Dolby Atmos คืออะไร? และเราจะเข้าถึงมันได้อย่างไร?

นี่คือหนทางนำบรรยากาศเฉกเช่นเดียวกับที่ได้จากที่นั่งภายโรงภาพยนตร์มาไว้ในห้องนั่งเล่น ให้สัมผัสความรู้สึกเช่นเดียวกับผู้สร้างภาพยนตร์ในสตูดิโอ ผ่านเทคโนโลยีระบบเสียงรอบทิศทางใหม่ล่าสุดจาก Dolby ที่จะกลายมาเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดสำหรับโรงภาพยนตร์ภายในบ้าน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Dolby Atmos ได้เปลี่ยนโฉมรูปแบบ “อนาคตระบบเสียงภายในบ้าน” ณ ปัจจุบันไปอย่างมาก ซึ่งต้องขอขอบคุณเทคโนโลยีเสียงรอบทิศทางแบบใหม่ที่สร้างแรงดึงดูดความสนใจให้กับวงการ Hollywood ได้เป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้นยังต้องขอชื่นชมผู้ที่สนับสนุนเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ผลงานตั้งแต่ผู้ผลิตผลงานในรูปแบบต่าง ๆ ตลอดรวมไปถึงการผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นมารองรับ

มาถึงขณะนี้ระบบเสียง Dolby Atmos คงเป็นที่รู้จักกันบ้างแล้ว โดยสามารถสัมผัสประสบการณ์ได้จากโรงภาพยนตร์บางโรงหรือสัมผัสกันได้แล้วที่บ้านผ่านชุดเครื่องเสียงและลำโพงสำหรับดูหนังที่รองรับ Dolby Atmos รวมไปถึง soundbar หรือแม้แต่หูฟังบางรุ่นก็สามารถรองรับระบบเสียง Dolby Atmos ได้เช่นกัน

เป็นที่น่าจับตาอยู่เหมือนกันสำหรับเรื่องการรองรับระบบเสียง Dolby Atmos ซึ่งได้รับการสนับสนุนทั้งจากการเข้ารหัสสัญญาณเสียงมาในแผ่น Ultra HD Blu-ray รวมไปถึงการออกอากาศกีฬาในบางประเทศ (โดยเฉพาะฟุตบอล) ก็รองรับ Dolby Atmos ด้วยเช่นกัน อีกทั้งในส่วนของ Netflix ก็สามารถสตรีมหนังระบบเสียง Dolby Atmos ไปดูในห้องนั่งเล่นได้อีกด้วย

Dolby Atmos คืออะไร ?
Dolby Atmos เป็นสิ่งที Dolby คิดค้นขึ้นล่าสุด ถือได้ว่าเป็นการพัฒนาระบบเสียงรอบทิศทางในโรงภาพยนตร์ที่สำคัญที่สุด
ระบบเสียง Dolby Atmos เป็นเทคโนโลยีระบบเสียงรอบทิศทางที่พัฒนาขึ้นในปี 2012 ซึ่งยังคงอ้างอิงตามการเซ็ตอัปของระบบเสียงรอบทิศทางอย่าง 5.1 และ 7.1 แชนเนล นำมาเพิ่มจำนวนแชนเนลโดย Dolby Atmos จะทำการเสริมลำโพงติดตั้งไว้โดยรอบห้องจริง ๆ

ลำโพงที่เพิ่มขึ้นนั้นสามารถติดตั้งได้ทั้งบนผนัง ไปจนถึงเพดานตลอดรวมไปถึงหลังจอภาพทั้งนี้ก็เพื่อสร้างสนามเสียงให้โอบล้อมโดยรอบในทุก ๆ จุด สำหรับจำนวนลำโพงที่สามารถติดตั้งใช้กับระบบเสียง Dolby Atmos ได้สูงสุดนั้นมีถึง 64 ตำแหน่ง แต่ในสภาวะแวดล้อมภายในบ้านไม่น่าจะมีห้องไหนที่สามารถรองรับจำนวนลำโพงได้เยอะขนาดนั้น

ถึงอย่างไรก็มีทางเลือกที่ง่ายกว่า ด้วยการเพิ่มลำโพงเพดานเข้าไป 2 หรือ 4 ใบจากระบบเดิม หรือจะเพิ่มลำโพงแบบพิเศษที่มีทิศทางกระจายเสียงยิงขึ้นเพดาน จัดวางบนลำโพงตั้งพื้น/ลำโพงวางขาตั้งคู่หน้า (1 คู่ สำหรับรูปแบบลำโพง .2 แชนเนล) หรือจะจัดวางบนลำโพงคู่หน้าและคู่หลัง (2 คู่ สำหรับรูปแบบลำโพง .4 แชนเนล) อันเป็นการจัดระบบเสียง Dolby Atmos จากระบบเสียงเดิมที่มีอยู่

เมื่อทำการติดตั้งลำโพงสำหรับระบบเสียง Dolby Atmos เป็นที่เรียบร้อย จำเป็นต้องมีการปรับเซตคุณภาพเสียงเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่สมบูรณ์แบบ เพื่อที่จะให้เสียงผสมผสานกันชัดเจนในทุกตำแหน่งและตำแหน่งเสียงที่ได้ยินในสนามเสียงไม่ได้ออกมาจากลำโพงแชนเนลใดแชนเนลหนึ่ง ลำโพงทุกตัวในระบบ Atmos จะแยกการกระจายเสียงช่วยกันสร้างสนามเสียงทางด้านหน้า เสียงรอบทิศทาง เสียงทางด้านบนจากลำโพงเพดาน ออกมาให้ได้ยินอย่างชัดเจน

Dolby Atmos ภายในบ้าน
เนื่องจากลักษณะในการติดตั้งสำหรับโรงภาพยนตร์ไม่สามารถนำไปใช้กับผู้ใช้งานทั่วไปได้ ผู้ผลิตเอวีรีซีฟเวอร์จึงได้เข้ามาทำให้ระบบสามารถใช้งานภายในบ้านได้จริง อีกทั้งราคาก็ไม่แพงด้วย

วิธีที่น่าสนใจเริ่มด้วยการเลือกเอวีรีซีฟเวอร์ที่รองรับความสามารถในการถอดรหัสสัญญาณเสียง Dolby Atmos ให้ได้ซะก่อน โดยส่วนใหญ่แล้วรีซีฟเวอร์ในท้องตลาดในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมาสามารถรองรับ Dolby Atmos ได้แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีงบประมาณเท่าไรในการซื้อ

เป็นเรื่องน่ายินดีที่คุณไม่ต้องถกเถียงกันภายในบ้านให้มากความ หากคุณไม่ต้องการที่จะเจาะฝ้าเพดานเพื่อติดตั้งลำโพงยึดเพดาน มีชุดลำโพง Dolby Atmos รองรับการทำงานของลำโพงที่ออกแบบมาให้มีทิศทางการกระจายเสียงยิงเฉียงสะท้อนเพดาน โดยสามารถจัดวางลำโพงบนลำโพงคู่หน้า ตัวเสียงก็จะถูกยิงขึ้นไปกระทบเพดานและสะท้อนกลับลงมา ณ ตำแหน่งนั่งฟัง สร้างเป็นเสียงเอฟเฟล็กเสมือนเกิดขึ้นเหนือศีรษะ

Pioneer เป็นเจ้าแรกที่ออกชุดลำโพงสำหรับระบบเสียง Dolby Atmos ที่ติดตั้งลำโพงยิงเสียงสะท้อนไปยังเพดานเข้ากับลำโพงคู่หน้าและคู่หลังมาให้ ด้วยรุ่น S-73A ซึ่งออกมาในปี 2014 และตั้งแต่นั้นมีผู้ผลิตลำโพงหลายเจ้าเริ่มสนใจผลิตลำโพงลักษณะดังกล่าว ลำโพง Klipsch ซีรีส์ Reference และชุดลำโพงซับแซทจาก Focal รุ่น Sib Evo จึงออกสู่ตลาด

ระบบเสียง Atmos สามารถทำงานร่วมกับระบบเสียงสำหรับการดูหนังที่มีอยู่เดิมภายในบ้านได้ ด้วยการใช้ลำโพงซึ่งออกแบบมารองรับโดยเฉพาะสำหรับ Dolby Atmos เพียงนำลำโพงดังกล่าวจัดวางบนลำโพงเดิมที่มีอยู่เดิม เพียงแค่นี้ก็สามารถทำให้ระบบที่มีอยู่รองรับ Dolby Atmos ได้โดยผ่านการทำงานของรีซีฟเวอร์ซึ่งรองรับ Dolby Atmos

KEF เป็นหนึ่งแบรนด์ที่จำหน่ายลำโพงแบบที่กล่าวมาด้วยรุ่น R50 โดยลำโพงรุ่นนี้ไม่ได้ถูกจำกัดให้ใช้งานกับลำโพงของ KEF เท่านั้น สามารถนำวางบนลำโพงที่มีอยู่ใช้งานได้ทันที

สำหรับลำโพงที่รองรับ Atmos ในลักษณะเป็นชุดแยกชิ้นยังถูกผลิตออกมาไม่มาก อีกหนทางหนึ่งที่จะสัมผัสระบบเสียง Atmos ได้ ก็ด้วยลำโพงแบบ Soundbar ที่รองรับ Dolby Atmos เช่น Samsung เป็นรุ่น HW-K850, LG รุ่น SJ9 หรือ Sony HT-ST5000

สำหรับเครื่องเล่น Blu-ray ทาง Dolby แนะนำให้เลือกหาเครื่องเล่นใหม่ที่สามารถรองรับระบบ Atmos เพื่อจะได้ใช้งานไปได้อีกนาน ๆ โดยพิจารณาจาก 1.รองรับกับข้อกำหนดในปัจจุบัน และ 2.สามารถปล่อยสัญญาณเสียงสตรีมไปถอดรหัสที่เอวีรีซีฟเวอร์ได้

สื่อสำหรับ Dolby Atmos
ปัจจุบันมีภาพยนตร์เป็นจำนวนมากที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos โดยมีหนังเรื่อง Brave ของ Disney Pixar เป็นเรื่องแรกที่รองรับ Dolby Atmos ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี 2002 และในปัจจุบันจำนวนหนังที่รองรับ Dolby Atmos เพิ่มขึ้นกว่า 600 เท่า

และมีหนังจำนวนมากที่ถูกนำมาลงแผ่นบลูเรย์ Ultra HD ไว้ด้วย ในปัจจุบันสตูดิโอใหญ่ ๆ ใน Hollywood หันมาบันทึกเสียงด้วย Dolby Atmos ลงแผ่นกันทั่วหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Blade Runner: The Final Cut, John Wick: Chapter 2, Jack Reacher: Never Go Back หรือ Guardians Of The Galaxy Vol.2 ก็รองรับ Dolby Atmos ด้วยเช่นกัน จะเห็นได้ว่าคุณสามารถหาหนังที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos จากแผ่นบลูเรย์ได้ไม่ยาก

ในปัจจุบันมีโรงหนังกว่ามากมายที่ใช้เทคโนโลยี Dolby Atmos เป็นระบบเสียงภายในโรงภาพยนตร์ และมีกว่า 2700 โรงทั่วโลกที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos โดยสามารถค้นหาโรงภาพยนตร์ที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos ได้จากทางเว็ปไซด์ของทาง Dolby

นอกเหนือจากในแผ่นแล้ว ทางเลือกสำหรับการดูหนังที่มีระบบเสียง Atmos ในช่วงแรก ๆ จะถูกจำกัดอยู่เพียงการรับชมผ่านแอ็ป Netflix และเครื่องเล่นเกมจาก Microsoft อย่าง Xbox One X, Xbox One และ Xbox One S อีกทั้งหนังที่รองรับยังมีจำนวนจำกัดอยู่บ้าง แต่ในปัจจุบันเริ่มมีช่องทางที่จะสัมผัสระบบเสียง Dolby Atmos ได้มีเพิ่มขึ้นมากแล้ว

Dolby Atmos แบบพกพา
เป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่เราสามารถพกพาระบบเสียง Dolby Atmos ไปฟังที่ไหนก็ได้ โดยผ่านการทำงานของแท็บเล็ต อย่าง Amazon Kindle Fire HDX 8.9 หรือ Lenovo บางรุ่น เชื่อมต่อระบบเสียงผ่านทางช่องต่อหูฟัง แม้จะให้คุณภาพเสียงได้ไม่ดีเท่ากับเสียงที่รับฟังจาก Soundbar หรือจะชุดเครื่องเสียงรอบทิศทางภายในบ้านก็ตามที

การจะฟังระบบเสียง Dolby Atmos ผ่านแท็บเล็ตนั้นจำเป็นจะต้องใช้หูฟังที่แบบรองรับการแปลงเสียงในแบบ binaural และทำงานรองรับเสียงในแบบ Object-based ด้วย หูฟังแบบ binaural จะสร้างเสียงรอบทิศทางขึ้นภายในหูฟังโดยอาศัยหลักการของ HRTFs (Head-Related Transfer Functions) หากจะให้อธิบายหลักการทำงาน

จะขอยกตัวอย่าง การบีบแตรของรถยนต์ หากรถยนต์บีบแตรอยู่ทางด้านขวา หูขวาก็จะได้ยินเสียงแตรดังชัดเจนกว่าหูซ้ายเนื่องจากหูซ้ายอยู่อีกด้านของศีรษะซึ่งเสียงจำเป็นต้องเดินทางอ้อมศีรษะจากด้านขวาไปด้านซ้าย ความดังจึงลดลง ความดังที่หูขวาและหูซ้ายจึงไม่เท่ากัน ระดับความดังดังกล่าวก็จะถูกส่งไปยังสมองแปลความให้ทราบทิศทางของเสียงแตรจากรถว่าอยู่ทางด้านขวา

Dolby จึงได้นำหลักการดังกล่าวกลับมาสร้างเป็นเสียงเสมือนรอบทิศทางขึ้นภายในตัวหูฟัง ด้วยกระบวนการสังเคราะห์เสียงรอบทิศทางทำให้รับรู้ถึงตำแหน่งเสียงได้รอบตัว

‘Object-based audio’ เป็นพื้นฐานของระบบ Dolby Atmos โดยเสียงในแต่ละฉากจะเกิดขึ้นจากการส่งข้อมูลตำแหน่งเสียงของวัตถุกำหนดค่าให้กับลำโพง ซึ่งทาง Dolby อ้างว่าการนำทั้ง 2 เทคโนโลยีมาผสานไว้ด้วยกันทำให้สามารถสร้างเสียงรอบทิศทางบนมือถือให้เกิดขึ้นได้

สำหรับสมาร์ทโฟนที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos มีของ Samsung รุ่นเรือธงอย่าง Galaxy S9 และ S9+ ถือโทรศัพท์มือถือสองรุ่นแรกที่มาพร้อมกับระบบ Dolby Atmos เป็นการเปิดกว้างประสบการณ์ทางด้านเสียงในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน อีกทั้งยังมีของ Huawei รุ่น P20 และ P20 Pro

Dolby Atmos กับดนตรี
ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ระบบเสียงสำหรับภาพยนตร์ Dolby Atmos ยังเพิ่มลูกเล่นให้กับดนตรีที่คุณชื่นชอบได้อีกด้วย ตั้งแต่ออก Blu-ray Audio disc ระบบเสียง Atmos ก็ตามมาในปี 2015

จากนั้นวง R.E.M. ได้ออกผลงานเพลงที่มิกซ์ด้วยระบบเสียง Atmos กับอัลบั้ม Automatic For The People (ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี) รวมไปถึงศิลปิน Matt Darey ได้ออกผลงานเพลงในอัลบั้มรูปแบบพิเศษซึ่งใช้เทคโนโลยีระบบเสียงรอบทิศทางออกมา อีกทั้ง Ministry of Sound ไนท์คลับชื่อดังในลอนดอนได้ติดตั้งระบบเสียง Atmos ภายในคลับซึ่งเซ็ตอัปเป็นแบบ 22 แชนเนลใช้ตู้ลำโพงถึง 60 ใบ

แม้ผลงานเพลงในแบบ Atmos จะยังคงมีออกมาเพียงอัลบั้มเดียว แต่นั้นถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเลยทีเดียว

อนาคตของ Dolby Atmos
มีที่ไหนอีกบ้างที่ต้องการจะสัมผัสระบบเสียง Dolby Atmos พื้นที่เสมือนจริงเป็นหนึ่งในความสนใจของ Dolby บริษัทพร้อมที่จะสร้างสรรค์รูปแบบความบันเทิงอื่น ๆ พร้อมที่จะผลิตเครื่องมือที่จะทำให้ระบบเสียง Dolby Atmos สร้างโลกเสมือนจริงให้สมบูรณ์แบบ หรือแม้แต่ในรถยนต์ (Dolby ยังไม่ได้เปิดเผยแผนที่จะเปิดตัวในรถยนต์)

Dolby ได้ทดลองติดตั้งระบบเสียง Atmos ในไนต์คลับที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในลอนดอน อย่าง Ministry Of Sound ทาง DJ สามารถใช้เครื่องมือผสานเสียงเพลงเข้ากับระบบเสียง Atmos สร้างเวทีเสียงล้อมรอบเคลื่อนย้ายเสียงให้วิ่งไปทั่วทั้งห้องหรือยกเวทีเสียงให้สูงขึ้นจนถึงเพดานได้ในทันที

บางครั้งความต้องการที่จะสร้างพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้นในทันทีทันใดจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เป็นจำนวนมาก เงินลงทุนมหาศาล การหันมาใช้ระบบจำลองสนามเสียง Dolby Atmos อาจจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากกว่า

ธวัชชัย อุไรรัตน์

ชื่นชอบดนตรีและเครื่องเสียงตั้งแต่ ปวช. ประกอบเครื่องเสียงใช้เองตั้งแต่เริ่มแรก ผ่านประสบการณ์ทางด้านเสียง/โฮมเธียเตอร์มาแล้วหลายรูปแบบ ทั้งนักวิจารณ์เครื่องเสียง/โฮมเธียเตอร์ เป็นทีมงานเครื่องเสียงให้เช่า (ติดตั้งโครงสร้าง วางลำโพง เซ็ตระบบเสียงทั้ง PA และ Monitor มิกซ์เสียง) ผ่านงานติดตั้งระบบมินิเธียเตอร์ ทั้งระบบภาพ 3D แบบ Passive (2 Projector Stack) และระบบเสียง 7.1 แชนเนล ผ่านการอบรม The Sound Master มีผลงานเขียนตีพิมพ์อย่างต่อเนื่อง ติดตามเทคโนโลยีอยู่เสมอ

ธวัชชัย อุไรรัตน์