พรีวิว Apple TV+ ว่าที่คู่แข่งในอนาคตของ Netflix

เปิดให้บริการแล้ววันนี้สำหรับ Apple TV+ บริการวิดีโอสตรีมมิงแบบจ่ายรายเดือนของ Apple โดยเปิดให้บริการแล้วในกว่า 100 ประเทศและภูมิภาค

Apple TV+ นำเสนอรายการ ภาพยนตร์ และสารคดีออริจินัลที่ทรงพลังและสร้างแรงบันดาลใจ ตัวอย่างที่ให้ชมในช่วงเปิดตัวได้แก่ “The Morning Show,” “Dickinson,” “See,” “For All Mankind” และ “The Elephant Queen” ดูรายละเอียดของคอนเทนต์อื่น ๆ ได้ที่นี่

อุปกรณ์ที่รับชม Apple TV+
Apple TV+ สามารถรับชมได้ทางแอปฯ Apple TV ใน iPhone, iPad, Apple TV 4K, Apple TV HD, Apple TV (รุ่นที่ 3), iPod touch และ Mac ในราคาค่าสมาชิก 99 บาทต่อเดือน พร้อมบริการทดลองใช้งานฟรี 7 วัน

ในการสมัครสมาชิก Apple TV+ ลูกค้าจะต้องอัปเดตเป็น iOS 12.3 หรือใหม่กว่านั้น, tvOS® 12.3 หรือใหม่กว่านั้น และ macOS Catalina สถานะสมาชิกจะต่ออายุโดยอัตโนมัติที่ราคา 99 บาทต่อเดือน เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาทดลองใช้งานฟรี 

พิเศษสำหรับคนที่ซื้อ iPhone, iPad, Apple TV, Mac หรือ iPod touch เครื่องใหม่ ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน เป็นต้นไป จะได้รับสิทธิ์สมาชิกรับชม Apple TV+ ฟรีเป็นระยะเวลา 1 ปี ด้วยระบบ Family Sharing สมาชิก Apple TV+ หนึ่งบัญชีสามารถแชร์กับสมาชิกในครอบครัวได้สูงสุด 6 คน

โดยการบริการจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 โดยสามารถเปิดใช้ข้อเสนอสมาชิกฟรีหนึ่งปีได้ผ่านทางแอปฯ  Apple TV บนอุปกรณ์ที่มีซอฟต์แวร์รุ่นล่าสุด สำหรับลูกค้าที่ซื้อ iPhone, iPad, Apple TV, iPod touch หรือ Mac สามารถเพลิดเพลินกับการใช้งาน Apple TV+ ได้ฟรีเป็นเวลา 1 ปี 

นอกจากอุปกรณ์ของ Apple แล้ว แอปฯ Apple TV ยังมีให้บริการบน Samsung Smart TV บางรุ่น (รุ่นปี 2018, 2019 และรุ่นที่ใหม่กว่าบางรุ่น) และจะมีให้บริการบน Amazon Fire TV, LG, Roku, Sony และแพลตฟอร์ม VIZIO ในอนาคต สมาชิกยังสามารถสมัครและรับชมรายการออริจินัลจาก Apple TV+ บนเว็บไซต์ที่ tv.apple.com

ภาพ เสียง จัดเต็ม พร้อม subtitle ภาษาไทย
จากการทดลองรับชม Apple TV+ ในอุปกรณ์ iPhone 11 Pro Max นั้นเบื้องต้นพบว่าออริจินัลคอนเทนต์ของทาง Apple เองนั้นเขาจัดเต็มในคุณภาพจริง ๆ ครับ ทั้งภาพและเสียงเลย ด้านระบบภาพนั้นเป็น 4K HDR Dolby Vision ส่วนระบบเสียงก็เป็น Dolby Atmos 

เท่าที่ได้ลองรับชมบนสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอคุณภาพดีของไอโฟน ระบบภาพ Dolby Vision นั้นแม้ว่าหน้าจอจะมีขนาดเล็ก ก็ยังให้ประสบการณ์การรับชมที่สวยงามสมจริงน่าตื่นตะลึงเลยทีเดียวครับ

ด้านระบบเสียงเมื่อฟังผ่านหูฟัง หลายฉากในซีรีส์เรื่อง ‘See’ หรือสารคดีเรื่อง ‘The Elephant Queen’ ให้เสียงออกมาน่าสนใจมาก มันกว้างและโอบล้อม เสียงนี่เป็น 3 มิติ มาวิ่งวนรอบหัวได้เลย ฉากท้ายเรื่องที่มีเสียงฝนตกยิ่งสมจริงมากขึ้นไปอีกครับ

ให้อารมณ์เหมือนจำลองเสียงมาจากระบบเสียงรอบทิศทางในโฮมเธียเตอร์ได้เลยทีเดียว ให้ประสบการณ์การรับชมวิดีโอคอนเทนต์แบบเคลื่อนที่ได้น่าสนใจมากครับ (เสียงดีเลย)

ด้าน UI หรือส่วนประสานงานผู้ใช้ทำได้สวยงามลื่นไหลสไตล์ Apple แต่การจัดเรียงคอนเทนต์หรือองค์ประกอบต่าง ๆ อาจจะยังต้องใช้เวลาปรับแต่ง หรือตัวผู้ใช้เองต้องทำความคุ้นเคยไปอีกสักพัก ตัวคอนเทนต์นั้นสามารถดาวน์โหลดสำหรับรับชมแบบออฟไลน์ได้เช่นเดียวกับผู้ให้บริการสตรีมมิงระดับแนวหน้า

สำหรับเสียงพากย์และคำบรรยาย Apple TV+ พร้อมให้บริการว่า 40 ภาษา รวมถึงคำบรรยายหรือคำบรรยายแทนเสียงสำหรับคนหูหนวกและหูตึง

สำหรับซีรียส์ใน Apple TV+ แต่ละเรื่องยังมีเสียงพากย์ให้เลือกฟังถึง 8 ภาษาอีกด้วย แต่เท่าที่เห็นในเวลานี้ยังไม่มีภาษาไทยนะครับ ส่วนคำบรรยายภาพหรือ subtitle นั้น เท่าที่เห็นมีภาษาไทยทั้งหมดนะครับ

Apple TV+ กับการ AirPlay ขึ้นสมาร์ททีวี
สำหรับการใช้งาน Apple TV+ ผ่านการเชื่อมต่อ AirPlay 2 ขึ้นไปรับชมบนหน้าจอสมาร์ททีวีบางยี่ห้อในเวลานี้เช่น Samsung, LG และ VIZIO ตัว iDevices จะต้องอัปเดตเป็น iOS 12.3 หรือใหม่กว่านั้น หรืออัปเดตเป็น macOS Catalina เสียก่อน

สำหรับผู้ที่ใช้งานสมาร์ททีวีของ Sony รุ่นที่รองรับ ทราบว่าจะสามารถใช้งาน AirPlay 2 ได้ภายในปีนี้

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความชอบในงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์