[Classic Review] Lumin : A1 “Audiophile Network Music Player”

เมื่อครั้งที่ยี่ห้อ ลูมิน ‘Lumin’ เปิดตัวเครื่องเล่น network music player รุ่น A1 ของพวกเขานำเสนอออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกผมจำได้ว่ามันเป็นที่ฮือฮามากพอสมควรทีเดียว เครื่องเล่นน้องใหม่ยี่ห้อไม่คุ้นหูตัวนี้มาพร้อมกับคุณสมบัติเด่นอย่างหนึ่งที่สามารถพูดได้ว่าเป็น ‘เครื่องรุ่นแรกของโลก’ ที่ทำได้ในอุตสาหกรรมนี้นั่นคือ ความสามารถในการสตรีมไฟล์เสียงฟอร์แมต DSD หรือ Direct Stream Digital ผ่านระบบเน็ตเวิร์ค

Design & Engineering
จะเรียกว่านี่เป็น ‘ปรากฏการณ์ใหม่’ สำหรับการฟังเพลงโดยอาศัยช่องการสื่อสารที่เป็นลักษณะเครือข่ายข้อมูลก็สามารถพูดได้โดยไม่เคอะเขินนัก เพราะแต่ไหนแต่ไรมาระบบ network audio นั้นคุยกันแต่เฉพาะเรื่องของสัญญาณเสียงฟอร์แมต PCM (Pulse Code Modulation) เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นที่คุณภาพเสียงระดับ lossy mp3, lossless CD quality หรือ high-resolution audio

ขณะที่ฟอร์แมต DSD ซึ่งคิดค้นและพัฒนาโดยโซนี่และฟิลิปส์เพื่อใช้กับ Super Audio CD (SACD) นั้นจะเป็นลักษณะการเข้ารหัสสัญญาณดิจิทัลในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นคือเป็นฟอร์แมตสัญญาณ PWM (Pulse Width Modulation) ซึ่งมีลักษณะและรูปแบบของสัญญาณแตกต่างออกไปจากฟอร์แมต PCM

ดังนั้นการส่งผ่านสัญญาณ DSD ในระบบ network audio จึงเป็นอะไรที่ไม่เคยได้รับความสนใจมาก่อนในอดีต แต่วันนี้มันเป็นไปได้แล้วกับ Lumin A1 ซึ่งจะว่าไปก็ถือว่ามาได้ถูกที่ถูกเวลาเพราะในปัจจุบันเราสามารถหาไฟล์เพลงฟอร์แมต DSD ได้แล้วจากการซื้อแบบดาวน์โหลดออนไลน์ หรือในบางกลุ่มนักเล่นก็สามารถริปไฟล์ DSD ออกมาจากแผ่น SACD ได้เองแล้วด้วยซ้ำ

โดยประวัติความเป็นมา ผู้ที่อยู่เบื้องหลังยี่ห้อ Lumin คือบริษัท Pixel Magic Systems ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2003 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ฮ่องกง ทำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับโฮมเธียเตอร์และเครื่องเสียงบ้าน มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และโปรแกรมซอฟต์แวร์ โดยมีพันธมิตรและตัวแทนจำหน่ายกว่า 25 ประเทศทั่วโลก

ผลงานเด่นคือ วิดีโอโปรเซสเซอร์ตัวแรกของโลกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Linux ออกวางจำหน่ายในชื่อยี่ห้อ ‘Crystalio’ ดังนั้นแล้วจึงไม่ต้องสงสัยว่าพวกเขาทำให้ Lumin กลายเป็น ‘The first audiophile network player’ ได้อย่างไร

สำหรับ Lumin A1 โดยนิยามทั่วไปมันคือ network music player แต่ทางเทคนิคแล้วมันคืออุปกรณ์ประเภทออดิโอเรนเดอร์เรอร์ ‘renderer’ หรือ DAC ที่รับสัญญาณดิจิทัลเข้ามาทางระบบ network นั่นเอง โดยมันจะทำงานตามมาตรฐาน UPnP AV protocol เหมือน network music player ส่วนใหญ่ ในตัวเครื่องไม่มีส่วนเก็บข้อมูลไฟล์เพลงอย่างฮาร์ดดิสก์หรือ media storage ใด ๆ

