AV Tech Guide สื่อ Online รีวิว ข่าว ความรู้ ด้านเครื่องเสียง ไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ทีวี สมาร์ทโฟน ไอที มัลติมีเดียและสินค้านวัตกรรม

AV Tech Guide สื่อ Online รีวิว ข่าว ความรู้ ด้านเครื่องเสียง ไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ทีวี สมาร์ทโฟน ไอที มัลติมีเดียและสินค้านวัตกรรม

รีวิว DALI : SPEKTOR 2 “Compact Loudspeaker for Music Lover”

วันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อทราบข่าวจากแฟนเพจของ Elpa Shaw ว่าทางบริษัทได้นำลำโพงสัญชาติเดนมาร์กยี่ห้อ ดาลี่ “DALI” หรือในชื่อเต็มว่า “Danish Audiophile Loudspeaker Industries” กลับมาทำตลาดในเมืองไทยอีกครั้งหนึ่งผมก็ได้แชร์โพสต์ที่เป็นลำโพง DALI ในตระกูล “SPEKTOR Series” ไปยังแฟนเพจส่วนตัวของผมเอง และที่ Facebook Group “รวมพลคนเล่นเครื่องเสียง” ผลปรากฏว่ามีเสียงตอบรับกลับมาในเชิงแสดงความสนใจมากมายพอสมควร

ลำโพงยี่ห้อนี้หากเปรียบเป็นคนรู้จักแล้ว สำหรับผมก็เป็นเหมือนเพื่อนเก่าที่รู้จักกันแต่ไม่ได้สนิทกันมากครับ เพราะที่ผ่านมาต้องบอกว่าลำโพง DALI กับตลาดเครื่องเสียงในเมืองไทยนั้นเป็นอะไรที่ค่อนข้าง low profile พอสมควร เรียกว่านักเล่นหลายคนรู้จัก เคยได้ยิน แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ฟังหรือได้เล่นกันอย่างจริงจังเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งก็คงมาจากความผันผวนของตัวแทนจำหน่ายในบ้านเราซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยจะนิ่งเท่าที่ควร

ผมมีโอกาสได้คุยกับทาง เอลป้า ชอว์ ทราบว่าการกลับมาครั้งนี้ของ DALI ไม่ใช่เพียงแค่การกลับมาพักร้อน แต่จะกลับมาอยู่กันยาว ๆ พร้อมทั้งสินค้าแบบครบไลน์ตั้งแต่ในระดับเริ่มต้นหรือ entry level ไปจนถึงระดับ high-end

จาก DNA เดียวกัน
ครั้งแรกที่เห็น SPEKTOR Series ลำโพงในระดับเริ่มต้นหรือ entry level ของ DALI ด้วยสัญชาตญาณของนักวิจารณ์เครื่องเสียงผมรู้สึกได้ทันทีว่ามัน “มีของ”

ภายใต้รูปร่างหน้าตาสไตล์ old school ไม่ได้ดูหรูหราพรีเมียมเหมือนอย่าง DALI EPICON Series ซึ่งเป็นรุ่นไฮเอนด์ แต่ SPEKTOR Series ก็ยังมี “ลายเซ็น” หรือเอกลักษณ์ของความเป็น DALI ปรากฏอยู่ชัดเจน

ลายเซ็นที่ว่าก็คือตัวยูนิตไดรเวอร์หรือดอกลำโพง โดยเฉพาะตัวไดรเวอร์เสียงกลาง/ทุ้มที่มีไดอะแฟรมทรงกรวยสีน้ำตาลเข้มอมแดง ที่เห็นเป็นสีอย่างนั้นไม่ใช่พลาสติกทำสีเหมือนพวกลำโพงกะโหลกกะลานะครับ แต่มันเป็นไดรเวอร์ที่เขาเรียกว่า “wood fibre cone”

ไดรเวอร์ “wood fibre cone” ในลำโพง DALI SPEKTOR Series

“wood fibre cone” คือส่วนไดอะแฟรมหรือกรวยของตัวไดรเวอร์ซึ่งทำหน้าที่ผลักอากาศจนทำให้เกิดเป็นคลื่นเสียง เป็นวัสดุพิเศษที่ได้จากการนำเอาเส้นใยของเยื่อไม้ที่เอามาปั่นรวมกับเยื่อกระดาษเนื้อละเอียดก่อนจะนำมาผนึกขึ้นรูปเป็นชิ้นส่วนตัวกรวยของตัวไดรเวอร์ลำโพง

wood fibre cone มีคุณสมบัติเป็นไปตามที่นักออกแบบลำโพงทุกคนใฝ่ฝัน คือ เป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาทำให้ไดอะแฟรมสามารถขยับเข้าออกได้อย่างคล่องตัว สามารถถ่ายทอดรายละเอียดส่วยย่อยออกมาได้อย่างครบถ้วน

นอกจากนั้น wood fibre cone ยังมีความแกร่งเพียงพอที่จะทนทานต่อการ breakup หรือการบิดตัวผิดรูปไปในขณะที่กำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วรุนแรง ซึ่งการ breakup นั้นเป็นต้นเหตุทำให้คลื่นเสียงที่ตัวไดรเวอร์ถ่ายทอดออกมามีความผิดเพี้ยนไป ทำให้มิติตัวตนเสียงไม่กระจ่างชัดเจนเท่าที่ควร

อีกหนึ่งคุณสมบัติของ wood fibre cone ก็คือ เนื้อวัสดุที่มีความแน่นหนาในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน จะช่วยไม่ให้เกิดความถี่เรโซแนนซ์เป็นค่าคงที่หรือพ้องกัน อันเป็นเหตุทำให้เสียงมีลักษณะก้าวร้าวหรือแผดจ้าจนเกินงาม

ปัจจุบัน wood fibre cone นั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง “ลายเซ็น” ของลำโพง DALI เพราะไม่ว่าจะเป็นรุ่น entry level อย่าง SPEKTOR Series หรือรุ่นเรือธงอย่าง EPICON Series ก็เลือกใช้ไดรเวอร์ที่เป็น wood fibre cone เช่นกัน

Custom-Made
ความพิเศษอีกอย่างของลำโพงยี่ห้อนี้ก็คือ ทุกรุ่นรวมทั้งรุ่นประหยัดอย่าง SPEKTOR Series จะใช้ยูนิตไดรเวอร์ (ดอกลำโพง) ซึ่งออกแบบและผลิตขึ้นในลักษณะ custom-made เพื่อใช้งานเฉพาะในลำโพงแต่ละรุ่น ไม่ได้ใช้ไดรเวอร์สำเร็จรูปที่มีขายอยู่ทั่วไป

เห็นได้จากตัวไดรเวอร์กลาง/ทุ้มที่เป็น wood fibre cone ซึ่งเป็นวัสดุพิเศษ และยังมาพร้อมกับแม่เหล็กขนาดใหญ่ วอยซ์คอล์ย 2 ชั้นขนาด 25mm ส่วนเซอร์ราวด์ (ขอบตัวไดรเวอร์) และสไปเดอร์ซัสเพนชัน (ส่วนโยงยึดด้านหลังกรวยลำโพง) ที่ไม่หน่วงพลังงาน (low loss)

ทำให้ระบบมอเตอร์ในตัวไดรเวอร์สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัว เก็บเกี่ยวเอารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเสียงออกมานำเสนอได้อย่างไม่บกพร่อง การมีไดรเวอร์ที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นต้นทุนหรือวัตถุดิบชั้นดีในการออกแบบลำโพง

ตัวไดรเวอร์ความถี่สูงหรือทวีตเตอร์แบบซอฟต์โดมของ DALI ก็เช่นกัน ทวีตเตอร์โดมผ้าทั่วไปจัดว่าตัวไดอะแฟรมที่เป็นวัสดุประเภทใยผ้าสานขึ้นรูปนั้นน้ำหนักเบามากอยู่แล้ว แต่ DALI บอกว่าโดมผ้าของเขามีมวลเบากว่ายิ่งขึ้นไปอีก

โดยมันมีน้ำหนักเพียงแค่ 0.056 มิลลิกรัมต่อตารางมิลลิเมตรเท่านั้น แค่หายใจเบา ๆ ก็ปลิวแล้ว เมื่อเคลือบด้วยน้ำยาที่เห็นเป็นผิวมันวาวก็จะช่วยให้การต้านทานการ breakup ได้ดีขึ้น

