AV Tech Guide สื่อ Online รีวิว ข่าว ความรู้ ด้านเครื่องเสียง ไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ทีวี สมาร์ทโฟน ไอที มัลติมีเดียและสินค้านวัตกรรม

AV Tech Guide สื่อ Online รีวิว ข่าว ความรู้ ด้านเครื่องเสียง ไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ทีวี สมาร์ทโฟน ไอที มัลติมีเดียและสินค้านวัตกรรม

รีวิว KEF : Q350

ลำโพงเล็ก 2 ทางคู่นี้หากมองเพียงผิวเผินก็ดูจะคล้ายลำโพงเล็กรุ่นอื่น ๆ ของ KEF อยู่พอสมควร แม้ว่าหน้าตาของตัวขับเสียงอย่าง ‘Uni-Q driver array’ หรือเรียกอย่างย่อว่า ‘UniQ’ อาจจะเป็นอะไรที่ดูแปลกตาสำหรับคนที่ยังไม่รู้จักมักคุ้น แต่ภาพลักษณ์ของลำโพง KEF รุ่น Q350 ก็ยังเป็นแค่ตู้ลำโพงสี่เหลี่ยม ๆ ธรรมดา หาได้มีสีสันหรือส่วนเว้าส่วนโค้งที่คอยดึงดูดสายตาแต่ประการใด

อย่างไรก็ดีในเบื้องต้นผมทราบมาว่านี่คือหนึ่งในลำโพงรุ่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2017 ของ KEF ผมก็เกิดความใคร่รู้ขึ้นมากกว่าปกติว่า ลำโพงน้องใหม่รุ่นนี้มีดีอะไรและมันเสียงดีแค่ไหน?

Technical Insight
จากการสืบค้นประวัติของลำโพง KEF Q350 ผมค่อนข้างทึ่งเล็ก ๆ ที่ทราบว่าลำโพงตระกูล Q Series มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 26 ปีแล้ว โดย Q Series รุ่นบุกเบิกนั้นได้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1991 นับมาจนถึงรุ่นปัจจุบันก็เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 8 พอดิบพอดี

ผมไปสืบค้นประวัติไล่เรียงมาตั้งแต่ Q Series รุ่นแรก (Q60, Q80 และ Q90) ก็พบว่า ลำโพง Q Series รุ่นที่ผ่านมาในแต่ละช่วงเวลามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างชัดเจนทั้งในส่วนของตัวไดรเวอร์และตัวตู้ลำโพง

เมื่อเทียบลำโพงในคลาสและยุคสมัยเดียวกันลำโพง Q Series มักจะแลดูไฮเทคกว่าเพื่อน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการใช้ตัวไดรเวอร์แบบร่วมแกนหรือ ‘UniQ’ ที่หน้าตาแตกต่างจากไดรเวอร์ลำโพงทั่วไปชนิดที่ไม่ต้องเสียเวลานั่งเพ่ง อีกทั้งตัวไดรเวอร์ UniQ ที่เป็นเอกสิทธิ์ของ KEF เองนั้นก็ไม่เคยที่จะหยุดการพัฒนา เราจึงพบว่าในแต่ละเจนเนอเรชั่นมันไม่เคยมีหน้าตาเหมือนเดิมเลย

ไดรเวอร์ UniQ ใน Q Series แต่ละเจนเนอเรชั่นถูกปรับเปลี่ยนไปตามการออกแบบรูปทรงและการเลือกใช้วัสดุในส่วนของไดอะแฟรม (กรวย) ที่แตกต่างกัน มีทั้งไดอะแฟรมที่ทำจากพลาสติก, พลาสติกผสม หรือโลหะ เปลี่ยนแปลงไปตามแต่วิทยาการของวัสดุศาสตร์ในยุคสมัยนั้นจะอำนวย

ลำดับการพัฒนา KEF Q Series ในแต่ละเจนเนอเรชั่น
1990-1994 … Q60, Q80, Q90
1993-1996 … Q10, Q30, Q50, Q70
1997-2000 … Q15, Q35, Q55, Q65, Q65SE, Q75, Q95C, Model 65DS
2000-2001 … Q15.2, Q35.2, Q55.2, Q65.2, Q75.2, Q85s, Q95c.2
2001-2006 … Q1, Q2ds, Q3, Q4, Q5, Q6c, Q7, Q8s, Q9c, Q10c, Q11, Q Compact
2006-2008 … iQ1, iQ2c, iQ3, iQ5, iQ5SE, iQ6c, iQ7, iQ7SE, iQ8ds, iQ9
2008-2011 … iQ10, iQ30, iQ50, iQ60c, iQ70, iQ90
2017 Launch.. Q150, Q350, Q550, Q650c, Q750, Q950

ลำโพง KEF Q Series รุ่นบุกเบิก
KEF รุ่น Q1 ในอดีตจะเห็นว่าหน้าตาตัวไดรเวอร์ UniQ แตกต่างจากรุ่นปัจจุบันมาก

ด้านการออกแบบตู้ลำโพงก็เช่นกัน Q Series รุ่นที่ผ่านมาบางรุ่น ตัวตู้ลำโพงจะมีส่วนเว้าส่วนโค้งแลดูทันสมัยมาก ซึ่งก็น่าแปลกใจว่าในเจนเนอเรชั่นล่าสุดตัวตู้ลำโพงกลับมีรูปทรงที่เรียบง่ายราวกับย้อนยุคไปใช้ดีไซน์ตู้ของ Q Series รุ่นแรก

แม้ตัวตู้จะดูธรรมดาไปสักนิดแต่ KEF Q350 ซึ่งเป็นผลผลิตของเจนเนอเรชั่นที่ 8 ก็มาพร้อมกับไดรเวอร์ UniQ ที่ว่ากันว่ามี ‘คุณภาพดีที่สุด’ เมื่อเทียบกับลำโพง Q Series ทุกรุ่นที่ผ่านมา

ไดรเวอร์ ‘UniQ’ ในลำโพงรุ่นใหม่นี้หน้าตาของมันไม่ต้องเสียเวลาไปสืบค้นให้มากความก็น่าจะเชื่อได้ว่ามันคือวิทยาการที่มาจากลำโพงระดับตัวท้อปของ KEF อย่างแน่นอน ตัวทวีตเตอร์โดมอะลูมิเนียมขนาด 1 นิ้วติดตั้งอยู่บริเวณใจกลางของไดรเวอร์เสียงกลาง/ทุ้มกรวยอะลูมิเนียมขนาด 6.5 นิ้ว การจัดวางตัวไดรเวอร์ UniQ ก็ใช้หลักการสมดุลโดยวางเอาไว้ใจกลางของแผงหน้าตู้เพื่อหลีกเลี่ยงเรโซแนนซ์ส่วนเกินภายในตู้

ในส่วนของทวีตเตอร์นั้นนอกจากจะมีครีบจัดระเบียบคลื่นเสียงที่มีชื่อว่า ‘tangerine waveguide’ ครอบอยู่เหนือตัวโดมแล้วภายในโครงสร้างอันแสนจะซับซ้อนยังมีส่วนของห้องอากาศพิเศษที่ทำหน้าที่สลายคลื่นเสียงส่วนเกินบริเวณด้านหลังตัวโดม (damped tweeter loading tube) แอบซ่อนอยู่ด้วย

บริเวณผิวกรวยโลหะของไดรเวอร์ UniQ ยังออกแบบให้มีการจับจีบให้เป็นสันขึ้นมาเรียงรายเป็นวงกลมรอบตัวกรวยแทนที่จะปล่อยให้เป็นผิวโลหะเรียบ ๆ การทำเช่นนี้เพื่อหวังผลในแง่ของการเพิ่มความแกร่งให้ตัวกรวยหรือไดอะแฟรม ทำให้มันไม่บิดตัวเสียรูปได้ง่ายเมื่อต้องขยับเข้าออกอย่างรุนแรง แม้แต่ขอบเซอร์ราวด์ที่เป็นวัสดุประเภทยางก็มีการนำเทคนิคนี้ไปใช้ด้วยเช่นกัน

(A) ภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิกแสดงสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น
ในตัวไดรเวอร์ UniQ ของ KEF Q350 ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

(B) ภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิกแสดงการไหลอย่างราบรื่นของคลื่นเสียง
ในท่อเบสรีเฟล็กซ์แบบใหม่ที่มีชื่อว่า Computational Fluid Dynamics (CFD)

(C) ภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิกแสดงโครงสร้างภายในของห้องอากาศพิเศษ
ที่ทำหน้าที่สลายคลื่นเสียงส่วนเกินบริเวณด้านหลังตัวโดมทวีตเตอร์

KEF Q350 ยังมาพร้อมกับท่อเบสรีเฟล็กซ์แบบใหม่ที่มีชื่อว่า Computational Fluid Dynamics (CFD) ซึ่งออกแบบโดยอาศัยการประมวลผลทางคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย เป้าหมายคือลดความปั่นป่วนของคลื่นเสียงภายในท่อ ลดการรั่วไหลของความถี่เสียงกลาง และทำให้การระบายคลื่นเสียงผ่านท่อออกมามีความราบรื่นฉับไวยิ่งขึ้น

ดูจากภาพประกอบในเนื้อหาข้อมูลจากเวบไซต์ของ KEF จะเห็นว่าปลายทั้ง 2 ด้านของท่อจะโค้งผายออกเป็นปากแตร ทั้งส่วนที่เรามองเห็นจากภายนอกและส่วนที่อยู่ภายในตัวตู้ลำโพง ข้อมูลทางเทคนิคจากผู้ผลิตยังแจ้งไว้อีกว่าในลำโพงรุ่นนี้มีการใช้ขดลวดในวงจรแบ่งความถี่เสียงที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ทำให้เสียงทุ้มที่ได้นั้นสะอาดและมีรายละเอียดดีขึ้น

สำหรับข้อมูลทางเทคนิค KEF Q350 เป็นลำโพงระบบตู้เปิดแบบ 2 ทาง 1 ตัวขับเสียง มาพร้อมกับตัวเลขความไว 87dB (2.83V/1m) ช่วงความถี่ตอบสนอง 63Hz-28kHz (+/-3dB) อิมพิแดนซ์เฉลี่ย 8 โอห์ม (ต่ำสุด 3.7 โอห์ม) แนะนำให้ใช้กับภาคขยายเสียงที่มีกำลังขับตั้งแต่ 15-120 วัตต์ ตัวลำโพงหนักข้างละ 7.6 กิโลกรัม

แกะกล่องลองเล่นลองฟัง
KEF Q350 เป็นลำโพงเล็กที่มีดีไซน์ตู้ลำโพงขัดแย้งกับตัวไดรเวอร์ที่แสนจะดูไฮเทค เราจะมองว่ามันเรียบง่ายหรือว่าดูทื่อ ๆ ก็ได้ทั้งนั้นแล้วแต่มุมมอง ยิ่งคู่ที่ผมได้รับมานี้ตัวตู้ลำโพงเป็นสีออกโทนเทาดำด้าน (Satin Black) ตัวไดรเวอร์ก็ทำเป็นสีดำ มันเลยยิ่งดูดำมะลื่อทื่อเข้าไปอีก (หรือบางคนอาจจะมองว่าคมเข้มก็ได้ไม่ว่ากัน) ทว่างานประกอบของเขาทำมาประณีตเรียบร้อยดีตามมาตรฐานของลำโพงระดับแบรนด์เนมนะครับ เป็นลำโพงเกรดอุตสาหกรรมไม่ใช่งานหัตถกรรมห้องแถวแน่นอน

ผมเห็นบนหน้าเวบของ KEF ลำโพงรุ่นนี้มีตัวตู้แบบสีขาวด้วยครับ ตัวไดรเวอร์ก็จะเป็นสีเงินด้าน ๆ เพิ่มความโมเดิร์นให้ลำโพงรุ่นนี้ได้อีกพอสมควร ใครชอบแบบไหนระหว่างดำเข้มกับขาวสดใสก็ลองสอบถามไปทางตัวแทนจำหน่ายของ KEF เขาดูนะครับ

ไดรเวอร์ UniQ หัวใจสำคัญของ KEF Q350

ตัวลำโพง KEF Q350 มาพร้อมกับก้อนฟองน้ำสำหรับอุดท่อเบสในกรณีที่ต้องวางลำโพงแนบฝาผนังแต่ในรีวิวนี้ผมไม่ได้หยิบมันออกมาใช้เลยเพราะว่าไม่เห็นความจำเป็น ท่อเปิดขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังตู้ลำโพง ถัดลงมาด้านล่างเป็นขั้วต่อสายลำโพงแบบซิงเกิ้ลไวร์ สำหรับหน้ากากลำโพงรุ่นนี้เป็นแบบติดด้วยแม่เหล็กและไม่ได้ให้มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานนะครับ ถ้าจะใช้ต้องแยกซื้อต่างหาก

KEF Q350 เป็นลำโพงที่ให้ตัวตนของเสียงได้อย่างชัดเจนแม้ว่าจะยังไม่ได้เซ็ตอัพอะไรมากมาย แค่วางตำแหน่งคร่าว ๆ มันก็ได้เสียงดีในระดับเกิน 50-60% แล้วครับ โอเคว่าเครื่องเคราอื่น ๆ ในซิสเตมนั้นผมคุ้นชินอยู่แล้ว และเป็นซิสเตมที่เรียบง่ายไม่ต้องมีอะไรซับซ้อนวุ่นวาย ดังนั้นขั้นตอนของการแมตชิ่งจึงถือได้ว่ามากันทางลัดกว่าปกติสักหน่อย

แต่โดยปกติแล้วลำโพงหลาย ๆ คู่ในระหว่างการเซ็ตอัพตำแหน่งมันมักจะไม่ได้ฟังดีอย่างนี้ครับ ส่วนมากจะเป็นลักษณะขาด ๆ เกิน ๆ เสียมากกว่า โอกาสจะวางปุ๊บแล้วฟังได้เลยอย่างนี้ก็มีนะครับแต่ไม่บ่อย ยิ่งไปกว่านั้นในระหว่างที่ผมขยับหาตำแหน่งโฟกัสเสียง (ตำแหน่งที่เสียงทุกด้านมีความสมดุลและลงตัว) ก็เหมือนว่าลำโพงคู่นี้มันยังสามารถคงน้ำเสียงที่เชิญชวนให้ฟังนั้นเอาไว้ได้อยู่เกือบตลอดเวลา

ขั้วต่อสายลำโพงแบบซิงเกิลไวร์และท่อเบสรีเฟล็กซ์ด้านหลังตู้ลำโพง

ด้วยพฤติกรรมนี้เองจึงทำให้ผมมีข้อสรุปในใจว่า Q350 เป็นลำโพงที่เซ็ตอัพตำแหน่งโฟกัสเสียงได้ไม่ยากนัก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะมองข้ามเรื่องแมตชิ่งไปได้เลย หรือว่าไม่ต้องสนใจความถูกต้องเหมาะสมพื้นฐานของตำแหน่งการวางลำโพงนะครับ

เสียงของ Q350 ที่ผมฟังในเบื้องต้นมีลักษณะเด่นอยู่ 2 ประการ ประการแรกคือมันให้ตัวตนของเสียงที่ชัดเจนและมั่นคงมาก จะเปิดดังหรือเบาเสียงที่อยู่ในตำแหน่งต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณใจกลางเวทีเสียง ไม่มีหวั่นไหววูบวาบเลยครับ มันนิ่ง แน่นอน และมั่นคงมาก

ผมได้ยินเสียงของนักร้องแต่ละคนด้วยลักษณะเสียงที่ชัดเจนและมีชีวิตชีวาอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนั้นมวลเนื้อเสียงของมันยังฟังดูเหมือนลำโพงขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่แค่ลำโพงเล็กสองทางอีกต่างหากครับ

ที่ว่า ‘เหมือนลำโพงขนาดใหญ่’ ไม่ใช่เพราะว่ามันให้เสียงอะไร ๆ ก็ใหญ่โตไปหมด ไม่ใช่ว่าเสียงฟลุตมีเนื้อหนาอวบใหญ่เท่าเสียงเทเนอร์แซกโซโฟน หรือว่าให้เสียงทุ้มได้หนักแน่นอิ่มลึกเหมือนวูฟเฟอร์ขนาด 10 นิ้ว แต่ ‘เหมือนลำโพงขนาดใหญ่’ ในที่นี้หมายความว่าเสียงที่ออกมานั้นสามารถไต่ระดับความดังขึ้นไปได้อย่างราบรื่นนุ่มนวล ไร้อาการที่บ่งบอกถึงความตึงเครียด

ลองใช้งานในชุดที่ขับด้วยอินทิเกรตแอมป์กำลังขับข้างละ 50 วัตต์ Clef Audio Soloist 50

พิสูจน์ได้จากเพลง ‘The Ballad On a Boat’ ในอัลบั้ม The Greatest Basso Vol.1 ของ Zhao Peng ศิลปินเสียงใหญ่ห้าวจากประเทศจีน เพลงนี้ในส่วนของการบันทึกเสียงจะมีการสวิงของไดนามิกเสียงเกือบตลอดทั้งย่านความถี่ ทุกเสียงตั้งแต่ทุ้มลึก ๆ ไปจนถึงเสียงแหลมระดับสุดเสียงสังข์ แต่ละเสียงมีความจะแจ้ง เด็ดขาดหนักแน่นมากเป็นพิเศษ

โดยปกติเพลงนี้ถ้าผมเปิดฟังในระดับความดังที่ทำให้เลือดลมสูบฉีดแล้วล่ะก็ ลำโพงตัวเล็กที่ใช้ไดรเวอร์ขนาด 5-6 นิ้วอย่างนี้โดยมากมักจะออกอาการเป๋ครับ ชัดที่สุดคือสมดุลเสียงจะผิดเพี้ยนไป สุ้มเสียงจะเริ่มเกรี้ยวกราดไม่น่าฟังจนทำให้ต้องเบาเสียงลงมา แต่กับ Q350 มันไปได้ตลอดรอดฝั่งตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งนั่นเป็นอะไรที่เกินความคาดหมายไปพอสมควร

ประการที่สองซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดแข็งอย่างมาก เรียกได้ว่าแข็งโป๊กเลยของลำโพงรุ่นนี้เลยก็ได้นั่นคือ ความสะอาดของเสียง จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมพูดได้ว่า Q350 เป็นลำโพงที่ให้เสียงได้เปิดเผยและเป็นกลางที่สุดรุ่นหนึ่งโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับลำโพงในระดับราคานี้

ผมไม่รู้สึกเลยว่ามันพยายามแสดงตัวตนอะไรออกมาแม้ว่าผมจะเปลี่ยนไปฟังเพลงหลากหลายแนว มันให้เสียงทุ้ม กลาง แหลมที่สอดประสานกันราวกับว่ามันไร้รอยต่อระหว่างกัน ความเปิดเผยนี้มาพร้อมกับความสะอาดสดใสอย่างเป็นธรรมดา ไม่ใช่สะอาดแบบไปฟอกเสียจนขาวซีด

สังเกตได้จากรายละเอียดในย่านเสียงกลางสูงและเสียงแหลมที่กระจ่างชัดโดยปราศจากเสียงแหลมซิบ ๆ ในส่วนเกินพอดีที่เล็ดลอดออกมาให้ระคายหู มันเป็นลักษณะเสียงที่ชัดเจนมาก

มากเสียจนอาจจะสรุปได้ว่าเมื่อใดที่เราได้ยินเสียงแหลมซิบ ๆ ระคายหูจากลำโพงคู่นี้ มีความเป็นไปได้สูงมากว่าสาเหตุอาจจะไม่ได้มาจากตัวลำโพงเอง แต่เสียงนั้นอาจจะเป็นส่วนเกินมาอยู่แล้วตั้งแต่ในขั้นตอนการบันทึกเสียง หรือไม่ก็เป็นส่วนเกินมาจากอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในซิสเตมของเราเอง… มันทำให้ผมเชื่อใจได้ถึงขั้นนี้จริง ๆ ครับ

การแยกแยะรายละเอียดของเสียง
หลังจากผมใช้เวลาในห้องฟังอยู่พักใหญ่ ลำโพง KEF Q350 ก็ได้ตำแหน่งโฟกัสในห้องฟังของเราที่ระยะห่างลำโพงซ้ายและขวาที่ 1.9 เมตร ลำโพงทั้งคู่วางห่างจากผนังด้านหลังลำโพง 1.53 เมตร ลำโพงวางบนขาตั้งสเตนเลสความสูง 24 นิ้วของยี่ห้อ Rezet สายลำโพงผมใช้ Nordost Blue Heaven Leif Series ความยาว 2 เมตร

ชุดเครื่องเสียง 2 ชุดที่ได้สลับใช้งานในระหว่างการฟังทดสอบคือ อินทิเกรตแอมป์ Audiolab M-One ที่ใช้งานช่องอินพุต USB โดยต่อเล่นจากแอปฯ roon ในคอมพิวเตอร์ และบางครั้งก็ต่อมาจาก Clef รุ่น Zero One เพื่อสตรีมเพลงจาก NAS ที่ต่อใช้งานอยู่ในระบบ network

อีกชุดใช้ Bluesound รุ่น Node 2 เป็น source ต่ออะนาล็อกเอาต์พุตไปเข้าที่อะนาล็อกอินพุตของอินทิเกรตแอมป์ Clef รุ่น Soloist 50

ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียงชุดใดก็ใช้งานร่วมกับลำโพง KEF Q350 ได้อย่างลงตัว กำลังขับระดับ 40-50 วัตต์ที่มีคุณภาพไม่ได้น้อยเกินไปสำหรับลำโพงคู่นี้

เสียงที่เชิญชวนของ KEF Q350 ทำให้ผมนึกถึงลำโพงรุ่นดังของ KEF อย่าง LS50 แต่ดูเหมือนว่า Q350 จะเรียกร้องพลังงานจากแอมป์น้อยกว่า LS50 ทั้งที่ไดรเวอร์และตู้ลำโพงมีขนาดใหญ่กว่า แต่ในด้านของดีไซน์ที่ลบเหลี่ยมมุมของตู้เพื่อหวังผลทางด้านมิติเวทีเสียงนั้นดูเหมือนว่าใน Q350 ที่ตัวตู้เป็นทรงเหลี่ยมไร้มุมมนนั้นจะไม่เน้นเรื่องนี้เท่ากับ LS50

อย่างไรก็ดีในแง่ของการจำลองเวทีเสียงหรือการทำให้มิติตัวตนของเสียงออกมา ลำโพง Q350 ก็ไม่ได้ถือว่าขี้เหร่อะไร เพราะถ้าหากไม่เคยฟัง LS50 มาก่อน การจะหาข้อตำหนิในส่วนดังกล่าวจาก Q350 ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ในเมื่อเสียงที่ได้จากลำโพงคู่นี้ยังให้รายละเอียดเหล่านั้นออกมาได้ชัดเจนพอที่จะทำให้ไม่สูญเสียอรรถรสในการรับฟังงานชุด Carmen-Fantasie (hi-res audio 24bit/88.2kHz) ของ Anne-Sophie Mutter ไปเลยแม้แต่น้อย

เมื่อฟังแล้วมาวิเคราะห์รายละเอียดเสียงในแต่ละย่านความถี่โดยภาพรวมต้องบอกว่า Q350 มีโทนัลบาลานซ์หรือสมดุลของเสียงที่ดี โดยภาพรวมอาจจะให้ความรู้สึกว่าเป็นลำโพงที่ให้มวลเสียงอิ่มเข้ม มีดุลเสียงออกไปทางอบอุ่น แต่เมื่อถึงคราวต้องถ่ายทอดรายละเอียดเสียงกลางและแหลมออกมา เสียงเหล่านั้นก็ยังพรั่งพรูออกมาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่มีคำว่าเสียงอม เสียงจม หรือทึบลีบตีบตันแต่ประการใด

ในย่านความถี่ต่ำไดรเวอร์ ‘UniQ’ ขนาด 6 นิ้วครึ่งของลำโพง KEF Q350 ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้มันเป็นลำโพงตัวเล็กที่สุ้มเสียงหนักแน่นเกินตัวไปมาก เสียงทุ้มที่ออกมานั้นอาจจะไม่ลุ่มลึกหรือสะท้านสะเทือนพื้นห้องได้เหมือนอย่างลำโพงขนาดใหญ่ แต่มันเป็นเสียงที่มีน้ำหนัก ความคมชัดตลอดจนแรงกระแทกกระทั้นในปริมาณที่พูดได้ว่าเกินตัวและน่าพึงพอใจ

เป็นเสียงทุ้มที่มีทั้งคุณภาพและปริมาณ เป็นเสียงทุ้มที่มีน้ำหนักและการตอบสนองที่รวดเร็วฉับไว ไม่ใช่เบสที่หนักแต่อุ้ยอ้าย ลำโพงคู่นี้จึงใช้ฟังได้ดีกับดนตรีหลายแนวไม่ว่าจะเป็นแนวอะคูสติกเพียงไม่กี่ชิ้น หรือว่าจะเป็นเพลงฮาร์ดร็อคหนัก ๆ

อย่างน้อยความครบเครื่องของ KEF Q350 ก็ทำให้กีตาร์ร้อน ๆ และเสียงกลองแน่น ๆ ในเพลง ‘Back in Black’ และ ‘You Shook Me All Night Long’ ของ AC/DC (CD rip, 16bit/44.kHz) ทำให้ห้องฟังของเราที่ปกติแอร์เย็นเจี๊ยบรู้สึกเร่าร้อนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ผมเองยังรู้สึกว่ามวลคลื่นเสียงที่แผ่อยู่รอบ ๆ ตัวผมยังทำให้เลือดลมสูบฉีดด้วยความกระตือรือร้นมากกว่าปกติด้วยครับ

สำหรับในย่านความถี่เสียงกลาง ไดรเวอร์ร่วมแกนที่ตัดความถี่ครอสโอเวอร์ 2.5kHz เท่ากับว่าเสียงกลางตั้งแต่กลางต่ำขึ้นไปจนถึงกลางสูงจะมีที่มาจากไดรเวอร์ทั้ง 2 ส่วนใน ‘UniQ’ ขนาด 6 นิ้วครึ่งตัวนี้

ทว่าเสียงที่ผมได้ยินกลับฟังดูเหมือนว่ามันมาจากไดรเวอร์ฟูลเรนจ์เพียงตัวเดียว ไม่ว่าจะเป็นเสียงนักร้องชาย นักร้องหญิง เสียงกีตาร์ เปียโน ไวโอลินหรือเครื่องลมทองเหลือง เด่นมากก็ในเพลง ‘Love Is Here To Stay’ จากอัลบั้ม August Love Song โดย Roswell Rudd & Heather Masse (CD rip 16bit/44.1kHz, TIDAL Lossless)

ลองใช้งานในชุดที่ขับด้วย Audiolab M-One
อินทิเกรตแอมป์ที่มีภาคถอดรหัสเสียงดิจิทัลคุณภาพสูงในตัว

ในเพลง ‘Love Is Here To Stay’ ผมได้ยินทุกรายละเอียดเสียงที่เต็มไปด้วยความเด็ดขาดชัดถ้อยชัดคำ ปราศจากความเกรี้ยวกราดหรือลักษณะเสียงที่รุกเร้าจนเกินขอบเขตของความไพเราะน่าฟัง มันเป็นเสียงราบรื่น ฟังง่ายสบายหูและมีรายละเอียดหลัก ๆ อยู่ครบ คุณงามความดีนี้ส่วนหนึ่งเลยคงต้องยกประโยชน์ให้ไดรเวอร์ ‘UniQ’ ที่ปรับแต่งมาใหม่ในลำโพงรุ่นนี้ล่ะครับ

สำหรับในย่านความถี่สูง ทวีตเตอร์โดมอะลูมิเนียมใน ‘UniQ’ ตัวนี้แม้ว่าจะถูกจูนให้ตอบสนองไปถึง 28kHz (+/-3dB) และมีไดอะแฟรมที่มาจากวัสดุประเภทโลหะแต่เสียงที่ออกมาก็มิได้มีเค้าโครงของเสียงแบบ metallic ที่แข็งกร้าวระคายหูเลย ในทางกลับกันรายละเอียดที่พรั่งพรูจากลำโพงคู่นี้กลับมีความกระจ่างชัดและสดใสอย่างเป็นธรรมชาติเสียเหลือเกิน

ผมเองมิได้ใช้เวลาเพียงแค่ชั่วครู่ตัดสินใจเขียนชมเชยมันออกมาอย่างนั้น แต่ผมใช้เวลาเกือบทั้งหมดของการรีวิวลำโพงคู่นี้พยายามจับผิดเสียงแหลมของมันว่ามีอะไรแปลกประหลาดผิดเพี้ยนหรือไม่… ปรากฏว่าต้องเปิดดังมากระดับทนฟังไม่ไหวนั่นแหละครับถึงเริ่มจะได้ยินความไม่น่าฟังเล็ดลอดออกมา

เมื่อเทียบกับลำโพงในระดับที่สูงกว่าอย่างชัดเจนเสียงแหลมของ KEF Q350 ยังเป็นรองในแง่ของความกระจ่างใสแบบเปิดโล่งไปจนสุดขอบ ตรงจุดนี้เองที่ KEF Q350 ยังทำได้แค่ดีพอใช้ ช่วงท้ายของการรีวิวผมมีโอกาสได้ลองขับมันด้วยแอมป์ที่มีกำลังมากขึ้นอย่าง NAD C388 (150 วัตต์ต่อข้าง) เป็นระยะเวลาสั้น ๆ ก็พบว่าแอมป์ที่มีกำลังมากขึ้นไม่ได้ช่วยสนับสนุนรายละเอียดในส่วนนี้ให้ดีขึ้นมากนัก

มาตรฐานใหม่สำหรับลำโพงระดับเริ่มต้น?
เมื่อนึกถึงตัวเราเองในขณะที่ยังเป็นมือใหม่ในวงการเครื่องเสียงไฮไฟ การเริ่มต้นกับลำโพงเสียงดี ๆ สักคู่เป็นเรื่องที่ไม่ยากเย็นเลย เพราะจากที่ไม่เคยฟังเครื่องเสียงแยกชิ้นดี ๆ มาก่อนโอกาสที่เราจะพบลำโพงที่ถูกใจได้โดยง่ายนั้นมีมากเหลือเกิน ทว่าเมื่อเราเริ่มเฟ้นหาไปก็จะพบว่าลำโพงในระดับเริ่มต้นหรือ entry level นั้นโดยมากจะเข้าข่าย ‘ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง’ อยู่ร่ำไป

สำหรับ Q350 ซึ่งเป็นลำโพงพาสสีฟแยกชิ้นระดับ entry level ในปัจจุบันของ KEF แม้ว่าราคาของมันจะอยู่ในกลุ่มบนของ entry level จนเกือบ ๆ จะไปแตะลำโพงระดับมิดเอนด์อยู่แล้ว แต่ก็ยังอยู่ในระดับราคาที่ไม่ยากเย็นเกินไปสำหรับการเริ่มต้น ทว่าที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ เสียงของลำโพงคู่นี้ให้คุณภาพเกินกว่าคำว่าระดับเริ่มต้นไปแล้วครับ

คำว่า ‘ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง’ ใน KEF Q350 ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าต้องเลือกแบบจำยอม ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าต้องละทิ้งอะไรไปทั้งหมด ในงบประมาณระดับนี้สำหรับคนที่ชอบฟังเพลง ชอบเสียงดนตรี ผมถือว่านี่คือลำโพงที่ลงทุนแล้วคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ครับ!


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท ซาวด์ รีพับลิค จํากัด
โทร. 0-2448-5489, 0-2448-5465-6
ราคา 24,900 บาท/คู่

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังเห่อระบบบันทึกเสียงและไมโครโฟนแบบมืออาชีพ