รีวิว Anker : PowerLine II

“เซ็งว่ะ สายชาร์จไอโฟนพังอีกแล้ว”…

เชื่อเหลือเกินว่าปัญหาหนึ่งที่พูดถึงเมื่อไรรับรองว่าคนใช้ไอโฟน ไอแพด ทุกคนจะเห็นตรงกันนั่นก็คือ มันมีสายชาร์จที่เสื่อมสภาพง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ สายชาร์จแท้ราคาไม่ถูกนักที่มาจากโรงงานนี่แหละครับ บางคนพยายามหาวิธีเอาอะไรมาพันมาห่อหุ้มสายเอาไว้เพื่อเพิ่มความแข็งแรง แต่มันก็ได้แค่ยืดอายุไปได้อีกหน่อยเดียว ในท้ายที่สุดมันก็จะกลับบ้านเก่าอยู่ดี (ยิ่งคนที่ใช้แบบสมบุกสมบันด้วยนะ สภาพสายเงี้ยดูไม่จืดสักราย)

ส่วนสายชาร์จไอโฟน ไอแพด ที่ไม่ใช่ของ Apple เอง บ่อยครั้งที่พบว่ามันไม่ได้ทนกว่าสายเดิมๆ แถมบางครั้งยังมีปัญหาว่าเสียบแล้วไม่สามารถใช้งานได้อีกต่างหาก เช่น ชาร์จไม่เข้า เพราะไม่ผ่านมาตรฐาน MFI หรือ Made For iPhone อย่างแท้จริง ที่สกรีนว่า Made For iPhone บางทีก็เชื่อถือไม่ได้

ทว่ามีสายชาร์จหรือ Lightning Cable อยู่ยี่ห้อหนึ่งครับ เขาเคลมตัวเองว่าเป็นสายชาร์จที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี แถมกล้ารับประกันกันแบบ ‘ตลอดชีวิต’ ด้วยต่างหาก สายที่ว่านี้คือ Anker PowerLine II (แองเกอร์ เพาเวอร์ไลน์ทู)

Anker คือแบรนด์เนมจากอเมริกา มีฐานผลิตอยู่ในประเทศจีน สร้างชื่อด้วยสินค้าที่มีคุณภาพสวนทางกับราคา ยี่ห้อนี้ทำสายชาร์จสำหรับสมาร์ทโฟนออกมาหลายรุ่นครับ รุ่น PowerLine II ที่ว่านี้ถือได้ว่าเป็นรุ่นที่ดีที่สุดของแองเกอร์ในเวลานี้ สายรุ่นนี้มีขายทางออนไลน์ในเวบของแองเกอร์ หรือที่ตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ของแองเกอร์ ในราคาแค่ $12.99 สำหรับความยาว 6 ฟุต (1.80 เมตร)

เปรียบเทียบสาย Lightning ของแองเกอร์ (สีดำ) และสายมาตรฐานของ Apple
เปรียบเทียบขั้วต่อ USB ของสายจากแองเกอร์ (สีดำ) และสายมาตรฐานของ Apple
ขั้วต่อ Lightning ของแองเกอร์ (สีดำ) ที่มีชิปอยู่ภายในเหมือนสายของ Apple

สายรุ่นนี้เขาเคลมว่ามีจุดเด่นทั้งเรื่องของ ‘ความทนทาน’ และ ‘ความเร็วในการชาร์จไฟ’ ในด้านความทนทานสายรุ่นนี้ผ่านการทดสอบการหักงอบริเวณขั้วต่อที่ปลายสายได้มากกว่า 12,000 ครั้งโดยไม่เกิดความเสียหาย ทนทานกว่าสายมาตรฐาน 12 เท่า ภายในตัวสายสอดไส้ด้วยเส้นใยเคฟลาร์ทำให้ตัวสายทนแรงดึงได้ถึง 175 ปอนด์ (สายไม่ขาดในง่ายๆ)

นอกจากนั้นสายรุ่นนี้ยังเคลมว่าชาร์จไฟได้เร็วและชาร์จได้ชัวร์เพราะมีชิปฝังที่ขั้วต่อ Lightning ซึ่งผ่านมาตรฐาน MFI หรือ Made For iPhone ทำให้สามารถใช้งานได้กับ iPhone, iPad หรือ iPod Touch ได้ทุกรุ่น รวมถึงรุ่นใหม่ๆ อย่าง iPhone X, iPhone 8 / 8 Plus, iPhone 7 / 7 Plus รวมถึงสินค้ารุ่นก่อนหน้าทุกรุ่นที่ใช้ขั้วต่อแบบ Lightning

ด้านการทดสอบความทนทาน ผมคงไม่ต้องฉายหนังซ้ำ เพราะในยูทูปแชนเนล JerryRigEverything เขาได้ทำการทดสอบเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ผลการทดสอบก็พบว่าสายรุ่นนี้ทนกว่าสายเดิมของ Apple จริงๆ แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ในรีวิวนี้ผมมีโอกาสได้ทดสอบความเร็วในการชาร์จไฟ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือความสามารถในการส่งผ่านกระแสไฟฟ้าของสายรุ่นนี้แบบเปรียบเทียบกับสายมาตรฐานโดยตรง โดยเป็นการทดสอบชาร์จไฟให้กับ iPad Pro 9.7 นิ้ว โดยใช้ชาร์จเจอร์ของ iPad Pro เอง ผลปรากฏว่าสายของ Anker สามารถส่งผ่านกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าสายมาตรฐานอย่างชัดเจน

จึงสามารถสรุปในการรีวิวนี้ว่าสาย Anker PowerLine II มีคุณภาพดีกว่าสายมาตรฐานของ Apple ทั้งในด้านความทนทานและความเร็วในการชาร์จ แถมยังมีราคาถูกกว่าพอสมควรและมีสายยาวถึง 1.8 เมตรและ 3 เมตรให้เลือกใช้ด้วย

สายของ Apple ส่งผ่านกระแสไฟได้ 1.68 แอมป์ หรือคิดเป็นกำลังไฟชาร์จ 8.452 วัตต์
ขณะที่สายของ Anker ส่งผ่านกระแสไฟได้ถึง 2.03 แอมป์ หรือคิดเป็นกำลังไฟชาร์จ 10.198 วัตต์ มากกว่าสายของ Apple อย่างชัดเจน (ได้มีการทดลองซ้ำหลายครั้ง ก็ให้ผลเหมือนกัน)

ดังนั้นด้วยเหตุผลทั้งหมดที่ว่ามา ผมจึงแนะนำสายรุ่นนี้เป็นอย่างยิ่งเลยครับ โดยเฉพาะคนที่เบื่อสายที่พังง๊ายง่ายของ Apple …สายรุ่นนี้เจ๋งกว่าเยอะ !

LIKE:
– วัสดุมีคุณภาพดี มีความทนทานกว่าสายมาตรฐาน
– ส่งผ่านกระแสไฟได้มากกว่าสายมาตรฐาน ทำให้ชาร์จไฟได้เร็วกว่า
– ผ่านมาตรฐาน MFI ใช้งานได้ไม่มีปัญหาชาร์จไม่เข้าหรือชาร์จช้ากว่าปกติ
– ราคาถูกกว่าสายมาตรฐาน

NOTE:
– ตัวสายค่อนข้างใหญ่และแข็งกว่าสายมาตรฐานทำให้ดัดงอได้ไม่สะดวกนัก
– สำหรับคนที่ไม่สะดวกสั่งซื้อทางออนไลน์ อาจจะเป็นปัญหาได้เพราะยี่ห้อนี้เน้นขายผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความชอบในงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์