fbpx

เปิดตัว MacBook Pro ขนาดจอ 14 และ 16 นิ้ว มาในดีไซน์ใหม่ หน้าจอ Mini-LED ProMotion 120Hz พร้อมชิป M1 Pro และ M1 Max

คูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย, วันนี้ Apple เผยโฉม MacBook Pro ที่ออกแบบใหม่หมดในทุกรายละเอียด พร้อมด้วยขุมพลังอย่างชิป M1 Pro และ M1 Max รุ่นล่าสุด ซึ่งถือเป็นชิประดับโปรคู่แรกที่ออกแบบมาเพื่อ Mac

โดยครั้งนี้ MacBook Pro ซึ่งมีให้เลือกระหว่างรุ่น 14 นิ้ว และ 16 นิ้ว มาพร้อมประสิทธิภาพที่แรงเหลือล้นทั้งในด้านการประมวลผล กราฟิก และการเรียนรู้ของระบบ (ML) ไม่ว่าจะทำงานด้วยแบตเตอรี่หรือเสียบปลั๊ก และยังมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานอย่างน่าทึ่ง จึงสามารถทำเวิร์กโฟลว์ต่าง ๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้มาก่อนบนโน้ตบุ๊ก

นอกจากนี้ MacBook Pro ใหม่ยังมีจอภาพ Liquid Retina XDR ที่งดงาม, หลากหลายพอร์ตเพื่อการเชื่อมต่ออันล้ำสมัย, กล้อง FaceTime HD ความละเอียด 1080p และระบบเสียงที่ดีที่สุดในโน้ตบุ๊ก

Apple launch redesign new MacBook Pro 14, 16 inch with M1 Pro M1 Max processor
MacBook Pro แบบใหม่หมดมาพร้อมพอร์ตหลากหลายประเภทเพื่อการเชื่อมต่อที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน Mac

ซึ่งเมื่อรวมกับ macOS Monterey ที่ออกแบบชนิดลงลึกถึงแก่นเพื่อใช้ประโยชน์เต็มที่จากชิป M1 Pro และ M1 Max แล้ว จึงสามารถมอบประสบการณ์การใช้งานในระดับที่ยากจะหาใครเทียบ

MacBook Pro ยังทลายทุกขีดจำกัดของสิ่งที่โน้ตบุ๊กทำได้ เพราะออกแบบมาสำหรับนักพัฒนา, ช่างภาพ, ผู้สร้างภาพยนตร์, ศิลปิน 3D, นักวิทยาศาสตร์, โปรดิวเซอร์เพลง และใครก็ตามที่ต้องการโน้ตบุ๊กที่ดีที่สุดในโลก MacBook Pro ใหม่จะเข้ามาเสริมทัพของ MacBook Pro รุ่น 13 นิ้วพร้อมชิป M1 เพื่อสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กระดับโปรที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดย MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว และ 16 นิ้ว ใหม่จะวางจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้

ชิประดับโปรคู่ใหม่ เพื่อประสิทธิภาพระดับพลิกวงการ
ชิป M1 Pro และ M1 Max ปฏิวัติประสบการณ์การใช้งาน MacBook Pro และถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในการเปลี่ยนผ่านสู่ Apple Silicon บน Mac เพราะ MacBook Pro พร้อมชิป M1 Pro และ M1 Max นั้นนำสถาปัตยกรรม System on Chip (SoC) มาใช้กับระบบระดับโปรเป็นครั้งแรก

โดยมีทั้งหน่วยความจำแบบรวมที่รวดเร็วและแบนด์วิดท์หน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นเพื่อประสิทธิภาพที่เหลือเชื่อ รวมถึงประสิทธิภาพต่อวัตต์ที่ดีที่สุดในกลุ่ม และการประหยัดพลังงานชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม

ชิป M1 Pro ยกระดับสถาปัตยกรรมของชิป M1 ที่เหนือชั้นอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ด้วย CPU อันทรงพลังสูงสุด 10 คอร์ ซึ่งประกอบด้วย 8 คอร์ประสิทธิภาพสูง และ 2 คอร์ประหยัดพลังงานสูง พร้อมด้วย GPU สูงสุด 16 คอร์ ทั้งหมดนี้ทำให้ชิป M1 Pro มีประสิทธิภาพ CPU เร็วขึ้นสูงสุด 70% เมื่อเทียบกับชิป M1 และมีประสิทธิภาพ GPU เร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า

Apple launch redesign new MacBook Pro 14, 16 inch with M1 Pro M1 Max processor
MacBook Pro ใหม่มีขุมพลังอย่างชิป M1 Pro และ M1 Max จึงสามารถทำเวิร์กโฟลว์ต่างๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้มาก่อนบนโน้ตบุ๊ก

นอกจากนี้ชิป M1 Pro ยังมีแบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงสุด 200GB/s หรือมากกว่าแบนด์วิดท์ของชิป M1 เกือบ 3 เท่า และรองรับหน่วยความจำแบบรวมที่รวดเร็วสูงสุด 32GB เท่านั้นยังไม่พอ เพราะชิป M1 Pro นั้นออกแบบมาเพื่อติดปีกให้กับเวิร์กโฟลว์งานวิดีโอระดับโปรโดยการใส่ตัวเร่งความเร็ว ProRes เพิ่มมาในมีเดียเอนจิ้นเพื่อการประมวลผลวิดีโอที่เร็วเหลือเชื่อแต่ยังคงประหยัดพลังงาน

ชิป M1 Max คือชิปที่ทรงพลังที่สุดในโลกสำหรับโน้ตบุ๊กระดับโปร และต่อยอดมาจากชิป M1 Pro เพื่อยกระดับความสามารถที่น่าทึ่งให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้นไปอีก ชิป M1 Max มาพร้อม CPU แบบ 10-core อันทรงพลังไม่ต่างจาก M1 Pro แต่มี GPU มากขึ้นอีกสองเท่าเป็นสูงสุด 32 คอร์ จึงมีประสิทธิภาพ GPU เร็วกว่าชิป M1 สูงสุด 4 เท่า

ทั้งยังมีแบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงสุด 400GB/s หรือ 2 เท่าของชิป M1 Pro และเกือบ 6 เท่าของชิป M1 และมีหน่วยความจำแบบรวมที่รวดเร็วสูงสุด 64GB ยิ่งกว่านั้น

ในขณะที่แล็ปท็อป PC รุ่นล่าสุดมีหน่วยความจำวิดีโอสูงสุดเพียง 16GB การมีหน่วยความจำมากขนาดนี้จึงถือเป็นสิ่งที่พลิกวงการสำหรับการทำงานระดับโปรเลยทีเดียว ช่วยให้มือโปรสามารถทำอะไร ๆ อย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้มาก่อนบนโน้ตบุ๊ก

นอกจากนี้ชิป M1 Max ยังมาพร้อมมีเดียเอนจิ้นที่ดียิ่งขึ้นพร้อมด้วยตัวเร่งความเร็ว ProRes สองตัวเพื่อประสิทธิภาพการทำงานแบบหลายสตรีมที่สูงขึ้น และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ มือโปรสามารถตัดต่อวิดีโอ ProRes ระดับ 4K ได้สูงสุด 30 สตรีม หรือวิดีโอ ProRes ระดับ 8K ได้สูงสุด 7 สตรีมใน Final Cut Pro ซึ่งสูงกว่า Mac Pro แบบ 28-core พร้อม Afterburner เลยด้วยซ้ำ

อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกบน Mac ที่นักตัดต่อวิดีโอสามารถปรับแก้สีแบบ HDR กับวิดีโอ ProRes 4444 ระดับ 8K ได้เลยขณะใช้แบตเตอรี่โดยไม่ต้องพึ่งห้องตัดต่อ2
โน้ตบุ๊ก Mac ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา

MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว แบบใหม่หมดทรงพลังยิ่งขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับรุ่น 13 นิ้ว ระดับไฮเอนด์รุ่นก่อนหน้า

MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว พร้อม CPU แบบ 10-core ในชิป M1 Pro และ M1 Max สามารถทำสิ่งต่อไปนี้ได้

– สร้างโปรเจ็กต์ด้วย Xcode ได้เร็วขึ้นสูงสุด 3.7 เท่า

– ใส่ปลั๊กอิน Amp Designer ใน Logic Pro ได้มากขึ้นสูงสุด 3 เท่า

– มีประสิทธิภาพพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณใน NASA TetrUSS เร็วขึ้นสูงสุด 2.8 เท่า

MacBook Pro รุ่น 14 นิ้ว พร้อม GPU แบบ 16-core ในชิป M1 Pro และ GPU แบบ 32-core ในชิป M1 Max สามารถพลิกโฉมเวิร์กโฟลว์ที่เน้นกราฟิกหนัก ๆ ได้ดังนี้

– เรนเดอร์ระดับ 4K ใน Final Cut Pro ได้เร็วขึ้นสูงสุด 9.2 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 13.4 เท่าด้วยชิป M1 Max

– มีประสิทธิภาพ GPU ด้านเวคเตอร์และราสเตอร์รวมกันใน Affinity Photo เร็วขึ้นสูงสุด 5.6 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 8.5 เท่าด้วยชิป M1 Max

– เรนเดอร์เอฟเฟ็กต์ใน Blackmagic Design DaVinci Resolve Studio ได้เร็วขึ้นสูงสุด 3.6 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 5 เท่าด้วยชิป M1 Max

ทั้งชิป M1 Pro และ M1 Max มาพร้อมขุมพลังสุดแรงอย่าง Neural Engine แบบ 16-core จึงสามารถทำงาน ML ได้เร็วขึ้นดังนี้

– ประสิทธิภาพการติดตามวัตถุใน -Final Cut Pro เร็วขึ้นสูงสุด 8.7 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 11.5 เท่าด้วยชิป M1 Max

– ทำ Scene Edit Detection กับวิดีโอ ProRes 422 ระดับ 1080p ใน Adobe Premiere Pro ได้เร็วขึ้นสูงสุด 7.2 เท่า

– มีประสิทธิภาพเร็วขึ้นสูงสุด 2.6 เท่าเมื่อเลือกตัวแบบในภาพใน Adobe Photoshop

Apple launch redesign new MacBook Pro 14, 16 inch with M1 Pro M1 Max processor
MacBook Pro ใหม่ก้าวข้ามขีดจำกัดของสิ่งที่โน้ตบุ๊กทำได้ ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้นมากแม้แต่กับเวิร์กโฟลว์ที่ต้องประมวลผลหนักๆ

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว MacBook Pro รุ่น 16 นิ้ว ใหม่มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นมากแม้แต่กับเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อนที่สุด โดยเฉพาะในด้านที่สำคัญกับมือโปรมากที่สุด

MacBook Pro รุ่น 16 นิ้ว พร้อม CPU แบบ 10-core ที่ทรงพลังเท่ากันในชิป M1 Pro และ M1 Max สามารถทำสิ่งต่อไปนี้

– มีประสิทธิภาพพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณใน NASA TetrUSS เร็วขึ้นสูงสุด 3 เท่า
– สร้างโปรเจ็กต์ใน Xcode ได้เร็วขึ้นสูงสุด 2.1 เท่า
– ประสิทธิภาพในการเผยแพร่เร็วขึ้นสูงสุด 2.1 เท่าใน Vectorworks

MacBook Pro รุ่น 16 นิ้ว พร้อม GPU แบบ 16-core ในชิป M1 Pro และ GPU แบบ 32-core ในชิป M1 Max มีประสิทธิภาพกราฟิกเร็วขึ้นดังนี้

– มีประสิทธิภาพ GPU ด้านเวคเตอร์และราสเตอร์รวมกันใน Affinity Photo เร็วขึ้นสูงสุด 2.9 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 4.5 เท่าด้วยชิป M1 Max
– เรนเดอร์เอฟเฟ็กต์ใน Maxon Cinema 4D พร้อม Redshift ได้เร็วขึ้นสูงสุด 2.5 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 4 เท่าด้วยชิป M1 Max
– เรนเดอร์ระดับ 8K ใน Final Cut Pro ได้เร็วขึ้นสูงสุด 1.7 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 2.9 เท่าด้วยชิป M1 Max

Apple launch redesign new MacBook Pro 14, 16 inch with M1 Pro M1 Max processor
MacBook Pro รุ่น 16 นิ้ว สามารถเรนเดอร์ระดับ 8K ใน Final Cut Pro ได้เร็วขึ้นสูงสุด 1.7 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 2.9 เท่าด้วยชิป M1 Max

MacBook Pro รุ่น 16 นิ้ว พร้อม Neural Engine แบบ 16-core ในชิป M1 Pro และ M1 Max สามารถทำงานด้าน ML ได้เร็วยิ่งกว่าที่เคยดังนี้

– ทำ Scene Edit Detection กับวิดีโอ ProRes 422 ระดับ 1080p ใน Adobe Premiere Pro ได้เร็วขึ้นสูงสุด 4.4 เท่า
– ประสิทธิภาพการติดตามวัตถุใน Final Cut Pro เร็วขึ้นสูงสุด 3.6 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 4.9 เท่าด้วยชิป M1 Max
– มีประสิทธิภาพเร็วขึ้นสูงสุด 1.5 เท่าด้วยชิป M1 Pro และสูงสุด 2 เท่าด้วยชิป M1 Max เมื่อเลือกตัวแบบในภาพใน Adobe Photoshop

ประหยัดพลังงานชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานเหลือเชื่อ
MacBook Pro มีประสิทธิภาพที่เหนือชั้นแต่ยังคงประหยัดพลังงานได้ดีเยี่ยม ตั้งแต่เวิร์กโฟลว์ระดับโปรจนถึงงานทั่วไปในแต่ละวัน ไม่ว่าผู้ใช้จะเสียบปลั๊กหรือใช้แบตเตอรี่ที่มีระยะเวลาการใช้งานอันน่าทึ่ง ช่วยให้สามารถทำอะไร ๆ ได้มากขึ้นจากการชาร์จครั้งเดียว

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าแล้ว MacBook Pro สามารถทำสิ่งต่อไปนี้ได้จากการชาร์จครั้งเดียว

– รุ่น 14 นิ้ว เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 17 ชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้น 7 ชั่วโมง ในขณะที่รุ่น 16 นิ้ว เล่นวิดีโอได้นานสูงสุดถึง 21 ชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้น 10 ชั่วโมง จึงเรียกได้ว่าเป็นแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนโน้ตบุ๊ก Mac

– นักพัฒนาที่ทำงานใน Xcode จะสามารถคอมไพล์โค้ดได้มากขึ้นสูงสุด 4 เท่า

– ช่างภาพจะสามารถใช้งาน Adobe Lightroom Classic ขณะเดินทางได้นานขึ้นสูงสุด 2 เท่า

MacBook Pro มีประสิทธิภาพในระดับเดียวกันเสมอไม่ว่าจะเสียบปลั๊กหรือใช้แบตเตอรี่ ซึ่งต่างจากโน้ตบุ๊กระดับโปรอื่น ๆ ที่ประสิทธิภาพลดลงเมื่อไม่ได้เสียบปลั๊ก และการผสมผสานที่ลงตัวเช่นนี้ ระหว่างประสิทธิภาพของระบบ ประสิทธิภาพขณะใช้แบตเตอรี่ และระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงทำให้ MacBook Pro แตกต่างจากโน้ตบุ๊กอื่น ๆ ทั้งหมด

ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพ
MacBook Pro รุ่น 14 และ 16 นิ้ว มาพร้อมดีไซน์สดใหม่อันสวยงามที่ออกแบบมาโดยเน้นเรื่องประสิทธิภาพและประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ เริ่มจากตัวเครื่องอะลูมิเนียมภายนอกแบบใหม่หมดที่จัดสรรพื้นที่ภายในอย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณสมบัติต่าง ๆ ตัวเครื่องได้รับการตัดแต่งรูปทรงอย่างแม่นยำโดยที่ภายในมีระบบควบคุมความร้อนอันล้ำสมัยที่สามารถถ่ายเทอากาศได้มากขึ้น 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แม้ความเร็วของพัดลมจะต่ำกว่าเดิม

และดีไซน์เพื่อการควบคุมความร้อนนี้เองคือสิ่งที่ทำให้ MacBook Pro มีประสิทธิภาพแรงสุดขั้วได้นานต่อเนื่องโดยที่ยังคงเย็นและเงียบ นอกจากนี้ เนื่องจาก Apple Silicon ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พัดลมจึงแทบไม่ต้องทำงานเลยสำหรับงานส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวัน

Apple launch redesign new MacBook Pro 14, 16 inch with M1 Pro M1 Max processor
MacBook Pro มาพร้อม Magic Keyboard ที่มีแถวปุ่มฟังก์ชั่นแบบเต็มขนาดและแทร็คแพด Force Touch ที่ดีที่สุด

MacBook Pro ใหม่ยังมาพร้อม Magic Keyboard ซึ่งวางอยู่ในแอ่งสีดำที่ผ่านการชุบผิวสองชั้น ช่วยเสริมให้อักขระบนปุ่มที่มีแบ็คไลท์ส่องสว่างดูโดดเด่นสวยงาม และยังมีแถวปุ่มฟังก์ชั่นแบบเต็มขนาดด้วย ส่วน Touch Bar ก็ถูกแทนที่ด้วยปุ่มฟังก์ชั่นจริง ๆ รวมถึงปุ่ม Escape ที่กว้างขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้ระดับโปรได้สัมผัสกับแรงตอบสนองที่คุ้นเคยเมื่อกดเหมือนกับปุ่มแบบกลไกที่ชื่นชอบ และคีย์บอร์ดใหม่นี้ก็มาคู่กับแทร็คแพด Force Touch ที่ดีที่สุดและเหมาะสมลงตัวสำหรับแอปพลิเคชันระดับโปร

สะกดทุกสายตาด้วยจอภาพโน้ตบุ๊กที่ดีที่สุดในโลก
นี่คือครั้งแรกที่ MacBook Pro มาพร้อมกับจอภาพ Liquid Retina XDR อันงดงาม ซึ่งใช้เทคโนโลยี Mini-LED แบบเดียวกับที่ใช้ใน iPad Pro จึงมีความสว่างต่อเนื่องแบบเต็มหน้าจอสูงสุด 1,000 นิต ในขณะที่ความสว่างสูงสุดเพิ่มได้ถึง 1,600 นิต ที่อัตราส่วนคอนทราสต์ 1,000,000:1 และช่วงไดนามิกก็กว้างถึงขีดสุด

ทำให้คอนเทนต์ HDR ดูมีชีวิตชีวาด้วยรายละเอียดที่น่าเหลือเชื่อในส่วนเงามืด ไฮไลท์ที่สว่างสดใส สีดำที่ดำสนิทยิ่งขึ้น และสีสันที่สวยสดยิ่งกว่าที่เคย ที่สำคัญยังรองรับขอบเขตสีกว้างแบบ P3 และแสดงสีสันได้ 1 พันล้านสี จึงสามารถไล่ระดับสีได้เนียนตายิ่งขึ้น

ยิ่งกว่านั้นเทคโนโลยี ProMotion ก็ยังมาอยู่บนจอภาพใหม่ของ Mac ด้วยโดยที่สามารถรีเฟรชด้วยอัตราสูงสุด 120Hz และ ProMotion ยังคอยปรับอัตราการรีเฟรชให้เหมาะสมกับคอนเทนต์บนหน้าจอโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยประหยัดแบตเตอรี่ พร้อมกับช่วยให้งานต่าง ๆ ดูลื่นไหลและตอบสนองฉับไวยิ่งขึ้น

ส่วนนักตัดต่อวิดีโอก็สามารถล็อคอัตราการรีเฟรชที่เหมาะกับวิดีโอของตัวเองได้ และเมื่อรวมเอาประสิทธิภาพที่โดดเด่นในแบบ XDR เข้ากับเทคโนโลยี ProMotion ที่ลื่นไหลสุด ๆ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือจอภาพโน้ตบุ๊กที่ดีที่สุดในโลกนั่นเอง

Apple launch redesign new MacBook Pro 14, 16 inch with M1 Pro M1 Max processor
นี่คือครั้งแรกที่ MacBook Pro มาพร้อมกับจอภาพ Liquid Retina XDR อันงดงาม ซึ่งเป็นจอภาพโน้ตบุ๊กที่ดีที่สุดในโลก

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับจอภาพขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยที่รุ่น 16 นิ้ว มีจอภาพที่ใหญ่เต็มตาขนาด 16.2 นิ้ว พร้อมจำนวนพิกเซลมากถึง 7.7 ล้านพิกเซล ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนโน้ตบุ๊ก Mac ในขณะที่รุ่น 14 นิ้ว มีพื้นที่บนหน้าจอมากยิ่งกว่าที่เคยด้วยพื้นที่แสดงผลขนาด 14.2 นิ้ว และมีจำนวนพิกเซลทั้งหมดมากถึง 5.9 ล้านพิกเซล ซึ่งมากกว่า MacBook Pro 16 นิ้ว รุ่นก่อนหน้าด้วยซ้ำ

นอกจากนี้จอภาพยังมีขอบที่แคบลง และขยายกว้างขึ้นไปจนรอบกล้องเพื่อให้ผู้ใช้มีพื้นที่สำหรับคอนเทนต์มากขึ้น ทีนี้ไม่ว่าจะดูภาพยนตร์หรือปรับแก้สีในวิดีโอระดับ 8K จอภาพใหม่ก็พร้อมมอบประสบการณ์ด้านภาพที่สวยงามสมจริงระดับโรงภาพยนตร์

การเชื่อมต่อที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน MacBook Pro
MacBook Pro ใหม่มาพร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อที่ล้ำสมัยและอเนกประสงค์ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโน้ตบุ๊ก Mac โดยที่ทั้งสองรุ่นมีพอร์ต Thunderbolt 4 จำนวน 3 พอร์ตสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงความเร็วสูง, ช่องเสียบการ์ด SDXC ที่ช่วยให้เข้าถึงสื่อต่าง ๆ ได้รวดเร็ว, พอร์ต HDMI ที่เชื่อมต่อกับจอภาพและทีวีได้อย่างสะดวกสบาย รวมถึงช่องต่อหูฟังที่ดียิ่งขึ้นพร้อมการรองรับหูฟังที่มีค่าความต้านทานสูง

Apple launch redesign new MacBook Pro 14, 16 inch with M1 Pro M1 Max processor
MagSafe หวนคืนสู่ MacBook Pro กับ MagSafe 3 ซึ่งมาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่สามารถจ่ายไฟให้กับระบบได้มากขึ้น

ส่วน MagSafe ก็หวนคืนสู่ MacBook Pro กับ MagSafe 3 ซึ่งมาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่รองรับการจ่ายไฟให้กับระบบได้มากยิ่งกว่าที่เคย โดยที่ MagSafe 3 ทำให้การเชื่อมต่อสายชาร์จนั้นง่ายและรวดเร็ว และยังช่วยปกป้อง MacBook Pro อีกด้วย อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ Mac รองรับการชาร์จเร็วโดยที่สามารถชาร์จได้สูงสุด 50% ในเวลาเพียง 30 นาที

ยิ่งกว่านั้นชิป M1 Pro ยังให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับ Pro Display XDR ได้สูงสุด 2 จอ ในขณะที่ชิป M1 Max ให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับ Pro Display XDR ได้สูงสุด 3 จอ และทีวี 4K อีกหนึ่งเครื่องพร้อมกัน ส่วนความสามารถในการเชื่อมต่อแบบไร้สายนั้น MacBook Pro รองรับทั้ง Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.0

กล้องและระบบเสียงที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโน้ตบุ๊ก Mac
MacBook Pro ใหม่มาพร้อมกล้อง FaceTime HD ความละเอียด 1080p ซึ่งดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโน้ตบุ๊ก Mac ด้วยความละเอียดและประสิทธิภาพในสภาวะแสงน้อยดีขึ้น 2 เท่า และระบบกล้องยังอาศัยโปรเซสเซอร์รับสัญญาณภาพ (ISP) ที่ทรงพลัง รวมถึง Neural Engine ของชิป M1 Pro และ M1 Max ในการประมวลผลวิดีโอด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อยกระดับคุณภาพของภาพให้ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้จึงดูคมชัดยิ่งขึ้นและมีสีผิวที่เป็นธรรมชาติยิ่งกว่าเดิม

MacBook Pro ใหมพร้อมมอบประสบการณ์ด้านเสียงที่ดีขึ้นอีกระดับด้วยไมโครโฟนคุณภาพระดับสตูดิโอที่มีระดับเสียงรบกวนต่ำยิ่งกว่าเดิม ช่วยให้คุยโทรศัพท์และบันทึกเสียงได้ชัดเจนขึ้น ส่วนระบบเสียง 6 ลำโพงที่คมชัดก็มีทวีตเตอร์ 2 ตัวเพื่อสร้างมิติเสียงที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมวูฟเฟอร์แบบตัดแรงสั่น 4 ตัวที่เพิ่มเสียงเบสอีก 80% อีกทั้งยังรองรับระบบเสียงตามตำแหน่ง ซึ่งสร้างประสบการณ์การฟังแบบ 3 มิติที่มีความสมจริง

ดังนั้นไม่ว่าผู้ใช้จะฟังเพลงหรือดูภาพยนตร์ในแบบ Dolby Atmos ก็จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ระดับโรงภาพยนตร์ และเมื่อรวมทั้งหมดนี้เข้าด้วยกันจึงได้เป็นระบบเสียงที่ดีที่สุดในโน้ตบุ๊กอย่างไม่ต้องสงสัย

macOS Monterey ปรับแต่งมาอย่างลงตัวสำหรับชิป M1 Pro และ M1 Max
MacBook Pro รุ่น 14 และ 16 นิ้ว ใหม่มาพร้อม macOS Monterey ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการบนเดสก์ท็อปที่ล้ำสมัยที่สุดในโลกเวอร์ชั่นล่าสุด และเมื่อ macOS Monterrey มารวมกับชิป M1 Pro และ M1 Max อันทรงพลังจึงทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับประสิทธิภาพที่เหนือชั้น และช่วยยกระดับการทำงานไปอีกขั้น

อย่าง FaceTime ที่มาพร้อมคุณสมบัติใหม่ด้านเสียงและวิดีโอที่ทำให้การพูดคุยเป็นธรรมชาติและสมจริงยิ่งขึ้น หรือเครื่องมือ “ความต่อเนื่อง” ใหม่ ๆ อย่าง “AirPlay ไปที่ Mac” ที่จะทำให้อุปกรณ์ Apple ทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีคุณสมบัติใหม่ ๆ อย่าง “ข้อความในรูปภาพ” และ “ค้นดูจากภาพ” ที่อาศัยระบบอัจฉริยะเพื่อดึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ขึ้นมาให้เห็น

ส่วน Safari ก็มี “กลุ่มแถบ” ที่ช่วยจัดระเบียบแถบเว็บไซต์ได้อย่างทรงพลัง ส่วนแอปคำสั่งลัดสำหรับการสั่งงานอัตโนมัติแบบง่าย ๆ ก็มาอยู่บน Mac แล้ว และยังมีคุณสมบัติที่จะพร้อมใช้งานภายในปีอย่าง SharePlay ที่จะทำให้ผู้ใช้แชร์ประสบการณ์ร่วมกันผ่าน FaceTime ได้ รวมถึง “ควบคุมจากอุปกรณ์กลาง” ที่ช่วยให้ทำงานสลับไปมาระหว่าง Mac และ iPad ได้สะดวกรวดเร็ว

เมื่อมีทั้ง macOS Monterey และ Apple Silicon ผู้ใช้ Mac ก็สามารถใช้แอปได้หลากหลายยิ่งขึ้นอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน เพราะแอป Mac ทั้งหมดของ Apple ได้รับการปรับแต่งมาให้สามารถทำงานชิป M1 Pro และ M1 Max ได้เลย นอกจากนี้ยังมีแอปและปลั๊กอิน Universal อีกกว่า 10,000 รายการให้เลือกใช้

อย่าง Lightroom Classic, Cinema 4D, Capture One และอีกมากมาย ส่วนแอป Mac ที่ยังไม่ได้รับการอัปเดตเป็นแบบ Universal ก็สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นโดยอาศัยเทคโนโลยี Rosetta 2 ของ Apple และผู้ใช้ก็สามารถใช้แอป iPhone และ iPad บน Mac ได้โดยตรง ซึ่งช่วยเปิดโลกของความเป็นไปได้ใหม่ ๆ อีกมากมาย

พร้อมกันนี้ยังมีคุณสมบัติใหม่ ๆ อันทรงพลังเพิ่มมาใน Final Cut Pro และ Logic Pro ที่จะใช้ประโยชน์จากขุมพลังและประสิทธิภาพของชิป M1 Pro และ M1 Max อย่างเต็มที่

ราคาและการวางจำหน่าย
MacBook Pro ใหม่พร้อมชิป M1 Pro และ M1 Max จะเปิดให้สั่งซื้อบน apple.com/th/store และแอปฯ Apple Store และวางจำหน่ายที่ร้าน Apple Store บางสาขา และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Apple ในเร็ว ๆ นี้ MacBook Pro รุ่น 14 นิ้วใหม่มีราคาเริ่มต้นที่ 73,900 บาท  และ 68,700 บาท  สำหรับราคาส่งเสริมการศึกษา

ส่วน MacBook Pro รุ่น 16 นิ้วใหม่มีราคาเริ่มต้นที่ 89,900 บาท  และ 82,900 บาท  สำหรับราคาส่งเสริมการศึกษา ดูข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติม ตัวเลือกในการปรับแต่งตามความต้องการ และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้ที่ apple.com/th/

macmacOS Monterey จะเปิดให้ใช้งานในรูปแบบของการอัปเดตซอฟต์แวร์ฟรีในวันอังคารที่ 26 ตุลาคม (ตามเวลาในประเทศไทย)

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide

สื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนวัตกรรมในกลุ่มสินค้าเครื่องเสียงไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ไอทีมัลติมีเดีย ตลอดจนสินค้านวัตกรรมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพ