WHYLAB เผยผลทดสอบแบตเตอรี่มือถือเรือธง 12 รุ่นที่เปิดตัวในครึ่งแรกของปีนี้

อย่างที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันเรามีสมาร์ทโฟนให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ มีผู้ผลิตจำนวนไม่น้อยที่กระโดดเข้ามาในกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับสูงทำรุ่นเรือธง (flagship) ออกมาแข่งกันอย่างดุเดือด ทว่าภายใต้รูปร่างหน้าตาที่ดึงดูดใจและรายละเอียดทางเทคนิคที่ชวนให้หลงใหลนั้น เมื่อถึงเวลานำมาใช้งานจริงแล้วมันจะยังน่าหลงใหลเหมือนกันหรือไม่ ? ซึ่งในปัจจุบันปัจจัยหนึ่งที่ไม่สามารถมองข้ามไปได้เลยก็คือเรื่องของประสิทธิภาพแบตเตอรี่

WHYLAB หน่วยงานทดสอบประสิทธิภาพของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะในกลุ่มสมาร์ทโฟน ได้เผยผลการทดสอบทดสอบประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ในสมาร์ทโฟนระดับเรือธงจำนวน 12 รุ่นที่เปิดตัวในครึ่งแรกของปี 2018 นี้ มากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นสมาร์ทโฟนจากประเทศจีน และเกือบทั้งหมดใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 845 ยกเว้นสมาร์ทโฟนจากหัวเว่ยที่ใช้ชิป Kirin 970 ของตัวเอง

ผลการทดสอบที่เปิดเผยออกมาปรากฏว่า Huawei P20 Pro และ Huawei P20 มีคะแนนรวมสูงสุดเป็น 2 อันดับแรก ตามมาด้วย Vivo Nex, Smartisan R1, Black Shark Gaming phone, OPPO Find X, OnePlus 6, Xiaomi Mi 8, Samsung Galaxy S9+, Galaxy S9, Mi Mix 2s และ HTC U12+ อยู่รั้งท้าย

อันดับตามคะแนนรวม

สำหรับการทดสอบการใช้งานเป็นเวลา 5 ชั่วโมง โดยจำลองการใช้งานตามปกติเหมือนการใช้งานทั่วไปเช่น ใช้แอปฯ Weibo, WeChat, การสตรีมวิดีโอจากแบบออนไลน์, การสตรีม video แบบ local, การอ่านอีบุ๊ค, การเล่นเกม, การถ่ายรูป, การเปิดเว็บฯ, การโทร และการฟังเพลง ผลลัพธ์ที่ได้คือ Huawei P20 Pro เหลือประมาณแบตเตอรี่มากที่สุดคือ 57% ขณะที่รุ่นอื่น ๆ ที่เหลือน้อยกว่านั้นมีตั้งแต่ที่น้อยกว่าแค่เล็กน้อย จนถึงที่เหลือน้อยแค่ 30% อย่าง HTC U12+

ผลจากการทดสอบการใช้งานเป็นเวลา 5 ชั่วโมง

จากนั้นเป็นการทดสอบประสิทธิภาพในการชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% – 100% ผลลัพธ์คือ Huawei P20 Pro ใช้เวลาน้อยที่สุดคือ 75 นาที ขณะที่ HTC U12+ ซึ่งรั้งท้ายเหมือนเช่นเคยใช้เวลาถึง 115 นาที อย่างไรก็ดีมีการตั้งข้อสังเกตว่าสมาร์ทโฟนอย่าง OPPO Find X ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge (5V/4A) น่าจะเป็นรุ่น 128 GB เพราะถ้าหากเป็นรุ่น 256 GB ตามสเปคฯ มันจะมาพร้อมกับระบบชาร์จไฟแบบ SuperVOOC Flash Charge 5V/10A 50W ซึ่งทางผู้ผลิตคุยว่าสามารถชาร์จได้เต็ม 100% ภายใน 35 นาทีเท่านั้น

ลำดับความเร็วในการชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% – 100%

อีกหนึ่งการทดสอบจะทำการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 100% แล้วปล่อยให้เครื่องอยู่ในสภาวะสแตนบายด์เป็นเวลา 8 ชั่วโมง แล้วมาดูว่าแบตเตอรี่เหลืออยู่เท่าไร ผลลัพธ์คือทั้ง Huawei P20 Pro และ Huawei P20 ยังคงเหลือแบตเตอรี่เต็ม 100% ขณะที่ Xiaomi MIX 2S เหลือเพียงแค่ 88% เท่านั้น

ปริมาณแบตเตอรี่ที่ยังเหลือหลังจากสแตนบายด์เป็นเวลา 8 ชั่วโมง

จากผลการทดสอบนี้ก็อาจทำให้เกิดคำถามขึ้นได้ว่า สมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่วางจำหน่ายอยู่ในตลาดนั้นจะมีสักพี่รุ่นที่มีมาตรฐานคุณภาพที่คู่ควรกับคำว่าเป็นรุ่นสุดยอดอย่างแท้จริง ถ้าหากว่าผู้บริโภคไม่ได้นิยามคำว่าสุดยอดเอาไว้แค่เพียงความสวยงามหรือการออกแบบที่ดูตื่นตาตื่นใจ

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide

สื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนวัตกรรมในกลุ่มสินค้าเครื่องเสียงไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ไอทีมัลติมีเดีย ตลอดจนสินค้านวัตกรรมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพ

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide