รีวิว TCL : LED55P6US

Setup
บางคนบอกว่ากระบวนการเซ็ตอัพมันเหมือนเป็นกระบวนการจับผิดยังไงก็ไม่รู้ จริง ๆ ก็ไม่มีการตั้งใจจะจับผิดหรอกครับแต่ว่ามันเป็นการเอาความสามารถจริง ๆ ของทีวีตัวนั้นมาบอกกันในแง่มุมที่สร้างสรรค์ไม่ได้เน้นการโจมตีมากกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่ได้จากการ เซ็ตอัพก็คือเราได้รู้จักขีดความสามารถสูงสุดของทีวีแต่ละตัวว่าทีวีตัวนั้นมันทำงานได้ดีที่สุดในองค์ประกอบอะไรบ้าง หรือถ้าใครอยากจะเอาขีดความสามารถที่เหนือกว่านั้นก็อาจจะต้องข้ามขึ้นไปเล่นรุ่นสูงกว่า

ค่าคอนทราสต์ที่ปรับเพื่อให้แสดง
รายละเอียดของภาพได้หมดถึง 400 nit ได้ค่านี้

55P6US ก็เช่นเดียวกัน ในส่วนของการตั้งค่าความสว่าง กับระดับคอนทราสต์ที่ Backlight 100% ถ้าอิงกับความสว่างสูงสุดที่ระบุบไว้คือ 300 nit เราสามารถเซ็ตค่าความสว่างให้มันทำรายละเอียดถึง 400 nit ได้โดยลดระดับของคอนทราสต์ลงมาอยู่ที่ 75 โดยเพิ่มความสว่างไปที่ 57 มันจะยกรายละเอียดในเงามืด ๆ ขึ้นมาได้อีกไม่น้อย ซึ่งถ้าใครชอบคอนทราสต์จัด ๆ ก็ไปปรับตรงค่าแกรมม่าเอาได้อีกผมชอบตั้งเอาไว้ที่ เลข 3 สำหรับสัญญาน 4K HDR

เรื่องของการดีโค้ดค่าสี ต้องยอมรับว่าพื้นฐานของความสว่างสูงสุดมันได้แค่นั้นรายละเอียดของแต่ละสีมันจึงไปสุดอยู่ที่ 400 nit ซึ่งบางสี อย่างสีแดง ดูจะน้อยหน้าสีอื่นอยู่เยอะหน่อย ไม่ใช่ไม่มีนะครับ อย่าเข้าใจผิด แต่ที่ความสว่างสูง ๆ มันจะบ่งบอกถึงความแตกต่างที่ไล่เป็นสเกลได้น้อย มันจึงมีบุคคลิกของสีแดงแบบว่าแดงโพลนออกมามากหน่อย

ส่วนเรื่องรายละเอียด ความคมชัด และการสเกลภาพ TCL ไม่เคยทำให้ผิดหวัง แนะนำว่าการเลือกตั้งค่าครั้งแรกต้องเริ่มจากค่าในโหมด Preset จาก “Natural” ก่อนแล้วไล่ปรับไป การสเกลแบบ Dot-By-Dot ที่ทีวีจะทำให้เห็นรายละเอียดครบถ้วนถึงแม้สัญญานที่เข้ามาเป็น 1080P พอมาถึงตรงนี้ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่า P6 จะเปิดโอกาสให้เราเซ็ตค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ แยกตามอินพุท มันจะให้ใช้ค่าที่ปรับกับทุกอินพุท หรือเลือกแยกกันก็ได้ (แนะนำว่าให้แยกจะดีกว่า) มันจะจำค่านั้นไว้ในพรีเซ็ตนั้นไปตลอดครับไม่ต้องมานั่งเซ็ตกันบ่อย ๆ

สิ่งที่ TCLโปรโมทกับ TV P6 Series นี้ อย่างนึงก็คือเรื่องของโหมดที่เรียกว่า “Sportmode” คือการใช้งาน Sport Mode ของทีวีตัวนี้ไม่ต้องเซ็ตอะไรยุ่งยาก แต่ว่าเข้าไปใช้งานยาก มันต้องเข้าไปถึงในเมนูเพื่อ เปิด หรือปิด การใช้งาน คือผมว่าถ้าไม่รีบออกแบบให้ใช้งานผ่านปุ่มบนรีโมทได้ เกรงว่าในที่สุดคนที่เอาทีวีตัวนี้ไปใช้ก็จะลืมโหมดนี้ไปในเวลาอันรวดเร็ว

4K HDR10 บน NetFlix แต่ Youtube ยังต้องรอต่อไป
หลายคนอาจจะคิดว่า HDR คือฟังก์ชั่นในอนาคตที่ช่วยให้ทีวี 4K ขายดีขึ้น คงต้องเปลี่ยนความคิดนี้ใหม่เพราะว่าปัจจุบันนี้ Content ที่ใส่ HDR เข้ามามันอยู่ใกล้ ๆ ตัวเรานี่เอง ที่ใกล้ที่สุดก็เห็นจะเป็นบน NetFlix ซึ่งก็คงต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนกัน แต่ถ้าคุณเป็นแฟนหนังซีรี่ย์ก็คงไม่ต้องบอกนะครับว่ามันจะสร้างความคุ้มค่าขนาดไหน

ยิ่งกับ TCL 55P6US ตัวนี้มันหมือนเกิดขึ้นมาเพื่อแฟนหนังซีรี่ย์โดยเฉพาะทั้ง 4K ทั้ง HDR เอามาใช้ประโยชน์ได้อย่างครบถ้วน แต่อย่างที่บอกเหลืออีกนิดก็ตรง Youtube HDR ที่ขึ้นโลโก้เวลาเล่นแล้วแต่ไม่วิ่งเข้าโหมด HDR เสียนี่ แต่ปัญหานี้ก็คงแก้ไขได้ไม่ยากแค่เพียงอัพเดตเฟิร์มแวร์ หรือเวอร์ชั่นตัวแอปฯ ยูทูปบนทีวีกันอีกสักรอบ (Firmware Ver: V8-S586T02-LF1V081/Youtube version:5f77f759 เป็นเฟิร์มแวร์ของทีวี และยูทูป ณ.ตอนที่เขียนต้นฉบับ) ก็คาดว่าน่าจะไม่เหลือบ่าฝ่าแรง แต่กับคลิป 4K ธรรมดาไม่มีปัญหาครับแจ่มแจ๋ว โดยถ้าเป็นแอปฯ ที่ผ่านการรับรองจาก Google ก็จะกดดู Stat ได้ว่าคลิปที่เรากำลังดูอยู่ในโหมดรายละเอียดเท่าไหร่โดยเลือกไปที่ “More Options” ในคลิป ไม่เหมือน NetFlix ที่กดบุ่มรูปตัว “i” บนรีโมทได้เลย

ปุ่มตัว “i” ที่รีโมทได้ใช้ประโยชน์จาก NetFlix อย่างเต็มที่

Micro Dimming
ผมเคยพูดไว้เมื่อไหร่ก็จำไม่ได้แล้วว่า HDR จะถูกใช้งานอย่างจริงจังหวังผลได้ที่ทีวีก็ต้องมี local dimming หรือการหรี่แสงเฉพาะจุดซึ่งเป็นฟังก์ชันที่เมื่อปีก่อนต้องทีวีหลักแสนขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีฟังก์ชันนี้ โลกมันวิวัฒนาการไปเร็วครับ มาถึงวันนี้ทีวีระดับราคาประมาณ 30,000 ก็ใช้ฟังก์ชันนี้มาแบบที่ ไม่อายทีวีหลักแสนเหนื่อย

TCL เรียก ฟังก์ชันนี้ว่า Micro dimming สำหรับตัว 55 นิ้วตัวนี้ผมมีข้อมูลที่ยังไม่ได้ยืนยันว่าทีวีตัวนี้แบ่งโซนของการ dimming ออกเป็นโซน มันก็คือส่วนของภาพที่ Micro dimming จัดการดูแลความแตกต่างของแสงในแต่ละโซน ซึ้งถ้าเป็นรุ่นที่มีจอใหญ่กว่านี้คือ 65 นิ้วก็จะมีโซนเพิ่มขึ้นไปอีก คือในส่วนของเมนูการปรับแต่งภาพก็จะมีเมนู Micro dimming เอาไว้ให้ปรับเลือกว่าจะ เปิด หรือปิด การควบคุมแต่ละโซนทำงานโดยใช้ซอฟต์แวร์จับความสว่างของภาพบนจอเราไม่สามารถกำหนดได้เองครับ

จากภาพจะเห็นสีแดงที่ยังไล่สเกลได้ยังดีไม่เท่าสีอื่น ๆ

คำถามก็คือแล้ว Micro Dimming ของทีวีตัวนี้มันช่วยให้คอนทราสต์ของภาพ ได้ดีขนาดไหน?

คำตอบของคำถามนี้มันประกอบไปด้วย 2 ส่วนครับ ขั้นแรกก็คือความสามารถในการบล็อกแสงเพื่อสร้างสีดำให้ดีที่สุด หรือ หรี่ให้ได้มากที่สุด นั่นก็คือหน้าที่ของ Micro dimming อีกส่วนหนึ่งก็คือความสว่างสูงสุดที่จอทีวีตัวนี้จะทำได้นั้นจะต้องอาศัยแหล่งของแสงสว่างซึ่งก็คือหลอด LED ที่อยู่ด้านหลัง

ด้วยตัวเลขข้อมูลจากเว็บของ TCL ที่วัดออกมาอยู่ที่ 300 nit (http://www.tclthai.com/th/products/detail/117) แต่ถ้าวัดจากสายตาที่ผมดูตัวเลขน่าจะสูงมากกว่านี้ แต่คงต้องใช้ HDR Pattern มาช่วยวัดด้วย
แต่ถ้าให้สรุปเฉพาะ Micro dimming ตอนนี้ก็ถือว่าสามารถทำระดับของสีดำได้ดีมาก ๆ ในการใช้งานที่มีแสงแวดล้อมอยู่พอประมาณอย่างเช่นการทดสอบใน office ที่ความสว่างจากไฟนีออนปกติ ถึงแม้ว่าความสว่างของทีวีตัวนี้มันอาจจะไม่ใช่จอภาพที่มีความสว่างแบบเจิดจ้าโดดเด่นขึ้นมา

ธนภณ พูลเจริญ

Content Contributor ที่ปรารถนาจะถ่ายทอดประสบการณ์ในแวดวงโฮมเธียเตอร์ ทีวี และระบบเสียงมัลติรูมในแง่ของความคุ้มค่าของการใช้งาน เปิดมุมมองสู่ความต้องการที่ชัดเจนให้กับผู้บริโภคที่ชื่นชอบเทคโนโลยี

ธนภณ พูลเจริญ