รีวิว Bose : SoundSport Free

หากพูดถึงหูฟังออกกำลังกายชื่อของ Bose เป็นชื่อแรกที่เด้งขึ้นมาในหัวของผมเลยล่ะครับ เพราะสำหรับผม Bose นี่แหละผู้บุกเบิกหูฟังออกกำลังกายตัวจริงเสียงจริง

Run วงการ!
ก่อนที่หูฟังออกกำลังกายที่จะมีมากมายหลายร้อยรุ่นให้เลือกกันแบบปัจจุบัน หากย้อนเวลากลับไปสักหกหรือเจ็ดปีที่แล้ว นักวิ่งหรือนักออกกำลังกายทั้งหลายต้องปวดหัวกับการหาหูฟังคู่ใจมาใส่วิ่งหรือออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก

เพราะหูฟังตัวนั้นต้องกันเหงื่อได้ดี และที่สำคัญต้องใส่สบายและไม่หลุดง่าย ใช่ครับสองเหตุผลง่าย ๆ แต่หาหูฟังแบบนั้นไม่ง่ายเลยในตอนนั้น แต่ก็มีหูฟังอยู่รุ่นหนึ่งที่อาจจะไม่มีเหตุผลแรกคือการกันเหงื่อ แต่มีเหตุผลที่สองคือใส่สบายและไม่หลุดง่ายออกมา นั่นก็คือ Bose IE2

Bose IE2 เป็นหูฟังอินเอียร์รุ่นที่สองของ Bose ที่มาพร้อมจุกซิลิโคนแบบมีที่เกี่ยวหู! ใช่ครับเป็นจุกซิลิโคนที่แปลกประหลาดที่สุดในวงการหูฟังตอนนั้นเลยก็ว่าได้

แต่สิ่งที่มันให้ได้ก็คือความสบายมาก ๆ เหมือนไม่ได้ใส่หูฟังจนเจ้าพ่อหูฟังอย่างเฮียมั่น ถึงกับตั้งฉายาว่า “พระกาฬล่องหน” แล้วความใส่สบายของมันนี่เองที่ทำให้คนทั่วโลกนิยมนำมันมาใส่วิ่งและออกกำลังกาย เพราะใส่แล้วไม่เจ็บหูไม่หลุดง่าย แม้ว่ามันไม่ได้ออกแบบมาให้กันน้ำก็ตาม

เวลาเลยผ่านไปเป็นปีหลัง Bose IE2 ออกมา Bose คงเห็นว่าเจ้าหูฟังรุ่นนี้ดันไปได้รับความนิยมกับนักวิ่งหรือนักกีฬาที่ชอบฟังเพลงเป็นจำนวนมาก แต่จะปล่อยให้ผู้ใช้เหล่านั้นนำหูฟังตัวเองไปเสี่ยงพังก็ใช่ที่ เลยจัดการออกแบบหูฟังสำหรับออกกำลังกายจริง ๆ ที่กันน้ำ กันเหงื่อ ทั้งตัวหูฟังและสายออกมาซะเลย

นั่นก็คือ Bose SoundSport หูฟังที่ออกมาเพื่อ Run วงการหูฟังออกกำลังกายอย่างแท้จริง เรียกว่าขายกันเป็นแจก ทำให้กระแสหูฟังออกกำลังกายบูมขึ้นอย่างมาก และ ทำให้หลาย ๆ แบรนด์เริ่มหันมาสนใจตลาดนี้กันเต็มไปหมด

Bose SoundSport Free หูฟัง True Wireless ที่แท้ทรู
หลังจาก Bose SoundSport ครองตลาดหูฟังออกกำลังกายมายาวนาน กระแสหูฟังไร้สายก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะทั้งสะดวกใช้งานง่าย ที่สำคัญมันช่างเหมาะกับการเอาไปออกกำลังกายเสียเหลือเกิน

สีสันจี๊ดจ๊าด ดีไซน์ทันสมัยมาก

Bose เองก็ไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองตามใครไม่ทัน มีปล่อยหูฟังออกกำลังหายไร้สายออกมาเขย่าตลาดอยู่เป็นครั้งคราว แต่ก็เป็นหูฟังไร้สายที่ยังต้องมีสายเชื่อมต่อกันระหว่างหูฟังด้านซ้ายและด้านขวาอยู่ดี

จนในที่สุด Bose ก็ออกหูฟังที่แยกการทำงานอิสระออกจากกัน หรือ True Wireless Headphone ออกมาเขย่ายวงการกับเค้าบ้างซึ่งครั้งแรกที่ผมเห็น Bose SoundSport Free ครั้งแรกผมถึงกับอุทานว่า “โคตรล้ำ”

หูฟังออกกำลังกายมันต้องแบบนี้แหละ!
ที่ผมบอกว่า “โคตรล้ำ” ไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นหูฟังแบบ True Wireless หรอกนะครับ เพราะจริง ๆ ผมเคยได้ทดสอบหูฟังแบบนี้ตั้งแต่ AirPods ยังไม่เปิดตัวนู่น เป็นหูฟังจากการระดมทุน Kickstarter ซึ่ง ณ เวลานั้นมันโคตรล้ำจริง ๆ จนมาเห็นความฉลาดของ AirPods ก็คิดว่ามันเจ๋งเข้าไปอีก แต่หูฟังแบบนี้นี่แหละที่ผมคิดว่ามันเหมาะจะเอามาทำหูฟังออกกำลังกายที่สุด แต่กลับไม่มีใครทำ!

เมื่อเห็น Bose ทำผมถึงบอกว่ามันโคตรล้ำ ที่เอาเทคโนโลยีมาตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม

ทดลองใช้กันเถอะ
ส่วนตัวผมใช้งาน AirPods เป็นประจำครับ และชื่นชอบความไวในการเชื่อมต่อของมันมาก คือเอาออกมาปุ๊บเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ปั๊ป และหลังจากได้ลองหูฟังแบบ True Wireless หลาย ๆ รุ่นบอกเลยว่าข้อนี้กิน AirPods ไม่ลง จนมาเจอ Bose SoundSport นี่แหละครับ

Bose SoundSport Free มาพร้อมกล่องชาร์จทรงกระบอก ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กพกพาง่าย น้ำหนักเบา ผมว่าเวลาพกอาจจะดูพกยากกว่า AirPods นิดหน่อย แต่เวลาหยิบจับนี่สะดวกมือกว่ามาก

กล่องใส่หูฟังที่ใช้ขาร์จไฟได้ด้วย

และสิ่งที่น่าประทับใจคือการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและสามารถใช้งานได้กับทุกอุปกรณ์ ข้อดีของ AirPods คือ นำหูฟังออกจากกล่องก็สามารถเชื่อมต่อกับ iPhone ได้เลยโดยไม่ต้องมานั่งกดปุ่มเปิดให้เสียเวลา แต่ปัญหาคือมันใช้ได้กับแค่อุปกรณ์ที่ใช้ iOS

แต่สำหรับ Bose SoundSport Free ถึงจะต้องกดปุ่มเปิด แต่ก็เสียเวลาเพิ่มอีกแค่ไม่กี่วินาที ก็สามารถเชื่อมต่อได้รวดเร็วไม่แพ้กัน แต่ที่ดีกว่าเห็น ๆ คือสามารถเชื่อมต่อได้กับทุกอุปกรณ์ และรวดเร็วเหมือน ๆ กัน!

ผมลองเชื่อมต่อ Bose SoundSport Free กับทั้งสมาร์ทโฟน (iPhone7) คอมพิวเตอร์ (MacBook) และสมาร์ททีวี ทุกอุปกรณ์นั้นทำการเชื่อมต่อกันได้ในไม่กี่วินาทีหลังกดเปิดตัวหูฟัง เป็นอะไรที่น่าประทับใจมาก ๆ

หน้าคอนแท็คชาร์จไฟเคลือบทองอย่างดี

และจากที่ลอง การเชื่อมต่อกันระหว่างหูฟังด้านซ้ายและด้านขวานั้นผมไม่เคยพบปัญหาสัญญาณขาด หรือเสียงมาไม่เท่ากันเลยสักครั้ง และข้อดีอีกอย่างคือผมสามารถควบคุมทั้งการเล่นเพลง หยุดเพลง เลื่อนเพลง เพิ่มลดเสียง ได้ที่ตัวหูฟังด้านขวาเลย ไม่เหมือน AirPods ที่เราสามารถเลือกการใช้งานได้แค่ข้างละ 1 ฟังก์ชันเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถเพิ่มลดเสียงจากตัวหูฟังได้อีกด้วย

ขึ้นชื่อว่าหูฟังออกกำลังกาย แค่เทคโนโลยีล้ำ ๆ คงไม่พอ Bose SoundSport Free สามารถกันน้ำได้ในระดับ IPX4 คือกันเหงื่อและละอองน้ำได้สบาย ๆ แต่ไม่สามารถนำลงไปแช่น้ำได้

จากที่ผมได้ลองเอาไปวิ่งจริง ๆ ประมาณ 5 กิโลเมตร (ทำได้เท่านี้จริง ๆ ครับ) ก็พบว่าถึงเหงื่อจะออกมาอย่างชุ่มฉ่ำป่านฝนตก ก็ไม่เจออาการผิดปกติใด ๆ ทั้งในแง่ของเสียง และระบบการทำงาน ก็แน่นอนว่า IPX4 ที่เขียนติดไว้ตรงตัวหูฟังไม่ได้พิมพ์ใส่กันไว้เล่น ๆ แต่ถูกทดสอบกันมาอย่างดีแล้วนั่นเอง

มี 3 สีให้เลือกใช้ เท่ทุกสี

แต่สิ่งที่ไม่ได้บอกไว้ข้างกล่อง แต่ผมประทับใจมาก ๆ คือ จุกซิลิโคนที่แม้เหงื่อจะออกเยอะ ก็ไม่หลุดง่าย ๆ และไม่รู้สึกอึดอัดอีกต่างหาก ผมเคยลองหูฟังออกกำลังกายหลาย ๆ รุ่นแล้วพบปัญหาจุดที่เวลาเจอเหงื่อเยอะ ๆ แล้วมักจะลื่นออก ต่อให้มีตัวล็อกหู ก็ยังรู้สึกได้ถึงอาการไม่กระชับเหมือนตอนใส่แห้ง ๆ เกิดอาการรำคาญเวลาวิ่งเอามาก ๆ

แต่สำหรับ Bose SoundSport Free นั้นไม่เป็นเลย ใส่ตอนเริ่มวิ่งจนวิ่งจบก็ให้ความรู้สึกสบายเหมือนไม่ได้ใส่ตลอดเวลา และเมื่อจุกกระชับก็ช่วยให้ตัวหูฟัง ดูน้ำหนักเบาไปดู คือถ้าถือหูฟังไว้ที่มือเราก็พอจะรู้สึกได้ว่าหูฟังมีน้ำหนักพอประมาณ แต่พอไปใส่บนหูแล้วกลับรู้สึกว่ามันเบากว่าที่คิดเยอะ ไม่พบว่าเป็นปัญหากับการออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวเยอะ ๆ เลย

เรื่องของแบตเตอรี่ ตามกล่องระบุว่าชาร์จ 2 ชั่วโมง ใช้งานได้ 5 ชั่วโมง แต่ผมเองก็ขอสารภาพว่าใช้ไม่เคยเกิน 2 ชั่วโมงเลยครับ ยิ่งเวลาวิ่งผมวิ่งแค่ สี่สิบนาทีก็หมดแรงแล้ว ตรงนี้ก็ขอใช้ความรู้สึกส่วนตัวบอกว่าเรื่องแบตเตอรี่ไม่ใช่เรื่องน่าห่วงอะไรนักกับการที่ต้องชาร์จ 2 ชั่วโมงถึงจะเต็ม เพราะผมเองใช้ไม่เคยหมดเลย ทำให้ทุกครั้งที่หยิบหูฟังออกจากกล่อง แบตเตอรี่ก็เต็มตลอด

เสียง
จะล้ำ จะเชื่อมต่อไว จะกันเหงื่อยังไงขึ้นชื่อว่าหูฟัง เสียงก็คือเรื่องสำคัญ ซึ่งสำหรับ Bose SoundSport Free นั้นผมขอชมว่า Bose ดีไซน์เสียงออกมาได้ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยทีเดียว ครั้งนี้ไม่ได้มาสไตล์นุ่ม ๆ ฟังง่าย ๆ ไว้ก่อน แต่ให้รายละเอียดและมิติเสียงที่ยอดเยี่ยมทีเดียว

โอเค สไตล์หลัก ๆ ยังโดดเด่นไปในช่วงกลางถึงทุ้มในแบบของ Bose อยู่ แต่ที่เพิ่มมาคือมิติเสียงที่ดูมีความสามมิติขึ้น เบสที่มีน้ำหนัก มีตัวตนสัมผัสได้ชัดเจนไม่ได้มาแบบเบลอ ๆ ลอย ๆ ในย่านแหลมของ Bose SoundSport Free ก็ดูเป็นแหลมที่เปิดโล่งแบบที่ไม่เคยได้ยินใน Bose รุ่นเก่า ๆ

และที่อยากจะขอแถมเลยคือการใช้ Bose SoundSport Free ดูหนังครับ เนื่องจากผมเองมีลูกน้อยตัวเล็ก ๆ ต้องอาศัยหูฟังในการดูหนัง เดชะบุญที่สมาร์ททีวีรุ่นใหม่ ๆ มันสามารถเชื่อมต่อหูฟังไร้สายได้แล้ว

ซึ่ง Bose SoundSport Free ตัวนี้ดูหนังได้มันมาก ๆ ย่านทุ้มนี่มาเน้น ๆ มิติเสียงสมจริง ซ้ายขวาหมุนไปหมุนมาสนุกสนานไม่นึกว่าจะเป็นหูฟังที่เชื่อมต่อกันแบบไร้สาย เสียงพูดนี่ชัดสุด ๆ เอาเป็นว่าพอผมนำหูฟังตัวนี้มาดูหนังกลับกลายเป็นว่า ผมลืมเอาไปออกกำลังกายเลยล่ะครับ

สรุป
Bose SoundSport Free นี่คือหูฟังออกกำลังกายที่ล้ำที่สุดในตอนนี้สำหรับผมเลยครับ ทั้งเทคโนโลยี ดีไซน์ และเสียง ใครที่หาหูฟังที่ใช้ได้ทั้งฟังเพลงจริงจัง หรือใช้ออกกำลังกายแล้วอยากได้หูฟังที่ใช้งานสะดวก ๆ ไม่ควรพลาดครับ และสุดท้ายขอแถมสำหรับพ่อลูกอ่อนทั้งหลายที่อยากได้หูฟังไปดูหนังตอนลูกหลับ หูฟังรุ่นนี้แหละครับคือนิพพาน!


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท อัศวโสภณ จำกัด
โทร. 0-2266-8136-8, 0-2234-6467-8 (สำนักงานใหญ่สี่พระยา)
ราคา 11,000 บาท

อชิร รวีวงศ์

Content Contributor ที่ชื่นชอบในการทำคอนเทนต์ทุกรูปแบบ และยังหลงใหล คลั่งไคล้ไปกับเครื่องเสียง หูฟัง กล้อง และแก๊ดเจ็ททุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับภาพและเสียง!

อชิร รวีวงศ์