รีวิว Bose : Soundbar 500

ผมว่าเป็นอาการที่นักเล่นเครื่องเสียงจำนวนมาต้องเคยเป็นนะครับ ผมเองก็เช่นกัน เมื่อล่าสุดผมได้มีโอกาสรีวิว Bose Soundbar 700 ไป ก็นึกสงสัยว่าเอ๊ะ รุ่นใหญ่ดีขนาดนี้ ถ้าเป็นรุ่นน้องอย่าง Bose Soundbar 500 จะเป็นยังไงนะ

ผมไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยนานครับกับเรื่องนี้ เพระหลังจากส่งรุ่นพี่คืน ผมก็ไปอ้อนวอนขอพี่เอ็ม ว่าอยากจะขอทดสอบ Bose Soundbar 500 ด้วย

แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ พี่เอ็มจัดให้ตามคำเรียกร้องพร้อมกับขอ Bass Module 500 ซับวูฟเฟอร์ไร้สายมาให้ผมได้ทดสอบคู่กันไปเลย

น้องเล็ก สเปคใหญ่
ความประทับใจแรกสำหรับ อย่าง Bose Soundbar 500 คือมีฟังก์ชันทุกอย่างที่รุ่นพี่อย่าง อย่าง Bose Soundbar 700 มีครับ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Amazon Alexa ระบบปรับแต่งเสียง ADAPTiQ การเชื่อมต่อไร้สายทั้ง Wi-Fi และ Bluetooth

Bose Soundbar 500 ขนาดจะเล็กกว่า 700 พอสมควรแต่เรื่องเสียงต้องบอกว่าไม่น้อยหน้า
มี Input ให้มาแบบครบ ๆ จบในตัว

เรื่องดีไซน์ก็ต้องบอกว่าเฉียบ! คือถึงจะเป็นรุ่นเล็กกว่าแต่ดีไซน์ความสวยงามออกมาได้ลงตัวและดูหรูหราไม่แพ้รุ่นพี่ครับ คือถ้ารุ่นพี่จะดูหรูหรากว่าก็ตรงที่ด้านบนเป็นกระจกเงา แต่ Bose Soundbar 500 จะเป็นวัสดุเดียวกับตัวบอดี้ ซึ่งสำหรับผมก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะรูปลักษณ์ และขนาดทำให้ Bose Soundbar 500 ดูดีไม่แพ้กัน In-put ก็มีครบครับ ทั้ง HDMI, Optical หรือจะไร้สายก็มีทั้ง Wi-Fi และ Bluetooth

การเซ็ตอัพก็ง่ายแสนง่ายเสียบสายไฟ เสียบ HDMI เปิดแอปพลิเคชัน Bose Music มาเชื่อมต่อเป็นอันจบข่าว!

Bass Module 500 ซับเล็กหัวใจใหญ่
ขอข้ามมาพูดถึง Bass Module 500 กันสักหน่อยครับ กับซับไร้สายขนาดกะทัดรัด ที่ต้องบอกว่าเซ็ตอัพง่ายมาก คือเสียบสายไฟปั๊บ เข้าแอปพลิเคชัน Bose Music เลือกโหมดลำโพงเสริมจบ เชื่อมต่อได้เลยครับ

ง่าย ๆ แบบนี้เลย ไม่ต้องกด pairing ไม่ต้องเสียบสายสัญญาณ ไม่ต้องทำอะไรเลยครับ ประทับใจสุด ๆ คือต่อให้เป็นคนไม่เก่งเรื่องเทคโนโลยีขนาดไหนก็ สามารถใช้งานได้ง่าย ๆ เลย

Bass module500 ขนาดเล็กกะทัดรัดแต่ให้เสียงทรงพลัง
ดีไซน์เรียบง่ายไม่ต้องมีปุ่มเยอะเสียบสายไฟ กดเปิดเชื่อมต่อได้เลย

ที่สำคัญคือขนาดเล็ก สามารถหาที่วางได้ไม่ยาก และอีกสิ่งที่ผมประทับใจมาก ๆ คือลักษณะการออกแบบที่ให้ดอกซับยิงลงด้านล่าง แต่มีแท่นรองรับที่ไว้ช่วยกระจายเสียงอยู่ด้านล่างอีกที

คือเคยเจอปัญหากันมั้ยครับ เมื่อต้องใช้ซับที่ยิงเสียงลงด้านล่าง แล้วพื้นเป็นกระเบื้อง! โอโห เสียงที่ได้ไม่อยากจะพูดถึงครับ ปรับให้เข้าที่เข้าทางยากมาก ๆ แล้วบ้านผมนี่แหละครับพื้นกระเบื้อง แต่การออกแบบของ Bass Module 500 ทำให้ตัดปัญหาเรื่องนี้ไปได้เลย

ลองฟังเสียง
คราวนี้มาว่ากันเรื่องของเสียงบ้าง ครั้งที่ผมทดสอบ Bose Soundbar 700 ผมได้มาแต่ตัว Soundbar ครับ ซึ่งจากการทดสอบผมว่ามันเอาอยู่ในตัวอยู่แล้วแบบไม่ต้องเพิ่มซับ

ครั้งนี้ที่ผมทดสอบ Bose Soundbar 500 ผมก็เลยอยากทดสอบแบบไม่เพิ่มซับดูก่อนว่าจะเป็นยังไงบ้าง โดยแน่นอน ผมทำขั้นตอนสำคัญคือให้ระบบ ตัวระบบ ADAPTiQ ของ Bose จัดการตรวจเช็คสภาพเสียงพร้อมคำนวณระยะห่างของลำโพงกับจุดนั่งฟังของเรา แล้วปรับค่าความถี่เสียงต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับห้องนั้น ๆ ให้อัตโนมัติ ขั้นตอนนี้ทำครั้งเดียวครับ ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที เพื่อให้ได้เสียงที่เหมาะกับห้องผมที่สุด

พอเรียบร้อยก็เปิดหนังเลยครับ ผลที่ได้คือ เฮ้ย! เสียงที่ได้มันไม่ได้น้อยหน้ารุ่นพี่อย่าง Bose Soundbar 700 เท่าไหร่แฮะ คือต้องเล่าย้อนอีกนิดครับ ระยะห่างจากหน้าจอมาถึงที่นั่งดูทีวีของผมคือเกือบ 4 เมตรครับ! ไกลมาก แล้วเจ้า Bose Soundbar 500 มันตัวเล็กกว่า Bose Soundbar 700 อยู่พอสมควร ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก

แต่ฟังไปฟังมารู้สึกว่ามันเจ๋งเกินตัวไปเยอะ โอเคว่าต้องใช้วอลลุ่มที่เยอะกว่า เพื่อให้ได้เสียงที่เต็ม รายละเอียดมิติอาจจะเป็นรอง Bose Soundbar 700 แต่ผมจินตนาการไปถึงห้องที่เล็กกว่าผม และการนั่งฟังที่ใกล้กว่า ผมว่า Bose Soundbar 500 เอาอยู่มาก ๆ คือไม่ต้องมีซับก็ให้เสียงที่เต็มอิ่มเลย

แต่ด้วยความที่ผมนั่งไกลมาก ๆ และห้องผมเป็นชั้นล่าง คืออย่าเรียกว่าห้องเลยครับ เป็นบ้านชั้นล่างกว้าง ๆ โล่ง ๆ นั่นแหละ ทำให้ผมรู้สึกว่า Bose Soundbar 500 ตัวเดียวยังให้เสียงไม่เต็มอิ่มเท่า Bose Soundbar 700 นัก

แต่แน่นอนครับ ครั้งนี้ผมได้ตัวช่วยอย่าง Bass Module 500 เราก็ต้องลองกันให้ครบสักหน่อย หลังจากฟังเสร็จผมก็จัดแจงเชื่อมต่อ Bass Module 500 แล้วทดลองฟังอีกรอบ

ขออนุญาตใช้คำว่า ของโคตรดี! นะครับ คือพอมี Bass Module 500 แล้วมันให้เสียงที่ครบทุกอย่างที่ต้องการจากการดูหนังจริง ๆ ครับ ที่ประทับใจมาก ๆ คือ ผมก็วาง Bass Module 500 ไปง่าย ๆ ข้างชั้นทีวีนั่นแหละ ไม่ได้เซ็ตอัพหาตำแหน่งอะไรเลย

แต่มันให้เสียงที่กลมกลืนเหมือนมีเทพมาเซ็ตให้! พอเสริม Bass Module 500 ต้องบอกว่า จากเสียงกลางเสียงพูดที่ชัดอยู่แล้วของ Bose Soundbar 500 มันยิ่งโดดเด่นชึ้น มิติดีขึ้น เหมือนกับว่ามันได้ทำงานน้อยลง แล้วทำในส่วนของตัวเองได้เต็มที่ ในแง่เสียงเบสของ Bass Module 500 นั้นก็มาแบบเน้น ๆ นึกว่าซับตู้ใหญ่ ๆ ยิ่งดูหนังพวกระเบิดป่า เผากระท่อมนี่ประทับใจสุด ๆ ไปเลยครับ

เป็นซับที่วางยังไงก็สวยเพราะดีไซน์เรียบ ๆ และขนาดที่พอเหมาะ

ดูหนังกันไปแล้ว ก็ต้องลองฟังเพลงกันหน่อย ผมขอบอกว่า ทำได้ดีไม่แพ้ดูหนัง จะเดี่ยว ๆ ก็ให้เสียงเป็นธรรมชาติ ถ้าหลับตาฟังนึกว่าฟังลำโพง 2 ชาแนลอยู่ เพิ่มซับเข้าไปก็เป็นลำโพง 2.1 ดี ๆ ชุดนึงเลย คือเรียกง่าย ๆ ว่าครบจบในตัวสไตล์ Bose เค้าเลยละครับ

สรุป
ชื่อ Bose จริง ๆ มันก็ไม่ต้องพูดกันเยอะให้เจ็บคอกันอยู่แล้ว แต่พอได้ลองใช้งานลองฟังจริง ๆ ก็ต้องมาเล่ากันหน่อยเพราะประทับใจจริง ๆ ยิ่งยุคนี้ต้องบอกว่า จะดูหนังฟังเพลงแบบเต็มอิ่ม มันไม่ต้องมีลำโพงเยอะแยะให้รกบ้านแล้ว เพราะเทคโนโลยี ค่อนข้างที่จะล้ำกว่าเมื่อก่อนมาก โดยเฉพาะใครที่พื้นที่จำกัด ไม่สามารถสร้างห้องดูหนังฟังเพลงได้ หรืออยู่คอนโด

Soundbar ดี ๆ สักชุดถือเป็นตัวเลือกที่ดีมาก ๆ เลยครับโดยเฉพาะ Bose Soundbar 500 และ Bass Module 500 ชุดนี้ตอบโจทย์แน่ ๆ เพราะเล็กกะทัดรัดทั้งคู่ แทบยังเซ็ตอัพง่าย ใช้สายไฟสองเส้นจบ ไม่รก เหมาะกับคอนโดที่ทำเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินมาก ๆ

แต่สุดท้ายอยากจะย้ำเหมือนทุกครั้งคืออย่าเชื่อที่ผมโม้เลยครับฮา ๆ ไปลองฟังด้วยตัวเองดีกว่า เพราะที่อัศวโสภณ เค้ามีให้ลองทุกรุ่น อยากลองรุ่นไหนก็แวะไปสาขาใกล้บ้าน แล้วทดสอบให้พอใจก่อน แต่ก็ต้องขอเตือนว่าถ้าฟังเสร็จอาจจะมีเผลอตัวเผลอใจหิ้วกลับบ้านไปสักชุดแน่ ๆ


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท อัศวโสภณ จำกัด (www.asavasopon.co.th)
โทร. 0-2266-8136-8, 0-2234-6467-8 (สำนักงานใหญ่สี่พระยา)
ราคา 26,900 บาท สำหรับ Soundbar 500 และ 19,900 บาท สำหรับ Bass Module 500

อชิร รวีวงศ์

Content Contributor ที่ชื่นชอบในการทำคอนเทนต์ทุกรูปแบบ และยังหลงใหล คลั่งไคล้ไปกับเครื่องเสียง หูฟัง กล้อง และแก๊ดเจ็ททุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับภาพและเสียง!

อชิร รวีวงศ์