รีวิว JBL : 4312M II Studio Monitor

JBL เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในทุก ๆ วงการที่เกี่ยวกับ “เสียง” เลยก็ว่าได้นะครับ หากคุณเป็นคนดูคอนเสิร์ตบ่อย ๆ คุณก็อาจจะได้เห็นลำโพงตัวใหญ่ยักษ์ที่แขวนไว้หน้าเวทีส่วนมากเป็นลำโพงของ JBL หากคุณไปดูหนังบ่อย ๆ โรงหนังส่วนใหญ่ก็เลือกใช้ลำโพง JBL หรือจะเป็นในสตูดิโอทำเพลงทั่วโลกก็ให้การยอมรับและใช้ JBL เป็นลำโพงมอนิเตอร์อีกเป็นจำนวนมาก และหากคุณถามนักเล่นเครื่องเสียงวินเทจดูว่าลำโพงในฝันของเขาคือลำโพงรุ่นไหน ผมเชื่อว่ามากกว่า 90% จะต้องมี JBL อยู่ในนั้นอย่างแน่นอน!

JBL 4312M II Studio Monitor
ซีรีย์ 4312 ของ JBL เป็นซีรีย์มอนิเตอร์ที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนทำเพลงและนักฟังเพลงมาอย่างยาวนาน ยิ่งหากเป็นนักเล่นเครื่องเสียงแนววินเทจด้วยแล้วนอกจาก JBL Paragon ที่หายากและแพงสุด ๆ ก็เห็นจะมี JBL 4312 นี่แหละครับที่เรียกว่าได้รับความนิยมระดับที่ถ้าเห็นมีการประกาศขายเมื่อไหร่เป็นอันขายได้แบบไม่ต้องรอนาน โดยเฉพาะตลาดในญี่ปุ่น!

ในญี่ปุ่นวงการเครื่องเสียงวินเทจเป็นวงการที่ใหญ่โตและได้รับความนิยมมาก ลำโพงวินเทจที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ชื่นชอบคงหนีไม่พ้น JBL แน่นอนครับ สิ่งที่พิสุจน์เรื่องนี้ก็คือเจ้า JBL 4312M II Studio Monitor คู่นี้แหละครับที่ทาง JBL ออกมาเอาใจแฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะโดยออกแบบให้หน้าตาเหมือน JBL 4312MKii แต่ย่อส่วนให้ขนาดเล็กลง ตอนผมเห็นรูปลำโพงคู่นี้ครั้งแรกก็ต้องบอกว่ามันสวยจนต้องร้องขอชีวิตกันเลยทีเดียว!

แต่พอได้ข่าวว่าเป็นลำโพงที่ขายเฉพาะในญี่ปุ่นก็แอบเสียดายอยู่เหมือนกันครับ จนเวลาผ่านไปสักพักผมดันไปเห็นเจ้าลำโพง คู่นี้อยู่ที่โชว์รูมของทางมหาจักรเข้าให้! งานนี้ต้องขอบอกว่าคนไทยโชคดีสุด ๆ เลยละครับที่ทางมหาจักรนั้นได้นำเข้าลำโพงคู่นี้มาถึงแม้จะได้มาแบบจำนวนจำกัดแต่การได้ซื้อลำโพงคู่นี้โดยที่มีประกันศูนย์ไทยก็ก็อุ่นใจกว่าไปหิ้วมาเองอย่างแน่นอน และสิ่งที่แน่นอนกว่านั้นคือในที่สุดผมก็ได้มาทดสอบลำโพง JBL 4312M II คู่นี้จริง ๆ สักที!

JBL 4312MKii รุ่นดั้งเดิมขนาดใหญ่มาก ๆ (ภาพจาก https://goo.gl/nBgekh)

เหล้าเก่าในขวดใหม่
อย่างที่บอกไปครับ JBL 4312M II Studio Monitor คู่นี้หน้าตาเหมือน JBL 4312MK2 ย่อส่วนมาให้เล็กขนาดตู้ที่เล็กแบบนี้ส่วนตัวผมบอกเลยว่าดีงามมาก ๆ ส่วนตัวผมชอบหน้าตาและอยากได้ JBL 4312MKii เอามาก ๆ แต่ลำโพงคู่นี้ถ้าเป็นรุ่นเก่าวินเทจนั้นหายากมาก และถึงหาได้ผมก็ไม่มีเงินซื้ออยู่ดีฮา ๆ หรือถึงจะมีเงินซื้อมาก็ไม่มีห้องจะใช้ฟังอยู่ดีอีกนั่นแหละครับปัดโธ่!

แต่ฟ้าก็ได้ส่งตัวเลือกที่ดีงามพระรามเก้ามาให้ผมและหลาย ๆ คนที่หัวอกเดียวกันกับผมได้เลือกเล่นกันนั่นก็คือ JBL 4312M II Studio Monitor ตัวนี้นี่เอง! เพราะว่าเป็นลำโพงที่หน้าตาเหมือน 4312 มาก ๆ สวยมากและที่สำคัญมันเล็กครับ! ใช้พื้นที่ในการเซ็ทอัพน้อยเหมาะกับคนที่ไม่มีพื้นที่เยอะหรือไม่มีห้องฟังเอามาก ๆ

JBL 4312M II Studio Monitor หน้าตาถอดแบบรุ่นพี่มาแต่ย่อขนาดให้เล็กลง

ดีไซน์ & สเปค
JBL 4312M II Studio Monitor เป็นลำโพงตู้เปิดแบบสามทางครับคือแยกเป็น ทุ้ม กลาง แหลม อิสระจากกันจุดเด่นของลำโพงแบบนี้คือการแยกแยะเสียงในย่านต่าง ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ต้องบอกว่าลำโพงสามทางแบบนี้ตัววงจรตัดแบ่งความถี่ (Crossover Network) ต้องเจ๋งจริงนะครับถึงจะดึงจุดเด่นของลำโพงสามทางมาได้เพราะถ้าเจอวงจรตัดแบ่งความถี่ไม่ดีละก็ลำโพงสามทางจะกลายเป็นลำโพงแย่ ๆ คู่หนึ่งไปเลย

แต่สำหรับรุ่นนี้ JBL บอกว่าใช้ High-quality dividing network กันเลยทีเดียวซึ่งเดี๋ยวตรงนี้ต้องไปทดสอบกันดูครับว่าเจ๋งจริงอย่างที่ JBL ว่ามารึเปล่า ตัวตู้เป็นไม้เคลือบแบบด้านสวยงามเรียบหรูดูวินเทจและเป็นตู้เปิดแบบมีท่อเบสอยู่ด้านหน้าเหมือน JBL 4312MKii ด้านหน้าตู้เป็นสีฟ้าตามแบบรุ่นพี่เป๊ะ Driver สามตัวถูกจัดเรียงไว้ไม่แตกต่างจาก JBL 4312MKii

มุมขวาบนมีปุ่มเลื่อนปรับเสียงย่านกลาง และ สูงมาให้ 3 สเต็ป ลำโพงคู่นี้ตอบสนองย่านความถี่ได้ตั้งแต่ 55Hz – 50kHz (-6dB) จะเห็นว่าลำโพงตัวเล็ก ๆ แค่นี้สามารถลงไปได้ต่ำถึง 55Hz และ ย่านความถี่สูงไปไกลได้ถึง 50kHz เลยทีเดียว จากสเปคบอกได้เลยว่าเหมาะกับการนำไปเล่นคู่กับไฟล์เพลงแบบ Hi-Res มาก ๆ

ลำโพงคู่นี้ Nominal impedance อยู่ที่ 6 ohms Sensitivity 90 dB ตามสเปคระบุว่าต้องการกำลังขับไม่น้อยกว่า 75 watts ครับ ซึ่งตามสเปคแล้วบอกได้เลยว่าหาแอมป์มาขับลำโพงคู่นี้ได้ไม่ยากครับ

Titanium dome ขนาด 19mm ถือเป็นทีเด็ดของลำโพงคู่นี้เลยทีเดียว
Midrange ขนาด 50mm
Woofer ขนาด 133mm
ปุ่มปรับ Midrange และ High สามารถเลือกปรับได้ 3 ระดับ
ขั้วต่อลำโพงเป็นแบบ Single Wire

แม็ทชิ่ง & เซ็ทอัพ
JBL 4312M II Studio Monitor เป็นลำโพงมอนิเตอร์ ซึ่งหลักการออกแบบของลำโพงประเภทนี้แน่นอนว่าส่วนใหญ่จะต้องเซ็ทอัพไว้ฟังแบบ Near Field ครับ ซึ่งก็เหมาะกับขนาดตัวของลำโพงคู่นี้ด้วย

ขั้นแรกผมเอาไปเซ็ทอัพในห้องฟังของ GM2000 ซึ่งหากเทียบกับขนาดลำโพงคู่แล้วต้องบอกว่าห้องฟังนั้นใหญ่เกินลำโพงไปมากทีเดียว การเซ็ทอัพผมเริ่มด้วยการหยิบตลับเมตรมาวัดตามที่พี่ธานีสอนมาตลอดคือเริ่มที่ 1.8 เมตรครับ แล้วก็ค่อย ๆ ฟังค่อย ๆ ปรับจนมาลงตัวที่ระยะห่าง 1.6 เมตรครับ เป็นจุดที่คิดว่าลงตัวที่สุดสำหรับการเซ็ท

อัพในห้องนี้นี้โดยมีการโทอินเข้ามานิดหน่อย จุดนั่งฟังสำหรับเซ็ทอัพแบบนี้ก็จะใกล้กับลำโพงมากขึ้นครับ จุดเด่นของการเซ็ทอัพลำโพงแบบนี้คือ “Energy” ที่เราจะได้รับมาแบบเต็ม ๆ แม้ว่าลำโพงจะเล็กก็ตาม อีกอย่างเราจะได้ยินรายละเอียดต่าง ๆ ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นครับยิ่งเซ็ทแบบนี้กับลำโพงสามทางด้วยยิ่งชัดเข้าไปใหญ่

พอได้ลองเองแล้วก็พอจะเข้าใจว่าทำไมซาวด์เอ็นจิเนียร์ถึงนิยมเซ็ทอัพลำโพงกันแบบนี้ เรื่องการแม็ทชิ่งผมใช้ Source เป็น Music Server ของ ELAC รุ่น DS-S101-G โดยเล่นเพลงผ่าน HDD โดยตรง Out ออกมาเข้า Integrated Amp ของ Cambridge Audio รุ่น CXA80 ซึ่งมีกำลังขับ 6 ohms อยู่ที่ 100 watts ซึ่งตามสเปคสามารถขับ JBL 4312M II Studio Monitor คู่นี้ได้แบบสบาย ๆ หายห่วง

อีกจุดนึงที่ทำให้ผมสามารถวางลำโพงคู่นี้ได้ห่างถึง 1.6 เมตรในห้องที่ใหญ่เกินลำโพงแบบนี้ได้ก็เพราะกำลังขับของแอมป์ที่ขับได้แบบเหลือ ๆ ครับ หากใครที่สนใจจะเลือกซื้อลำโพงคู่นี้แล้วมีแอมป์ที่มีกำลังขับน้อยกว่านี้ผมว่าอาจจะต้องขยับตัวลำโพงเข้ามาอีกนิดหน่อยเพื่อให้ได้เสียงที่เต็มมากขึ้นครับ

ด้วยการเซ็ทอัพแบบ Near Field ทำให้ต้องเข้าไปนั่งใกล้ลำโพงมากขึ้น
การเซ็ทอัพในห้องที่ใหญ่เกินลำโพงแบบนี้ทำให้ผมต้องถอยลำโพง
เข้าไปใกล้ด้านหลัง และขยับระยะห่างของลำโพงให้ใกล้มากขึ้น

เสียง
จุดเด่นแรกของลำโพงคู่นี้ที่อยากพูดถึงคือเรื่องของโทนัลบาลานซ์ที่ทาง JBL คุยไว้ว่าใช้ High-quality dividing network นั้นพอได้ลองผมก็ต้องบอกว่างานนี้ไม่ได้โม้ครับ การที่เป็นลำโพงสามทางนั้นจุดเด่นคือการแยกแยะรายละเอียดของย่านเสียงต่าง ๆ ออกมาได้ดีแต่ถ้าหากตัว Network ทำงานได้ไม่ดีโทนัลบาลานซ์ของลำโพงคงจะออกมาไม่น่าฟังแน่ ๆ

แต่จากการทดสอบ JBL 4312M II Studio Monitor ให้โทนัลบาลานซ์ที่ยอดเยี่ยมครับฟังแล้วไม่รู้สึกว่ามีย่านเสียงใดออกมามากจนรู้สึกล้ำไปกลบย่านเสียงอื่น ๆ เลย อีกสิ่งหนึ่งที่ลำโพงคู่นี้ทำได้ดีคือเรื่องของ “มิติเสียง” หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ว่าลำโพงที่ดีคือไม่มีลำโพง” หรือ “ลำโพงล่องหนใช่ไหมครับ” JBL 4312M II Studio Monitor เมื่อเซ็ทอัพลงตัวแล้วลำโพงคู่นี้ทำได้ใกล้เคียงคำกล่าวนั้นมากทีเดียว ลำโพงคู่นี้ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงตำแหน่งและขนาดของชิ้นดนตรีได้อย่างยอดเยี่ยม

เรื่องของ “มิติเสียง” นั้นก็เป็นจุดเด่นของลำโพงขนาดเล็กอยู่แล้วและ JBL 4312M II Studio Monitor ก็สามารถดึงจุดเด่นนั้นออกมาได้อย่างน่าชื่นชมจริง ๆ ย่านทุ้มเป็นอีกจุดที่ผมชอบในลำโพงคู่นี้ครับโดยเฉพาะเสียงเบสที่ลงได้ลึก ลึกระดับที่ขุดเอารายละเอียดเสียงในย่านต่ำ ๆ ในเพลงเดิมที่เคยฟังแต่ไม่เคยได้ยินออกมาอย่างน่าประทับใจเรียกว่าเป็นเบสที่เน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณ และไฮไลท์ของลำโพงคู่นี้จริง ๆ คือย่านเสียงแหลมครับลำโพงคู่นี้ตอบสนองย่านความถี่ได้สูงสุดถึง 50kHz ครับ

พี่ธานีเคยบอกผมว่าถ้าอยากเล่นเพลงแบบ Hi-Res ไม่ใช่มีแค่ไฟล์แล้วจะจบ แต่ต้องมีปลายทางที่ตอบสนองย่านความถี่ที่ไฟล์เพลงแบบ Hi-Res ปล่อยออกมาได้ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ผมก็ไม่ค่อยอินเท่าไหร่นะครับเพราะเพลงที่ผมฟังส่วนใหญ่ยังไม่มีไฟล์ Hi-Res ฮา ๆ แต่เมื่อได้มาลองลำโพงคู่นี้ก็ทำให้ความคิดผมเปลี่ยนไปเลยละครับ เพราะถึงแม้ผมจะฟังเพลงเดิมที่เคยฟังด้วยคุณภาพ 16 bit 44.1 แต่เสียงที่ได้นั้นกลับเปลี่ยนไป!

ที่ว่าเปลี่ยนไปไม่ได้หมายความว่าลำโพงคู่นี้ทำให้เพลงที่ผมเคยฟังนั้นผิดเพี้ยนไปหรอกนะครับ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นละก็มีหวังผมต้องเอาลำโพงคู่นี้ไปคืนทางมหาจักรเพื่อส่งซ่อมแน่ ๆ แต่ที่บอกว่าเปลี่ยนไปคือมันทำให้ผมได้ยินเสียงที่ผมไม่เคยได้ยินต่างหาก! หลาย ๆ เพลงที่ผมใช้ทดสอบนั้นพอเปิดด้วยลำโพงคู่นี้ผมพบว่าเสียงย่านแหลมมันไปได้ไกลกว่าเดิมครับ

หางเสียงที่เคยได้ยินอยู่แต่เดิมกลับกลายเป็นว่ามันพุ่งทะยานออกไปได้อีก ฟังแล้วรู้สึกว่าเพลงเดิมที่เคยฟังให้มิติที่กว้างขึ้น ทำให้เข้าถึงอารมณ์ของเพลงได้มากขึ้นอีกด้วยในหลาย ๆ เพลง

สรุป
ผมบอกได้เลยว่าแค่รู้ว่าในไทยมี JBL 4312M II Studio Monitor ขายโดยที่ไม่ต้องไปหิ้วเองไกลถึงญีปุ่นแถมได้ประกันให้สบายใจจากทางมหาจักรก็นับเป็นเรื่องที่ทำให้ตัดสินใจซื้อลำโพงคู่นี้ได้ไม่ยากแล้วละครับ ยิ่งใครเป็นแฟนลำโพงแนววินเทจแล้วชอบรูปร่างหน้าตาของลำโพงซีรีย์ 4312 อยู่แล้วด้วยละก็ยิ่งไม่ควรจะพลาดเข้าไปใหญ่

แต่หากจะให้พูดถึงเรื่องการใช้งานในแบบที่เอาไปใช้ฟังจริง ๆ โดยตัดความเป็นแฟน JBL ออกไป ลำโพงคู่นี้ก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ดีเพราะเสียงที่ได้กับราคาที่จ่ายไปก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่คู่แข่งน้อยถึงน้อยมากครับ ถ้าใครชอบสไตล์เสียงที่สด ชัด เคลียร์ เน้นรายละเอียด ผมว่าหากคุณได้ลองลำโพงคู่นี้ต้องหลงรักอย่างแน่นอน!


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด
โทร. 0-2256-0020-9
ราคา 29,900 บาท

อชิร รวีวงศ์

Content Contributor ที่ชื่นชอบในการทำคอนเทนต์ทุกรูปแบบ และยังหลงใหล คลั่งไคล้ไปกับเครื่องเสียง หูฟัง กล้อง และแก๊ดเจ็ททุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับภาพและเสียง!

อชิร รวีวงศ์