รีวิว Bose : Soundbar 700

“เดี๋ยวนี้ Soundbar ให้เสียงได้ขนาดนี้เลยหรอเนี่ย!”

นั่นคือความรู้สึกแรกเมื่อผมได้เริ่มฟังเสียงของ Bose Soundbar 700 ครับ ซึ่งขอสารภาพตามตรงว่าผมห่างหายจากการทดสอบ Soundbar ไปนานเหมือนกัน คือไม่ได้ลองเล่น ลองทดสอบ Soundbar จริง ๆ จัง ๆ มาได้สักสองปี แล้วก็ไม่ค่อยได้ตามข่าวสักเท่าไหร่นัก

พอรู้ว่าจะได้ทดสอบ Bose Soundbar 700 ก็ดีใจมากครับ เพราะอยากลองหา Soundbar มาทดสอบที่บ้านเหมือนกัน เพราะมีปัญหาคือพอผมย้ายบ้านแล้วจุดวางทีวี กับที่นั่งดูมันไกลกันมาก ทำให้เสียงที่ได้จากลำโพงทีวีมันไม่ได้คุณภาพเอาเสียเลย

ในขั้นแรกนั้นผมแค่คิดว่า Bose ชื่อนี้ยังไงก็ไว้ใจได้เรื่องคุณภาพ แต่คงไม่ได้ว้าวอะไร ที่ไหนได้ Bose Soundbar 700 ทำให้ผมประทับใจระดับที่อยากจะซื้อไว้ฟังที่บ้านเองเลยละครับ (ติดตรงที่ไม่มีงบนี่แหละครับฮา ๆ)

โอเค อะไรที่ทำให้ผมประทับใจ Bose Soundbar 700 ตัวนี้บ้าง เรามาดูทีละประเด็นกันก่อนเลยดีกว่า

เล็ก เบา เซ็ตอัพง่าย
กล่องใหญ่มาก! ผมเห็นกล่องครั้งแรกเล่นเอาตกใจ จินตนาการไปว่าจะไปวางบนชั้นทีวีแสนเล็กของผมได้หรอ เพราะลำพังแค่วางทีวีจอขนาด 55 นิ้วก็เต็มจะแย่ แต่ปรากฏว่า แกะกล่องออกมาแล้ว Bose Soundbar 700 นั้นขนาดเล็กกว่าที่คิด คือสามารถวางได้พอดิบพอดี ขนาดก็เบาเคลื่อนย้ายง่าย

หลายคนอาจจะเอ๊ะ ของยังงี้มันต้องเคลื่อนย้ายด้วยหรอ จริง ๆ สำหรับบางคนที่มีหลายห้อง แล้วอาจจะไม่ได้อยากมีลำโพงหลายตัวจากที่ได้คุยได้สอบถามวิธีการจัดการปัญหาคือ เขามักจะซื้อลำโพงบลูทูธดี ๆ แทนลำโพง Soundbar เพื่อมาใช้กับทีวีครับ เพราะสามารถย้ายไปต่อกับทีวีหลายเครื่องได้ภายในบ้าน

อุปกรณ์ภายในกล่อง

ซึ่งผมว่าขนาดและน้ำหนักของ Bose Soundbar 700 นั้นสามารถเคลื่อนย้ายและเชื่อมต่อได้รวดเร็วไม่แพ้พวกลำโพงบลูทูธที่นิยมใช้กันเลย แถมยังได้เสียงที่ดีกว่าอีกด้วย

ในส่วนของการเซ็ตอัพนั้นก็ง่ายแสนง่ายครับ เสียบสายไฟปุ๊ปใช้งานได้เลย ครับง่าย ๆ แบบนั้นแหละ แถม Bose เองยังให้รีโมทแบบ Universal มาให้ด้วย คือใช้รีโมทเดียวคุมได้ทั้ง Soundbar ทั้ง ทีวี

ในส่วน In-put ก็หลากหลายครอบคลุมมาก ๆ ครับ ทั้ง HDMI, Optical หรือจะไร้สายก็มีทั้ง Wi-Fi และ Bluetooth เรียกว่าสะดวกแบบไหนเลือกเอาได้ตามใจ

หล่อล้ำนำสมัย
นอกจากขนาด น้ำหนัก การเซ็ตอัพที่พูดถึงก่อนหน้านี้ อีกอย่างที่ต้องชื่นชมเลยคือเรื่องของดีไซน์ครับ สวยเรียบหรูไฮโซสมเป็น Bose มาก ๆ เรียกว่าชั้นวางทีวีจากอีเกียราคาพันกว่าบาทของผม พอวาง Bose Soundbar 700 เข้าไปปุ๊ปดูดีขึ้นมาทันที

แต่นอกจากดีไซน์ที่หล่อเหลาแล้ว ความล้ำสมัยก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้ผมชอบ Soundbar รุ่นนี้มาก ๆ ครับ เพราะเขามีระบบสั่งการด้วยเสียง Amazon Alexa มาให้ด้วย ล้ำสุด ๆ ในระดับที่ไม่ต้องยกไม้ยกมือมากดรีโมทสั่งคำสั่ง แต่สั่งกันด้วยเสียงกันไปเลย

แต่อันนี้ขอสารภาพว่าผมไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ เพราะสำเนียงอันย่ำแย่ของผมทำให้ หลาย ๆ ครั้งสั่งแล้วไม่ค่อยเป็นไปตามที่คิดเท่าไหร่ครับ ประกอบกับในเวลานี้ Amazon Alexa ยังไม่เปิดบริการในไทย รีวิวนี้ก็เลยยังไม่ได้ลองในส่วนนี้ครับ

อย่างที่บอกว่า Bose Soundbar 700 นั้นให้รีโมทแบบ Universal มาด้วย แต่ส่วนตัวผมเอง ชอบสั่งงานผ่านแอปพลิเคชัน Bose Music มากกว่าครับ ซึ่งเป็นแอปฯ ที่ล้ำมาก ๆ สามารถปรับแต่งเสียง เพิ่มลดเสียง ตั้งค่าต่าง ๆ ของลำโพงได้อย่างง่ายดาย

ต้องบอกว่าใช้แล้วติดมาก ๆ ขนาดจะเพิ่มลดเสียงผมยังสั่งงานผ่านแอปฯ เลยครับ เพราะผมติดมือถือฮา ๆ

หน้าตาแอปฯ Bose Music ดูเรียบๆ ใช้งานง่ายไม่ต้องปรับตัวเยอะ

และที่ทำให้ผมยิ่งชอบใช้แอปฯ มาก ๆ เข้าไปอีกคือ ตัวแอปฯ สามารถเชื่อมต่อกับ Spotify ของเราได้ครับ คือถ้าจะฟังเพลงไม่ต้องย้ายแอปฯ ไปมา สามารถฟังเพลงผ่าน Bose Music ได้เลย ชีวิตดีขึ้นเยอะครับในจุดนี้

เสียง
จะรีวิว Soundbar ทั้งทีไฮไลต์ก็อยู่ตรงเสียงนี่แหละครับ ซึ่ง Bose Soundbar 700 ทำเอาผมประทับใจมาก ๆ

คือผมต้องบอกอย่างนี้ก่อนครับว่า ระยะห่างจากหน้าจอมาถึงที่นั่งดูทีวีของผมคือเกือบ 4 เมตรครับ! ไกลมาก เสียงลำโพงทีวีถ้าจะให้ได้ยินแบบพอจับใจความได้ก็ต้องเปิดเสียงดังพอสมควรเลย ถ้าจะเอารายละเอียดนี่ต้องเปิดแบบดังไปชั้นสองครับ

แต่เมื่อมี Bose Soundbar 700 เหมือนฟ้าส่งฮีโร่มาช่วยชีวิต คือ Bose Soundbar 700 จะให้หูฟังปรับแต่งเสียง ADAPTiQ มาในกล่องครับ วิธีใช้งานก็ง่าย ๆ เสียบสายไปที่ Soundbar แล้วก็ใส่หูฟัง ADAPTiQ ไปนั่งให้สบายใจครับ

ตัวระบบ ADAPTiQ ของ Bose จะจัดการตรวจเช็คสภาพเสียงพร้อมคำนวณระยะห่างของลำโพงกับจุดนั่งฟังของเรา แล้วปรับค่าความถี่เสียงต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับห้องนั้น ๆ ให้อัตโนมัติ ขั้นตอนนี้ทำครั้งเดียวครับ ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที แต่เสียงที่ได้ต่างจากตอนยังไม่ทำเยอะมาก

ช่องเสียบด้านหลังผมประทับใจตรงที่ออกแบบมาให้มีองศาเอียง เพราะเคยเจอปัญหา Soundbar หลายรุ่นไม่ทำองศาเผื่อแล้วไม่สามารถเสียบสาย Lan กับ สาย HDMI ได้
ช่องเสียบด้านหลังผมประทับใจตรงที่ออกแบบมาให้มีองศาเอียง เพราะเคยเจอปัญหา Soundbar หลายรุ่นไม่ทำองศาเผื่อแล้วไม่สามารถเสียบสาย LAN กับ สาย HDMI ได้

ยิ่งกับคนที่ต้องนั่งห่างลำโพงมาก ๆ อย่างผมยิ่งเห็นได้ชัดเลยว่าระบบนี้ของ Bose นั้นจัดว่าอัจฉริยะจริง ๆ ครับ

โอเค กลับมาเรื่องของเสียงกันต่อ ในช่วงแรกผมขอเล่าถึงเสียงที่ได้จากการดูหนังก่อน ต้องบอกว่า ไม่ต้องมีซับวูฟเฟอร์ก็เอาอยู่ครับ!

จุดเด่นของ Bose Soundbar 700 คือนอกจากจะให้เสียงพูดที่ชัดเจน แบบโดดเด่นออกมาเหมือนมีลำโพงเซ็นเตอร์แยก แล้วยังให้มิติเสียงที่ดูเป็นสามมิติมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่มาจากลำโพง Soundbar จุดเดียวด้านหน้า

วางกับทีวีขนาด 55 นิ้ว ได้ลงตัว

แต่ที่สำคัญเลยคือเรื่องของเสียงย่านทุ้ม หรือเบส ที่ผมบอกได้เลยว่า ไม่ต้องมีซับฯวูฟเฟอร์ก็ดูหนังมันส์สนั่นได้เหมือนกันครับ ส่วนถ้าใครชอบจัดหนัก ๆ แต่ก็ยังไม่อยากเพิ่มซับฯ ก็ยังสามารถเข้าไปปรับเพิ่มเสียงในแอปฯ Bose Music ได้อีก

หนังที่ผมใช้ทดสอบก็หลากหลายครับ ทั้งหนังดราม่าพูดเยอะ ๆ หนังแอคชั่นจัดหนัก ซีรีส์หลากหลายอารมณ์ Bose Soundbar 700 ตัวนี้เอาอยู่ทุกรูปแบบ ผมว่ามันให้เสียงได้ไม่แพ้ลำโพงแยกชิ้นในราคาใกล้ ๆ กันเลย แต่ประหยัดทั้งพื้นในการวาง ประหยัดเวลาในการเซ็ตอัพไปเยอะ

หลายคนอาจจะบอกว่าซื้อมาทั้งทีดูหนังดีอย่างเดียวคงไม่คุ้ม ต้องฟังเพลงดีด้วย ก็ต้องบอกว่าชื่อ Bose ไม่ต้องห่วงอยู่แล้วครับ ในเรื่องของการฟังเพลงนั้นทำได้ดีไม่แพ้ดูหนัง ให้ความเป็นดนตรีได้ดีมาก ๆ

น่าแปลกใจว่าพอฟังเพลงแล้ว Bose Soundbar 700 กลับดูเป็นธรรมชาติมาก ๆ เหมือนฟังลำโพง 2 แชนเนล ทั้ง ๆ ที่ตอนดูหนังทำให้ผมรู้สึกเหมือนฟังลำโพงแยกชิ้น ตรงนี้ก็ต้องชื่นชมคนออกแบบเสียงจริง ๆ ครับ ที่ทำได้ขนาดนี้

สรุป
Bose Soundbar 700 เป็น Soundbar ที่ทำเอาผมประทับใจมาก ๆ ทั้งเรื่องดีไซน์ เทคโนโลยี และเสียง ถ้าใครกำลังมองหา Soundbar ดี ๆ ที่ครบจบในตัวทั้งดูหนังฟังเพลง ปรับแต่งเสียงได้ ชอบสั่งงานผ่านเสียง มีความยืดหยุ่นในการใช้งานเชื่อมต่อต่าง ๆ ต้องหาโอกาสไปลองเล่นลองฟัง Soundbar รุ่นนี้ให้ได้ครับ

สุดท้ายปกติรีวิวอะไรมันก็ต้องมีข้อติข้อเสียกันบ้าง แต่สำหรับการทดสอบครั้งนี้ก็ต้องบอกว่า จากข้อจำกัดต่าง ๆ ของผม Bose Soundbar 700 มันมาช่วยแก้ได้อย่างหมดจดจนไม่รู้จะติอะไรจริง ๆ ครับ ก็ต้องย้ำอีกทีว่าอย่าเชื่อผม แต่หาโอกาสไปลองด้วยตัวเองดูครับรับรองว่าติดใจ!


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท อัศวโสภณ จำกัด (www.asavasopon.co.th)
โทร. 0-2266-8136-8, 0-2234-6467-8 (สำนักงานใหญ่สี่พระยา)
ราคา 34,900 บาท

อชิร รวีวงศ์

Content Contributor ที่ชื่นชอบในการทำคอนเทนต์ทุกรูปแบบ และยังหลงใหล คลั่งไคล้ไปกับเครื่องเสียง หูฟัง กล้อง และแก๊ดเจ็ททุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับภาพและเสียง!

อชิร รวีวงศ์