รู้จัก USB-C กับ Thunderbolt 3 อะไรคือความเหมือนที่แตกต่าง

พอร์ต Thunderbolt 3 คือพอร์ตเชื่อมต่อยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยจุดเด่นมากมาย ทว่าขณะเดียวกันมันก็มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับพอร์ต USB-C ซึ่งเป็นที่นิยมใช้งานแพร่หลายด้วยเช่นกัน แม้ว่า Thunderbolt 3 จะมีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลมากกว่า

อย่างไรก็ดี นอกจากความเร็วแล้ว ความแตกต่างของพอร์ตทั้ง 2 แบบ ยังคงมีเรื่องอื่นใดอีกหรือไม่ เราจะรู้ความแตกต่างของมันได้อย่างไร พอร์ตไหนเหมาะกับการใช้แบบใดบ้าง

รู้จักพอร์ต USB-C
พอร์ต USB หรือ Universal Serial Bus นั้นเป็นมาตรฐานขั้วต่อที่ออกแบบมาเพื่อใช้ถ่ายโอนสัญญาณข้อมูลและพลังงานไฟฟ้าไปพร้อมกันในสายเส้นเดียว

USB-C (USB Type-C) เริ่มต้นนั้นถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาทิศทางของขั้วต่อใน micro-USB ทำให้การเชื่อมต่อ USB-C นั้นไม่จำเป็นต้องเล็งทิศทางก่อนเสียบใช้งาน ซึ่งเป็นวิธีการแก้ปัญหาเหมือนกับขั้วต่อ Lightning ของ Apple เพียงแต่แก้ไขกันไปคนละแนวทาง

นอกจากนั้น หากว่าสายที่ใช้เชื่อมต่อนั้นเป็นขั้วต่อ USB-C ทั้ง 2 ด้าน มันจะไม่มีทิศทางในการเสียบใช้งานด้วย หมายความว่าจะเสียบจากฝั่งไหนก็ได้

ขั้วต่อ USB-C นั้นพัฒนาขึ้นโดยกลุ่ม USB Implementers Forum (USB-IF) ซึ่งประกอบขึ้นด้วยสมาชิกที่เป็นบริษัทไอทีระดับแนวหน้าอย่าง Apple, Dell, HP, Intel, Microsoft และ Samsung

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ พอร์ต USB-C ถูกใช้งานแพร่หลายในวงกว้าง ในอุปกรณ์ไฮเทคหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์, ฮาร์ดไดร์ฟ, สมาร์ทโฟน, อุปกรณ์สมาร์ทโฮม หรือเพาเวอร์แบงค์ ซึ่งทั้งหมดถูกใช้งานในลักษณะของการเชื่อมต่อข้อมูล หรือใช้ในการชาร์จไฟ ซึ่งบางกรณีก็ได้มีการใช้งานทั้งสองส่วน

USB-C vs Thunderbolt 3

พอร์ต USB-C ซึ่งมีลักษณะเป็นวงรีรูปไข่นั้นสามารถเชื่อมต่อข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงสุด 20Gbps และสามารถรองรับการชาร์จไฟได้เกือบ 100 วัตต์ ในบางกรณียังสามารถทำหน้าที่เป็น DisplayPort เพื่อส่งสัญญาณวิดีโอและสัญญาณเสียงได้ด้วย

อย่างไรก็ดี คุณสมบัติทั้งหมดของ USB-C ที่ว่ามา อาจไม่มีอยู่ในอุปกรณ์ทั้งหมดที่มีพอร์ต USB-C เช่นฮาร์ดไดร์ฟแบบพกพานั้นไม่สามารถส่งสัญญาณวิดีโอออกไปทางขั้วต่อ USB-C ได้เหมือนกับคอมพิวเตอร์

รู้จักพอร์ต Thunderbolt 3
พอร์ตหรือขั้วต่อ Thunderbolt 3 นั้นมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับขั้วต่อและพอร์ต USB-C สามารถเสียบใช้งานแทนกันได้โดยตรง อีกทั้งในหลายกรณี Thunderbolt 3 ยังสามารถทำอะไรได้เกือบทุกอย่างแบบที่ USB-C สามารถทำได้ ด้วยความเร็วที่มากกว่า

USB-C vs Thunderbolt 3

ในทางเทคนิคแล้ว Thunderbolt 3 นั้นเป็น superset หรือเทคโนโลยีส่วนขยายของ USB-C หมายความว่าเราสามารถเสียบใช้งานอุปกรณ์ที่เป็นขั้วต่อ USB-C กับพอร์ต Thunderbolt 3 ที่คอมพิวเตอร์ได้โดยไม่มีปัญหาใด ๆ เพียงแต่ความเร็วในการเชื่อมต่อข้อมูลจะถูกจำกัดอยู่แค่ความเร็วของ USB-C

Thunderbolt 3 นั้นเชื่อมต่อข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 40Gbps เร็วกว่า USB-C ถึงเท่าตัว และเร็วกว่าพอร์ต Thunderbolt เวอร์ชันแรกถึง 4 เท่า

ไม่เพียงแค่ความเร็วเท่านั้นที่ Thunderbolt 3 ทำได้เหนือกว่า แต่ว่ายังสามารถปลดล็อคความสามารถเพิ่มเติมในด้านการเชื่อมต่ออุปกรณ์อย่างจอมอนิเตอร์และ exponsion dock

ขั้วต่อ USB-C ที่รองรับ Thunderbolt 3 นั้นหมายความว่ามันสามารถใช้สายเคเบิ้ลเพียงเส้นเดียวเพื่อส่งพลังงานไฟฟ้าและข้อมูลขนาดใหญ่กว่าไปได้ เช่น การส่งสัญญาณวิดีโอ 4K 60Hz จากคอมพิวเตอร์ไปยังจอมอนิเตอร์

ซึ่งบางบริษัทก็ได้ตอบรับคุณสมบัติและความสามารถของ Thunderbolt 3 ได้อย่างรวดเร็ว เช่น บริษัทApple ที่ได้นำ Thunderbolt 3 ไปใช้กับสินค้าในกลุ่มคอมพิวเตอร์

USB-C vs Thunderbolt 3

โดยคอมพิวเตอร์ Mac ในปัจจุบันทั้งแบบพกพาและเดสก์ท็อปนั้นมาพร้อมกับ Thunderbolt 3 เรียบร้อยแล้ว ขณะที่แบรนด์ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ระดับแนวหน้าก็เริ่มนำ Thunderbolt 3 ไปใช้งานกับผลิตภัณฑ์ของตัวเองแล้วด้วยเช่นกัน

สำหรับความสามารถในการส่งสัญญาณวิดีโอนั้นปัจจุบันขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละอุปกรณ์ด้วยโดย Apple iMac บางรุ่นในปัจจุบันรองรับการส่งสัญญาณ dual 6K ไปยังจอมอนิเตอร์ Apple Pro Display XDR โดยการเชื่อมต่อผ่านสาย Thunderbolt 3

นอกจากคอมพิวเตอร์ Mac แล้ว ในปัจจุบันทางฝั่งคอมพิวเตอร์ Windows เองก็เริ่มมีการใช้งานพอร์ตThunderbolt 3 แพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งอุปกรณ์ในกลุ่มฮาร์ดไดร์ฟและ expansion dock

เราจะรู้ความแตกต่างของมันได้อย่างไร
อย่างที่ได้เรียนไว้แต่แรกว่า USB-C และ Thunderbolt 3 นั้นมีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่ง่ายนักหากว่าเราจะจำแนกความแตกต่างของมัน

ในคอมพิวเตอร์ Apple MacBook Pro บางรุ่น มีขั้วต่อ Thunderbolt 3 มาให้ 4 พอร์ต แต่ละพอร์ตนั้นไม่มีสัญลักษณ์ใด ๆ กำกับอยู่ ดังนั้นเราจึงพออนุมานได้ว่าพอร์ตทั้งหมดนั้นเป็น Thunderbolt 3

USB-C vs Thunderbolt 3

เช่นเดียวกับกรณีของขั้วต่อ USB-C ในอุปกรณ์บางรุ่น อย่างเช่น คอมพิวเตอร์ Surface Laptop 3 ของMicrosoft ที่มีเฉพาะขั้วต่อ USB-C ทั้งหมดก็ไม่ได้มีการกำกับสัญลักษณ์ใด ๆ เอาไว้ที่พอร์ตเช่นกัน

ดังนั้นวิธีการที่แน่นอนที่สุดเบื้องต้นก็คือ ให้ดูรายละเอียดสเปคฯ จากเว็บไซต์ของผู้ผลิตหรือที่ตัวบรรจุภัณฑ์ของอุปกรณ์นั้น ๆ หรือตรวจสอบจากเอกสารที่แนะนำสินค้า

USB-C vs Thunderbolt 3

เช่นเดียวกับกรณีของสายเคเบิ้ล สาย Thunderbolt 3 บางรุ่นนั้นจะมีสัญลักษณ์รูปสายฟ้าปรากฎอยู่ที่หัวต่อ ขณะที่สาย Thunderbolt 3 บางรุ่นก็ไม่มี ดังนั้นการยืนยันข้อมูลสเปคฯ จากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ จึงเป็นอะไรที่สามารถใช้อ้างอิงได้ หรือให้ความมั่นใจได้ก่อนจะสั่งซื้อ

USB-C vs Thunderbolt 3

ขณะเดียวกับอุปกรณ์ที่มีพอร์ต Thunderbolt 3 บางรุ่นโดยเฉพาะในกลุ่มแล็ปท็อป ซึ่งมีพอร์ต USB-C ให้มาทั้งที่รองรับและไม่รองรับ Thunderbolt 3 โดยมากจะมีสัญลักษณ์รูปสายฟ้ากำกับเอาไว้ที่พอร์ต Thunderbolt 3 เพื่อจำแนกความแตกต่างชัดเจน

USB-C vs Thunderbolt 3

ขณะเดียวกันด้านพอร์ต USB-C นั้นก็อาจมีสัญลักษณ์ USB SuperSpeed (SS) พร้อมตัวเลขความเร็วสูงสุดกำกับอยู่ด้วย พอร์ต USB-C ซึ่งรองรับการชาร์จเร็ว USB-PD หรือ USB Power Delivery ด้วย อาจมีสัญลักษณ์ SS อยู่ในไอคอนรูปแบตเตอรี่กำกับอยู่ด้วย

USB-C กับ Thunderbolt 3 เลือกใช้แบบไหนดี
จากข้อมูลทั้งหมดที่ว่ามาดูเหมือนว่า หากเลือกได้เราควรเลือกใช้พอร์ต​ Thunderbolt 3 ซึ่งมีคุณสมบัติเหนือกว่า

แต่ในโลกความเป็นจริงแล้ว ในบางกรณีเราไม่จำเป็นต้องสนใจความแตกต่างของพอร์ตทั้งสองประเภทเช่น คอมพิวเตอร์แล็ปท็อปที่ชาร์จไฟเข้าทางพอร์ต USB-C บางรุ่นก็ใช้ USB-C ที่รองรับเทคโนโลยี Thunderbolt 3 บางรุ่นก็ไม่รองรับ

ในกรณีที่ใช้พอร์ตนี้เพื่อชาร์จไฟ พอร์ต USB-C ที่รองรับ Thunderbolt 3 หรือไม่รองรับ ก็มีความสามารถในงานส่วนนี้ไม่แตกต่างกัน

USB-C vs Thunderbolt 3

ด้วยคุณสมบัติที่พอร์ต 2 ประเภทนี้สามารถใช้งานทดแทนกันได้ ทำให้บางกรณีที่เราเชื่อมต่อพอร์ต Thunderbolt 3 กับอุปกรณ์ที่ไม่รองรับ Thunderbolt 3 อย่างเช่น ฮาร์ดไดร์ฟหรือสมาร์ทโฟน ก็สามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นไม่มีปัญหา เพียงแต่ความเร็วในการเชื่อมต่อข้อมูลนั้นจะไม่เกินมาตรฐานของพอร์ต USB-C นั้น ๆ เท่านั้นเอง

อย่างไรก็ดี มีบางกรณีเท่านั้นที่เราอาจจำเป็นต้องเลือกใช้ Thunderbolt 3 หากว่าสามารถทำได้ แม้ว่าอาจต้องจ่ายแพงกว่าก็ตาม เช่น ในงานมีเดียระดับมืออาชีพที่ต้องการถ่ายโอนหรือทำสำเนาไฟล์ภาพหรือวิดีโอความละเอียดสูง ๆ ที่ไฟล์มีขนาดใหญ่มาก เพื่อสงวนเวลาอันมีค่าในการทำงานหรือลดความเสี่ยงในข้อผิดพลาดระหว่างการถ่ายโอนข้อมูล

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ จึงอาจไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่า USB-C และ Thunderbolt 3 ใครคือผู้ชนะอย่างแท้จริงมันเป็นเพียงแค่พอร์ตที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกัน สามารถใช้แทนกันได้ แต่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน และในอีกไม่นานทั้งคู่อาจจะถูกแทนที่ด้วยมาตรฐานใหม่ที่มีคุณสมบัติเหนือกว่าอย่าง USB4 ซึ่งได้ถูกนำเสนอมาได้สักพักหนึ่งแล้ว


ที่มา: pcmag

 

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide

สื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนวัตกรรมในกลุ่มสินค้าเครื่องเสียงไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ไอทีมัลติมีเดีย ตลอดจนสินค้านวัตกรรมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพ

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide