รีวิว Wharfedale : Diamond Active A1

ผมเห็น Wharfedale Diamond Active A1 ครั้งแรกตอนไปงานไฮเอนด์โชว์ที่ฮ่องกงเมื่อช่วงกลางปี 2016 ครับ ซึ่งทีมของเราไปกันถึงสามคนมีพี่ธานีที่จะเน้นไปดูเครื่องเสียงไฮเอนด์ ส่วนพี่เอ็มก็จะดูเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เอามาโชว์กัน ส่วนผมก็ตามทางถนัดคือหูฟัง แก๊ดเจ็ท และลำโพงแอคทีฟครับ

ซึ่งในหมวดหมู่ลำโพงแอคทีฟเท่าที่ผมได้เดินดูจนทั่วงานผมยกให้ Wharfedale Diamond Active A1 เป็นไฮไลท์อันดับหนึ่งของผมเลยครับ!

Wharfedale Diamond Active Series
Wharfedale เป็นแบรนด์ระดับตำนานจากประเทศอังกฤษที่ไม่ปล่อยตัวเองให้เป็นแค่รุ่นใหญ่ขายความสำเร็จเก่าเพียงอย่างเดียว แต่มีการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของตัวเองอยู่เสมอและลำโพงที่สร้างชื่อให้ติดตราตรึงใจคนในวงการเครื่องเสียงมาอย่างยาวนานของ Wharfedale ก็คือลำโพงซีรีย์ Diamond นั่นเอง

ถ้าพูดถึงนักเล่นเครื่องเสียงในเมืองไทยจะเรียกว่า Diamond เป็นขวัญใจมหาชนคนเริ่มเล่นเครื่องเสียงเลยก็ว่าได้ เพราะมีให้เลือกเล่นกันตั้งแต่ราคาไม่ถึงหมื่นบาท และไม่ว่าจะเล่นแบบ 2 แชนแนลหรือชุดโฮมเธียร์เตอร์ก็มีให้เลือกไปใช้งานครบทุกรูปแบบ

แต่สิ่งที่ Wharfedale ไม่เคยทำกับลำโพงซีรีย์ Diamond มาก่อนเลยคือการทำให้มันเป็นลำโพง Active ครับ! ผมเลยตื่นเต้นมาก ๆ กับการได้เห็น Wharfedale Diamond Active Series ที่ฮ่องกง

ซึ่งจริง ๆ แล้ว Wharfedale Diamond Active Series มีออกมาถึงสองรุ่นครับคือ Wharfedale Diamond Active A1 และ Wharfedale Diamond Active A2 ซึ่งรุ่น A1 นั้นจะเป็นลำโพงวางหิ้่ง ส่วน A2 จะเป็นลำโพงตั้งพื้น ผมเองยังไม่เคยเห็นตัวเป็น ๆ ของ A2 เหมือนกันครับเพราะตอนที่ทาง Wharfedale ไปออกงานมีเพียงแค่ A1 ไปโชว์เท่านั้น

แต่แค่ A1 รุ่นเดียวก็ทำให้ผมต้องเอ่ยปากบอกกับทางคุณเบิร์ดแห่ง Hi-Fi Tower เลยครับว่าถ้าลำโพงรุ่นนี้ถึงไทยเมื่อไหร่ช่วยส่งมาให้ผมได้ทดสอบด้วย และเมื่อ Wharfedale Diamond Active A1 เข้ามาถึงเมืองไทยคุณเบิร์ดก็ใจดีส่งมาให้ผมทดสอบตามที่ขอไปจริง ๆ

Wharfedale Diamond Active A1
Wharfedale Diamond Active A1 เป็นลำโพงไร้สายครับ และคำว่าไร้สายของลำโพงชุดนี้ก็ไม่ใช่แค่เพราะว่ามันสามารถเชื่อมต่อบลูทูธกับเครื่องเล่นหรือโทรศัพท์ได้เพียงเท่านั้นนะครับ แต่ที่่ว่า “ไร้สาย” คือลำโพงซ้ายและขวาของ Wharfedale Diamond Active A1 ก็เชื่อมต่อกันแบบไร้สายด้วยเช่นกัน!

บอกตามตรงว่า Wharfedale Diamond Active A1 ทำให้คำว่าลำโพงไร้สายของผมเปลี่ยนไปเลยครับ ก่อนหน้านี้ผมทดสอบลำโพง Active 2.0 มาหลายรุ่นถ้ารุ่นไหนสามารถเชื่อมต่อฟังเพลงผ่านบลูทูธได้ผมก็เรียกลำโพงไร้สายแล้วครับทั้ง ๆ ที่การเชื่อมต่อกันระหว่างลำโพงซ้ายกับขวาก็ยังคงต้องเชื่อมต่อกันด้วยสายอยู่ดี

แต่ Wharfedale Diamond Active A1 มาแบบเหนือกว่านั้นคือพี่เค้าเล่นไร้สายแม้กระทั่งลำโพงสองข้าง โดยมี Diamond H1 ทำหน้าที่เป็น HUB คอยรับและส่งสัญญาณไปให้ลำโพงทั้งสองข้าง โดยที่ Diamond H1 มี In-Put Analog แบบ RCA 1 ชุด ส่วน In-Put Digital จะมีทั้ง Optical และ Coaxial ส่วนสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการเชื่อมต่อบลูทูธที่มาพร้อม aptX นั่นเอง

ดีไซน์และการใช้งาน
Wharfedale Diamond Active A1 คู่นี้หากมองจากด้านหน้าผมคงนึกว่าเป็น Diamond 220 แน่ ๆ เพราะหน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ แต่ถ้ามาดูใกล้ ๆ ก็จะพบว่ามันเหมือนกันแค่ด้านหน้าครับ คือเป็นสีเปียโนแบล็คดำเงาสวยงามเหมือนกัน แต่ตัวตู้ Wharfedale Diamond Active A1 มีการหุ้มด้วยหนังเกรดพรีเมี่ยมอย่างดีมีความสวยงามและดูหรูหรากว่า Diamond 220 อยู่พอสมควร

อีกจุดคือขอบมุมของตู้ลำโพง Wharfedale Diamond Active A1 นั้นจะเป็นขอบมนไม่เหมือน Diamond 220 ที่เป็นมุมตัด ตัวตู้ของ Wharfedale Diamond Active A1 เป็นตู้เปิดแบบมีท่อเบสอยู่ด้านหลัง

ส่วนไดร์เวอร์นั้นใช้ชุดเดียวกับ Diamond 220 ครับ คือวูฟเฟอร์ขนาด 130mm ที่ใช้ Kevlar cone Woofer ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถอดแบบมาจากไดร์เวอร์ของลำโพงรุ่นใหญ่ระดับเรือธงอย่าง Jade series กันเลยทีเดียว

จุดเด่นของไดร์เวอร์ประเภทนี้คือการนำวัสดุที่เรียกว่า Kevlar มาใช้นี่แหละครับซึ่งเป็นวัสดุที่รถแข่งระดับฟอร์มูล่าวันนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างรถเลยนะครับ เพราะว่ามันเบาและแข็งแรงมาก ๆ ซึ่่งก็เป็นคุณสมบัติที่ดีงามพระรามเก้าสุด ๆ สำหรับการนำมาทำเป็นไดร์เวอร์ลำโพงเช่นกัน ซึ่ง Wharfedale เป็นไม่กี่แบรนด์ที่เลือกนำวัสดุนี้มาใช้ครับ!

เป็นไงครับบอกแล้วว่าพี่เค้าไม่ได้เป็นแค่รุ่นใหญ่ขายของเก่าแต่ทำอะไรใหม่ ๆ ล้ำ ๆ ออกมาด้วย ซึ่งความเบาและแข็งแรงของวัสดุที่เรียกว่า Kevlar มันทำให้การหยุดการสั่นค้างของกรวยลำโพงทำได้ดีนั่นเอง ซึ่งจะช่วยไม่ให้เกิดเสียงย่านทุ้มแบบเบลอ ๆ ให้หงุดหงิดใจให้กับคนฟัง ส่วนตัวทวิตเตอร์ก็เป็น Soft Dome ขนาด 25mm ครับ

ด้วยการเชื่อมต่อแบบไร้สายทำให้ลำโพงทั้งสองตัวนั้นสามารถเลือกได้ตามสะดวกครับว่าจะให้ลำโพงตัวไหนเป็นลำโพงข้างซ้ายตัวไหนเป็นลำโพงข้างขวา หรือจะให้เป็นโมโนก็ยังทำได้ โดยลำโพงทั้งสองข้างจะมี Digital Amplifier กำลังขับ 50w พร้อม DSP(Digital Signal Processing) ค่อยควบคุมสัญญาณดิจิตอลที่ส่งมาจาก HUB อีกที

ตรงนี้ต้องอธิบายการทำงานของชุดลำโพง Wharfedale Diamond Active A1 กันสักนิดก่อนจะเขียนถึงส่วนอื่นต่อนะครับ คือ Wharfedale Diamond Active A1 ในชุดจะประกอบไปด้วยลำโพง 2 ข้าง และจะมี Diamond H1 อีกหนึ่งตัวทำหน้าที่เป็น HUB หรือจุดศูนย์รวมความบันเทิงไร้ขีดจำกัดของลำโพงชุดนี้นั่นเอง

ซึ่งตัว Diamond H1 จะทำหน้าที่รับ In-put เข้ามาไม่ว่าจะเป็นทาง Bluetooth, Optical, Coaxial หรือ RCA และส่งต่อไปยังลำโพงทั้งสองข้าง ผมขอยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่นเมื่อผมใช้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อบลูทูธเข้ากับตัว Diamond H1 แล้ว และผมเล่นเพลงผ่านสมาร์ทโฟนเมื่อ Diamond H1 ได้รับข้อมูลที่สมาร์ทโฟนส่งไปให้ Diamond H1 ก็จะจัดการส่งต่อข้อมูลไปยังลำโพงทั้งสองข้างครับ

แล้ว DSP ในลำโพงทั้งสองข้างก็จะทำการประมวลผลข้อมูลที่ได้รับมาแล้วปล่อยต่อไปที่ภาค Digital Amplifier เพื่อส่งกำลังขับให้ไดร์เวอร์ทำงานจนออกมาเสียงเพลงให้เราฟัง ซึ่งการส่งข้อมูลจาก Diamond H1 ไปถึงลำโพงทั้งสองข้างจะใช้สัญญาณ wireless คลื่นความถี่ 5.8GHz ครับ ซึ่งเป็นช่วงความถี่ที่มีแบนด์วิธกว้างมากทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการส่งข้อมูลจาก Diamond H1 ไปถึงลำโพงเลยว่าจะส่งไม่ทันหรือโดนสัญญาณรบกวน

ซึ่งทาง Wharfedale ระบุว่าระยะที่ Diamond H1 สามารถเชื่อมต่อกำลังโพงได้นั้นไกลถึง 20 เมตรเลยทีเดียว เรียกว่าว่าง Diamond H1 ไว้ตรงไหนของมุมห้องก็สามารถส่งสัญญาณไปที่ลำโพงได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลยละครับงานนี้

เซ็ตอัป & แม็ตชิ่ง
เวลาผมทดสอบลำโพงไม่ว่าจะ Active หรือ Passive ผมจะให้ความสำคัญกับการ เซ็ตอัปและแม็ตชิ่งมาก ๆ เพราะถ้าเซ็ตอัปและแม็ตชิ่งได้ลงตัวเราก็จะสามารถรับรู้ถึงศักยภาพของลำโพงได้อย่างเต็มที่ครับ

แต่สำหรับ Wharfedale Diamond Active A1 ผมก็คงไม่ต้องกังวลเรื่อง แม็ตชิ่งเพราะในตัวมีมาครบหมดไม่ต้องเสริมอะไรกันแล้ว ผมเลยมาให้ความสำคัญกับการเซ็ตอัปแทน

การเซ็ตอัป Wharfedale Diamond Active A1 คู่นี้ก็ง่าย ๆ ครับ เริ่มจากเลือกปรับสวิตช์ด้านหลังของลำโพงว่าจะให้ตัวไหนเป็นข้างซ้าย ตัวไหนเป็นข้างขวาแล้วก็วางให้ถูกต้อง ต่อไปกดปุ่มแพร์ริ่งโหมดของลำโพงทั้งสองข้าง สุดท้ายก็ไปเลือกให้ Diamond H1 ค้นหาและเชื่อมต่อกับลำโพงทั้งสองข้างเป็นอันจบพิธีครับ

ขั้นตอนที่ว่ามาทั้งหมดนี้ทำแค่ครั้งแรกครั้งเดียวเท่านั้น ครั้งต่อ ๆ ไปถ้าจะฟังเพลงจาก Wharfedale Diamond Active A1 ก็เพียงเปิดลำโพงทั้งสองข้างและ Diamond H1 ก็เริ่มฟังได้เลยครับ

ขอสารภาพตามตรงว่าตอนเห็น Wharfedale Diamond Active A1 ครั้งแรก ถึงผมจะตื่นตาตื่นใจกับการเชื่อมต่อไร้สายของลำโพงคู่นี้ แต่ก็แอบติดใจสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทาง Wharfedale จะแยก HUB ออกมาเป็น Diamond H1 ให้วุ่นวายทำไมอีก ทำไมไม่จับยัดเข้าไปไว้ในลำโพงข้างใดข้างหนึ่งเหมือนที่ใคร ๆ เค้าก็ทำกัน

แต่พอได้มาทดสอบจริง ๆ จัง ๆ ผมกลับรู้สึกว่าชอบการแยกการทำงานแบบนี้ไปซะอย่างงั้นครับ เพราะว่ามันสะดวกสบายมาก ๆ ด้วยความที่ผมเคยชินกับลำโพง Active ที่จะมักจะมีข้างใดข้างหนึ่งเป็นศูนย์กลางทุกอย่างก็เลยแอบสบประมาท Wharfedale Diamond Active A1 ไปบ้างในตอนต้น

แต่พอทดดลองใช้งานไปสักระยะก็พบว่าการแยกการทำงานแบบนี้ มันทำให้เราสามารถใช้งานได้หลากหลายกว่ามาก ๆ อย่างเช่นผมสามารถนำ Diamond H1 มาวางอยู่บนโต๊ะทำงานแล้ววางลำโพงทั้งคู่ห่างออกไปไกล ๆ ได้

ถ้าเป็นลำโพงที่ต้องเชื่อมต่อ In-Put ต่าง ๆ เข้ากับลำโพงข้างใดข้างหนึ่งก็คงไม่สามารถจะทำแบบนี้ได้อย่างแน่นอน ตรงจุดนี้มันเพิ่มความอิสระให้กับการวางลำโพงได้มากขึ้น แถมไม่ต้องมีสายเยอะแยะให้แกะกะตา

หากเราจะนำไปใช้งานกับทีวี ก็เพียงเสียบสาย Optic เข้า Diamond H1 เพียงเส้นเดียวก็จบไม่ต้องปวดหัวกับการหาที่เก็บซ่อนสายเชื่อมต่อลำโพงยาว ๆ อีกต่อไป

หลังจากลองเซ็ตอัปจัดวางหลาย ๆ แบบผมก็กลับมาเริ่มทดสอบเสียงโดยเซ็ตอัป Wharfedale Diamond A1 ให้เหมือนลำโพง Active ทั่ว ๆ ไปคือตั้งไว้ที่โต๊ะทำงานและนั่งฟังแบบ Near Field ครับ ซึ่งขั้นตอนนี้ผมใช้เวลาไม่นานก็สามารถบอกกับตัวเองได้เลยว่าลำโพงคู่นี้ัมันไม่ได้เกิดมาเพื่อวางบนโต๊ะเท่านั้นแล้วฟังใกล้ ๆ เท่านั้น แต่มันเกิดมาเพื่อฟังในห้องฟังเลยทีเดียว!

ผมทดสอบลำโพง Active มาค่อนข้างเยอะครับทั้งที่เขียนออกมาและไม่ได้เขียน สิ่งหนึ่งที่ผมจะทำทุกครั้งคือการเอาลำโพง Active มาเซ็ทในห้องฟัง ซึ่งมีลำโพง Active น้อยรุ่นมาก ๆ ครับที่จะสอบผ่าน เพราะส่วนใหญ่ลำโพง Active จะออกแบบมาให้ฟังแบบ Near Field คือฟังใกล้ ๆ วางบนโต๊ะคอมโต๊ะทำงานมากกว่าจะมาเซ็ตอัปจริงจังในห้องฟัง

หรือลำโพงบางรุ่นที่จะพอเอามาเซ็ตอัปในห้องฟังขนาดกลาง ๆ ที่ออฟฟิศของเราได้ก็จะมีข้อจำกัดในเรื่องการจัดวางที่จะต้องถอยไปชิดกำแพงมาก ๆ หรือวางให้ระยะห่างไม่ไกลเกินไป และอาจจะปรับจุดนั่งฟังให้เข้าไปใกล้มากขึ้น

ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นเรื่องปกตินะครับเพราะหลักการออกแบบลำโพง Active ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้งานเซ็ตอัปในห้องฟังอยู่แล้วหลาย ๆ รุ่นที่สอบผ่านผมถือว่าเป็นของแถมพิเศษที่ทำให้เล่นสนุกมากขึ้น แต่สำหรับ Wharfedale Diamond A1 คู่นี้เมื่อผมเอามาเซ็ตอัปในห้องฟังของเรา ผมบอกได้เลยว่าลำโพงคู่นี้ให้ได้มากกว่าคำว่าสอบผ่านครับ

เพราะช่วงทดสอบผมสามารถเซ็ตอัป Wharfedale Diamond A1 ด้วยระยะห่างจากกำแพงด้านหลัง และระยะห่างของลำโพงทั้งสองข้างได้ไม่ต่างจากตอนทดสอบลำโพง Passive ที่ต้องใช้แอมป์ขับแยกต่างหากเลย

แม้ว่า Wharfedale Diamond Active A1 นั้นมีกำลังขับต่อข้างเพียง 50w ตัวเลขอาจจะดูน้อย แต่ด้วยการแม็ตชิ่งอุปกรณ์ต่าง ๆ มาอย่างดีในตัวลำโพงทำให้เสียงที่ได้นั้นออกมาใหญ่ และเต็มห้องเหมือนฟังจากลำโพงวางหิ้งที่มีแอมป์กำลังขับดี ๆ เลยละครับ

เซ็ตอัปได้เหมือนการทดสอบลำโพงแบบ Passive ทุกประการแม้กระทั่งจุดนั่งฟัง

เสียง
ผมทดสอบ “เสียง” ของ Wharfedale Diamond A1 ด้วยการฟังเพลงด้วยระบบไร้สายเต็มรูปแบบครับ! ในเมื่อ Wharfedale Diamond Active A1 ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายด้วยการเชื่อมต่อไร้สายทั้งระบบ ผมก็เลยจะทดสอบว่าความง่ายของระบบไร้สายใน Wharfedale Diamond Active A1 ว่าจะให้เสียงออกมาคุณภาพดีแค่ไหน

ผมทดสอบโดยการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งผ่าน App Tidal ใน iMac และเชื่อมต่อบลูทูธไปที่ Diamond H1 โดยตั้งค่า Built-in Output ใน Tidal ให้เป็นUse Exclusive Mode และ Force volume คือวอลลุ่มทั้งหมดจะถูกควบคุมโดย Diamond H1 เท่านั้น เสียงที่ผมได้ยินออกมาจาก Wharfedale Diamond Active A1 มันทำให้ผมทึ่งครับ

รายละเอียดของเสียงที่ได้ยินมาพร้อมกับเสียงย่านทุ้มที่มีพลัง ถ้าหลับตาฟังผมคงจินตนาการไม่ออกแน่ ๆ ว่าผมกำลังฟังลำโพง Active ด้วยการสตรีมมิ่ง และส่งต่อข้อมูลผ่านบลูทูธโดยที่ลำโพงทั้งสองข้างยังเชื่อมต่อแบบไร้สายอีก! บอกตามตรงว่าถ้าเป็นสักเมื่อสามสี่ปีก่อนผมคงนึกภาพไม่ออกจริง ๆ ครับว่าการฟังเพลงแบบไร้สายทั้งระบบแบบนี้จะให้คุณภาพเสียงได้ขนาดนี้

Wharfedale Diamond Active A1 ให้มิติของเวทีเสียงออกมาได้อย่างน่าประทับใจ เราจะสัมผัสได้ถึงระยะลึกและกว้างของเวทีเสียงได้ชัดเจน เสียงย่านทุ้มที่มีพลังออกมาแบบเต็มลูกแต่กระชับ ไม่ใช่มาเยอะ ๆ แต่เบลอ

ตรงนี้น่าจะทรงผลมาจาก Kevlar cone Woofer แน่ ๆ ครับ เสียงย่านกลางหรือเสียงร้องก็เป็นจุดเด่นของ Wharfedale Diamond ซีรีย์อยู่แล้วและใน Diamond A1 ก็ทำได้ดีเช่นกันครับ

โดยรวมแล้วเป็นลำโพงที่ให้เสียงแนวผู้ดีอังกฤษตามแบบฉบับ Wharfedale แท้ ๆ คือฟังง่าย ลื่นหู ไม่จัดจ้าน หรือชัดเจนสุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง ฟังได้ตั้งแต่เพลงร้องหวาน ๆ หรือแนวออดิโอไฟล์ เพลงร็อคมันส์ ๆ แต่ไม่ถึงขั้นเฮฟวี่เมทัลก็สบาย ๆ เลยครับ

สรุป
ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่ยังไม่เชื่อมั่นในคุณภาพเสียงของการฟังเพลงแบบไร้สายผมอยากจะแนะนำให้ลองเปิดใจและหาเวลาว่างไปลองทดสอบ Wharfedale Diamond Active A1 ด้วยตัวคุณเองสักครั้งครับ รับรองว่า Wharfedale Diamond Active A1 คู่นี้จะต้องทำให้คุณทึ่งกับคุณภาพเสียงที่ได้ยินอย่างแน่นอน!


นำเข้าและจัดจำหน่ําย
บริษัท ไฮไฟ ทาวเวอร์ จำกัด
โทร.0-2881-7273-7
ราคา 29,900 บาท

อชิร รวีวงศ์

Content Contributor ที่ชื่นชอบในการทำคอนเทนต์ทุกรูปแบบ และยังหลงใหล คลั่งไคล้ไปกับเครื่องเสียง หูฟัง กล้อง และแก๊ดเจ็ททุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับภาพและเสียง!

อชิร รวีวงศ์