fbpx

รีวิว JBL : BAR 5.1

นึกถึงการเล่นโฮมเธียเตอร์ในยุคแรก ๆ กันได้ไหมครับ สิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับผมก็คือเสียงที่มันไม่ได้ออกมาจากข้างหน้า เหมือนตอนที่เราฟังเพลงอย่างเดียว มันจะมีลำโพงอีก 2 ข้างซ้าย-ขวาเพื่อให้เสียงมันลอยมาอยู่ใกล้ ๆ หัว ที่รู้จักกันในชื่อว่า ลำโพงเซอร์ราวด์

ยุคแรก ๆ อาจจะชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง ก็เพราะมันไม่ได้บันทึกลงมาจากเสียงแท้ ๆ มันผ่านการปรุงแต่งจากโปรเซสเซอร์ ซึ่งต้องยกให้ดอลบี้ที่ปลุกปั้นจนทำให้มันเป็นจุดขายของระบบเสียงในโฮมเธียเตอร์ ถัดจากยุคสเตริโอไฮ-ไฟ ที่เป็น 2 channel ซึ่งบันทึกมาในม้วนเทปคาสเซตต์ VHS ก็จะมาเป็นยุคของ Dolby Pro Logic ทำให้เข้าสู่ยุคของระบบเสียงมัลติแชนเนลของภาพยนตร์ที่รับชมกันได้ตามบ้าน

ถึงแม้วันนี้เราจะผ่านระบบเสียงเซอร์ราวด์ธรรมดา ๆ มาไกลถึงขั้นที่มีลำโพงอยู่บนหัวกันแล้ว แถมยังเป็นระบบเสียงที่ไม่ได้เกิดการสังเคราะห์เพราะว่าบันทึกมาเป็นแชนเนลใครแชนเนลมันตั้งแต่ในสตูดิโอ

แต่ผมก็คิดว่าระบบเสียงเซอร์ราวด์แบบคลาสสิก 5.1 ที่มีจำนวนแชนเนลต่ำสุดที่ทำให้สามารถซึมซับได้ถึงเสียงรอบทิศทางจากในสตูดิโอก็ยังมีลมหายใจอยู่ คือต้องมีลำโพงคู่หน้าซ้าย-ขวา มีลำโพงเซ็นเตอร์สำหรับเสียงพูด มีลำโพงซับวูฟเฟอร์เอาไว้สำหรับส่งผ่านเอฟเฟกต์ความถี่ต่ำต่าง ๆ นานา และที่ขาดไม่ได้ก็คือลำโพงเซอร์ราวด์อีก 2 แชนเนล ขนาบข้างจุดนั่งฟัง

ทำไมวันนี้เราต้องมาพูดถึงจำนวนแชนเนลในระบบเสียงของโฮมเธียเตอร์กันนะหรือ เพราะว่าวันนี้ผมจะแนะนำลำโพง 5.1 แชนเนล ชุดหนึ่ง ที่พิเศษก็คือมันคือลำโพงซาวด์บาร์ที่พร้อมสำหรับการเล่นระบบเสียงโฮมเธียเตอร์ในแบบ 5.1 แชนเนล แถมตัวลำโพงเซอร์ราวด์ยังไม่ต้องใช้สายลำโพงเพราะมันเชื่อมต่อกันด้วยการส่งข้อมูลแบบไร้สายอย่างสมบูรณ์ นั่นก็คือ JBL Bar 5.1 ที่มาถึงมือของเราสด ๆ ร้อน ๆ

ในซีรีส์นี้ของ JBL มันมีตั้งแต่ 2.1/3.1 จนถึงตัวที่เราได้มาทดสอบนี้ที่เป็น 5.1 ชื่อรุ่นของมันก็บ่งบอกถึงจำนวนแชนเนลชัดเจน จะบอกว่า JBL Bar 5.1 มันไม่ได้เพียงแค่เกิดมาเพื่อทำให้คุณรู้สึกยินดีว่าลำโพงซาวด์บาร์มันควรจะมีลำโพงเซอร์ราวด์แยกออกมาจริง ๆ เสียที

แต่มันเกิดขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าของระบบเสียงเซอร์ราวด์ยุคใหม่สำหรับคนทันสมัย สำหรับคนที่ต้องการความบันเทิงจากการบันทึกเสียงในภาพยนตร์หรือจากหนังซีรีส์จริง ๆ ที่ไม่ต้องการอะไรวุ่นวายนอกจากเพิ่มความตื่นเต้นจาก ‘เสียง’ ของมันเท่านั้น

ไร้สายตั้งแต่เกิด
JBL Bar 5.1 แปลงร่างมาจากลำโพงซาวด์บาร์เดิมมาเป็นระบบโฮมเธียเตอร์ 5.1 ไร้สายแบบจริง ๆ จัง ๆ ถามว่ามันจำเป็นขนาดไหนที่จะต้องมีลำโพงซ้าย-ขวาอีก 2 ตัวมาขนาบหูเพื่อใช้เป็นลำโพงเซอร์ราวด์ มันมีองค์ประกอบสำคัญ 2 อย่างที่ผมคิดว่า ณ เวลานี้มันได้มาบรรจบรวมกันเรียบร้อย

อย่างแรกก็คือเรื่องของลำโพงซาวด์บาร์ที่เป็นที่นิยม ซึ่งก็เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าเป็นอุปกรณ์เครื่องเสียงที่อัพเกรดคุณภาพเสียงจากทีวีให้ออกมาได้ไม่น้อยหน้าเครื่องเสียงที่เอาไว้ดูหนังขนาดย่อม ๆ กันแล้วเดี๋ยวนี้

อย่างที่สองก็คือ Content หรือแหล่งโปรแกรมที่สามารถหยิบฉวยได้ง่ายที่สุดตอนนี้ก็หนีไม่พ้นพวก Streaming บนอินเทอร์เน็ต คงไม่ต้องเอ่ยชื่อนะครับ เพราะเราก็โฆษณาให้เขาอยู่บ่อย ๆ มันมีระบบเสียงที่เป็น 5.1 มานานแล้วถ้าเกิดคุณใช้งานผ่าน Application ที่อยู่บน Smart TV รุ่นใหม่ ๆ แต่ใช้ลำโพงทีวีเดิมอยู่ มันอาจจะเลือกได้แค่ 2 แชนเนลธรรมดา

แต่ถ้าอยากให้เป็นระบบเสียง 5.1 ของ Dolby Digital เจ้าประจำก็ต้องหาภาคถอดรหัสเสียงภายนอกพ่วงเข้าไป อย่างซาวด์บาร์ตัวนี้ที่มีทั้ง Dolby Pro Logic II เอาไว้สำหรับสัญญาณแบบ 2 แชนเนลที่ป้อนเข้ามา แถมด้วยภาคถอดรหัส DTS 5.1 ให้มาอีกด้วย กะว่าจะไม่ให้น้อยหน้า AV Receiver กันเลยทีเดียว

แน่นอนว่าจุดเด่นตั้งแต่ไหนแต่ไรสำหรับซาวด์บาร์ของ JBL ก็คือซับวูฟเฟอร์ BAR 5.1 มาพร้อมกับ Wireless ซับวูฟเฟอร์ขนาด 10 นิ้วตู้เปิดยิงลงพื้น รูปทรงซับวูฟเฟอร์ที่มากับซาวด์บาร์ตัวนี้จะออกมาทางสูงชะลูด ไม่เหมือนกับของ SB450 ที่เราเคยทดสอบไป

แต่ทีเด็ดของชุดนี้มันอยู่ที่ย่อหน้านี้ครับ BAR 5.1 มาพร้อมกับ Wireless Speaker เซอร์ราวด์อีก 2 ตัว ที่สามารถทำงานได้อย่างอิสระ เพราะมันมีแบตเตอรี่ที่สามารถนำไปเสียบชาร์จกับตัวซาวด์บาร์หลักได้ขณะที่ยังไม่ต้องการฟังเป็นระบบเสียงเซอร์ราวด์

ระยะเวลาชาร์จครั้งหนึ่งก็ประมาณ 3 ชั่วโมงตามคู่มือบอกไว้ ใช้ได้ 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง หรือจะเอาที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือนี่แหละครับขนาด 5 โวลต์ 1 แอมป์ เสียบชาร์จไว้ในกรณีที่แขวนติดผนัง ไม่สามารถถอดออกไปชาร์จกับลำโพงตัวหลักได้

ธนภณ พูลเจริญ

Content Contributor ที่ปรารถนาจะถ่ายทอดประสบการณ์ในแวดวงโฮมเธียเตอร์ ทีวี และระบบเสียงมัลติรูมในแง่ของความคุ้มค่าของการใช้งาน เปิดมุมมองสู่ความต้องการที่ชัดเจนให้กับผู้บริโภคที่ชื่นชอบเทคโนโลยี