สำหรับการควบคุมสั่งงานหรือเรียกเพลงมาเปิดฟังก็ต้องกระทำผ่าน UPnP control app ที่ติดตั้งบนอุปกรณ์จำพวก mobile device หรือคอมพิวเตอร์อีกที เพราะที่ตัวเครื่อง A1 เองจะไม่มีปุ่มควบคุมการเล่นเพลงใด ๆ

การออกแบบภายนอกของ A1 ดูเด่นสะดุดตาที่ความเรียบง่ายและเส้นสายที่เฉียบคม แท่นเครื่องหลักที่ CNC ขึ้นรูปจากก้อนอะลูมิเนียมตัน ไม่ใช่การนำแผ่นเหล็กหรืออะลูมิเนียมบาง ๆ มาพับเป็นกล่อง ทำให้มันเป็นเครื่องเสียงตัวบาง ๆ เล็ก ๆ ที่ให้ความรู้สึกหนักขึงขังและแน่นปึ้กไปทั้งตัวเมื่อได้ลองสัมผัสตัวจริง

ตินิดหน่อยที่ตามเหลี่ยมมุมตามขอบสันต่าง ๆ ยังคงปรากฏความแหลมคมให้เสียวมืออยู่บ้าง แต่นั่นคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่เพราะหลังจากการติดตั้งเข้าระบบเรียบร้อยแล้ว ระหว่างการใช้งานผมก็แทบไม่ได้สัมผัสกับชิ้นส่วนเหล่านั้นอีกเลย

Review Lumin A1 hi-res audio music streamer

ตัว A1 นั้นถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับ “Dual Mono” Isolated Low Noise Power Supply Unit (PSU) เพาเวอร์ซัพพลายที่แยกออกไปต่างหากอีกแท่นเครื่องหนึ่ง เชื่อมต่อถึงกันด้วยสายเคเบิ้ลสำหรับไฟฟ้ากระแสตรงที่มีขั้วต่อเป็นแบบ multi-pin locking connector ด้านหน้าตัวเครื่อง A1 นั้นไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากจอแสดงผลแบบ dot-matrix สีเขียวน้ำทะเลแลดูเย็นตา

ขั้วต่อต่าง ๆ ของเครื่องถูกออกแบบให้ไปรวมกันอยู่ที่ด้านหลังเครื่องซึ่งประกอบไปด้วยขั้วต่อ DC IN สำหรับต่อไฟมาจาก Power Supply Unit (PSU), ขั้วต่อเอาต์พุตสัญญาณอะนาล็อกซึ่งให้มาครบครันทั้งแบบบาลานซ์ (XLR, 4Vrms, pin 2 hot) และอันบาลานซ์ (RCA, 2Vrms), ขั้วต่อเอาต์พุตสัญญาณดิจิทัลก็มีให้เลือกใช้ทั้งแบบ BNC SPDIF และ HDMI

ซึ่งขั้วต่อประเภทหลังนี้นอกจากจะรองรับสัญญาณ PCM 44.1khz-192kHz, 16-24bit เหมือนกับขั้วต่อ BNC SPDIF แล้วยังพิเศษกว่าตรงที่มันสนับสนุนการส่งผ่านข้อมูลดิจิทัลเอาต์พุตในฟอร์แมต DSD 2.8MHz, 1bit ออกไปได้ด้วยครับ

ถัดจากขั้วต่อเอาต์พุตสัญญาณดิจิทัลก็เป็นขั้วต่ออินพุตสัญญาณดิจิทัล RJ45 Ethernet Network (100Base-T) และพอร์ต USB 2 ชุดสำหรับเสียบใช้งานกับอุปกรณ์ประเภท external storage เพื่อใช้งานฟังก์ชัน ‘Lumin USB server’ ซึ่งสามารถทำให้ USB external storage ของเราไม่ว่าจะเป็น external USB HDD หรือ USB flashdrive ถูกมองเห็นเป็น music server ตัวหนึ่งนั่นเอง

Review Lumin A1 hi-res audio music streamer

สำหรับการทำหน้าที่เป็น renderer ในระบบเน็ตเวิร์ค A1 รองรับการถอดรหัสสัญญาณเสียงได้ทั้งฟอร์แมต PCM high-resolution (wav, aiff, flac, alac), DSD (dsf, diff, DoP) ตลอดจน lossy compression อย่าง mp3 และ aac (mp3, m4a) โดยฟอร์แมต PCM นั้นรองรับไปจนถึง resolution สูงสุดที่ 384kHz/32bit stereo ส่วนฟอร์แมต DSD นั้นรองรับเฉพาะ DSD64 ที่ความละเอียด 2.8MHz/1bit (รุ่นใหม่และใหญ่กว่าอย่าง Lumin S1 รองรับถึง DSD128)

นอกจากนั้นแล้วยังมีฟังก์ชัน Re-Sampling ที่สามารถแปลง sample rate, bit-depth หรือแม้แต่การแปลงข้ามฟอร์แมตไปมาระหว่าง PCM และ DSD ได้ด้วย (DSD แปลงเป็น PCM หรือ PCM แปลงเป็น DSD) ในกรณีที่มีความจำเป็นในการใช้งาน

อย่างเช่น การต่อสัญญาณออกไปยัง external DAC หรือ AV Receiver สามารถตั้งค่าตัวเลือกต่าง ๆ ได้จากใน control app ของ Lumin เอง ในกรณีที่ใช้ภาค DAC ในตัวของ A1 เองไม่ได้ต่อสัญญาณดิจิทัลเอาต์พุตออกไป DAC ข้างนอก แนะนำให้ OFF ฟังก์ชัน Re-Sampling นี้ไว้แล้ว playback ที่ native resolution นะครับเพราะจะได้คุณภาพเสียงที่ดีกว่า

Technical Insight
ผมมีโอกาสได้เห็นภาพวงจรภายใน Lumin A1 ความรู้สึกแรกบอกได้ทันทีว่ามันถูกสร้างมาอย่างตั้งใจให้เสียงดี วงจรเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม เลือกใช้อุปกรณ์ชั้นดีมีเกรด หัวใจสำคัญคือชิป Wolfson WM8741 PCM/DSD DAC chips ซึ่งใช้งาน 2 ตัวแยกสเตริโอซ้าย-ขวา จัดวงจรเป็นแบบ Fully balanced

ภาคอะนาล็อกมีการเลือกใช้อุปกรณ์แบบดีสครีต โดยมีทีเด็ดอยู่ที่ภาคเอาต์พุตสเตจที่เชื่อมต่อด้วยหม้อแปลงเอาต์พุตรหัส LL7401 ของยี่ห้อ LUNDAHL ซึ่งเป็นที่เลื่องลือในแง่ของการให้เสียงเลียนแบบน้ำเสียงของหลอดสุญญากาศหรือ “tube like” จะว่าเป็นการออกแบบที่ตั้งใจจูนเสียงให้มีจุดเด่นเฉพาะตัวก็ว่าได้ครับ และผลจากการฟังก็ทำให้ผมคล้อยตามแนวทางการออกแบบนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

Music Server & Control app
โดยปกติแล้วระบบ UPnP Network Audio นั้นจะอาศัยองค์ประกอบหลักอยู่ 3 ส่วนนั่นคือ controller, renderer และ server ซึ่งในที่นี้ส่วนของ controller นั้นเป็นหน้าที่ LUMIN app + iPad ขณะที่ตัว A1 ทำหน้าที่เป็น renderer ส่วน server ซึ่งทำหน้าที่เก็บข้อมูลไฟล์เพลงนั้นมี 2 ทางเลือก

ทางเลือกแรกสำหรับคนที่มีระบบฮาร์ดดิสก์เก็บข้อมูลที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบเน็ตเวิร์คได้หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า NAS (Network Attached Storage) ใช้งานอยู่แล้วหรือกำลังมองหาซื้อตัวใหม่ ให้มั่นใจว่า NAS ของคุณสามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ media server ที่รองรับไฟล์เพลงในฟอร์แมต high-res audio หรือ DSD ได้ด้วย

ซึ่งทาง Lumin แนะนำซอฟต์แวร์ media server ชื่อ ‘Minimserver’ ซอฟต์แวร์ตัวนี้ผมเคยใช้งานมาก่อน เป็นฟรีแวร์ที่คุณภาพน่าประทับใจมาก ได้ทั้งเรื่องของฟังก์ชันและคุณภาพเสียงที่ดี แถมยังใช้งานได้กับหลายแพลตฟอร์มตั้งแต่คอมพิวเตอร์ Linux, Mac, Windows ไปจนถึง NAS อีกหลายรุ่น ดูรายละเอียดได้ใน http://minimserver.com/downloads/

ซึ่งนั่นหมายความว่านอกจาก NAS แล้วคุณยังสามารถสร้าง server เก็บเพลงโดยใช้คอมพิวเตอร์ได้ด้วย (ยังไม่ขอกล่าวถึงรายละเอียดในที่นี้)

แต่ถ้าคุณยังไม่เคยมี NAS ใช้งาน ไม่สะดวกที่จะต้องไปทำอะไรกับคอมพิวเตอร์มากมาย ทางเลือกที่สองนั้นเป็นอะไรที่ง่ายมากถึงมากที่สุด เพราะเพียงแค่คุณเอาฮาร์ดดิสก์สักตัวที่สามารถเสียบใช้งานกับพอร์ต USB ได้ มาเสียบเข้าที่พอร์ต USB ด้านหลัง Lumin A1 ซอฟต์แวร์ใน A1 จะทำหน้าที่จัดการทำให้ฮาร์ดดิสก์ลูกนั้นทำหน้าที่เป็น media server ได้โดยอัตโนมัติ

Review Lumin A1 hi-res audio music streamer

แน่นอนว่ามันรองรับทั้งไฟล์เพลงทุกฟอร์แมตที่เครื่องตัวนี้เล่นได้ ง่ายและสะดวกดีไหมล่ะครับ เวลา browse เข้าไปในแอปฯ controller จะมองเห็นมันในชื่อ ‘LUMIN A1 USB Music Server’ ซึ่งในการรีวิวครั้งนี้ผมก็เลือกใช้วิธีนี้เป็นหลักเนื่องจากเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด และสามารถตัดตัวแปรเรื่องคุณภาพของ NAS ออกไปได้

Lumin A1 ไม่มีปุ่มควบคุมใด ๆ หรือรีโมตคอนโทรลสำหรับตัวมันเอง การควบคุมสั่งงานทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเครื่องจำเป็นต้องทำผ่านแอปฯ คอนโทรลชื่อ ‘LUMIN’ ซึ่งเป็นแอปฯ ฟรี สำหรับใช้งานบน iPad ดังนั้นนอกจากตัวเครื่อง A1 แล้วอีกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องมีนั่นคือ iPad แอปฯ ตัวนี้ถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของ A1

เพราะนอกจากตัวมันจะมีเมนูปรับแต่งรายละเอียดในส่วน GUI (Graphic User Interface) ของตัวแอปฯ เองได้แล้ว มันยังทำหน้าที่ควบคุมสั่งงานตลอดจนตั้งค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ให้กับตัว A1 ด้วย ดังนั้นระบบเน็ตเวิร์คที่รวดเร็วฉับไวและมีความเสถียรจึงมีความสำคัญกับการทำงานของ A1 ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม แนะนำให้ใช้เราต์เตอร์คุณภาพสูงที่เป็น GigaBit LAN และ Wi-Fi 802.11n เป็นอย่างต่ำ

ระหว่างการทดลองใช้งาน A1 ผมยังได้อัพ firmware ของเครื่องเป็นเวอร์ชัน firmware 5.09 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุดในขณะที่กำลังทดสอบ ซึ่งก็อาศัยการควบคุมสั่งงานจากแอปฯ บน iPad ด้วยเช่นกัน

การเรียนรู้หรือประยุกต์ใช้งานตัวเครื่อง A1 รวมถึงการใช้งานแอปฯ บน iPad ส่วนตัวผมว่ามันค่อนข้างเข้าใจง่ายนะครับ อ่านคำแนะนำเพียงคร่าว ๆ ก็ใช้งานได้คล่องมือเลย ตัวแอปฯ ก็ออกแบบหน้าตามาได้สวยงามดี การใช้งานก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนจนเกินความเข้าใจ อีกทั้งยังสามารถแสดงผลภาษาไทยได้ทั้งในแอปฯ และที่หน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดเครื่อง

ผมว่าใครที่เคยเล่นระบบเสียง network audio มาบ้างแล้วก็น่าจะรู้สึกไม่แตกต่างกัน แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ผมว่าก็ไม่น่าจะยากเย็นอะไรนะครับ เพราะทางผู้ผลิตเขามีคำแนะนำที่เป็นลักษณะแผนผังการเชื่อมต่ออย่างเป็นขั้นเป็นตอนไว้ให้ดูด้วย (ผมเห็นในเว็บไซต์) หรือถ้ายังไม่สะดวกจริง ๆ ผมว่าทาง Discovery Hi-Fi ซึ่งมีความชำนาญก็น่าจะให้คำปรึกษาจนสำเร็จลุล่วงได้แน่นอน

นอกจากฟังก์ชันและจุดเด่นหลัก ๆ แล้ว ผมยังพบในระหว่างการทดลองเล่นอีกว่า A1 รองรับฟังก์ชันส่วนเสริมของระบบเน็ตเวิร์คอย่างเช่น Internet Radio (บัญชี TuneIn Radio) หรือ Lumin Streaming ซึ่งก็คือความหมายเดียวกับ AirPlay ของ Apple นั่นเอง

PCM & DSD music streaming
เนื่องจากผมไม่ได้ลองฟัง A1 ในสภาพใหม่แกะกล่องจึงขอไม่แสดงความเห็นเรื่องการเบิร์นอิน เมื่อว่ากันด้วยเรื่องคุณภาพเสียงล้วน ๆ ผมคิดว่ามันไม่ใช่งานยากเลยที่จะพูดถึงน้ำเสียงของ renderer ตัวนี้ มันมีจุดเด่นที่สมดุลน้ำเสียงอันน่าฟัง ให้เวทีเสียงฉีกแผ่กว้างมาก ๆ มีเนื้อเสียงที่เข้มข้นในลักษณะของการที่มีเนื้อในที่หนาแน่น ไม่ใช่ลักษณะของการถูกเน้นขึ้นมาเป็นจุด ๆ หรือชัดแค่เป็นบางความถี่

ฟังแล้วรู้สึกได้ทันทีว่าเป็นดิจิทัลฟรอนต์เอนด์ที่ให้เสียงค่อนข้างสุภาพนุ่มนวล ลื่นไหลละมุนละไมและเป็นมิตรกับโสตประสาท ไม่ว่าจะเป็น resolution ระดับแค่ cd quality หรือ high-res audio ไม่ว่าจะเพลงทั่วไป (ที่บันทึกเสียงมาไม่แย่นัก) หรือเพลงที่เน้นการบันทึกเสียงให้ได้คุณภาพดีเลิศ เสียงที่ผมได้ยินจาก A1 ดูเหมือนจะมีคุณลักษณะดังกล่าวของเสียงปรากฏให้ได้ยินอยู่เสมอ ๆ แม้ว่าน้ำเสียงในภาพรวมของเพลงเหล่านั้นจะยังคงปรากฏอัตลักษณ์ของการบันทึกเสียงที่แตกต่างกันไปอยู่ก็ตาม

ในภาพรวมมันเป็น digital source ที่จูนเสียงมาได้น่าฟังจริง ๆ ครับ รู้สึกได้เลยตั้งแต่การลองฟังเพียงไม่นานและยิ่งตอกย้ำสิ่งเหล่านั้นเพิ่มพูนขึ้นตามชั่วโมงในการฟัง เป็นดิจิทัลที่เสียงแปลกหูไปพอสมควร มันใส มันสะอาดนะครับ แต่มันมีลักษณะของความกลมกลึง กลมกล่อมละมุนละไมเจืออยู่ด้วย ยิ่งชัดมากเมื่อใช้ซิสเตมที่มูลค่าสูงขึ้นอย่างเช่น ตอนที่ผมลองฟังกับซิสเตมหลักที่ใช้อินทิเกรตแอมป์ Soulution 530 และลำโพง YG Acoustics Hailey 1.2

Review Lumin A1 hi-res audio music streamer

อย่างไรก็ดีแม้ว่าผมเองจะค่อนข้างชอบพอคุณลักษณ์ดังกล่าวมากพอสมควร แต่ในบางครั้งผมก็รู้สึกว่าอยากจะได้อารมณ์ของแรงปะทะหัวเสียงที่เข้มข้น จริงจัง และมีไดนามิกที่ถึงลูกถึงคนจาก A1 อีกสักนิด นิดเดียวจริง ๆ ครับ ขอไม่มากเลยเพราะด้านอื่น ๆ นั้นน่าพอใจ น่าประทับใจดีอยู่แล้ว

โดยเฉพาะกับไฟล์ CD Quality อย่างเช่นอัลบั้ม Lesley ของ Lesley Olsher ซึ่งโทนเสียงค่อนข้างแผ่วเบาและนุ่มนิ่มเป็นทุนเดิม แถมยังมีเกนบันทึกเสียงค่อนข้างต่ำ เพลงช้า ๆ อาจจะยังไม่ค่อยรู้สึกมากนักแต่ถ้าเป็นเพลงเร็วก็อาจจะรู้สึกมากกว่าสักหน่อย หรืออย่างงานชุด Feel So Good ของ Chuck Mangione นั้นแทบไม่มีอะไรให้ต้องติกันอีกแล้วนะครับ เนื้อเสียงหนาอุ่น น่าฟังมาก เวทีเสียงแผ่กว้างเต็มห้อง

รายละเอียดหยุมหยิมเต็มไปหมดแต่นั่งฟังยังไงก็ไม่ล้าหู แถมยังเปิดฟังได้ดังด้วยต่างหาก ถ้าเพิ่มเติมความเกรี้ยวกราดของเสียงเครื่องเป่าอีกสักนิดโดยที่ไม่สูญเสียอะไรไปเลย บอกได้เลยครับว่า perfect!

ไฮไลต์จริง ๆ ของเสียงที่ได้จาก Lumin A1 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอยู่ที่การสตรีมเพลงในฟอร์แมต high-res audio ทั้งหลาย ไฟล์ 24/192 ชุด Tales From The Treetops ของ Anne Bisson ทำเอาผมแทบนั่งอ้าปากค้างกับเสียงร้อง เบสและเปียโนที่มาลอยเป็นตัว ๆ อยู่ตรงหน้า มันชัดมาก เสียงอิ่มหนาและใหญ่สมจริง ให้เหมือนจริงกว่านี้ก็คงต้องมีคนโผล่มาให้เห็นเป็นตัว ๆ แล้วล่ะครับ

การสวิงขึ้นลงของเสียงนั้นสัมผัสได้ถึงความต่อเนื่องลื่นไหล มีลีลาชั้นเชิงแบบเครื่องเสียงไฮเอนด์ชั้นดี ตัวเสียงมีเนื้อเนียน เต็มเข้มข้น สัมผัสเข้าถึงได้ในสิ่งที่ศิลปินพยายามบอกกล่าวผ่านงานเพลงของพวกเขาออกมา

Lumin A1 น่าจะเป็นเครื่องเล่นตัวแรกที่ทำให้เพลง ‘The Boxer’ จากอัลบั้ม Bridge Over Troubled Water ของ Simon & Garfunkel ที่เป็นไฟล์ high-res audio 24/192 ฟังดีมากจนน่าขนลุก ปกติอัลบั้มคอมเมอร์เชียลอย่างนี้มักจะฟังแล้วมีอะไรขาด ๆ เกิน ๆ อยู่บ้างแม้จะเป็นเวอร์ชันไฮเรสแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ A1 ถ่ายทอดออกมาเพียงแค่ทำให้รู้ว่ามีความบกพร่องเหล่านั้นอยู่ในเพลง แต่มันหาได้เป็นอุปสรรคกับความเป็นดนตรีแต่อย่างใด เหมือนแค่เม็ดสิวเล็ก ๆ ที่ไปขึ้นอยู่กลางหลังน้อง ๆ นางแบบวิคตอเรียซีเคร็ตอะไรประมาณนั้น

แต่ถ้าจะเอานางแบบวิคตอเรียซีเคร็ตเวอร์ชันที่ไร้สิวฝ้าต้องอัลบั้มชุดนี้เลยครับ Winds of War and Peace ของค่าย Wilson Audiophile ซึ่งผมมีทั้งไฟล์ที่เป็นฟอร์แมต 24/176.4 (จาก HDTracks) และฟอร์แมต DSD (Super-Hirez) ทั้งคู่เป็นไฟล์มาสเตอร์ที่แปลงมาจากเทปต้นฉบับโดยตรง โดย Bruce A. Brown แห่ง Puget Sound Studios เท่าที่ผมเคยเจอมา USB DAC หรือ Streamer บางรุ่น เวลาเล่นไฟล์ DSD ชุดนี้ระดับเสียงจะเบากว่า PCM พอสมควร

แต่กับ A1 ที่ผมเจอคือมันให้ระดับเสียงของไฟล์ทั้ง 2 ฟอร์แมตออกมาได้ใกล้เคียงกันมาก ผมสามารถฟังเปรียบเทียบได้โดยไม่ต้องแตะวอลุ่มของอินทิเกรตแอมป์ Soulution เลย หลายวาระที่ผมฟังเทียบงานอัลบั้มนี้ทั้ง 2 ฟอร์แมต ส่วนมากจะพบว่าเสียงของไฟล์ฟอร์แมต DSD จะแตกต่างกันอย่างชัดเจนกับฟอร์แมต PCM แต่กับ A1 ผมฟังแล้วรู้สึกได้ว่ามันไม่ได้แตกต่างกันมากเหมือนอย่างที่ผมเคยฟังมา

ผมเพียงแค่รู้สึกว่ามันต่างกัน แต่ช่องว่างระหว่างความแตกต่างนั้นเข้ามาใกล้กันมากขึ้น ถ้าถามจากความรู้สึกแล้วผมคิดว่าใน A1 แนวเสียงของฝั่ง PCM จะขยับเข้ามาหาฝั่ง DSD มากกว่าปกตินะครับ สำหรับ Streamer รุ่นนี้ ในซิสเตมไม่ใหญ่นักผมคิดว่าชอบเสียงที่ได้จาก DSD มากกว่า

Review Lumin A1 hi-res audio music streamer

แต่ในขณะที่ A1 อยู่ในซิสเตมใหญ่ ๆ ผมว่าฟอร์แมต PCM ของงานชุดนี้ทำให้ผมตื่นตาตื่นใจในรายละเอียดเสียงที่ได้ยินมากกว่า เพราะผมรู้สึกว่ามันมีความใสกระจ่างหรือ transparency ดีกว่านิด ๆ และเรื่องของการทิ้งน้ำหนักเสียงโดยเฉพาะที่ความถี่ต่ำแผ่ว ๆ ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ผมเลือกข้างได้ไม่ยากเย็นนัก

อย่างไรก็ดี ถ้าหากไม่ใช่งานชุดดังกล่าวไฟล์ DSD อื่น ๆ โดยเฉพาะที่มาจากสังกัด OPUS 3 นั้นก็ไม่มีลักษณะเป็นรองฟอร์แมตอื่นใดเลย ทั้งอัลบั้มเป็นไฟล์ Showcase Sampler ทั้ง 3 ชุด และอัลบั้ม A Selection of Analogue Bibb ซึ่งเป็นงานรวมเพลงของ Eric Bibb ปกติอัลบั้มชุดหลังนี้ เพลงที่เป็นเพลงช้าที่เขาเล่นกับกีตาร์ตัวเดียวหรือเครื่องดนตรีแค่ไม่กี่ชิ้นอาจจะไม่ใช่งานยากนักสำหรับภาคถอดรหัสเสียง ขอแค่มี jitter ต่ำ ๆ และรักษาดุลน้ำเสียงไม่ให้แตกแถวได้ก็เพียงพอ

แต่กับเพลงอย่าง ‘Meetin´ at the building’ เพลงนี้วางตำแหน่งเสียงร้องหลัก เสียงร้องประสาน และตำแหน่งชิ้นดนตรีต่าง ๆ มาได้โหดมาก เครื่องเสียงราคาถูกมักจะถอดรหัสเสียงเหล่านี้ออกมาได้ไม่กระจ่างชัดเท่าที่ควรส่งผลให้เสียงฟังดูรกเลอะเทอะสะเปะสะปะเหมือนห้องนอนของหนุ่ม ๆ ในหนัง The Hangover บางเสียงนั้นโดนกลบทับไปจนฟังไม่รู้เรื่องว่าเป็นเสียงอะไรก็มี

ขณะที่เสียงจาก A1 มันเหมือนสภาพห้องเพนต์เฮาส์หรู ๆ ที่ดูเป็นระเบียบสวยงาม สะอาดตา ผมถ่ายทอดอารมณ์นี้ออกมาสด ๆ ในขณะกำลังนั่งฟัง ดังนั้นมันจึงคลาดเคลื่อนไปจากสิ่งที่ผมรู้สึกจริง ๆ น้อยมาก เพอร์คัสชั่นตอนท้ายเพลงมันฟังดูสมจริงน่าขนลุกจนผมต้องละสายตาจาก iPad เหลือบมองไปที่ตำแหน่งของเสียงเลยทีเดียว

อนึ่งตลอดการทดลองใช้งาน Lumin A1 และแอปฯ ควบคุมของ Lumin เอง ผมพบว่าการสตรีมเพลงแบบไฮเรสทั้งฟอร์แมต PCM และ DSD มีความราบรื่นดีแม้ว่าจะเป็นที่ระดับ sample rate สูงสุดที่เครื่องสามารถรองรับได้ก็ตาม อันนี้ต้องขอชมเชยในส่วนของซอฟต์แวร์ที่ประสานกับส่วนของฮาร์ดแวร์ได้อย่างลงตัว

Nice & Easy Digital
ผมเองยอมรับว่ารูปร่างหน้าตาและคุณสมบัติความสามารถพื้นฐานของ Lumin A1 นั้นไม่สามารถเรียกร้องความสนใจจากผมได้มากนักในช่วงเริ่มแรกที่ได้ทำความรู้จักกัน จริงอยู่ว่ามันคือ network player ตัวแรก ๆ ของโลกที่รองรับไฟล์ DSD แต่ด้วยราคาของ A1 เองและทางเลือกอื่น ๆ ในปัจจุบัน ลำพังแค่คุณสมบัติพื้นฐานเหล่านี้สำหรับผมแล้วมันยังไม่สามารถทำให้ A1 เป็นตัวเลือกที่ไร้คู่แข่งได้ ทว่าเมื่อผมได้ลองเล่นลองฟัง A1 ด้วยตัวเอง ความคิดก็เริ่มเปลี่ยนไป

การใช้งานที่ง่ายและสามารถสั่งงานทุกอย่างได้จาก control point เพียงจุดเดียว คือจุดเด่นแรกที่ทำให้ผมเริ่มประทับใจ A1 มากขึ้น แอปฯ LUMIN นั้นออกแบบมาได้ดี มีความสวยงาม ใช้งานไม่ยาก ตอบสนองได้ฉับไวพอสมควรและมีความเสถียรอยู่ในลำดับต้น ๆ ของที่ผมเคยลองมา อาการแอปฯ เด้งระหว่างการใช้งานในช่วงหลายเดือนเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ฟังก์ชัน USB Server มีหน่วงช้าบ้างเวลาเล่นหนักมาก ๆ หรือเพิ่มเติมเพลงเข้าไปใหม่

แต่ที่ทำให้ผมประทับใจจริง ๆ คือน้ำเสียงของ A1 ครับ มันเป็นอะไรที่ผมสามารถพูดถึงได้ง่ายมาก เครื่องเล่นดิจิทัลตัวนี้ให้เสียงที่มีรายละเอียดฟังสบาย โปร่งกว้าง เนื้อเสียงนุ่มนวลลื่นไหลละเมียดละไม เป็นอะไรที่น่าทึ่งพอสมควรที่สามารถทำให้ไฟล์ดิจิทัลฉีกหนีจากเสียงดิจิทัลอันเลวร้ายในอดีตมาได้ไกลมาก ๆ มากเสียจนทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า Lumin A1 อาจจะเป็นหนึ่งในเครื่องเล่นดิจิทัลจำนวนไม่มากนักที่ทำให้คนที่หลงแต่เสน่ห์น้ำเสียงของแผ่นไวนิลเริ่มหันมาปันใจให้ระบบเสียงดิจิทัลบ้างก็เป็นได้ … ไม่เชื่อต้องพิสูจน์ครับ


เนื่องจาก Classic Review เป็นรีวิวเครื่องเสียงที่ตกรุ่นไปแล้ว หรืออาจมีการเปลี่ยนตัวแทนจำหน่ายไปแล้ว ทางเว็บไซต์จึงขอสงวนข้อมูลตัวแทนจำหน่ายและราคาของสินค้าเพื่อป้องกันความสับสนในข้อมูล

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง 5G และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์