fbpx

พรีวิว Sony : WH-1000XM4

เชื่อเหลือเกินว่ามีคนฟังเพลงโดยเฉพาะแฟนพันธ์ุของโซนี่จำนวนไม่น้อยที่รอคอยการมาของหูฟังรุ่นนี้อยู่ ‘Sony WH-1000XM4’ เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะว่าหูฟังไร้สายรุ่นพี่ของมันอย่าง Sony WH-1000XM3 ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2018 ทำหน้าที่ของมันไว้ได้ดีมาก

แต่เมื่อเวลาผลัดเปลี่ยนรุ่นใหม่ตามวัฏจักรของสินค้า หลายคนก็คาดว่าวิศวกรของโซนี่คงเจอโจทย์ยากเสียแล้ว เพราะว่าการทำ ‘ของดี’ จนเป็นที่ยอมรับในวงกว้างนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายอยู่แล้ว แต่การทำของที่ดีอยู่แล้วให้มันดียิ่งขึ้นไปอีก ถือว่าเป็นพันธกิจที่ใช้วัดกึ๋นวิศวกรของโซนี่ได้เป็นอย่างดี

ทว่าตอนนี้วิศวกรของโซนี่ได้บรรลุหน้าที่ของพวกเขาแล้ว วันนี้เราจึงมีโอกาสได้สัมผัสกับ Sony WH-1000XM4 ‘ว่าที่หูฟังไร้สายขวัญใจมวลชนอีกรุ่นหนึ่งจากโซนี่ ?’

Sony WH-1000XM4 มีอะไรใหม่ ?
ผมได้รับหูฟัง WH-1000XM4 มาทดลองใช้งานก่อนที่หูฟังรุ่นนี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการไม่ถึง 1 สัปดาห์ โชคดีที่ภาพรวมโดยเฉพาะในเรื่องของการใช้งาน มันไม่ได้ต่างจากรุ่นเดิมมากนัก จึงพอจะอาศัยความคุ้นชินลองเล่นมันโดยไม่ต้องไปเริ่มทำความรู้จักกันใหม่หมดแต่ตั้งแต่ต้น

Sony WH-1000XM4

WH-1000XM4 ยังคงเป็นหูฟังไร้สายดีไซน์เป็นแบบครอบหู​​ (over-ear) แบบปิดหลัง (closed back) และออกแบบให้พกพาได้ (portable) ดีไซน์ให้ใช้งานสะดวก มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ (active noise cancellation) รวมถึงฟีเจอร์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ 

ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมสั่งงานแบบสัมผัส โหมด Quick Attention ที่แค่เอามือป้องหูก็พร้อมสนทนากับคนรอบข้างได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออก หรือ Adaptive Sound Control ที่ฉลาดมากขึ้น เพราะคราวนี้การเรียนรู้และปรับค่าเสียงให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่าง ๆ นั้นมีการจดจำตำแหน่งสถานที่เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่เสริมเข้ามาด้วย (Location Recognition)

Sony WH-1000XM4 Wear Sensor
เซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ด้านในเอียร์คัป
Sony WH-1000XM4 portable case
ยังคงพกพาสะดวกเหมือนเดิม

นอกจากนั้น WH-1000XM4 ยังได้เพิ่มเซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ใช้งาน (Wearing Detection) เหมือนในหูฟังรุ่น WF-1000XM3 เมื่อถอดหูฟังออกเพลงหรือคอนเทนต์ที่รับชมอยู่จะหยุดเล่นเพื่อช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ เมื่อกลับมาใส่หูฟัง เพลงหรือคอนเทนต์นั้น ๆ ก็จะกลับมาเล่นต่อโดยอัตโนมัติ

อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ในหูฟังรุ่นนี้คือ ‘Speak-to-Chat’ เมื่อเปิดใช้งานอยู่ หากผู้ใช้ส่งเสียงพูดออกไปตัวหูฟังจะหยุดเล่นเพลงโดยอัตโนมัติและเปิดเสียงภายนอกเข้ามาเพื่อให้ผู้ใช้งานพร้อมสนทนาต่อในทันที ต้องบอกว่าคนคิดฟีเจอร์นี้มีไอเดียดีมาก หูฟังไร้สายอื่นน่าจะทำตามแน่ ๆ

Sony WH-1000XM4 speak to chat

เท่าที่ลองเปิดใช้งาน ‘Speak-to-Chat’ โดยตั้งค่าเป็น default พบว่ามันไวไปนิด เพราะแค่เสียงกระแอมเบา ๆ มันก็หยุดเพลงให้เลย แต่สังเกตเห็นว่ามันมีตัวเลือกให้ปรับแต่งได้อีก หากได้ลองแล้วจะมาบอกกันอีกทีในโอกาสหน้าครับ 

ในรุ่นใหม่นี้โซนี่ยังได้ปรับปรุงคุณภาพของไมโครโฟนสำหรับสนทนา โดยใส่มาถึง 5 ตัว เท่าที่ลองมันชัดมาก และให้เสียงที่ชัดเจนได้อย่างสม่ำเสมอ ถือว่าพัฒนามาได้ถูกทางแล้วครับ

Sony WH-1000XM4 2 devices connection

อีกหนึ่งคุณสมบัติใหม่คือการเชื่อมต่อใช้งานอุปกรณ์ได้ 2 เครื่องพร้อมกัน ให้คนที่มีอุปกรณ์เยอะใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องแลกมากับการที่ไม่สามารถเชื่อมต่อในโหมด LDAC CODEC ได้ เนื่องจากเหลือแบนด์วิดธ์ในการเชื่อมต่อไม่เพียงพอ 

กว้างกว่าเดิม เพิ่มเติมในรายละเอียด
อีกหนึ่งความใหม่ที่เกี่ยวกับโหมดคุณภาพเสียงโดยตรงนั่นคือ ‘DSEE Extreme’ ฟีเจอร์ที่ช่วยปรับปรุงหรือฟื้นฟูคุณภาพเสียงของแหล่งสัญญาณที่มีรายละเอียดต่ำหรือสัญญาณที่ถูกบีบอัดข้อมูลมามาก ๆ 

DSEE Extreme นั้นคือการปรับปรุงจาก DSEE HX ใน WF-1000XM3 โดยมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์รุ่นล่าสุด (Edge AI) มาเสริมการทำงาน โดยอาศัยความร่วมมือกับค่ายเพลงโซนี่มิวสิกในการเก็บข้อมูล ลักษณะของเพลงหรือแนวเพลง ตลอดจนตัวแปรอื่น ๆ เพื่อนำมาใช้เสริมการประมวลผลเพื่อฟื้นฟูคุณภาพเสียงของแหล่งสัญญาณที่มีรายละเอียดต่ำ ส่งผลให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าเดิม

Sony WH-1000XM4 DSEE Extreme

ด้านคุณภาพเสียง WH-1000XM4 ยังคงมาพร้อมตัวขับเสียงแบบไดนามิกขนาด 40mm ที่มีไดอะแฟรมทำจากผลึกโพลีเมอร์เหลว (LCP) สามารถตอบสนองสัญญาณเสียงรายเอียดสูงขึ้นไปถึงความถี่ 40kHz ทำงานร่วมกับวงจรภาคขยายเสียงและชิปประมวลผล QN1 

ในด้านการลดทอนสัญญาณรบกวนยังคงเป็นจุดเด่นของหูฟังไร้สายระดับพรีเมียมของโซนี่เหมือนเช่นเคย แต่ที่น่าสนใจคือ เสียงที่ได้จาก WH-1000XM4 ดูเหมือนจะพัฒนาขึ้นไปจาก WH-1000XM3 อีกพอสมควร 

WH-1000XM4 ให้เสียงที่กว้างขึ้น โปร่งขึ้น จนทำให้ผมนึกถึงหูฟังเปิดหลังอย่าง Audeze LCD-1 อยู่หลายครั้ง นอกจากนั้นเมื่อฟังเสียงดนตรีที่มีรายละเอียดหรือฮาร์มอนิกของเสียงค่อนข้างซับซ้อนอย่างเช่น เปียโนหรือกีตาร์อะคูสติก WH-1000XM4 ให้เสียงที่มีรายละเอียดมากกว่า กระจ่างชัดกว่า WH-1000XM3 อย่างชัดเจน

Sony WH-1000XM4

ในจุดนี้ข้อมูลเบื้องต้นจากโซนี่ไม่ได้บอกชัดเจนว่าเป็นผลมาจากการปรับปรุงในส่วนใด คาดเดาเบื้องต้นตรงนี้ก็เป็นไปได้ทั้งส่วนของตัวขับเสียง หรือส่วนประมวลผลสัญญาณดิจิทัล เพราะว่า 2 ปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีในการประมวลผลสัญญาณดิจิทัล หรือการออกแบบชิป DAC เองก็มีการพัฒนาขึ้นมามาก 

องค์ประกอบเหล่าอาจถูกหลอมรวมกันจนมีส่วนในการสนับสนุนให้เสียงที่ได้จากหูฟังรุ่นใหม่นี้มีการพัฒนาขึ้นมาจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจน 

Sony WH-1000XM4

และจากที่ได้ลองฟังเพลงในรูปแบบ 360 Reality Audio ใน Tidal ผมมองว่าหูฟังอย่าง WH-1000XM4 นี่แหละครับที่จะช่วยผลักดันให้โซนี่นำพาฟอร์แมตเสียง 360 Reality Audio ให้เป็นที่นิยมในวงกว้างได้ง่ายขึ้น เพราะคุณภาพเสียงที่ได้จากหูฟังไร้สายระดับนี้ทำให้การจำลองเสียงรอบทิศทาง 3 มิติทำได้ใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

to be continued
นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นค้นหาคำตอบว่า Sony WH-1000XM4 ซึ่งทิ้งระยะห่างจากรุ่นก่อนหน้าไปถึง 2 ปี มีอะไรบ้างที่ทำให้แฟน ๆ รู้สึกคุ้มค่ากับการรอคอย

ผมยังต้องใช้เวลาทดลองใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอีกสักพัก หรือฟังเสียงของมันเทียบกับหูฟังไร้สายอื่นที่ผมใช้งานอยู่ ซึ่งทั้งหมดนั้นจะถูกรวบรวมนำมารายงานอยู่ในรีวิวฉบับเต็มต่อไป สำหรับการพรีวิวเบื้องต้นดังที่ร่ายยาวมาทั้งหมดนี้ สรุปสั้น ๆ ได้คำเดียวตรงนี้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ ‘ประทับใจ’ ครับ !


Sony : WH-1000XM4
ราคา 13,990 บาท เริ่มขาย 17 สิงหาคม 2563

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังเห่อระบบเสียง Lossless ใน Apple Music และงานบ้าน D.I.Y.

มนตรี คงมหาพฤกษ์