รีวิว iRobot : Roomba 670

“คนแบบไหนนะที่จะซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาใช้” ความคิดของผมเมื่อสักประมาณสองสามปีที่แล้ว ตอนที่ผมยังไม่ได้ย้ายบ้าน และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในห้องเล็ก ๆ ของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ “ก็แค่กวาดบ้านมันจะไปยากอะไร”

ตัดภาพมาตอนนี้หลังจากย้ายบ้าน แล้วต้องกวาดบ้านทั้งบ้านรู้ตัวอีกทีผมก็ซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่นมาใช้เป็นที่เรียบร้อย

ใช่ครับ! รีวิวครั้งนี้ผมซื้อมาใช้เองรีวิวเองไม่นักเลงด้วยครับ แต่ในฐานะพ่อบ้านที่แท้ทรู รับรองได้ว่านี่จะเป็นการรีวิวแบบคนใช้จริง ๆ ไม่อิงสปอนเซอร์ใด ๆ เลยละครับ

iRobot
หลังจากผมปวดหัวกับการเห็นฝุ่นและเส้นผมเต็มบ้านอยู่ตลอดเวลา ผมก็เริ่มรู้สึกว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตขึ้นมาทันที และเมื่อนึกถึงหุ่นยนต์ดูดฝุ่นชื่อที่ติดหูติดตาผมที่สุดก็หนีไม่พ้น iRobot ครับ

แต่ก่อนซื้อมันก็ต้องหาข้อมูลกันสักหน่อย เพราะผมก็แค่เคยได้ยินเคยเห็นผ่าน ๆ ตามาเท่านั้น ยังไม่เคยรู้เลยว่าจริง ๆ แล้วบริษัท iRobot ที่ชื่อดูเป็นบริษัทหุ่นยนต์เนี่ย เขาผลิตหุ่นยนต์จริง ๆ หรือแค่คิดชื่อเท่ ๆ เท่านั้น

ผลสรุปจากการวิจัยโดย Google ผมได้รู้ว่าจริง ๆ แล้ว iRobot เขาเป็นบริษัทที่ทำหุ่นยนต์โดยเฉพาะจริง ๆ จากอเมริกาและเป็นบริษัทที่ก่อตั้งมายาวนานตั้งแต่ปี 1990 ครับผม

โอเคน่าเชื่อถือ งั้นเราต้องมาเลือกกันแล้วละว่าเราจะซื้อรุ่นไหนกันดี

พอหาข้อมูลถึงตรงนี้ต้องร้องโอโห้ เพราะ iRobot เขามีหุ่นยนต์หลากหลายมาก ๆ ครับ มีทั้งดูดฝุ่น ถูพื้น ทำความสะอาดสระว่ายน้ำ!

กลับมาที่ความตั้งใจเดิมของผมคือต้องการหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ผมจึงต้องเลือกซีรีส์ที่ชื่อ Roomba และจากงบที่ผมมี ผมจึงได้รุ่นกลาง ๆ กลับบ้านมานั่นก็คือ iRobot Roomba® 670 ครับ

iRobot Roomba® 670
เหตุผลแรกที่ผมเลือก iRobot Roomba® 670 เพราะเป็นรุ่นใหม่สุดและรุ่นสูงสุดในซีรีส์เลข 6 หรือรุ่นกลางนั่นเอง ใจผมก็อยากจะได้รุ่นใหญ่ไปเลยนะครับ แต่ไม่ไหวจริง ๆ หากผู้นำเข้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากจะส่งมาให้ก็ยินดีนะครับฮา ๆ

กลับมาเข้าเรื่องต่อ คือนอกจากเรื่องงบแล้วก็เป็นเรื่องของความฉลาดในการสำรวจเส้นทางครับ จริง ๆ ผมได้ลองไปดูแบรนด์อื่น ๆ อีกหลายแบรนด์ ก็ไปขอลองแล้วดูวิธีการทำงานก็พบว่าในราคาหมื่นกลาง ๆ ไม่มีรุ่นไหนท่าทางฉลาดเท่า iRobot Roomba® 670 เลยจริง ๆ

อยากแนะนำเพิ่มเติมว่าที่เราเห็นว่าเขามักจะโชว์การใช้งานอยู่ในพื้นที่สี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ตามห้างไม่ช่วยให้เราตัดสินใจอะไรได้เลยครับ แนะนำว่าขอให้เขาลองเอาลงมาที่พื้นจริง ๆ ดูเลย แล้วดูวิธีการสำรวจและทำงานดูจะเห็นได้ถึงความแตกต่างเลย

ส่วนเรื่องความสะอาดจากการหาข้อมูลพบว่ารุ่นก่อนหน้านี้ของ iRobot ขึ้นชื่อเรื่องนี้อยู่แล้วก็หายห่วง หิ้วกลับมาลองเองเลยจะได้รู้ว่าจริงไหม

ใช้งานจริง
กลับมาถึงสิ่งแรกที่ทำคือจับเจ้า iRobot Roomba® 670 ไปวางไว้ตรงแท่นชาร์จ รอสักสามถึงสี่ชั่วโมง พอเต็มแล้วเราก็เริ่มทดสอบประสิทธิภาพกันเลย

รอบแรกผมกดใช้งานจากตัวเครื่องตรง ๆ เลยครับ ความประทับใจแรกเลยคือใช้งานง่ายมาก ๆ บนตัวเครื่องจะมีปุ่มแค่ 3 ปุ่มคือ ปุ่ม Clean ตรงกลาง กดเพื่อเปิดและสั่งให้เริ่มทำงาน ปุ่ม Spot คือให้ทำความสะอาดเฉพาะจุด และสุดท้ายปุ่ม Dock คือกดให้กลับไปที่แท่นชาร์จเองครับ ง่าย ๆ แค่นี้เลย ซึ่งที่ผมประทับใจเพราะผมสามารถสอนให้แม่ของผมใช้งานเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้เป็นภายในไม่ถึง 1 นาที !

ตัวเครื่องมีปุ่มเพียง 3 ปุ่ม
ความสูงตัวเครื่องกำลังดี สามารถเข้าไปตามใต้ชั้นหรือใต้เตียงได้สบาย ๆ

ครั้งแรกของการทำความสะอาดบ้านชั้นล่าง iRobot Roomba® 670 ทำงานไปประมาณหนึ่งชั่วโมงสิบห้านาทีครับ ซึ่งตลอดเวลาที่มันทำงาน ผมนั่งดูมันอยู่บนโซฟา

สิ่งที่ผมคือวิธีการเดินทางของ iRobot Roomba® 670 มันค่อนข้างฉลาดทีเดียว และชนสิ่งของค่อนข้างน้อย เข้าในมุมต่าง ๆ ก็ดีมาก ๆ เท่าที่ผมอ่านคู่มือคือเจ้าตัวนี้มีระบบนำทางแบบพิเศษที่เรียกว่า iAdapt™ ที่เคลมว่าทำความสะอาดได้ทั่วถึงทุกมุมห้อง ซึ่งจากที่ผมตั้งใจดูมาชั่วโมงกว่า ๆ ต้องยอมรับว่าจริงครับ

ระบบเก็บฝุ่นแบบสองหัว

พื้นบ้านผมก่อนใช้งาน iRobot Roomba® 670 คือพื้นบ้านที่ผมกวาดถูแล้วเรียบร้อย ก็กะแค่ว่าจะลองใช้งานเล่น ๆ แต่พอเปิดกล่องเก็บฝุ่นออกมาถึงกับต้องร้องขอชีวิต

ฝุ่นมันเยอะมากครับ ทั้ง ๆ ที่ผมเพิ่งทำความสะอาดบ้านไป ลองเดินดูก็สัมผัสได้เลยว่าพื้นสะอาดกว่าเดิมจริง ๆ ให้ผมได้สัมผัสพื้นบ้านในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อันนี้ไม่ได้เวอร์นะครับ มันสะอาดกว่าจริง ๆ

นี่คือฝุ่นที่ผมได้ทดลองใช้ครั้งแรก นี่ขนาดเพิ่งกวาดถูพื้นไปนะครับ

ตรงนี้ที่ทาง iRobot บอกว่ามีระบบเซ็นเซอร์ชนิดคลื่นเสียงที่ตรวจจับฝุ่นว่ามีการรวมตัวกันหนาแน่นในจุดไหน แล้วเดินทางไปจัดการนี่ผมเชื่อเต็มหัวใจแล้วครับ ใช้งานครั้งแรกแล้วอยากกลับไปซื้อรุ่นใหญ่มาใช้เลย ติดตรงไม่มีเงิน!

โอเคกลับเข้าเรื่อง ระบบทำความสะอาดของ iRobot Roomba® 670 มี 3 ขั้นตอนครับ คือ กวาด เก็บ ดูด เท่าที่ผมนั่งดูคือตัวแปรงด้านข้างจะหมุน ๆ คอยกวาดเศษต่าง ๆ เข้าไปให้ตัวเก็บฝุ่นหมุน ๆ ด้านล่างเก็บไปเพื่อดูอีกที

การได้เห็นเศษผง และเส้นผมค่อย ๆ ถูกกลืนกินไปโดย ของ iRobot Roomba® 670 นั้นเป็นอะไรที่ฟินมากครับ แต่ฝุ่นที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เราก็ต้องมาดูตอนทำงานเสร็จแล้ว และอย่างที่บอกตรงจุดนี้น่าสยองมากกว่าฟิน

เดินทางได้แม้พื้นต่างระดับและต่างพื้นผิว

ลองพื้นเรียบ ๆ ไม่ค่อยมีสิ่งกีดขวางกันไปแล้ว ผมก็ลองยกมาห้องนอนบ้างครับ ที่มีทั้งพรมเช็ดเท้า และพรมที่วางไว้เก๋ ๆ ใต้ชั้นหนังสือ ห้องที่มีมุมต่างจากด้านล่าง คือเป็นสี่เหลี่ยมแล้วมีมุมเล็ก ๆ เข้าไปตรงหน้าห้องน้ำ ซึ่ง iRobot Roomba® 670 ก็ไม่ทำให้ผมผิดหวังครับ มันสามารถเดินทางไปบนพรมได้ทั้งสองพรม เข้าใต้เตียง มุดชั้นหนังสือ วิ่งเข้าไปในมุมหน้าห้องน้ำ

ตัวอย่างการทำงานของตัวเครื่อง

และที่เซอร์ไพรส์คือผมลืมถอดปลั๊กพัดลมครับ มันเดินข้ามไปได้เลย มีติด ๆ นิดหน่อย แต่ก็สามารถผ่านไปได้โดยที่เราไม่ต้องไปยกออกเลย และเมื่อเสร็จงานมันก็วิ่งกลับมาชาร์จที่แท่นชาร์จได้เองอีกด้วย

อันนี้ขอแถม iRobot Roomba® 670 มีระบบ Cliff-Defection™ sensor ช่วยตรวจจับและป้องกัน Roomba ตกจากพื้นที่ต่างระดับหรือบันไดด้วยนะครับ ซึ่งผมลองแล้วใช้งานได้จริง ขอสารภาพว่าตอนลองให้ดูดฝุ่นตรงหน้าบันได แอบหวั่น ๆ ยืนเฝ้ากลัวมันตกอยู่เหมือนกันครับ แต่พอผ่านมาได้ ครั้งหลัง ๆ ผมก็ปล่อยได้อย่างสบายใจ

iRobot HOME แอปฯ เดียวจบครบทุกการใช้งาน
นี่มันยุคดิจิทัล อะไร ๆ ก็สามารถสั่งงานผ่านสมาร์ทโฟนได้ iRobot Roomba® 670 ก็เช่นกันครับ เพียงโหลดแอป iRobot HOME มาใช้ก็ทำให้ชีวิตสบายขึ้นอีกเยอะ

แอปฯ นี้สามารถมใช้งานได้กับโปรดักส์ของ iRobot ทุกรุ่นนะครับ สำหรับการเชื่อมต่อแอปฯ ก็ง่าย ๆ ครับกดปุ่ม Spot และ Dock ที่ตัว iRobot Roomba® 670 ค้างไว้จนสัญญาณ Wi-Fi ขึ้น แล้วก็เข้าไปตั้งค่าในแอปฯ เป็นอันจบพิธี ทำครั้งเดียวใช้กันยาว ๆ

ตัวแอปฯ ทำอะไรได้บ้าง แน่นอนเลยว่าเราสามารถสั่งงาน iRobot Roomba® 670 ได้จากทุกที่ในโลกครับ เปิดแอปฯ มากดปุ่ม Clean เครื่องก็ทำงานเลย

สั่งงานผ่านแอปฯ ได้ง่ายไม่ต่างจากกดที่เครื่อง สามารถสั่งให้ทำงานหรือหยุด หรือสั่งให้กลับแท่นชาร์จได้ในปุ่มเดียว

แต่ที่ผมชอบคือเราสามารถดูประวัติการทำงานของเครื่องได้ด้วยว่าทั้งหมดใช้งานไปกี่ครั้งแล้ว ใช้เวลาทั้งหมดเท่าไหร่ในแต่ละครั้ง มีการยกเลิกหรือทำงานเสร็จเต็มเวลา คือดูได้หมดเลย

ฟังก์ชัน History ที่สามารถดูประวัติการทำงานของเครื่องได้ทั้งหมด

อีกฟังก์ชันที่ดีคือการตั้งเวลาครับ สามารถตั้งเวลาให้มันทำงานเองได้เลย 7 วัน วันละ 1 ครั้ง อันนี้ผมเลือกไว้เลยว่า 7 โมงเช้าให้ทำงานรอบนึง ส่วนก่อนกลับบ้านผมก็จะสั่งให้ทำงานอีกสักรอบ บ้านสะอาดเดินสบายเลยครับ

อีกอย่างที่ผมชอบมาก ๆ คือมันมีการแจ้งเตือนครับ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนเราก็รู้ได้ว่า iRobot Roomba® 670 ของเรามีปัญหาอะไรหรือไม่ จากที่ผมใช้งานมามีครั้งนึงที่ผมเห็นการแจ้งเตือนว่ามีการยกเลิกการทำความสะอาด ผมรีบโทรหาแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าแม่ผมเผลอไปเตะมันจนเกือบตกบันไดครับ

สามารถตั้งเวลาให้เครื่องทำงานเองได้ 7 วัน

ตรงนี้ต้องบอกเลยว่าเซ็นเซอร์กันตกไม่สามารถกันคนเตะได้จริง ๆ ฮา ๆ แต่ก็ไม่ได้ตกครับ แต่ก็ดีมาก ๆ ที่มีการแจ้งเตือนพอแม่ยกกลับไปวันพื้นที่ปกติ ผมก็สามารถกดให้มันทำงานต่อจากนอกบ้านได้เลย สมเป็นการทำความสะอาดบ้านในปี 2018 จริง ๆ

สรุป
บ้านสะอาดชาติเจริญครับ ถ้าใครอยากให้บ้านสะอาดตลอดเวลาไม่อยากกวาดพื้นบ่อย ๆ หรือคนมีลูกเล็ก ๆ อย่างผมที่หลายครั้งต้องปล่อยให้ลูกได้ลองคลานกับพื้นดูบ้าง การทำความสะอาดด้วยหุ่นยนต์ดูดฝุ่นถือเป็นตัวเลือกที่ดีงามมากจริง ๆ ครับ

หลังจากลองไม่กวาดไปเลยและดูดฝุ่นเลย 1 วันเต็มๆ แล้วใช้ Roomba® 670 ทำความสะอาด เห็นแล้วสยองเลยละครับ

และเท่าที่ผมลองผมบอกเลยว่าถ้าจะซื้ออย่างน้อยที่สุดก็รุ่นกลาง ๆ อย่าง iRobot Roomba® 670 นี่แหละครับ เพราะราคาไม่แรงมาก ฟังก์ชันครบ ทำความสะอาดได้แบบน่าพอใจ และใช้งานผ่านแอปฯ ได้ แต่ถ้าใครไม่ได้ติดปัญหาที่งบแบบพร้อมที่เปย์ได้แนะนำให้ไปให้สุดครับ ในขณะที่คุณกำลังจะซื้อรุ่นไหนแพงสุดก็หิ้วกลับบ้านไปได้เลยไม่ผิดหวังแน่ ๆ

อชิร รวีวงศ์

Content Contributor ที่ชื่นชอบในการทำคอนเทนต์ทุกรูปแบบ และยังหลงใหล คลั่งไคล้ไปกับเครื่องเสียง หูฟัง กล้อง และแก๊ดเจ็ททุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับภาพและเสียง!

อชิร รวีวงศ์