fbpx

รีวิว LEONA : @WALL1

เมื่อได้ทราบว่าทางลีโอน่ามีสินค้ารุ่นใหม่ส่งมาให้ทางผมและกองบรรณาธิการได้ลองเล่นกันดูผมก็รู้สึกสนใจ ยิ่งได้ทราบในเบื้องต้นว่ามันเป็นเครื่องเสียงสมัยใหม่ที่มีคุณสมบัติแตกต่างไปจากเครื่องเสียงรุ่นก่อนหน้านี้ของลีโอน่าเอง มันก็ยิ่งกระตุ้นให้ผมสนใจมันมากยิ่งขึ้น ทั้ง ๆ ที่ Leona รุ่น @Wall1 (แอท วอลวัน) นี้เป็นแค่ลำโพงแขวนผนังตัวบาง ๆ เท่านั้นเอง

รูปลักษณ์และการออกแบบ
อย่างที่ได้เรียนไว้ว่า @Wall1 เป็นแค่ลำโพงแขวนผนังตัวบาง ๆ เท่านั้น แกะออกมาจากกล่องทีแรกผมว่าหน้าตามันเหมือน wi-fi router ตัวโต ๆ ที่ไม่มีเสาอากาศ รูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้าง 220 มิลลิเมตร หนาประมาณ 45 มิลลิเมตร ตัวลำโพงทำจากพลาสติกสีขาวเนื้อดี (หนาแน่นพอสมควร)

ด้านหน้าลำโพงเป็นตะแกรงโลหะเนื้อโปร่งสีเทามองเห็นตัวไดรเวอร์ลำโพงอยู่ข้างในลาง ๆ ประกอบไปด้วยไดรเวอร์ขนาดจิ๋ว 1.8 นิ้ว จำนวน 4 ตัว ขับด้วยภาคขยายเสียงกำลังขับ 3.5Wrms จำนวน 4 ชุด และยังมี Passive Radiator ขนาดเล็กไม่ต่างกันคือ 46mm x 86mm อีก 2 ตัวร่วมทำงานอยู่ด้วย

ขั้วต่อต่าง ๆ ทั้งขั้วต่อไฟเลี้ยงจากอะแดปเตอร์ (DC 6V, 2.5A), 3.5mm Analog Input (AUX), พอร์ต USB (USB-A) และปุ่มกดทั้งหมดจะอยู่ที่ด้านล่างของตัวลำโพง ด้านหลังตัวลำโพงจะมีเพียงร่องที่เอาไว้เกี่ยวยึดกับชุดแขวนผนังเท่านั้น

ดูจากการออกแบบแล้วดูเหมือนว่าลำโพงชุดนี้จะให้ความสำคัญในส่วนของการตกแต่งด้วย เพราะด้านบนของลำโพงยังมีแผงไฟส่องสว่างแบบ LED Warm Light (อุณหภูมิสี 2,850K) อยู่ในกรอบพลาสติกสีขาวขุ่นเพื่อใช้ส่องสว่างเพิ่มบรรยากาศในเวลาที่ตัวลำโพงถูกแขวนอยู่บนฝาผนัง สามารถเปิด-ปิดได้และปรับระดับความสว่างได้จากทั้งบนแอปฯ ในสมาร์ทโฟนและที่ตัวเครื่อง

USB, Bluetooth, WiFi, Leona Smart Play และ TIDAL
สำหรับในด้านของการฟังเพลงและรูปแบบการเชื่อมต่อทางสัญญาณเสียง ลำโพงหน้าตาเรียบ ๆ ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีอะไรรุ่นนี้กลับมีความสามารถมากกว่าเครื่องเสียงมินิคอมโปเนนท์ทั่วไปประเภทวางขายตามห้างโมเดิร์นเทรดที่มีปุ่มกดอยู่บนตัวเครื่องเต็มไปหมดเสียอีก

Leona @Wall1 เชื่อมต่อสัญญาณเสียงได้หลากหลายรูปแบบด้วยกัน ตั้งแต่แบบที่เรียบง่ายที่สุดอย่างการเสียบสาย mini 3.5mm ที่ให้มาในชุดรับสัญญาณเสียงจากภายนอกเช่นจากเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาหรือสมาร์ทโฟนเข้ามาที่ขั้วต่อ AUX ของลำโพงแบบง่าย ๆ หรือจะเป็นการนำไฟล์เพลงใส่ใน flash drive แล้วมาเสียบเล่นที่พอร์ต USB-A ก็ทำได้เช่นกัน

ปุ่มกดและขั้วต่อบริเวณด้านล่างของลำโพง

สำหรับรูปแบบการเล่นเพลงหรือการเชื่อมต่อสัญญาณแบบไร้สาย ลำโพงรุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง Bluetooth (v4.0) และ Wi-Fi สำหรับการเชื่อมต่อรูปแบบแรกนั้นเรียกผู้คนยุคนี้ ยุคไอที 4.0 น่าจะรู้จักคุ้นเคยกันดี ก็ใช้งานเหมือน ๆ ลำโพงบลูทูธทั่วไปนั่นแหละครับ แต่การเชื่อมต่อรูปแบบหลังนี่สิครับที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ที่แท้จริงของลำโพงรุ่นนี้

ที่ว่าเป็นไฮไลต์เพราะมันสามารถเชื่อมต่อลำโพง @Wall1 ตัวอื่น ๆ เข้ามาในระบบ network ได้สูงสุดถึง 6 ตัวด้วยกัน เพื่อใช้งานเป็นระบบ network audio system แบบมัลติรูมหรือมัลติโซนภายในบ้านได้ การควบคุมสั่งงานทั้งหมดก็เป็นแนวสมัยใหม่สุดไฮเทคคือจะกดปุ่มที่ตัวลำโพงโดยตรงก็ได้ หรือจะจิ้มหน้าจอสมาร์ทโฟนสั่งงานผ่านแอปฯ ที่มีชื่อว่า ‘Leona Smart Play’ ก็ได้

แอปฯ นี้ทางลีโอน่าออกแบบมาให้ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี ๆ ทั้งสมาร์ทโฟน Android และ iOS ก็เป็นไปตามยุคสมัยล่ะครับ เครื่องเสียงนาทีนี้ไม่ต้องมีรีโมทคอนโทรลที่มีปุ่มเยอะแยะให้เวียนหัวเล่นล่ะครับ ใช้มือถือของเรากับแอปฯ ของเขานี่แหละ จิ้มสั่งงาน กำหนดตั้งค่าหรือเลือกเพลงไปเล่นที่ลำโพง @Wall1 แต่ละชุดได้เลย

แถมยังออกแบบให้เลือกได้ด้วยว่าจะให้ลำโพงแต่ละชุดเล่นเพลงของใครของมัน หรือว่าให้เล่นเพลงเดียวกันทั้งหมด จะสั่งหยุดเล่นหรือเริ่มเล่นพร้อมกันทั้งหมดก็ได้ด้วยต่างหาก เป็นเครื่องเสียงที่เหมาะกับยุค Thailand 4.0 จริง ๆ

สำหรับเพลงที่จะสตรีมมาฟังนั้นยังเลือกได้ว่าจะดึงเพลงที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟนของเราเอง หรือจะสตรีมมาจาก music server (UPnP/DLNA) ของเราก็ได้ มากไปกว่านั้นไหน ๆ ก็เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแล้วเขาก็เลยออกแบบให้มันสตรีมเพลงมาจากระบบอินเทอร์เน็ตด้วยเสียเลย ซึ่งมีให้เลือกฟังทั้งในกลุ่มที่ให้บริการ Internet Radio แบบไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือ Online Music Streaming ที่ให้บริการเพลงคุณภาพสูง (lossless cd quality streaming) ที่ต้องจ่ายรายเดือนอย่าง TIDAL

ไม่เพียงเท่านั้นลำโพง Leona @Wall1 ยังถูกออกแบบมาให้ใช้งานแบบตัวใครตัวมันโดยกำหนดให้ฟังเสียงจากแชนเนลซ้ายและขวาพร้อมกันที่ลำโพงตัวเดียว หรือจะฟังเฉพาะแชนเนลใดแชนเนลหนึ่ง (ซ้ายหรือขวาข้างเดียว) ได้ด้วย ด้วยคุณสมบัติอย่างหลังนี้เองจึงทำให้ลำโพง @Wall1 จำนวน 2 ตัวสามารถใช้งานร่วมกันเป็นระบบเสียงสเตริโอแยกซ้ายขวาได้ด้วย โดยกำหนดให้ตัวหนึ่งฟังเสียงจากแชนเนลซ้าย และอีกตัวหนึ่งฟังเสียงจากแชนเนลขวา… โอ้โฮ ใช้งานได้เอนกประสงค์จริง ๆ

การติดตั้งและการใช้งานเบื้องต้น
Leona @Wall1 มาพร้อมกับอะแดปเตอร์จ่ายไฟเลี้ยงสีขาวเข้าชุดกัน เป็นอะแดปเตอร์แบบเสียบฝาผนังโดยตรง และอุปกรณ์ชุดแขวนผนังที่สามารถยึดกับพื้นผิวเรียบ ๆ ได้ทั้งวิธีการติดด้วยเทปกาวสองหน้า หรือเจาะผนังใส่พุกแล้วยึดด้วยสกรู ส่วนตัวถ้าหากทำได้ผมแนะนำให้ยึดแบบหลังเพื่อความแน่น เนื่องจากตัวลำโพง @Wall1 มีน้ำหนักไม่เบานัก หากยึดไม่แน่นแล้วเกิดหลุดร่วงลงมา นอกจากตัวลำโพงจะเสียหายแล้วอาจจะทำให้ศีรษะหรือเท้าของเราเกิดการบาดเจ็บได้ครับ

ปุ่มควบคุมทั้ง 5 ด้านล่างลำโพง มีอยู่ 3 ปุ่มที่ใช้ควบคุมการเล่นในระหว่างการเล่นเพลง (เล่น/หยุด, เลือกเพลงไปข้างหน้า, เลือกเพลงย้อนถอยหลัง) 2 ใน 3 ปุ่มใช้เพิ่มหรือลดระดับเสียงถ้าหากกดค้างเอาไว้ ที่เหลืออีก 2 ปุ่มเป็นปุ่ม Function Key/ Power กดค้าง 3 วินาทีจะเป็นการเปิดหรือปิดเครื่อง ถ้ากดสั้น ๆ จะเป็นการปรับระดับความสว่างของไฟส่องสว่างที่ด้านบนของลำโพง

อีกปุ่มทางขวามือเป็นปุ่ม MR ทำหน้าที่เลือกสลับอินพุตที่ต้องการฟังระหว่าง Wi-Fi, AUX, Bluetooth และ USB เมื่อกดปุ่มนี้ค้างไว้จะเป็นการคืนค่าโรงงาน (factory default reset)

@Wall1 ขณะติดตั้งกับแผงสาธิตวิธีแขวนผนังของ LEONA

ส่วนตัวผมมีความรู้สึกว่าการออกแบบปุ่มเอาไว้ด้านล่างตัวลำโพงอย่างนี้ใช้งานไม่ค่อยสะดวกเท่าไรครับ นอกเสียจากว่าตัวลำโพงจะถูกติดตั้งเอาไว้ด้วยความสูงระดับที่ปุ่มกดอยู่ในระดับสายตา แต่ก็ยังโชคดีที่ปุ่มที่ต้องกดบ่อยที่สุดมีแค่ 2 ปุ่มนั่นคือ ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องและปุ่มเลือกอินพุต

แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วผมว่าเขาตั้งใจออกแบบมาให้เรากดสั่งงานจากสมาร์ทโฟนมากกว่าครับ สะดวกกว่ากันเยอะเลย ปุ่มที่ตัวเครื่องนี่ถือเสียว่าเป็นออปชั่นก็แล้วกัน มีมาให้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร นาน ๆ ทีอาจจะจำเป็นต้องใช้ก็ได้ (เช่นตอนที่ควานหามือถือไม่เจอหรือเดินไปใกล้ ๆ ตัวลำโพงพอดี)

สำหรับการใช้งานแอปฯ ‘Leona Smart Play’ ครั้งแรกที่เปิดขึ้นมาระบบจะทำการมองหาลำโพง @Wall1 ที่เปิดใช้งานอยู่ (ON) เพื่อทำการเชื่อมต่อสัญญาณ Wi-Fi ให้เข้ามาอยู่ในระบบ ต้องชมคนออกแบบแอปฯ ตัวนี้นะครับ นอกจากหน้าตาของ UI ที่ดูดีสะอาดตาแล้ว ภาพรวมของตัวแอปฯ ใช้งานง่าย เป็นขั้นเป็นตอน สามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยากเลย

โดยเฉพาะในส่วนสำคัญอย่าง ‘Wi-Fi Setup Wizard’ ระบบจะดึงเอา Wi-Fi ที่สมาร์ทโฟนของเราเชื่อมต่ออยู่นี่แหละครับมาใช้งานกับ @Wall1 ส่วนเรามีหน้าที่ป้อนรหัสผ่านให้ถูกต้องเท่านั้นเอง ถ้า Wi-Fi Router ที่ใช้งานเป็นระบบ Dual Band ให้เลือกที่ความถี่ 2.4GHz แทน 5GHz นะครับ

จากนั้นก็ให้กดปุ่ม WPS (ปุ่มเดียวกันกับปุ่มกด เล่น/หยุดเล่นเพลง) ที่ตัวลำโพงค้างไว้ 2 วินาที จากนั้นให้รอจนระบบสามารถเชื่อมต่อลำโพงของเราได้แล้ว หลังจากเพิ่มลำโพง @Wall1 เข้าไปในระบบแล้ว เราสามารถตั้งชื่อของลำโพงได้จากตัวแอปฯ เพื่อให้สะดวกแก่การจดจำตำแหน่งของตัวลำโพง เช่น Kitchen, Bedroom, Living Room หรือแม้แต่ Restroom (ฮ่า ๆ ใครทำจริงอย่าลืมระวังเรื่องความชื้นล่ะ ทางผู้ผลิตเขาไม่ได้บอกไว้ซะด้วยว่าทนความชื้นได้มากน้อยแค่ไหน)

ไฟส่องสว่างที่ด้านบนของลำโพง ช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่นนุ่มนวล

สำหรับในรีวิวนี้ต้องชื่นชมทางตัวแทนจำหน่ายที่มีความเข้าใจว่าเครื่องเสียงรูปแบบนี้จำเป็นต้องใช้มากกว่า 1 ชุดเพื่อให้เห็นว่าเวลาอยู่ในระบบมันทำงานร่วมกันได้อย่างไรจึงได้ส่ง @Wall1 มาให้ผมลองจำนวน 2 ชุด เมื่อเข้าใจการทำงานของตัวแอปฯ แล้วการเพิ่มลำโพงตัวที่สองเข้าไปจึงยิ่งเป็นเรื่องง่ายสำหรับผม ระบบ UI ของ ‘Leona Smart Play’ จะเป็นหน้าวางซ้อนกัน การสั่งงานก็เพียงแค่ปัดนิ้วไปทางซ้าย-ขวาเพื่อสลับระหว่างหน้าที่เลือกตัวลำโพง (DEVICE LIST) หน้าแสดงการเพลงที่กำลังเล่น (NOW PLAYING) และเมนูเลือกอินพุตต่าง ๆ หรือเลือกแหล่งที่มาของเพลง (MAIN MENU/SETTINGS) หรือการปัดลงในหน้า NOW PLAYING เพื่อดูรายชื่อเพลงที่เรียงอยู่ในลำดับการเล่น

ขั้นตอนการเซ็ตอัพผ่านตัวช่วย Wi-Fi Setup Wizard ในแอปฯ Leona Smart Play
หน้า UI หลักของแอปฯ Leona Smart Play

เนื่องจาก @Wall1 สามารถเชื่อมต่อระบบ network ด้วยสัญญาณ Wi-Fi เพียงอย่างเดียว หากจะให้ทำงานเป็นระบบมัลติรูมในพื้นที่บริเวณกว้างนั้นผมมีความเห็นว่าระบบ network นั้น ๆ ควรจะมีสัญญาณ Wi-Fi ที่ครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางพอ อีกทั้งยังต้องมีความเสถียรมากพอด้วยครับ เช่น การใช้ Wi-Fi Router คุณภาพสูง หรือการใช้งานอุปกรณ์ประเภทขยายหรือทวนสัญญาณ Wi-Fi จะเป็นระบบที่เชื่อมั่นได้มากกว่า

ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้เป็นเรื่องปกติของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วยสัญญาณ Wi-Fi ทั่วไปอยู่แล้วครับ ถ้าเป็นในกรณีที่ใช้งานอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ กันเพียงไม่กี่จุด ไม่มีสิ่งกีดขวางมากนักอย่างเช่น ในรีวิวนี้ที่ใช้ลำโพง @Wall1 เพียงแค่ 2 จุด เรื่องระบบ Wi-Fi ก็อาจจะไม่ต้องซีเรียสอะไรมากนัก

เสียงจาก @Wall1 และการรองรับ Hi-Res Audio
ในระหว่างการลองฟังเพลงทางอินพุต AUX และ USB ของ @Wall1 ผมก็พอเข้าใจว่าการออกแบบลำโพงรุ่นนี้ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะให้มันมีเสียงเหมือนลำโพงในกลุ่มไฮไฟ หรือแม้กระทั่งลำโพงในกลุ่มที่เน้นความอึกทึกของเสียง เพราะเสียงที่ได้จากลำโพงรุ่นนี้เป็นไปในลักษณะของแบคกราวน์มิวสิค เป็นลำโพงที่ให้ความเพลิดเพลินของเสียงเพลงแบบเคล้าคลอเป็นบรรยากาศ มากกว่าจะเป็นลำโพงสำหรับงานปาร์ตี้สุดเร้าใจ

เสียงของมันเปิดได้ดังพอสมควรและมีลักษณะโปร่ง ๆ ลอย ๆ ใส ๆ เสียงทุ้มมีปริมาณน้อยและไม่เน้นที่ความตูมตามเลย สำหรับช่องอินพุต USB ผมลองใช้ flash drive ฟอร์แมตเป็น FAT ใส่ไฟล์เพลงเข้าไปหลาย ๆ รูปแบบลองเสียบเล่นกับ @Wall1 ดู พบว่ามันเล่นได้ทั้งไฟล์ .wav .flac ตั้งแต่รายละเอียดระดับ CD Quality 16bit/44.1kHz ไปจนถึง 24bit/192kHz

ตรงนี้เป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายพอสมควรครับ เพราะไม่มีรายละเอียดตรงไหนจากทางผู้ผลิตเลยที่พูดถึงการเล่นไฟล์ hi-res audio ไฟล์เพลงใน USB flash drive จะมองเห็นได้ในเมนู My Music ของแอปฯ Leona Smart Play

ส่วนตัวผมว่าระบบจัดการไฟล์เพลงในแอปฯ ยังทำได้ไม่ดีนัก เพราะจะไม่มีการแบ่งหมวดหมู่เหมือนในโหมด Phone (การเล่นไฟล์เพลงที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟน) บนหน้าแอปฯ ไฟล์เพลงต่าง ๆ ใน USB flash drive จะไปกองรวมกันหมด ทำให้การสืบค้นหรือเข้าถึงทำได้ยากกว่าในแบบที่มีการแบ่งหมวดหมู่พอสมควร ทว่าในส่วนนี้ผมเองไม่ค่อยซีเรียสมากนักเพราะไม่นิยมเล่นทางนี้เป็นหลักอยู่แล้วเพราะเล่นผ่านระบบ network มันง่ายกว่ากันเยอะและสุ้มเสียงก็ไม่ได้เป็นรองกัน

ลองใช้งานในโหมด Wi-Fi (Network Audio)
การมีลำโพง @Wall1 อยู่ 2 ตัวในระบบ ทำให้ผมได้ลองฟังก์ชั่นที่เล่นเพลงแยกอิสระกันระหว่างลำโพงทั้งสองตัว แบบนี้ทางผู้ผลิตเขาเรียกว่าโหมดฉายเดี่ยว (Solo mode) ลำโพงทั้งสองตัวสามารถเลือกเล่นเพลงแยกจากกันได้อย่างอิสระ โดยการควบคุมสั่งงานจากสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว

หรือจะเป็นการลองใช้งานในโหมดสามัคคีชุมนุม (Multi mode) ซึ่งลำโพงทุกตัวที่อยู่ในโหมดนี้จะเล่นเพลงเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน คือเล่นเพลงเดียวกันไปพร้อม ๆ กันนั่นเอง การปรับไปจากโหมด Solo ไปใช้งานโหมด Multi นั้นก็ง่าย ๆ เลยครับ แตะค้างที่รายชื่อลำโพงบนหน้าแอปฯ แล้วลากไปรวมกับลำโพงที่จะให้ทำงานไปพร้อม ๆ กัน จะเปลี่ยนไปเป็นโหมด Solo ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ แค่ก็ทำกลับกันคือแตะค้างแล้วลากออกมาจากกัน

การตั้งค่าใช้งานใน Solo mode (ซ้ายมือ) และ Multi mode (ขวามือ)

ในโหมด Solo นั้นการเลือกเสียงไปออกที่ตัวลำโพงควรจะเป็น LR คือออกลำโพงทั้งเสียงแชนเนลซ้ายและขวา (stereo down-mix) ส่วนในโหมด Multi เราสามารถเลือกได้ว่าให้ให้เสียง LR ไปออกที่ลำโพงแต่ละตัว หรือจะใช้งานลำโพงทั้งสองตัวแบบสเตริโอ หากเป็นกรณีหลังก็แค่กำหนดให้ลำโพงตัวหนึ่งเป็น L อีกตัวเป็น R แล้ววางตำแหน่งลำโพงให้สอดคล้องกันเท่านั้นเอง

การลองเล่นเพลงผ่านระบบ Wi-Fi กับลำโพง @Wall1 เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ผมอยากแนะนำให้คนที่เป็นเจ้าของลำโพงรุ่นนี้ได้ลอง ประการแรกผมชอบใจที่มันเล่นเพลงจาก TIDAL ได้ด้วย แอบเห็นว่ามี Spotify ด้วยในอนาคตอาจจะได้ใช้กันแต่ตอนนี้ Spotify ยังไม่เข้าเมืองไทยนะครับ

สำหรับผู้ที่ไม่ได้สมัครใช้งาน TIDAL ก็สามารถสตรีมไฟล์เพลงที่มีอยู่จาก music server ได้ ตัว music server นี้จะซื้ออุปกรณ์ประเภท NAS มาใช้ก็ได้ หรือถ้าอยากประหยัดงบก็เอาคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่มาติดตั้งฟรีแวร์ที่ชื่อ Minimserver เอาไฟล์เพลงใส่ในฮาร์ดดิสก์เสียบเข้าที่คอมพิวเตอร์เท่านี้ก็กลายเป็น music server ให้ @Wall1 สตรีมเพลงมาฟังได้แล้ว เพลงใน music server จะอยู่ในส่วนของเมนู My Music > Home Music Share

การสตรีมเพลงจาก music server

เช่นเดียวกับการเล่นไฟล์เพลงทางช่องอินพุต USB การสตรีมเพลงจาก music server มาเล่นตัวลำโพง @Wall1 สามารถเล่นได้ทั้งไฟล์ทั้งไฟล์ .wav .flac ตั้งแต่รายละเอียดระดับ CD Quality 16bit/44.1kHz ไปจนถึง 24bit/192kHz ความราบรื่นเล่นได้ไม่สะดุดของการเล่นไฟล์เพลงระดับนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ network และสัญญาณ Wi-Fi เป็นสำคัญ

ลำโพงแอคทีฟ 4.0
ถ้าถามว่าเราคาดหวังอะไรบ้างจากลำโพงแอคทีฟราคาห้าพันกว่าบาท? ผมเชื่อเหลือเกินว่าคนส่วนใหญ่จะคิดถึงสิ่งที่ Leona @Wall1 สามารถทำได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง และบางสิ่งที่มันทำได้หลายคนอาจไม่คาดคิดมาก่อนว่ามันคือเรื่องที่เป็นไปได้สำหรับลำโพงในงบประมาณเท่านี้

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยนี้ Leona @Wall1 อาจจะไม่ใช่ความแปลกใหม่ล้ำลึก แต่สิ่งที่ปรากฏในลำโพงรุ่นนี้ทำให้มองเห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้ออกแบบที่ ‘มองขาด’ ไปถึงปัจจุบันและอนาคตของการฟังเพลงภายในบ้านที่อาศัยเทคโนโลยีไอทีเข้ามาบูรณาการ เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกหรือช่วยพัฒนาให้มีรูปแบบที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ทำนองเดียวกับที่ผู้ใหญ่ในบ้านเราบอกว่าจะทำให้ประเทศไทยเราเป็น Thailand 4.0 นั่นแหละครับ เรื่อง Thailand 4.0 อาจจะต้องใช้เวลารอกันสักนิด… แต่ถ้าลำโพงแอคทีฟ 4.0 ก็ @Wall1 นี่ไงใช่เลย!


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท แอลเอ็นที (ประเทศไทย) จำกัด
โทร. 0-2945-4509
ราคา 5,990 บาท

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังเห่อระบบเสียง Lossless ใน Apple Music และงานบ้าน D.I.Y.