AV Tech Guide สื่อ Online รีวิว ข่าว ความรู้ ด้านเครื่องเสียง ไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ทีวี สมาร์ทโฟน ไอที มัลติมีเดียและสินค้านวัตกรรม

AV Tech Guide สื่อ Online รีวิว ข่าว ความรู้ ด้านเครื่องเสียง ไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ทีวี สมาร์ทโฟน ไอที มัลติมีเดียและสินค้านวัตกรรม

รีวิว Klipsch : Heritage The Three

ตลาดเครื่องเสียงในตอนนี้จะมีสินค้าสองแบบที่ดูจะมีกระแสตอบรับดีมาก ๆ คือ “วินเทจ” และ “Wireless” ผมว่า Klipsch คงเล็งเห็นจุดนี้เลยจับทั้งสองอย่างมารวมร่างเป็น Klipsch Heritage series ซะเลย!

Klipsch Heritage The Three
ใน Heritage series จะมีลำโพงแบบแอคทีฟอยู่ 3 รุ่นครับ คือ The One, The Three และ The Sixes โดย The Sixes จะเป็นรุ่นเดียวที่เป็นลำโพงแอคทีฟ 2 แชนแนล ส่วน The One, The Three จะเป็นลำโพงแบบตู้เดียวครับ ซึ่ง The Three ถือเป็นพี่ใหญ่ที่ครบเครื่องกว่า The One ในทุกด้าน

First Look
“คลาสสิก” คือคำแรกที่ผมมอบให้ลำโพงรุ่นนี้ในแรกเห็นเลยครับ มันสวยงามในแบบวินเทจแท้ ๆ สมกับเป็นการออกแบบจากแบรนด์ลำโพงที่อยู่ในวงการเครื่องเสียงมากว่า 70 ปี ตัวตู้ทำจากไม้แท้ตัวที่ผมได้มาทดสอบเป็นไม้ Ebony เคลือบแลคเกอร์แบบด้าน สีไม้เข้มสวยมากครับ ด้านหน้าไปจนถึงด้านข้างทั้งสองข้างจะหุ้มด้วยผ้าสีดำ

มุมขวาบนมีโลโก้แบรนด์ Klipsch เห็นแล้วให้อารมณ์แบบวินเทจอเมริกันแท้ ๆ เลยทีเดียว ด้านบนจะมีสวิตช์เปิดปิดซึ่งเป็นแบบ Toggle switch ซะด้วยครับ เรียกว่ามาแนววินเทจปีลึกกันเลย ส่วนสวิตช์ควบคุมวอลลุ่มและเลือกอินพุตนั้นจะเป็นแบบหมุนครับ อินพุตต่าง ๆ จะอยู่ด้านหลังของลำโพงทั้งหมดครับ โดยรวมแล้วเรื่องดีไซน์นี่ผมให้ผ่านแบบสิบคะแนนเต็มไปเลยครับ คือจะดีไซน์แบบวินเทจก็มาแบบสุดทางจริง ๆ ใส่ใจในทุก ๆ รายละเอียด ดูไม่ใช่วินเทจปลอม ๆ ที่มีให้เห็นเยอะแยะในช่วงนี้

ดีไซน์คลาสสิกที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ!
เขียนถึงเรื่องหน้าตาดีไซน์กันไปแล้วก็ต้องเขียนถึงสเปคกันบ้าง Klipsch Heritage The Three เป็นลำโพงแบบตู้เดียวแต่ให้เสียงแบบสเตอริโอ ใช้ Driver Full Range ขนาด 57.15mm สองตัว และใช้วูฟเฟอร์ขนาด 133.4mm 1 ตัวพร้อม Passive radiators ขนาด 133.4mm อีก 2 ช่อง เรียกว่างานนี้คงหายห่วงเรื่องเสียงย่านทุ้มแน่นอนครับฮา ๆ

ลำโพงรุ่นนี้ตอบสนองย่านความถี่ได้ตั้งแต่ 45Hz ~20kHz ส่วนกำลังขับนั้นจะอยู่ที่ 60W และสามารถพีคขึ้นไปได้ถึง 80W ครับ อีกสิ่งที่ต้องบอกว่าจัดเต็มไม่แพ้การดีไซน์คือเทคโนโลยีที่ใส่เข้ามาใน Klipsch Heritage The Three ตัวนี้ครับ เพราะให้มาแบบครบจบในตัว เรียกได้ว่าเป็นลำโพงแบบวันสต๊อปเซอร์วิสกันเลยทีเดียวเชียว

เริ่มจากอินพุตที่มีให้เลือกหลากหลายก่อนเลยครับ Klipsch Heritage The Three รับได้ทั้งอนาล็อคและดิจิตอล ทั้งแบบมีสายและไร้สาย! เป็นไงครับบอกแล้วว่าจัดเต็ม เริ่มจากอินพุตดิจิตอลนั้นอินพุตจะเป็น USB ครับ ซึ่งภาค DAC ในตัวรองรับไฟล์เพลงคุณภาพสูงสุดได้ถึง 24/192kHz ส่วนอินพุตอนาล็อคนั้นมีสองแบบคือ RCA และแบบ Aux ครับ แค่นั้นยังไม่พอ Klipsch Heritage The Three ตัวนี้มี Phono ในตัวด้วยคือสามารถรับอินพุตจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงได้เลยโดยตรงครับ

ตรงนี้หลาย ๆ คนอาจบอกว่าลำโพงเดี๋ยวนี้ตัวส่วนใหญ่ก็มีให้มาครบแบบนี้แหละไม่เห็นน่าตื่นเต้นเลย? ต้องบอกว่าเดี๋ยวครับเดี๋ยว! ผมยังไม่ได้พูดถึงการเชื่อมต่อแบบไร้สายของลำโพงรุ่นนี้เลย เพราะนอกจากจะรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth ที่มี aptX codec แล้วยังรองรับการสตรีมมิ่งไร้สายผ่าน DTS Play-Fi อีกด้วย

นั่นหมายความว่า Klipsch Heritage The Three สามารถสตรีมเพลงจากแอปพิลเคชันต่าง ๆ อย่างเช่น Tidal ได้โดยตรงไม่ต้องอาศัยการเล่นผ่านมือถือแล้วส่งสัญญาณบลูทูธไปให้คุณภาพเสียเลยละครับ และที่สำคัญของการมี DTS Play-Fi คือเราสามารถเล่นไฟล์เพลงระดับไฮเรส 24/192kHz ผ่านระบบไร้สายได้ด้วย!

เซ็ตอัปและการใช้งาน
Klipsch Heritage The Three เป็นลำโพงที่ใช้งานง่ายและใช้งานได้หลากหลายมาก ๆ ครับ การเลือกอินพุตต่าง ๆ เพียงหมุนสวิตช์ให้ไฟสว่างไปตรงอินพุตที่ต้องการก็เรียบร้อย ในส่วนของบลูทูธ นั้นก็ไม่มีอะไรต้องอธิบายเยอะครับหมุนสวิตช์ไปที่บลูทูธปุ๊ป Klipsch Heritage The Three ก็จะเข้าสู่แพริ่งโหมดให้เลย เราก็แค่หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเชื่อมต่อแล้วก็ฟังเพลงได้เลยง่าย ๆ แค่นี้แหละครับ

ส่วน USB ก็ง่ายเข้าไปอีกเสียบสาย USB เข้าไปที่ Klipsch Heritage The Three หมุนอินพุตไปที่ USB แค่นี้ก็ฟังเพลงได้แล้วครับ แถม DAC ในตัวยังเล่นไฟล์ไฮเรสได้สูงถึง 24/192 อีกด้วย สำหรับ AUX อินพุตนี้จะรวมทั้งการเชื่อมต่อผ่านสาย mini-mini และสาย RCA นะครับ คือถ้าเชื่อมต่อสายสองแบบนี้เข้ามาให้หมุนอินพุตไปที่ AUX ครับ และอย่าลืมไปเลื่อนสวิตช์ด้านหลังให้เป็น LINE ด้วยนะครับเดี๋ยวเสียงจะไม่ออก

ถ้าหากใช้งานกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงหรือเทิร์นเทเบิ้ลให้ไปเลื่อนสวิตช์ด้านหลังให้เป็น Phono แล้วหมุนสวิตช์ด้านบนไปที่ Phono ครับ ซึ่งการเชื่อมต่อแบบนี้จะเป็นการใช้งานกับเทิร์นเทเบิ้ลที่ไม่มี Phono ในตัวนะครับ ถ้าใครเล่นเทิร์นที่มี Phono ในตัวอยู่แล้วให้เลื่อนสวิตช์ไปที่ LINE แทนครับเพื่อใช้ตัว Phono ในเทิร์นแทนครับ

สุดท้ายที่ผมยกให้เป็นทีเด็ดของลำโพงรุ่นนี้ก็คือการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi ครับ เพราะสะดวกและให้คุณภาพเสียงดีมาก ๆ สามารถเล่นไฟล์เพลง 24/192 จากเซิฟเวอร์ได้เลยโดยผ่านการควบคุมจากแอป Play-Fi ครับ และข้อดีของ Play-Fi คือมีแอปสตรีมมิ่งให้เลือกเล่นหลากหลายด้วย อย่างผมใช้งาน Tidal นี่เรียกว่าดีงามมาก ๆ เลยละครับ เพราะเราสามารถสั่งให้ Klipsch Heritage The Three สตรีมเพลงมาเล่นได้ด้วยตัวเองเลย

และการที่ Klipsch Heritage The Three รองรับ Play-Fi ก็ทำให้เราสามารถใช้งานแบบมัลติรูมได้ด้วยครับ อย่างเช่นเราซื้อ Klipsch Heritage The Three มาใช้หลายตัว ไว้ในหลายห้อง เราสามารถควบคุมทุกตัวได้ผ่านทางแอป Play-Fi เลยอยู่ห้องไหนถ้าสัญญาณ Wi-Fi ถึงก็สามารถควบคุมได้หมด

และถ้าคุณมี Klipsch Heritage The Three สองตัว Play-Fi ยังสามาถสั่งงานให้ ลำโพงสองตัวทำงานเป็นลำโพงสองแชนแนลได้อีกด้วยครับ เรียกว่าใช้งานได้หลากหลายครบทุกรูปแบบไม่ต้องมีสายให้วุ่นวายแถมคุณภาพเสียงยังดีมาก ๆ อีกด้วยละครับ เห็นมั้ยครับถึงหน้าตาจะดูวินเทจแต่เทคโนโลยีที่ใส่มาให้เนี่ยอย่างล้ำเลยละครับ

เสียง
จะหน้าตาวินเทจ จะเทคโนโลยีล้ำยังไงสุดท้ายสิ่งสำคัญที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเสียงครับ ซึ่ง Klipsch Heritage The Three นั้นสอบผ่านข้อนี้อย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ! ขอสารภาพก่อนเลยว่าผมพยายามหารูปมาดูว่าหน้าตาภายในลำโพงเค้าจัดวางลำโพงมาแบบไหน เพราะเสียงมันให้ความเป็นสเตอริโอมาก ๆ ทั้งที่ดอกลำโพงมันอยู่ในตู้เล็ก ๆ ตู้เดียว

และที่สำคัญเสียงย่านทุ้มมันอลังการมาก ๆ มาแบบเต็ม ๆ แน่น ๆ คงเพราะวูฟเฟอร์ขนาด 133.4mm 1 ดอกพร้อม Passive radiators ขนาด 133.4mm อีก 2 ช่องแน่ ๆ ผมฟังแล้วบอกตามตรงว่าอยากจะแกะผ้าที่หุ้มอยู่ออกมาซะเลย จะได้เห็นว่าเค้าดีไซน์การวางไดรเวอร์ยังไงให้เสียงออกมาได้แบบนี้! แต่ก็ไม่ได้ทำหรอกครับเพราะกลัวพังฮา ๆ

ในส่วนของคุณภาพเสียงของแต่ละรูปแบบการเล่นก็จะได้คุณภาพเสียงที่แตกต่างกันไปนะครับ ในการทดสอบผมยกให้การเชื่อมต่อผ่านสาย USB ให้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดครับ รองลงมาจะเป็นการสตรีมเพลงผ่านระบบ Play-Fi ที่ให้เสียงออกมาได้แทบจะไม่ต่างจากการต่อแบบ USB เลยครับ ส่วนอินพุตอนาล็อคนั้นผมลองแล้วคุณภาพเสียงนั้นขึ้นอยู่กับต้นทางพอสมควรเลย เพราะไม่ได้ใช้ภาค DAC ในตัวลำโพงแถมถ้าต่อกับเครื่องเล่นที่ไม่มี Line Out ก็จะเป็นการไปขยายซ้ำซ้อนเข้าไปอีก

ส่วนถ้าจะเล่นกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงถ้าเทิร์นของคุณไม่มี Phono ในตัวก็ใช้ Phono ใน Klipsch Heritage The Three ได้เลยครับเสียงอยู่ในระดับที่รับได้อาจจะไม่ได้ดีมากนะครับ สำหรับภาค Phono ในตัว แต่จากที่ผมลองต่อกับเทิร์นของ Sony รุ่น PS-HX500 แล้วใช้ภาค Phono ในตัวของ Sony พบว่าเสียงเปิดกว้างกว่าใช้ Phono ใน Klipsch Heritage The Three ครับ คือแมทชิ่งกันดีมากให้เสียงแบบไม่ใช่แค่รับได้แต่ต้องบอกว่าเสียงดีเลย

ทั้งรายละเอียดมิติเสียง โดยเฉพาะเสียงย่านทุ้มที่มีพลังมากขึ้นและดูไม่เบลอ ๆ เหมือนตอนใช้ Phono ในตัว Klipsch Heritage The Three ครับ ก็ขอสรุปว่าในส่วนของภาค Phono ในลำโพงรุ่นนี้ถือว่ารับได้ครับไม่ได้ขี้เหร่อะไร แต่ถ้าจะเน้นเอาคุณภาพอาจจะต้องหาเทิร์นที่มีภาค Phono ดี ๆ อย่าง Sony รุ่น PS-HX500 มาเล่นด้วยจะดีกว่าครับ

การเชื่อมต่อแบบบลูทูธ อันนี้ไม่พูดถึงไม่ได้เพราะถึงแม้จะให้คุณภาพเสียงสู้การเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi ไม่ได้ แต่เสียงที่ได้จากบลูทูธถ้าเทียบกับลำโพงในรุ่นราคาใกล้เคียงกัน Klipsch Heritage The Three ก็ถือว่าให้คุณภาพเสียงอยู่ในเบอร์ต้น ๆ ครับ คือรายละเอียดเสียงดนตรี ความเป็นสเตอริโอยังคงมีมาครบ เสียงย่านทุ้มนั้นก็มาแบบแน่น ๆ แล้วการใช้งานก็สะดวกดีครับ

แต่ผมอยากแนะนำว่าถ้าที่บ้านคุณเปิด Wi-Fi ไว้ตลอดอยู่แล้วการใช้งานผ่าน Play-Fi นี่ง่ายกว่าบลูทูธอีกครับแถมเสียงดีกว่ามากด้วยอยากจะแนะนำให้ลองใช้งานดูจริง ๆ ครับรับรองว่าจะติดใจจนไม่อยากกลับไปใช้บลูทูธอีกเลย

สรุป
Klipsch Heritage The Three นี่ต้องบอกว่าแค่ซื้อมาวางไว้เฉย ๆ บ้านก็ดูมีสไตล์ขึ้นมาแล้วครับ เป็นของตกแต่งบ้านได้เลยทีเดียว ส่วนเรื่องเสียงก็ต้องบอกว่าให้คุณภาพเสียงและการใช้งานที่หลากหลายมันให้คุณภาพเกินขนาดตัวและราคาไปมากทีเดียวครับ ใครกำลังมองหาลำโพงไร้สายไปไว้ที่บ้านสักตัวก็อย่าลืมหาโอกาสไปลอง Klipsch Heritage The Three ให้ได้นะครับผมแนะนำเลย!


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท ซาวด์ รีพับลิค จำกัด
โทร.02 448 5489
ราคา : 18,900 บาท

อชิร รวีวงศ์

Content Contributor ที่ชื่นชอบในการทำคอนเทนต์ทุกรูปแบบ และยังหลงใหล คลั่งไคล้ไปกับเครื่องเสียง หูฟัง กล้อง และแก๊ดเจ็ททุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับภาพและเสียง!