รีวิว Bose : SoundLink Micro

“7 กันยายน 2560, โบสผู้ผลิตเครื่องเสียงชื่อดังจากอเมริกาเปิดตัว ซาวด์ลิงค์ ไมโคร ‘SoundLink Micro’ ลำโพงบลูทูธรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีขนาดเล็กที่สุดที่แข็งแกร่งทนทานสมบุกสมบันเกินตัว ขนาดกว้าง-ยาวเพียงแค่ 9.83 เซ็นติเมตร หนา 3.48 เซ็นติเมตร น้ำหนัก 290 กรัม… SoundLink Micro เป็นลำโพงบลูทูธที่โบสบอกว่ามันก็เล็กแค่ตอนปิดเครื่องเท่านั้น แต่เวลาเปิดฟังเสียงมันใหญ่ว่าขนาดที่เราเห็นหลายเท่า ตัวเครื่องออกแบบให้กันน้ำได้ตามมาตรฐาน IPX7 (แช่ในน้ำลึก 1 เมตรได้นาน 30 นาทีโดยไม่เกิดความเสียหาย)”

นั่นคือพาดหัวข่าวที่ประกาศเอาไว้ในเวบไซต์ gm2000magazine ตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายน และเริ่มวางจำหน่ายในต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ผมทราบมาว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในบ้านเราช่วงเดือนกลางเดือนธันวาคมซึ่งก็ไม่ได้นานเกินรอ เมื่อทราบดังนั้นผมจึงติดต่อขอยืม review sample ไปทางบริษัท อัศวโสภณ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของสินค้ายี่ห้อโบส บัดนี้ลำโพง SoundLink Micro มาอยู่ในมือผมแล้ว

คุณสมบัติและความสามารถ
SoundLink Micro เป็นลำโพงบลูทูธของโบสที่มีขนาดกะทัดรัดสมชื่อ ดีไซน์มีความเรียบง่ายและมีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของโบส เป็นลำโพงบลูทูธตัวเล็ก ๆ ที่มีรายละเอียดน่าสนใจกว่าที่คิดมากทั้งในด้านที่เกี่ยวกับคุณภาพเสียงและการใช้งาน

อย่างเช่นที่โบสบอกว่า SoundLink Micro มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่โบสได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้กับลำโพงรุ่นนี้โดยเฉพาะ ไม่ใช่เป็นการไปช้อปปิ้งสิ่งที่มีอยู่แล้วตามโรงงานผลิตแล้วสั่งให้ปั๊มยี่ห้อของตัวเองลงไป ตัวขับเสียงหรือตัวทรานสดิวเซอร์ใน SoundLink Micro เป็นแบบใหม่ที่ผลิตขึ้นตามสเปคฯ ที่วิศวกรของโบสได้ออกแบบไว้ มีการใช้พาสสีฟเรดิเอเตอร์คู่ขนาดจิ๋วเพื่อผลักดันพลังงานเสียงทุ้มออกมาจากลำโพงที่ขนาดเล็กแค่ฝ่ามือ

ลำโพงสีต่าง ก็ให้สายชาร์จ Micro USB ที่มีสีเข้ากันกับตัวลำโพงมาด้วย

SoundLink Micro มีไมโครโฟนในตัวสามารถใช้รับสายสนทนาโทรศัพท์ได้ สามารถใช้งานเป็นสปีกเกอร์โฟนได้และใช้งานร่วมกับ Siri และ Google Assistant ในสมาร์ทโฟนได้ สะดวกด้วยระบบแจ้งการทำงานด้วยเสียงพูด พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชั่นสามารถกดสั่งงานได้โดยไม่ต้องแตะโทรศัพท์ เมื่อใช้งานร่วมกับแอปฯ ‘Bose Connect’ ลำโพง SoundLink Micro จำนวน 2 ตัว จะสามารถใช้งานในรูปแบบสเตริโอแยกซ้าย-ขวาได้ หรือใช้งานในลักษณะ Party Mode ให้ลำโพงทั้ง 2 ตัวเล่นเพลงได้พร้อมกัน

การออกแบบเพื่อพกพาไปถึงไหนถึงกัน
ลำโพง SoundLink Micro มาพร้อมกับแบตเตอรี่รีชาร์จชนิดลิเธียมไอออนที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 6 ชั่วโมง และด้วยความที่ตั้งใจออกแบบให้เป็นลำโพงสำหรับการพกพาแบบถึงไหนถึงกัน ลำโพงรุ่นนี้จึงถูกออกแบบให้ ‘อึด’ และ ‘ทนทาน’ เกินขนาดตัว

โบสบอกว่าลำโพงรุ่นนี้ผ่านมาตรฐาน IPX7 สามารถกันน้ำได้ทั้งตัว (วิดีโอโปรโมตในยูทูบเขาเอาจุ่มน้ำโชว์) แถมยังทนทานต่อน้ำในสภาพที่มีน้ำสบู่ คลอรีนหรือน้ำเค็มด้วยต่างหาก ทำให้ลำโพงรุ่นนี้สามารถใช้งานกลางสายฝน ขณะอาบน้ำใต้ฝักบัวหรือในอ่างน้ำที่บ้าน สระว่ายน้ำ หรือแม้แต่ในทะเล/มหาสมุทรก็ยังไหว แต่กรณีหลังนี้อาจจะจำกัดความลึกนะครับ เพราะยิ่งลึกแรงดันน้ำจะยิ่งมากอาจจะเกินขีดจำกัดการทนทานน้ำได้ ในคู่มือเขาบอกว่ามาตรฐาน IPX7 นี่ลงน้ำได้ลึก 1 เมตรภายในเวลา 30 นาทีโดยไม่เกิดความเสียหาย (คำเตือนขณะที่พอร์ต Micro USB เปียกชื้นไม่ควรชาร์จไฟ)

นอกจากนั้นแล้ว ตัวลำโพง SoundLink Micro ที่เห็นสีสันสดใสทางโบสบอกว่าเปลือกนอกของมันทำจากวัสดุซิลิโคนเนื้อนุ่ม ที่ทนทานต่อการขีดข่วน การกระแทก การตกกระแทก การร่วงหล่น แถมยังทนทานต่อฝุ่นและทรายด้วย ด้านหลังลำโพงยังออกแบบให้มีสายรัดพิเศษที่ออกแบบให้สามารถรัดเข้ากับกระเป๋า, เป้สะพายหลัง, จักรยาน, กระติกน้ำหรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้

แกะกล่องลองใช้งาน
ตัวจริงของลำโพง SoundLink Micro ผมว่ามันน่าเอ็นดูมาก โดยเฉพาะสีส้มจี๊ดจ๊าดที่ใช้แล้วผมรู้สึกอายุลดลงไปอีกอย่างน้อย 5 ปี (ฮา) ปุ่มกดต่าง ๆ และการจัดวางออกแบบมาได้ลงตัวและเท่มาก วัสดุและงานประกอบตัวเครื่องดูแข็งแรงทนทาน ข้างกล่องใส่ระบุว่าผลิตในประเทศเม็กซิโก

(A) สายรัดตัวลำโพงเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ
(B) จุดเกี่ยวยึดสายรัด
(C) เบสเรดิเอเตอร์ด้านหลังลำโพง SoundLink Micro

ผมได้รับ SoundLink Micro มา 2 ตัว ตัวหนึ่งเป็นสีส้ม อีกตัวเป็นสีดำ ตัวสีส้มสังเกตว่าสายรัดด้านหลังจะเป็นสีออกม่วงเข้ม ส่วนตัวสีดำสายรัดจะเป็นสีดำสนิท ตรงนี้บ่งบอกได้ว่าขนาดรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่การแมตช์สีเขายังให้ความสำคัญ

ลักษณะการใช้งานสายรัดที่สามารถประยุกต์ไปยึดใช้งานกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้

ตัวลำโพงมาพร้อมกับสายชาร์จ Micro USB ที่แถมมาให้ด้วยในกล่องแต่ไม่มีหัวชาร์จมาให้ การชาร์จไฟสามารถเสียบชาร์จได้กับพอร์ต USB มาตรฐานของคอมพิวเตอร์ เพาเวอร์แบงค์ หรือหัวชาร์จของสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ตทั่วไปได้เลย ใช้เวลาชาร์จจนเต็มประมาณ 4 ชั่วโมง เพื่อใช้งานได้ 6 ชั่วโมง หากไม่ได้ใช้งานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน (3 วันขึ้นไป) อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่เหลือต่ำกว่า 10% เพราะลำโพงจะเข้าสู่โหมดจำศีล (Battery protection mode) จะกลับมาใช้งานอีกครั้งก็แค่เสียบชาร์จแบตทิ้งไว้สักพักจนลำโพงสามารถเปิดใช้งานได้

ด้านบนตัวลำโพงมีไฟแสดงสถานะของแบตเตอรี่ แต่ที่จริงผมแทบไม่ต้องดูไฟแสดงสถานะเหล่านี้เลยเพราะที่ตัวลำโพง SoundLink Micro เขาจะมีระบบ “แจ้งการทำงานด้วยเสียงพูด” หรือ “Voice Prompts” ซึ่งจะคอยบอกระดับ % ของแบตเตอรี่อยู่แล้ว นอกจากนั้นยังมีการบอกด้วยว่ากำลังเชื่อมต่ออยู่กับอุปกรณ์ตัวไหนของเรา หรือถ้าหากมีสายโทรเข้าก็จะมีการแจ้งเตือนเป็นเสียงพูดแทรกเข้ามาในเสียงริงโทนด้วยครับ ระบบแจ้งการทำงานด้วยเสียงพูดสามารถปิด-เปิดได้โดยการกดปุ่มเพิ่มเสียงและลดเสียงค้างไว้พร้อมกันจนกว่าจะได้ยินเสียงแจ้งเตือน SoundLink Micro มีปุ่มควบคุมทั้งหมด 5 ปุ่ม สองปุ่มด้านบนเป็นสัญลักษณ์ปุ่ม ‘Power’ และสัญลักษณ์ ‘Bluetooth’ ปุ่มกดอีก 3 ปุ่มจะอยู่ด้านหน้า เป็นปุ่มลดเสียง ‘-’ เพิ่มเสียง ‘+’ และปุ่มมัลติฟังก์ชั่น ‘(สัญลักษณ์ 3 จุด)’ ที่อยู่ตรงกลาง

(A) ปุ่มสัญลักษณ์ Power (B) ไฟแสดงสถานะของแบตเตอรี่ (C) พอร์ตชาร์จไฟแบบ Micro USB (D) ปุ่มสัญลักษณ์ Bluetooth

การเปิด-ปิดเครื่อง ให้กดปุ่ม ‘Power’ แค่ครั้งเดียวสั้น ๆ เมื่อใช้งานครั้งแรกให้ลำโพงจะส่งเสียงบอกระดับแบตเตอรี่ และเข้าสู่โหมดพร้อมจับคู่เชื่อมต่อ เราแค่เปิดเมนูบลูทูธของสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์หาชื่อของลำโพง แล้วกดที่ชื่อนั้นเพื่อเชื่อมต่อ หลังจากนั้นทุกครั้งที่เปิดลำโพง จะมีเสียงบอกด้วยว่ากำลังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวไหนอยู่

(A) ไมโครโฟน
(B) ปุ่มลดเสียง
(C) ปุ่มเพิ่มเสียง
(D) ปุ่มมัลติฟังก์ชั่น

การตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ในระหว่างการใช้งานทำได้โดยการกดปุ่ม ‘Power’ ค้างไว้จนกว่าจุดไฟ LED สีขาวบอกระดับแบตเตอรี่จะแสดง พร้อมทั้งเสียงพูดแจ้งระดับแบตเตอรี่ สำหรับปุ่มสัญลักษณ์ ‘Bluetooth’ หากกดสั้น ๆ เพียง 1 ครั้งขณะใช้งานตัวลำโพงจะส่งเสียงบอกว่าเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตัวใดอยู่ หากกดต่อไปลำโพงจะส่งเสียงบอกว่ามีอุปกรณ์ใดบ้างที่เคยผ่านการจับคู่ (paired) กับลำโพงตัวนี้อยู่

การเชื่อมต่อบลูทูธกับสมาร์ทโฟน

สำหรับปุ่มมัลติฟังก์ชั่นนี่ก็ ‘มัลติ’ สมชื่อจริง ๆ ครับ เพราะว่ามันทำหน้าที่ได้ตั้งแต่การควบคุมสั่งงานการเล่นเพลง ไปจนถึงการควบคุมการรับ-วางสายเพื่อสนทนาโทรศัพท์ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้จะมีอยู่ในคู่มือ อีกกรณีหนึ่งคือการใช้ปุ่มมัลติฟังก์ชั่นกดค้างเพื่อเข้าสู่โหมด Voice Assistant (Siri ใน iOS / Google Now ใน Android)

เพื่อการประหยัดพลังงานตัวลำโพงมีฟังก์ชั่นปิดเองอัตโนมัติ (Auto-off timer) หลังจากไม่มีการเล่นเสียงและไม่มีการกดปุ่มใด ๆ ผ่านไป 20 นาที ช่วงเวลานี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ในแอปฯ ‘Bose Connect’ นอกจากนั้นฟังก์ชั่นนี้ยังสามารถปิดการใช้งาน (Disable the auto-off timer) ได้โดยการกดปุ่ม มัลติฟังก์ชั่นและปุ่มเพิ่มเสียงค้างไว้จนกว่าจะได้ยินเสียงตอบรับ สำหรับการกลับมาใช้งานก็ให้ใช้วิธีเดียวกัน

การใช้งาน SoundLink Micro ร่วมกับแอปฯ Bose Connect

รายละเอียดทั้งหมดที่ว่ามานี้ผมได้ลองใช้งานดูแล้วพบว่าตัวลำโพงสามารถตอบสนองได้อย่างน่าประทับใจ มันแน่นอนแม่นยำ มันตอบสนองได้อย่างรวดเร็วฉับไว ต้องเรียนตามตรงจากใจจริงว่าได้ลองแล้วประทับใจมาก มากจนผมอยากจะเรียกมันว่า “ลำโพงบลูทูธอัจฉริยะ” เลยล่ะครับ

คุณภาพเสียง
การพูดถึงคุณภาพเสียงของลำโพง SoundLink Micro เป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพราะจุดเด่นของมันมีชัดเจนแถมยังรับรู้ได้ง่ายด้วยครับ วันแรกที่ผมเปิดฟังในที่ทำงานทุกคนที่ได้ยินเสียงมันต่างรู้สึกทึ่งระคนเหลือเชื่อ ผมสังเกตได้จากการแสดงออกทางสีหน้าและภาษากายของพวกเขา พลังเสียงของมันใหญ่เกินขนาดตัวไปสัก 2-3 เท่าเป็นอย่างน้อยได้ เป็นเสียงที่เปิดได้ดังแถมยังมีคุณภาพด้วยครับ

ผมได้ลองฟัง SoundLink Micro กับแหล่งสัญญาณหลากหลายทั้งจากการสตรีม YouTube, Spotify และจากการเล่นไฟล์เสียงคุณภาพสูงด้วยแอปฯ เล่นเพลงคุณภาพดีอย่างเช่น iAudioGate และ Onkyo HF จริงอยู่ว่าลำโพงตัวแค่ฝ่ามือคงจะให้ความถี่เสียงทุ้ม กลาง แหลม ออกมาครบถ้วนเหมือนอย่างลำโพงขนาดใหญ่คงเป็นไปไม่ได้

แต่เสียงที่ออกจาก SoundLink Micro เมื่อเทียบกับลำโพงบลูทูธขนาดใกล้เคียงกันที่ผมเคยฟังมา เป็นเสียงที่มีมวลเนื้อ มีความอิ่มของเสียง มีรายละเอียดที่พุ่งเปิด สดใสและชัดเจน แถมยังเล่นได้ดัง (มาก) โดยที่เสียงยังมีความน่าฟัง ภายใต้ข้อจำกัดต่าง ๆ ทางกายภาพของมัน หูของผมยืนยันได้เลยว่านี่ไม่ใช่ลำโพงที่ดังอย่างเดียวโดยไม่สนใจคุณภาพเสียงเลย

เมื่อเปิดฟังตามปกติบางครั้งผมก็สงสัยว่าวิศวกรของโบสเอาชนะขีดจำกัดทางกายภาพของไดรเวอร์และลำโพงตัวเล็กขนาดนี้ได้อย่างไร บางครั้งผมได้ยินเสียงร้อง เสียงกีตาร์ พุ่งผ่านออกมาจากเสียงกลองหรือเบสที่มีเนื้ออิ่มหนาฟังได้อรรถรส แทนที่จะเสียงเหล่านั้นถอยหรือจมหายไป มันกลับแหวกออกมาลอยเด่นได้อย่างกับลำโพงที่มีการแยกไดรเวอร์ในแต่ละช่วงความถี่ แต่เมื่อผมนึกได้ว่าโบสก็ทำอย่างนี้ได้มาตั้งนานแล้วกับลำโพงกลางแจ้ง ลำโพงบ้าน ตอนนี้จะมาทำได้กับลำโพงพกพาด้วยมันก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องน่าแปลกใจอะไรเลย

Bose Connect
เมื่อสองย่อหน้าที่แล้ว ผมเรียก SoundLink Micro ว่า “ลำโพงบลูทูธอัจฉริยะ” โดยที่ยังไม่ได้ลองเล่นมันผ่านแอปฯ Bose Connect เลยครับ แต่พอได้ลองเล่นแล้ว… โอ้โห มันล้ำขึ้นไปอีกครับ ถ้าหากลำโพง SoundLink Micro เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของเราอยู่แล้ว พอเปิดแอปฯ Bose Connect มันก็มองเห็นกันเลย ในกรณีนี้ผมเชื่อมต่อไว้ 2 ตัว มันก็เห็นทั้งสองตัวเลย รวมถึงแสดงระดับแบตเตอรี่และสีของลำโพง หน้า UI ก็ดูเรียบง่ายใช้งานไม่ยากและสวยงามดีครับ

หน้าเมนูหลักและเมนูตั้งค่าในแอปฯ Bose Connect

แอปฯ Bose Connect เปิดโอกาสให้เราสามารถตั้งชื่อให้ใหม่กับลำโพงได้ ตรวจสอบการเชื่อมต่อได้ หรือเข้าไปตั้งค่าฟังก์ชั่นอื่น ๆ เช่น Party Mode รวมถึงการปิด-เปิด Auto-off timer หรือ Voice Prompts เมื่อกดที่ไอค่อนรูปตู้ลำโพงบนหน้าแอปฯ จะเข้าสู่ฟังก์ชั่น Party Mode หรือการใช้งานลำโพง SoundLink Micro มากกว่า 1 ตัว ในรีวิวนี้ผมได้ยืมลำโพง SoundLink Micro มา 2 ตัว เป็นลำโพงสีส้มและสีดำอย่างละตัว การเชื่อมต่อใน Party Mode เป็นไปอย่างราบรื่น ง่ายและรวดเร็ว

ลำดับขั้นตอนการตั้งค่าเพิ่มลำโพงในเมนู Party Mode

เมื่อเข้าสู่ Party Mode บนหน้าจอจะมีสวิตช์ ‘STEREO (L/R)’ ให้เลือก จะปิดสวิตช์นี้ลำโพงทั้งคู่จะเล่นเพลงแบบ Party Mode คือเสียงจะออกลำโพงทั้งสองตัวพร้อมกันโดยไม่มีการแยกซ้าย-ขวา แต่ถ้าหากเลือกเปิดใช้งานสวิตช์นี้ลำโพง SoundLink Micro ลำโพงแต่ละตัวจะถูกกำหนดให้ทำงานแยกแชนเนลซ้าย-ขวาอิสระจากกันในรูปแบบของเสียงสเตริโอ โดยจะมีเสียงแจ้งเตือนด้วยว่าลำโพงตัวไหนเป็นข้างซ้าย ลำโพงตัวไหนเป็นลำโพงข้างขวา การใช้งานในโหมดนี้เสียงจากลำโพง SoundLink Micro จะเพิ่มประสิทธิภาพเป็น 2 เท่าเป็นอย่างน้อย เพราะมันไม่ใช่ได้มาแค่ความดังที่เพิ่มขึ้น แต่มันมาพร้อมกับมิติเสียงอันน่าทึ่ง (จากลำโพงตัวแค่นี้) ด้วยในกรณีที่เราใช้งานมันในโหมดเสียงสเตริโอ

สวิตช์เลือกใช้งาน Party Mode ด้านซ้ายใช้งานแบบ Party Mode
สำหรับด้านขวาใช้งานในแบบ Stereo Mode

การใช้งานในลักษณะนี้ (Party Mode/Stereo Mode) มีข้อดีตรงที่เราไม่จำเป็นต้องซื้อ SoundLink Micro คนเดียว 2 ตัวเสมอไป เพราะสามารถแชร์กับเพื่อนที่มี SoundLink Micro เหมือนกันก็ได้ หรือจะใช้งานร่วมกับลำโพงบลูทูธรุ่นอื่นของโบสที่รองรับฟังก์ชั่นที่ด้วยก็ได้ เช่น รุ่น SoundLink Revolve หรือ SoundLink Revolve+ เป็นต้น

ความเห็นโดยสรุป
นี่ไม่ใช่แค่ลำโพงบลูทูธอีกรุ่นหนึ่ง แต่เป็นลำโพงบลูทูธที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับการใช้งานสินค้าประเภทนี้ Bose SoundLink Micro เป็นลำโพงที่ขายตัวเองได้ทั้งในแง่ของเสียง ทั้งในแง่ของไลฟ์สไตล์และการใช้งาน

ทีแรกเมื่อทราบว่ามันไม่มีอินพุต AUX IN หรือ ANALOG IN มาให้เหมือนลำโพงบลูทูธอีกหลายรุ่น (ทั้งของโบสเองและต่างยี่ห้อ) ผมคิดว่ามันเป็นหนึ่งในข้อด้อย แต่เมื่อได้ฟังเสียง ได้ลองใช้งานผ่านบลูทูธ ผมก็มองไม่เห็นความจำเป็นต้องไปใช้งานอินพุตเหล่านั้นแต่อย่างใด ทว่าสำหรับท่านที่ยังใช้งานอุปกรณ์เล่นเพลงเล่นเสียงรุ่นเก่าที่ยังไม่มีเทคโนโลยีเชื่อมต่อแบบบลูทูธก็คงต้องมองดูลำโพงรุ่นอื่นแทนล่ะครับ

SoundLink Micro เปิดตัวในบ้านเราด้วยราคา 4,700 บาท ผมมีโอกาสได้ทราบว่าราคานี้เมื่อเทียบกับที่ขายในต่างประเทศอาจจะไม่ได้ถูกที่สุดแต่ก็ไม่ได้แพงที่สุดเช่นกัน (เช่นเดียวกับสินค้ายอดนิยมอย่างไอโฟน) ด้วยกลไกทางการค้า ค่าเงินรวมถึงอัตราภาษีต่าง ๆ ราคานี้มาพร้อมกับการรับประกันที่ดูแลกันอย่างไว้เนื้อเชื่อใจได้ตามนโยบายของบริษัท อัศวโสภณฯ และเงื่อนไขของทางโบส

สุดท้ายแล้วผมเองคงไม่อาจตัดสินใจแทนท่านผู้อ่านได้ว่าราคานี้คุ้มค่าสำหรับท่านหรือไม่ อย่างไร… หน้าที่ของผมทำได้แค่เพียงนำเสนอข้อมูลในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจด้วยตัวของท่านเองครับ… Hearing is Believing


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท อัศวโสภณ จำกัด
โทร. 0-2266-8136-8, 0-2234-6467-8 (สำนักงานใหญ่สี่พระยา)
ราคา 4,700 บาท

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความชอบในงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์