ไดอะแฟรมที่มีน้ำหนักเบาเช่นนี้มีส่วนช่วยให้ตัวขับเสียงความถี่สูงสามารถถ่ายทอดรายละเอียดหยุมหยิมออกมาได้ครบถ้วนมากขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับระบบแม่เหล็กแรงสูง ทวีตเตอร์ custom-made ของ DALI จึงเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบชั้นดีที่ช่วยให้การออกแบบลำโพงคุณภาพดีทำได้ง่ายขึ้น

แกะกล่องลองฟังจาก 1 ไป 2
เพื่อเป็นการทำความรู้จักลำโพงยุคใหม่ของ DALI ผมหมายตาลำโพงใน SPEKTOR Series เอาไว้ 2 รุ่น คือ SPEKTOR 1 และ SPEKTOR 2 ที่เหลือเป็นลำโพงตั้งพื้นรุ่น SPEKTOR 6 และลำโพงเซ็นเตอร์รุ่น SPEKTOR VOKAL

SPEKTOR 1 และ SPEKTOR 2 เป็นลำโพง 2 ทาง ประเภทวางขาตั้งขนาดเล็ก ออกแบบเป็นลำโพงตู้เปิด รุ่น SPEKTOR 2 มีขนาดใหญ่กว่าทั้งตัวตู้และขนาดไดรเวอร์ ใช้ไดรเวอร์กลาง/ทุ้มขนาด 5 ¼ นิ้ว ทวีตเตอร์โดมผ้าขนาด 1 นิ้ว (25mm) ส่วนรุ่น SPEKTOR 1 จะเป็นขนาด 4 ½ นิ้ว และ 21mm ตามลำดับ

DALI SPEKTOR Series

ใจจริงผมอยากจะลองฟัง SPEKTOR 2 มากกว่า ส่วนรุ่น SPEKTOR 1 ซึ่งขนาดค่อนข้างเล็กนั้นผมว่าคงเหมาะกับการใช้งานแบบ desktop หรือห้องฟังขนาดเล็กมากกว่า แต่ก็อยากยืมมาลองฟังเสียงดูเพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูล

ในกล่องใส่ลำโพงนอกจากตัวลำโพงและเอกสารต่าง ๆ แล้วยังพบ ขายางรองใต้ลำโพงแบบแปะกาว 2 หน้า และที่แป้นเหล็กยึดด้านหลังตู้ลำโพงสำหรับแขวนผนัง แต่ผมไม่ได้หยิบออกมาใช้งานเพราะวางลำโพงบนขาตั้งและยึดด้วยบลูแท็คอยู่แล้ว

รายละเอียดทางเทคนิคพอสังเขปสำหรับลำโพง SPEKTOR 2 ประกอบด้วยช่วงความถี่ตอบสนองตั้งแต่ 54-26,000 Hz (+/-3dB) ความไว 84.5dB (2.83V @ 1m) อิมพิแดนซ์เฉลี่ย 6 โอห์ม เป็นลำโพง 2 ทางจุดตัดความถี่ 2,600 Hz

ขั้วต่อสายลำโพงเป็นแบบซิงเกิลไวร์ใช้ขั้วต่อแบบไบดิ้งโพสต์ 5 ทาง ตัวตู้ลำโพงปิดด้วยผิวลายไม้มีให้เลือกทั้งลายไม้วอลนัทเหมือนคู่ที่รีวิวและสีแบล็คแอช แผงหน้าตู้ปิดด้วยลายหนังเทียม น้ำหนักตู้ลำโพง 4.2 กิโลกรัมต่อข้าง

ผมสังเกตว่าลำโพง DALI ทั้ง 2 รุ่นมีการระบุที่ด้านหลังตู้ลำโพงแยกข้างซ้ายและขวามาด้วยครับ โดยระบุมาเป็นตัวอักษร L ซึ่งหมายถึง Left (ข้างซ้าย) และ R ซึ่งหมายถึง Right (ข้างขวา)

การระบุอย่างนี้อาจทำให้เรานึกไม่ออกว่ามันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อลำโพงทั้ง 2 ข้างมันก็เหมือนกันเป๊ะ ไม่ได้มีการวางไดรเวอร์เยื้องกันเหมือนอย่างลำโพงบางรุ่นสักหน่อย

ทว่าเท่าที่พบเจอมาลำโพงระดับไฮเอนด์หลายรุ่นเขาก็ระบุมาอย่างนี้แหละครับ ส่วนเหตุผลที่ระบุมาก็แล้วแต่ผู้ผลิตรายนั้น ๆ จะอธิบายว่าอย่างไร ในกรณีของลำโพง DALI ผมยังไม่พบข้อมูลในส่วนนั้น แต่มันก็อาจทำให้ผมเซ็ตอัปได้สะดวกขึ้นอีกนิดหน่อย

ในคาบของการทดลองฟังเสียงนั้นผมมีโอกาสได้ลองใช้งานลำโพง DALI SPEKTOR 2 กับแอมป์ 3 ชุดด้วยกัน ประกอบด้วยอินทิเกรตแอมป์ NAD D3020 V2 (30 วัตต์ต่อข้าง) ที่ผมเพิ่งรีวิวผ่านไปไม่นาน, อินทิเกรตแอมป์ Arcam FMJ A29 (80 วัตต์ต่อข้าง) และอินทิเกรตแอมป์ Marantz PM8006 (70 วัตต์ต่อข้าง) โดยการฟังทั้งหมดแบ่งออกเป็นวาระดังนี้

กับ NAD D3020 V2 เป็นการลองฟังในช่วงแรก เรียกว่าหลังจากยกออกจากกล่องก็ต่อฟังกันเลยแบบง่าย ๆ ไม่ต้องยกเข้าห้องฟังจริงจัง ไม่ต้องเซ็ตตำแหน่งอะไรกันมากมาย เรียกว่าเป็นการทำความรู้จักกันก่อนในเบื้องต้น

ในวาระนี้ผมมีโอกาสได้ฟังเปรียบเทียบกับรุ่น SPEKTOR 1 ที่ส่งมาพร้อมกันด้วยกันครับ โดยครั้งแรกผมฟัง SPEKTOR 1 ก่อน ผมว่าลำโพงเล็กรุ่นนี้ให้เสียงน่าสนใจเลยทีเดียว น้ำเสียงมีลักษณะกระจ่างเปิดเผย มีความหวานสดใสเจืออยู่ในเนื้อเสียง สมดุลเสียงจูนมาได้กลมกล่อมลงตัวดี

เป็นลำโพงตัวเล็กที่เสียงไม่เล็กเลย แม้ว่าจะมีความไวตามสเปคฯ แค่ 83dB ซึ่งโดยทั่วไปถือว่าเป็นลำโพงที่มีความไวค่อนข้างต่ำ แต่แอมป์ 30 วัตต์ก็สามารถขับออกได้สบาย ๆ

พอเปลี่ยนเอา SPEKTOR 2 ลงไปแทน สิ่งแรกที่รับรู้ได้คือ น้ำเสียงที่มีความกระจ่างเปิดเผยมากขึ้นไปอีก คลายตัวออกไปทางด้านความถี่สูงและด้านความถี่ต่ำ เวทีเสียงกว้างขึ้น ระดับความดังที่วอลุ่มเท่าเดิมไม่ต่างกันมากนัก เสียงมีความสดและโปร่งมากขึ้น แต่น้ำเสียงและบุคลิกโดยภาพรวมนั้นยังคล้ายกันอยู่มาก

ถ้าแหล่งสัญญาณเสียงต้นทางมีคุณภาพดี (บันทึกเสียงดี, คุณภาพของไฟล์ข้อมูลดี) มันฟังออกชัดเจนว่าเหนือกว่า SPEKTOR 1 ขึ้นไปอีกหนึ่งขยัก แต่ถ้าแหล่งสัญญาณเสียงต้นทางมีคุณภาพไม่สู้ดีนัก ความบกพร่องเหล่านั้นจะถูกฟ้องออกมามากขึ้นโดยลำโพง SPEKTOR 2

คุณภาพเสียง
การฟังลำโพง SPEKTOR 2 ในช่วงเวลาต่อมาเป็นการยกเข้าไปฟังในห้องทดสอบของเราซึ่งเป็นห้องฟังขนาดปานกลางที่มีการปรับสภาพทางอะคูสติกอย่างดี

SPEKTOR 2 เป็นลำโพงที่แมตช์ไม่ยากและเซ็ตตำแหน่งวางค่อนข้างง่าย ถ้าหากกำหนดอย่างหยาบ ๆ ว่า 60% ของคุณภาพเสียงคือเสียงที่พอฟังได้อรรถรสแล้วล่ะก็ 60% ของลำโพงคู่นี้สามารถเข้าถึงได้ภายในเวลาไม่นานนัก รวมทั้งเวลาในการเบิร์นอินลำโพงเบื้องต้นแล้วด้วย

ส่วนที่เหลืออีก 40% ผมใช้เวลาขยับปรับตำแหน่งลำโพงวันละเล็กวันละน้อยอีกอยู่เกือบสัปดาห์ ในส่วนที่เหลืออีก 40% นี้บางครั้งก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างอ่อนไหวพอสมควร เพราะบางครั้งผมขยับเพียงแค่นิ้วเดียวมันก็ให้เสียงต่างกันอย่างชัดเจนแล้ว

ลองขับด้วยแอมป์ Marantz : PM8006

เมื่อพูดถึงเรื่องของคุณภาพเสียง หลายครั้งที่เราให้ความสนใจกับลำโพงตัวเล็ก ๆ อย่างนี้เพราะมันให้เสียงที่ฟังดูหนักแน่นอึกทึกเกินตัว แต่ลำโพงอย่าง DALI SPEKTOR 2 กลับเรียกร้องความสนใจด้วยเสียงที่ฟังดูไม่พยายามเติมแต่งมากจนเกินไป ถ้าเสียงมันจะหวาน มันจะสดใสกังวาน ก็เป็นเพราะเพลงหรืองานบันทึกเสียงที่ผมเปิดฟังมันมีสิ่งเหล่านั้นอยู่

ผมสังเกตว่ามากกว่า 80% ของเพลงที่ผมเลือกมาฟังในรีวิวนี้จะเป็นเพลง jazz หรือไม่ก็เพลงร้อง vocal pop/folk ซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนั่นก็เป็นแนวเพลงที่เหมาะจะฟังกับลำโพงของ DALI รุ่นนี้มาก โดยเฉพาะเพลงจีนเสียงหวาน ๆ ใสๆ อย่าง เติ้ง ลี่ จวิน หรือถงลี่ บอกได้เลยว่าเปิดฟังกับลำโพงรุ่นนี้แล้วยากที่จะห้ามใจไม่ให้หลงรักเสียงของพวกเธอจริง ๆ ครับ

SPEKTOR 2 เป็นลำโพงเล็กที่ให้เสียงเปิดเผย กระจ่างชัด มิติเสียงดีมาก อีกทั้งยังให้เวทีเสียงที่กว้างขวาง สอดคล้องกับข้อมูลที่ทาง DALI พยายามบอกเอาไว้ในโบรชัวร์สินค้าว่าเสียงดีในแบบฉบับของ DALI เรื่องหนึ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญคือ มุมกระจายเสียงที่กว้าง (wide dispersion) และการวางลำโพงไม่จำเป็นต้องพึ่งการโทอิน เรื่องนี้มีการระบุเอาไว้ชัดเจนในเอกสาร Whitepaper ที่สามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของ DALI ได้โดยตรง

ลองขับด้วยแอมป์ Arcam : FMJ A29

ในระหว่างการจับคู่กับอินทิเกรตแอมป์ของ Marantz ซึ่งมันเข้าขากันดีมาก ลำโพง SPEKTOR 2 ทำให้เสียงไวโอลินและเปียโนในเพลง Variations from Butterfly Violin Concerto จากอัลบั้ม Top 12 in Gold Plus (ไฟล์ 16bit/44.1kHz, CD Rip) เป็นประสบการณ์ใหม่ของผมสำหรับการฟังลำโพงในระดับราคานี้

ทวีตเตอร์ซอฟต์โดมในลำโพงรุ่นนี้ทำงานเป็นหนึ่งเดียวกับไดรเวอร์กลาง/ทุ้ม มันผสานกันได้เนียนมาก ให้รายละเอียดเสียงที่หวานสดใส มวลเนื้อเสียงมีความอิ่มเอิบ ลื่นไหล ผมฟังซ้ำอยู่ 2-3 รอบก็ยังรู้สึกว่ามันไพเราะจับจิตจับใจทุกรอบไปจริง ๆ ครับ

ผมพิสูจน์สิ่งที่ได้ยินอีกครั้งกับเสียงเครื่องดนตรีประเภทเดิมนั่นคือ ไวโอลินและเปียโน กับเพลงในอัลบั้ม Brahms – Complete Works for Violin and Piano (Arabella Steinbacher, Robert Kulek) ไฟล์ DSD จากค่าย Pentatone ในอัลบั้มนี้ลำโพง SPEKTOR 2 โชว์รายละเอียดความพลิ้วไหว อ่อนหวาน และมิติเสียงที่น่าทึ่งเกินค่าตัวของมันไปมาก ฟังแล้วเคลิ้มตามเอาง่าย ๆ เลยทีเดียว

ด้วยความอยากลองฟังว่าลำโพงตัวเล็ก ๆ อย่างนี้จะให้น้ำหนักเสียงได้ดีแค่ไหน ผมลองฟังอัลบั้มของ Dave Brubeck Quartet ชุด Time Out (ไฟล์ PCM 24bit/176.4kHz) เสียงจากลำโพงคู่นี้ยังคงเด่นที่ความกระจ่างชัดสดใส สนับสนุนด้วยความกระฉับกระเฉงของจังหวะจะโคนและบรรยากาศของดนตรี สะดุดหูด้วยเสียงเครื่องเป่าทองเหลืองที่มีมวลเนื้ออิ่มน่าฟัง

ในเพลงที่ 3 ‘Take Five’ การที่ไดรเวอร์ขนาด 5 นิ้วเศษของ SPEKTOR 2 ให้เสียงทุ้มจากการกระแทกของกระเดื่องกับคิกดรัมออกมาแบบคม ๆ แน่น ๆ อย่างนี้ก็ไม่มีอะไรให้ต้องติกันแล้วล่ะครับ

ตอกย้ำอีกทีด้วยอะคูสติกเบสในต้นเพลง ‘เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ’ จากอัลบั้ม Sabuy Dee ของ Mellow Motif (ไฟล์ 16bit/44.1kHz, CD Rip) ถือว่าเป็นลำโพงเล็กราคาประหยัดที่จูนความถี่ต่ำมาได้ลงตัวดีเลยครับ ฟังเพลงได้อร่อยเหาะแน่นอน ถ้าเราไม่ได้คาดหวังเสียงทุ้มในระดับที่หนักแน่นแถมยังทิ้งตัวลงพื้นได้ขนาดนั้นนะ

For Music Lover
จากที่ได้ลองเล่นมาเป็นเวลาเกือบ 1 เดือน ผมสรุปได้ว่าลำโพง DALI SPEKTOR 2 คือตัวอย่างของการออกแบบลำโพงภายใต้งบประมาณจำกัดที่ทำออกมาได้ลงตัวดีเหลือเกิน ลงตัวทั้งในแง่ของดีไซน์ คุณภาพเสียงและราคา ใช้ฟังเพลงได้หลากหลายแนวโดยจะเด่นเป็นพิเศษกับเพลงแนว jazz, vocal, folk, pop หรือดนตรีอะคูสติกน้อยชิ้น

DALI SPEKTOR 2 เหมาะสำหรับ “คนฟังเพลง” ที่สนใจเล่นเครื่องเสียงแยกชิ้นแต่ยังเป็นมือใหม่ที่กำลังมองหาเครื่องเสียงชุดแรก หรือมือเก่าที่กำลังมองหาชุดเครื่องเสียงเล็ก ๆ สำหรับห้องนอนหรือห้องทำงาน ผมอยากแนะนำว่าให้จดชื่อของ DALI SPEKTOR 2 เอาไว้เป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ ที่คุณจะไปลองฟัง

ลำโพงรุ่นนี้จะทำให้เราได้เรียนรู้ว่าเสียงที่มีความไพเราะน่าฟังอย่างเป็นธรรมชาตินั้นมีลักษณะอย่างไร เผลอ ๆ มันอาจทำให้การเฟ้นหาของเราสิ้นสุดลงได้ง่ายขึ้นก็เป็นได้ครับ


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท เอลป้า ชอว์ จำกัด
โทร. 0-256-9683-5
ราคา 11,800 บาท/คู่

Bonus Track:

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังเห่อระบบบันทึกเสียงและไมโครโฟนแบบมืออาชีพ