on Digital Crossover ทลายขีดจำกัดด้วยพลังดิจิทัล !
ปกติแล้ว Crossover หรือวงจนตัดแบ่งความถี่ในลำโพง Passive นั้นค่อนข้างจะมีความเพี้ยนที่ค่อนข้างสูง ผู้ออกแบบลำโพงหลาย ๆ แบรนด์จึงต้องใช้การออกแบบไดร์เวอร์แบบพิเศษ หรือออกแบบการจัดวางดอกลำโพงที่แตกต่างกันไป อย่าง KEF เองก็มีเทคโนโลยีเฉพาะที่เรียกว่า Uni-Q Driver ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการจัดการ Time Alignment

แต่นั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ว่า Crossover แบบอนาล็อคนั้นมีความเพี้ยนสูง ซึ่งมันส่งผลต่อ Time Alignment ด้วย! สำหรับ KEF LS50 Wireless ที่เป็นลำโพงแอคทีฟ KEF จัดการแก้ปัญหาตรงนี้ด้วยการใช้ Digital Crossover ที่มีระบบ Time correction ครับ ซึ่งจะทำหน้าที่จัดการแก้ไขสัญญาณที่รับเข้ามาด้วยระบบดิจิทัล ก่อนที่จะส่งต่อไป DAC และ Amp เรียกว่าเป็นการแก้ไขตั้งแต่ต้นทาง ทำให้สัญญาณที่ถูกส่งออกไปจากลำโพงมีความใกล้เคียงกับสัญญาณต้นทางที่รับเข้ามาในระดับที่เรียกได้ว่าเกือบจะสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

ตัวอย่างสัญญาณที่มีกับไม่มี Time correction

เซ็ทอัพและการใช้งาน
ในส่วนของการเซ็ทอัพนั้น KEF LS50 Wireless ให้ได้มากกว่าคำว่าง่ายครับ ปกติแล้วลำโพงแอคทีฟก็จะมีจุดเด่นที่การเซ็ทอัพที่ง่ายไม่ต้องวุ่นวายอยู่แล้ว แต่ KEF LS50 Wireless ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นโดยการใส่ตัวช่วยเจ๋ง ๆ มาให้ด้วย เรามาเริ่มกันที่จุดแรกคือความง่ายกันก่อน การเชื่อมต่อระหว่างลำโพงซ้ายและขวาของ KEF LS50 Wireless นั้นใช้สาย CAT6 หนึ่งเส้นเท่านั้นครับ

จุดเด่นคือสามารถส่งข้อมูลดิจิทัลขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่วนลำโพงแต่ละข้างก็ใช้สายไฟ AC ข้างละหนึ่ง สรุปรวมแล้วการจะใช้งาน KEF LS50 Wireless นั้นใช้เพียงสายไฟ AC 2 เส้น และสาย CAT6 1 เส้นเท่านั้นครับ

ลำโพงสองข้างเชื่อมต่อกันง่าย ๆ แต่ประสิทธิภาพสูงด้วยสาย CAT6

ผมก็แค่จับ KEF LS50 Wireless ไปวางไว้บนขาตั้งเสียบสายไฟเข้ากับลำโพงทั้งคู่ ต่อสาย CAT6 เข้ากับลำโพงทั้งสองข้าง แล้วกดเปิดลำโพงที่ปุ่มทัชคอนโทรลที่อยู่ด้านบนของลำโพงแชนแนลขวา เลือก In-Put กดเล่นเพลงแค่นี้ก็ได้ฟังเพลงเพราะ ๆ จาก KEF LS50 Wireless คู่นี้แล้วครับ ง่ายกว่าเดินไปซื้อกล้วยที่เซเว่นมาปอกกินซะอีกคุณ!

ลองนึกเล่น ๆ ดูว่าถ้าผมอยากจะเล่น KEF LS50 ที่เป็น Passive ให้เต็มระบบเหมือนกับซิสเท็มที่อยู่ใน KEF LS50 Wireless ผมจะต้องมอะไรบ้าง 1.ผมต้องมีเน็ตเวิร์คเพล์เยอร์หนึ่งตัว 2.DAC สำหรับลำโพงข้างซ้ายและขวาทั้งหมด 4 ตัว 3.Amp อีก 4 สำหรับขับลำโพงแต่ละข้างแบบแยกไดร์เวอร์ 5.สายสัญญาณตั้งแต่ต้นทางมาจนถึงปลายทางทั้งสาย USB,สาย Analog, สายลำโพง

ที่นี้พอจะนึกภาพออกไหมครับว่าถ้าจะซื้อทั้งหมดนี้จะต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ยังไม่รวมถึงเรื่องการแม็ทชิ่งและสภาพห้องว่าจะมีพื้นที่พอจะวางของทั้งหมดที่ว่ามาเข้าไปรึเปล่านะครับ ส่วน KEF LS50 Wireless ก็อย่างที่เขียนไปตอนต้นแหละครับว่าใช้แค่สายไฟสองเส้นกับสาย CAT6 หนึ่งเส้นก็จบแล้ว!

เขียนถึงเรื่องความง่ายไปแล้วหลายคนก็อาจจะยังคิดว่ามันธรรมดา เป็นปกติของลำโพงแอคทีฟที่มันต้องง่ายอยู่แล้ว! แต่เดี๋ยวก่อนครับ KEF LS50 Wireless ยังมีตัวช่วยที่น่าสนใจอยู่อีกด้วยนั่นคือ Customized EQ ครับ พอเห็นคำว่า EQ ก็อย่าเพิ่งทำท่ารังเกียจกันก่อนนะครับ EQ ที่ว่านี้ไม่ใช่การที่เราจะมาปรับแต่งย่านเสียงนู่นี่นั่นให้เสียงเละไม่เป็นท่าอย่างที่หลาย ๆ คนเข้าใจ แต่สิ่งนี้จะมาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของการจัดวางลำโพงและสภาพห้องต่างหากละครับ

ที่ด้านหลังของลำโพงแชนแนลขวาจะมีปุ่มอยู่สองปุ่มครับ จะมีชื่อบอกว่า Speaker EQ ซึ่งปุ่มแรกจะให้เราเลือกว่าเรากำลังวางลำโพงอยู่บนโต๊ะหรือขาตั้ง อีกปุ่มจะให้เราเลือกว่าเราวางลำโพงอยู่ใกล้กำแพงหรือห่างจากกำแพงออกมามาก เมื่อเราเลือกแล้ว ตัว DSP ในลำโพงก็จะจัดการคำนวนและจัดการกับชดเชยสิ่งที่ขาดหรือลดสิ่งที่เกินไปให้เราเองโดยอัตโนมัติซึ่งแบบนี้จะเรียกว่าเป็น Quick EQ Settings ครับ

ส่วน Customized EQ คือเราสามารถไปปรับแบบละเอียดได้ในแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า LS50 Wireless ได้อีกครับ ตรงนี้จะสามารถปรับแบบละเอียดได้ว่าเราวางกับขาตั้งหรือโต๊ะและห่างจากกำแพงประมาณกี่เมตร เราก็เลือกชดเชยเองตามระยะที่เราวางห่างออกไปครับ

และในแอพพลิเคชั่นยังสามารถปรับย่านเสียงทุ้มให้เข้ากับขนาดของห้องได้อีกด้วย งานนี้ไม่ว่าห้องคุณจะเล็กหรือใหญ่ จะวางบนขาตั้งหรือโต๊ะจะวางห่างกำแพงหรือชิดกำแพง ก็สามารถปรับแต่ง EQ ใน KEF LS50 Wireless ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม หายห่วงเรื่องขนาดและอคูสติคห้องไปได้เยอะเลยละครับ!

ผมเลือกเซ็ทอัพ EQ ไปที่ Wall แล้วเข้าไปปรับชดเชยตามระยะที่วัดได้ในแอพพลิเคชั่น LS50 Wireless
ในการทดสอบก็เลือกตามการใช้งานจริง คือวางบนขาตั้งโดยมีกำแพงอยู่ด้านหลัง

Network Player + Active Speaker = KEF LS50 Wireless
อีกจุดที่ทำให้ผมชื่นชอบ KEF LS50 Wireless คือมันมีทุกอย่างครบจบในตัวครับ ลำโพงคู่นี้มี Network Player ในตัวที่สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งสายและ wifi แบบ Dual-Band2.4GHzและ 5GHz KEF LS50 Wireless รองรับระบบเน็ตเวิร์คทั้ง DLNA และ UPnP คือคุณสามารถจะควบคุม KEF LS50 Wireless ผ่านทั้งแอพพลิเคชั่นของทาง KEF เองหรือแอพพลิเคชั่นอื่น ๆ ที่รองรับระบบ UPnP ได้ การใช้งานในระบบเน็ตเวิร์คก็ง่ายมากครับ

ยกตัวอย่างที่ GM2000 มี NAS (Network Attached Storage) อยู่ 1 ตัวไว้สำหรับเป็นเซิฟเวอร์เก็บเพลง ผมก็จัดการให้ NAS, สมาร์ทโฟน และ KEF LS50 Wireless มาอยู่ในวงแลนเดียวกันครับ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าให้ทุกอย่างที่ว่ามาเชื่อมต่อกับเร้าเตอร์ตัวเดียวกันนั่นเอง การเชื่อมต่อ KEF LS50 Wireless เข้ากับระบบเน็ตเวิร์คนั้นมีสองวิธีครับคือเชื่อมต่อผ่านสาย LAN หรือ WiFi ซึ่งทั้งสองแบบเราต้องโหลดแอพพลิเคชั่น LS50 Wireless ลงในสมาร์ทโฟนเราก่อนเพื่อที่จะเข้าไปตั้งค่าลำโพงได้ โดยการตั้งค่าจะตั้งเพียงครั้งแรกครั้งเดียวจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงการเชื่อมต่อครับ

โดยในหน้าแรกของแอพพลิเคชั่นจะมีวิธีบอกไว้อย่างง่ายดาย ในการทดสอบผมเลือกที่จะให้ KEF LS50 Wireless เชื่อมต่อผ่าน WiFi ครับ เมื่อเซ็ททุกอย่างเสร็จแล้วเราก็จะใช้สมาร์ทโฟนเป็นตัวควบคุม ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าเราสามารถใช้แอพพลิเคชั่นของทาง KEF เองหรือ ใช้แอพพลิเคชั่นอื่นก็ได้ที่รองรับระบบ UPnP

ในการทดสอบผมได้ทดลองทั้งสองแบบคือควบคุมผ่านแอพพลิเคชั่น LS50 Wireless ของ KEF เองกับ ใช้แอพพลิเคชั่นที่ชื่อ Bubble UPnP พบว่าสามารถใช้งานได้ง่ายและลื่นไหลดีทั้งคู่ครับ และยังสามารถเล่นไฟล์เพลงคุณภาพสูงถึง 24/192kHz ได้โดยที่ไม่มีอาการหน่วงเลย ในส่วนของการทำหน้าที่เป็น Renderer ของ KEF LS50 Wireless ผมถือว่าสอบผ่านแบบน่าประทับใจมาก ๆ ครับ

หน้าตาของแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการทดสอบ

เสียง
KEF LS50 Wireless มี In-Put ให้เลือกหลากหลายครับซึ่งในช่วงเริ่มต้นผมได้ทดสอบในทุกรูปแบบ ข้อจำกัดของแต่ละ In-Put ที่ใช้งานก็จะแตกต่างกันไปอย่างเช่นเมื่อผมเชื่อมต่อผ่านทางสาย RCA ที่ต้องมีการแปลงกลับมาเป็นดิจิทัลก่อนนั้น พบว่าเสียงที่ได้นั้นยังให้คุณภาพได้ไม่เท่ากับการเชื่อมต่อแบบ Optical แต่การเชื่อมต่อด้วยสาย Optical นั้นมีข้อจำกัดของการเล่นไฟล์เพลงอยู่ที่ 24/96kHz เท่านั้น

จากการทดสอบผมพบว่า In-Put แบบใช้สายที่ดีที่สุดสำหรับลำโพงคู่นี้คือการเชื่อมต่อผ่านสาย USB ครับ เพราะตัวลำโพงเองทำงานด้วยระบบดิจิทัลทั้งหมด และตัวลำโพงยังมีใช้ระบบ Asynchronous USB ซึ่ง DSP ในลำโพงแชนแนลขวาจะทำหน้าที่ควบคุม Clock เองทั้งหมดแทนคอมพิวเตอร์ และส่งผ่านข้อมูลดิจิทัลด้วยสาย CAT6 ที่มีความเร็วสูงไปยังลำโพงแชนแนลซ้าย ซึ่งการทำงานแบบนี้ทาง KEF เรียกว่าเป็น Bit-Perfect Digital Audio Transmission หรือการส่งต่อสัญญาณดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบนั่นเอง

ผมทดสอบด้วยการเล่นไฟล์เพลงผ่านโปรแกรม Roon บน Macbook แล้วเชื่อมต่อกับ KEF LS50 Wireless ด้วยสาย USB สิ่งแรกที่ประทับใจในลำโพงคู่นี้คือการโฟกัสชิ่้นดนตรีที่ทำได้ดีมาก เราจะสัมผัสได้ถึงตำแหน่งของชิ้นดนตรีนั้น ๆ ได้อย่างชัดเจนไม่รู้สึกว่าโฟกัสมันเบลอจนจับจุดไม่ถูกว่าชิ้นดนตรีที่เรากำลังได้ยินอยู่นั้นมาจากตำแหน่งไหน อีกส่วนคือเรื่องของไทม์มิ่งที่เป็นธรรมชาติฟังเพลงแล้วไม่รู้สึกว่าจังหวะของดนตรีนั้นเร็วหรือช้าเกินไป

ที่กล่าวมาทั้งหมดผมคิดว่าการที่ลำโพงคู่นี้ใช้ Digital Crossover รวมถถึงการปรับแต่ง EQ ให้เหมาะกับห้องบวกรวมกับ Uni-Q Driver ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นยอดเยี่ยมมาก ๆ เรื่องกำลังขับก็เป็นอีกจุดที่ลำโพงคู่นี้ทำได้ดี การใช้ระบบ Bi-Amp ช่วยให้เวลาฟังเพลงที่มีเครื่องดนตรีเยอะ ๆ โฟกัสของชิ้นดนตรีก็ยังคงแยกแยะได้ดีอยู่ ไม่เจออาการหมดแรงแล้วเสียงเบลอ ๆ จับทางไม่ได้ นี่ถือเป็นข้อดีของการที่ใช้แอมป์ขับไดร์เวอร์แยกกันอิสระ อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือการเชื่อมต่อผ่านระบบไร้สายทั้ง Bluetooth และ WiFi ในส่วนBluetooth ของ KEF LS50 Wireless นั้นมีี aptX codec ด้วย

ผมทดสอบด้วยการฟังเพลงผ่านสมาร์ทโฟนด้วยโปรแกรม USB Audio Player PRO ผลที่ได้ต้องบอกว่าไม่ใช่แค่รับได้ แต่ให้เสียงทีดีทีเดียวครับ แม้ว่าหากเปรียบเทียบกับการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วย USB นั้นจะยังด้อยกว่าอยู่พอสมควร แต่ในความรู้สึกผมสำหรับการเชื่อมต่อบลูทูธก็ให้เสียงในระดับที่รับได้ แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุดในการทดสอบลำโพงคู่นี้ก็คือตอนที่ผมทดสอบด้วยการฟังเพลงผ่านระบบเน็ตเวิร์คที่เชื่อมต่อแบบ WiFi ครับ ด้วยเหตุผลที่ว่ามันเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกมาก ๆ และยังใช้สายสัญญาณเข้ามาอยู่ในระบบน้อยที่สุดด้วย คือนอกจากสาย CAT6 1 เส้นที่เชื่อมต่อลำโพงทั้งสองแชนแนลกับสายไฟ AC 2 เส้น ผมก็ไม่ต้องต่ออะไรเพิ่มอีกเลย

ที่สำคัญด้วยการเล่นแบบนี้ผมก็ยังสามารถฟังเพลงด้วยไฟล์เพลงระดับไฮเรสที่ 24/192kHz ได้ไม่ต่างจากการต่อแบบ USB ถือเป็นการเล่นที่ง่ายมาก ๆ มีลำโพงคู่เดียวกับเพลงที่อยู่ในเซิฟเวอร์เป็นอันจบ ถ้าคุณไม่มี NAS คุณก็สามารถใช้คอมพิวเตอร์ของคุณเป็นเซิฟเวอร์ได้ด้วย และเสียงที่ได้ผมขอบอกเลยว่าถ้าจะเทียบกับการต่อสาย USB นั้นต้องนั่งฟังกันแบบจับผิดจริง ๆ จัง ๆ ถึงจะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างที่ผมว่ามันค่อนข้างเล็กน้อยมาก ๆ และที่น่าสนใจคือเมื่อผมทดสอบเล่นไฟล์เพลงระดับ 24/192kHz นั้นไม่พบอาการกระตุกหรือหน่วงช้าของสัญญาณเลย ถือเป็นการเล่นที่ง่ายแต่ให้เสียงระดับซีเรียสฟังจริง ๆ จัง ๆ ได้ให้อารมณ์ใก้ลเคียงกับการเล่นลำโพงไฮเอนด์แยกชิ้นมาก ๆ เลยละครับ

เล่นไฟล์เพลง 24/192kHz ด้วยแอพพลิเคชั่น BubbleUPnP

การทดสอบใช้เพียงแค่ลำโพงคู่เดียวในการฟังเพลงห้องทดสอบดูโล่งไปเลยครับฮา ๆ

สรุป
การเล่นเครื่องเสียงแยกชิ้นส่วนตัวผมเองก็มองว่าเป็นเรื่องสนุกและได้อะไรหลาย ๆ อย่างที่ลำโพงแอคทีฟให้ไม่ได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนแน่ ๆ ที่จะสามารถมีพื้นที่พอจะเล่นได้ชุดแยกชิ้นได้ KEF LS50 Wireless จึงเป็นเหมือนตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการเครื่องเสียงที่เสียงดี แต่เซ็ทอัพง่ายใช้พื้นที่น้อย มีฟังก์ชั่นให้เลือกเล่นหลากหลาย รองรับ In-Put ครอบคลุมเกือบทุกรูปแบบ และยังมีตัวช่วยอย่าง Customized EQ ที่จะปรับจูนเสียงให้เข้ากับห้องของคุณได้อีกด้วย

เรียกว่า KEF LS50 Wireless คู่เดียวมีทุกอย่างครบจบในตัวถ้าใครกำลังมองหาชุดเครื่องเสียงแบบนี้อยู่ละก็ไม่ควรมองข้ามลำโพงคู่นี้เป็นอันขาดครับ!


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท ซาวด์ รีพับลิค จำกัด
โทร.02 448 5489
ราคา : 89,900 บาท/คู่

อชิร รวีวงศ์

Content Contributor ที่ชื่นชอบในการทำคอนเทนต์ทุกรูปแบบ และยังหลงใหล คลั่งไคล้ไปกับเครื่องเสียง หูฟัง กล้อง และแก๊ดเจ็ททุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับภาพและเสียง!