รีวิว AKG : N30

ส่วนตัวผมเองเป็นแฟนคนหนึ่งของหูฟังยี่ห้อ เอเคจี ‘AKG’ จากประเทศออสเตรีย ทว่าที่ผ่านมารุ่นที่เป็นโดดเด่นของเขาจะเป็นรุ่นในกลุ่มของหูฟังประเภทฟูลไซส์โอเวอร์เอียร์แบบที่ให้นั่งฟังอยู่ที่บ้านหรือสำหรับสตูดิโอเสียเป็นส่วนใหญ่

ทว่าวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนยุคปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะฟังเพลงในขณะที่กำลังสัญจรมากขึ้นหูฟังขนาดใหญ่เหล่านั้นคงไม่ใช่ตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นแน่

ทีมวิศวกรออกแบบของ AKG เองก็คงมองเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ด้วยเช่นกัน จึงเป็นเหตุให้ AKG ได้ขยับมาให้ความสำคัญกับหูฟังขนาดเล็กมากขึ้น สังเกตได้จากหูฟังขนาดเล็กของ AKG ที่มีให้เลือกใช้ตั้งแต่ระดับราคาหลักร้อยจนถึงระดับหลักหมื่นอย่างเช่นหูฟัง AKG N30 ที่ผมกำลังรีวิวอยู่นี้

หูฟังไฮบริดสำหรับไฮเรสฯ
AKG N30 จัดอยู่ในกลุ่มหูฟังขนาดเล็กแบบสอดหูประเภทอินเอียร์กึ่งเอียร์บัด เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 พร้อม ๆ กับหูฟังรุ่น N25, N40 และหูฟังไร้สายตระกูล N Series อีกจำนวนหนึ่ง ในแง่ของการใช้งานตามเทรนด์ไลฟ์สไตล์ไม่ปฏิเสธว่าในยุคนี้คงต้องยกให้หูฟังประเภทไร้สาย แต่ถ้าหาก ‘คุณภาพเสียง’ คือสิ่งแรกที่ให้ความสำคัญ ดูเหมือนว่าหูฟังรุ่น N30 จะเกิดมาเพื่อสิ่งนั้น

หูฟังรุ่น N30 เป็นรุ่นรองลงมาจาก N40 หูฟังรุ่นเรือธงใน N Series ด้านการออกแบบนั้น N30 ได้ถอดแบบคุณลักษณะของ N40 มาในหลายส่วน ที่มอง เห็นได้จากภายนอกก็คือรูปร่างหน้าตาของตัวหูฟัง อีกส่วนก็คือ ‘คุณภาพเสียง’

ซึ่งทาง AKG คุยว่านอกจากมันจะมีคุณสมบัติรองรับไฟล์เสียงรายละเอียดสูงหรือ Hi-Res Audio ได้อย่างสบาย ๆ แล้ว หูฟังรุ่นนี้ยังเป็นมิตรกับอุปกรณ์เล่นเพลงประเภท เครื่องเล่นพกพา หรือแม่กระทั่งสมาร์ทโฟนซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นเครื่องเสียงพกพาของหลาย ๆ คนไปแล้ว

ชัดเจนว่า Smartphone Friendly

สำหรับการออกแบบด้านอื่น ๆ ที่น่าสนใจของหูฟังรุ่นนี้ได้แก่ การใช้ไดรเวอร์แบบลูกผสม เป็นการใช้ไดรเวอร์คนละประเภทมาทำงานร่วมกันหรือที่นิยมเรียกกันว่าไฮบริด (Hybrid)

โดยในรุ่น N30 ทาง AKG ได้เลือกใช้ไดรเวอร์ในหูฟังข้างละ 2 ตัว ตัวหนึ่งเป็นไดรเวอร์แบบไดนามิก (Dynamic Driver) ทำงานให้เสียงในย่านความถี่ต่ำ ไดรเวอร์อีกตัวเป็นแบบบาลานซ์อามาเจอร์ (Balanced Armature Driver, BA) ทำงานให้เสียงในย่านความถี่เสียงกลางและเสียงแหลม

ไดรเวอร์แบบไฮบริดในตัวหูฟัง AKG N30

ไดรเวอร์ทั้งคู่ติดตั้งอยู่ในตัวเรือนหูฟังที่ทำจากโลหะสแตนเลส (Stainless steel housing) ที่ขึ้นรูปเป็นทรงให้เข้ารูปกับช่องว่างของพื้นที่บริเวณด้านหน้ารูหู ตัวท่อนำเสียงที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4-5 มิลลิเมตรถูกออกแบบให้ทำมุมเอียงรับกับรูปทรงของรูหูช่วยให้การสวมใส่มีความกระชับเข้ารูปได้ง่ายยิ่งขึ้น

หูฟังรุ่น N30 มีอิมพิแดนซ์เฉลี่ย 32 โอห์ม ความไว 101dB (SPL/V @1kHz) ตอบสนองช่วงความถี่เสียงตั้งแต่ 20Hz-40kHz น้ำหนักเพียง 19.5 กรัม มีสีตัวเรือนหูฟังให้เลือก 2 คือ สีเงิน/ดำทูโทน และสีดำล้วนเหมือนตัวที่ผมรีวิวอยู่นี้

หูฟังที่ ‘เลือกเสียง’ และ ‘เลือกเล่น’ ได้
AKG ได้ออกแบบให้ตัวหูฟัง N30 มีส่วน ‘ฟิลเตอร์เสียง’ ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ ตัวฟิลเตอร์นี้มีลักษณะเป็นจุกเกลียวปิดที่ปลายท่อนำเสียงของหูฟัง เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถจูนเสียงได้ด้วยฟิลเตอร์ 2 ประเภทที่ให้มาด้วยพร้อมกับหูฟัง

ฟิลเตอร์ชุดหนึ่งมีชื่อเรียกว่า ‘REFERENCE SOUND’ ให้เสียงที่มีลักษณะเป็นไปตามเสียงอ้างอิงที่ทีมออกแบบของ AKG ได้เลือกปรับแต่งเอาไว้ ฟิลเตอร์ชุดนี้จะกับหูฟังเลยจากโรงงาน

สำหรับฟิลเตอร์อีกหนึ่งชุดมีชื่อเรียกว่า ‘BASS BOOST’ คุณสมบัติก็เป็นไปตามชื่อเลยครับ ฟิลเตอร์ตัวนี้จะให้ปริมาณเสียงทุ้มที่มีมวลเนื้อมากขึ้นเมื่อเทียบกับฟิลเตอร์แบบแรก

ตัวสายหูฟังของ AKG N30 เป็นสายแบบปลดได้ เชื่อมต่อกับตัวเรือนหูฟังด้วยขั้วต่อประเภท MMCX เคลือบทองอย่างดี ทำให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนสายได้ง่าย ๆ หากสายเดิมเกิดชำรุดในอนาคต หรือจะเป็นการเปลี่ยนสายต่างยี่ห้อเพื่อลองเล่นกับการปรับจูนเสียงด้วยสายก็สามารถทำได้ง่ายเช่นกัน

ตัวหูฟัง จุกซิลิโคนและฟิลเตอร์ที่สามารถสับเปลี่ยนได้

ฉนวนด้านนอกของสายห่อหุ้มด้วยวัสดุคล้ายใยผ้า ฉนวนด้านในมีความยืดหยุ่นสูง มีลักษณะอ่อนนุ่ม และน้ำหนักเบา ขั้วต่อปลายสายที่รับเสียงเข้ามาเป็นขั้วต่อแบบมินิแจ็ค 3.5mm เคลือบทองอย่างดีเช่นกัน

ขั้วต่อมินิ 3.5mm ที่รองรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน และสวิตช์เลือกใช้งานระหว่างอุปกรณ์ Android และ iOS
ขั้วต่อ MMCX ของ AKG N30

และเนื่องจากมันถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ประเภทสมาร์ทโฟนด้วย ที่ตัวสายหูฟังยังมีไมค์สำหรับคุยสายและปุ่มรีโมตคอนโทรล 3 ปุ่มสำหรับควบคุมการเล่นเพลง และปรับความดังของเสียง นอกจากนั้นยังมีสวิตช์เลื่อนตัวเล็กให้เลือกได้อีกว่าจะใช้งานกับสมาร์ทโฟนที่เป็นระบบปฏิบัติการใดระหว่าง iOS และ Android

แกะกล่องลองใช้งานและฟังเสียง
หูฟัง AKG N30 บรรจุมาในกล่องกระดาษแข็งดีไซน์ทันสมัย ภายในกล่องแบ่งช่องบรรจุอุปกรณ์ต่าง ๆ มาได้อย่างเป็นระเบียบ นอกจากตัวหูฟัง สายหูฟัง แล้วในกล่องยังพบจุกซิลิโคนอีก 3 คู่ ที่มีขนาดลดหลั่นกันไป รวมกับคู่ที่ติดมากับตัวหูฟังก็รวมทั้งหมดเป็น 4 คู่ ให้เลือกเปลี่ยนได้ตามขนาดของรูหูผู้ใช้งานแต่ละคน (ขนาดของซิลิโคนสำคัญมากต่อคุณภาพเสียง เพราะหูฟังประเภทนี้ต้องการการซีลเสียงที่ดีจึงจะได้ประสิทธิภาพเต็มที่)

อุปกรณ์ที่มาในกล่อง A) จุกซิลิโคนหลายขนาด B) ที่แคะเศษขี้หู C) กล่องเก็บหูฟัง D) ตัวหูฟัง E) แจ็คแปลงสำหรับเครื่องบิน… *สายหูฟังและฟิลเตอร์จะอยู่ในฝาปิดด้านล่าง

ยังมีแท่งพลาสติกเล็ก ๆ ที่ให้มาสำหรับไว้ใช้เขี่ยเศษขี้หูออกจากจุกซิลิโคน มีกล่องเก็บหูฟังเพื่อการพกพาแถมให้มาด้วย เป็นกล่องทรงแคปซูลป้อม ๆ ขนาดเล็กกะทัดรัดเปิด-ปิดด้วยซิป

กล่องเก็บหูฟังนี้แม้ว่าจะใช้งานได้จริงไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ก็ดูไม่ค่อยสมราคานักเมื่อเทียบกับค่าตัวของ AKG N30 หรือเทียบกับกล่องเก็บหูฟังของหูฟังที่มีราคาถูกกว่าอย่างเช่น 1MORE Quad Driver

นอกจากนั้นใครที่มักจะเดินทางด้วยเครื่องบินโดยสารหูฟังรุ่นนี้เขายังแถมอะแดปเตอร์แปลงหัวแจ็คสำหรับใช้งานบนเครื่องบินมาให้ด้วยครับ ก็สะดวกดีไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่มเอาเอง หรือต้องไปทนใช้หูฟังถูก ๆ ที่ทางสายการบินส่วนใหญ่มักจะจัดหามาให้ใช้ในระหว่างการเดินทาง

การสวมใส่ใช้งานหูฟังรุ่นนี้เป็นลักษณะที่ต้องเอาสายหูฟังคล้องอ้อมรอบใบหูไปทางด้านหลัง ผมพบว่าการจะใส่หูฟังรุ่นนี้ให้กระชับสำหรับหูของผม จำเป็นต้องเรียนรู้มุมการใส่อยู่สักพัก ไม่เช่นนั้นแล้วมันจะหลวมคลอนและเกิดอาการเสียงรั่วได้ง่ายแม้ว่าจะเลือกจุกซิลิโคนให้พอดีแล้วก็ตาม

AKG N30 ขณะสวมใส่ใช้งาน

หลังจากเรียนรู้การสวมใส่ได้กระชับพอดีแล้วผมพบว่าหูฟังรุ่นนี้น้ำหนักเบาและกะทัดรัดมาก แต่คุณภาพเสียงของมันน่ะสิครับไม่กะทัดรัดตามขนาดตัวเลย!

ก่อนอื่นต้องขอชมเชยว่า AKG N30 มีบาลานซ์เสียงที่จัดว่า ‘ยอดเยี่ยม’ มันทำให้ผมนึกถึงหูฟังมอนิเตอร์ที่ผมคุ้นเคยอย่างเช่น AKG K550, Shure SRH940 หรือแม้แต่ AKG K812 ที่ราคาเลยครึ่งแสนแต่ผมฟังแล้วถูกใจมาก ๆ และเสียงของมันห่างไกลจากสไตล์เสียงของหูฟัง Beats ที่เน้นเสียงทุ้มเหมือนยก EQ ตลอดเวลาไปไกลมาก

เสียงที่ถ่ายทอดจาก AKG N30 มีความตรงไปตรงมา รายละเอียดพร่างพราว เวทีเสียงเปิดกว้าง โล่ง โปร่งและสะอาดมาก รายละเอียดของแต่ละเสียงและฮาร์มอนิกส์ของมันมีลักษณะแจกแจง เปิดเผย ควบคู่ไปกับสีสันของเสียงอย่างลงตัวพอดิบพอดี ทั้งยังไม่มีลักษณะของเสียงที่โด่งหรือล้ำหน้าออกมาเฉพาะในช่วงความถี่ใดความถี่หนึ่ง

ทุกรายละเอียดเสียงรับรู้ได้ชัดเจนว่าเป็นไปตามที่เสียงต้นฉบับส่งมาด้วยความซื่อสัตย์ ‘garbage in, garbage out’ ตัวอย่างอัลบั้มเพลงที่ผมฟังแล้วรู้สึกชอบใจเป็นพิเศษคือ Don’t Smoke in Bed ของ Holly Cole Trio (ไฟล์ DSD จาก Acoustic Sounds)

อย่างไรก็ดีด้วยความที่เป็นหูฟังที่ขับได้ค่อนข้างง่าย สมาร์ทโฟนทั่วไปมีเรี่ยวแรงพอขับหูฟังตัวนี้ได้แน่นอน แต่อย่าลืมว่ามันเป็นหูฟังที่ให้เสียงตรงไปตรงมาด้วย ดังนั้นถ้าหากจะใช้กับสมาร์ทโฟนอย่างมีความสุขก็ขอให้เลือกคุณภาพกันสักหน่อย ทั้งคุณภาพของสมาร์ทโฟน คุณภาพของไฟล์เสียง ตลอดจนคุณภาพของแอปฯ เล่นเพลง อย่าให้มีส่วนใดที่ย่ำแย่เสียจนพิกลพิการ ไม่เช่นนั้นแล้วหูฟังตัวนี้มันจะฟ้องสิ่งเหล่านั้นออกมา ฟังแล้วก็ไม่เพลินไม่มีความสุขอย่างที่ควรจะเป็นกันล่ะครับ

ลองใช้งานกับสมาร์ทโฟนทั้ง Android และ iOS

ในรีวิวนี้นอกจากผมจะใช้สมาร์ทโฟนและแอปฯ เล่นเพลงที่ใช้งานกันอยู่ประจำแล้ว ผมยังมีเครื่องเล่น Cayin N3 และ DAC/AMP ไฮบริด (โซลิดสเตท + หลอด) ของยี่ห้อ Alo รุ่น Continental Dual Mono ใช้งานอยู่เป็นส่วนใหญ่ตลอดการรีวิวด้วยครับ

ยืนยันและตอกย้ำกันอีกทีว่า เสียงที่ถ่ายทอดจาก AKG N30 สมควรได้รับการยกย่องว่าเข้าข่ายเสียงที่เป็นไฮเรสฯ โดยแท้จริง เป็นไฮเรสฯ กันตลอดทั้งย่านความถี่ เป็นเสียงที่มีความเที่ยงตรง ชัดเจน สะอาด ให้รายละเอียดเสียงพร่างพราวและเกลี้ยงเกลาในคราวเดียวกัน

ลองฟังกับ DAP ของยี่ห้อ Cayin รุ่น N3

ไม่ใช่แค่เพียง ‘ติดโลโก้ Hi-Res Audio’ ไว้โก้ ๆ เหมือนที่หูฟังหลายรุ่นสมัยนี้นิยมทำกัน ทั้งหูฟังในกลุ่มแบรนด์เนมและหูฟังโนเนม แต่เสียงที่ถ่ายทอดออกมาไม่เห็นจะเป็นไปตามนั้น เท่ากับว่าเป็นไฮเรสฯ หลอก ๆ นั่นเอง

Bass Boost
ผมมีโอกาสได้ลองฟัง AKG N30 แบบเปลี่ยนไปใช้งานฟิลเตอร์ ‘Bass Boost’ ด้วยครับ ซึ่งเสียงที่ได้ก็เป็นไปตามชื่อของตัวฟิลเตอร์นั่นแหละครับ แต่อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะทำให้ AKG N30 กลายร่างไปเป็น ‘หูฟังบ้าเบส’ หรือหูฟังที่มีแต่เสียงทุ้มเยอะ ๆ แล้วไม่สนใจความถี่อื่น ๆ เลย

เสียงทุ้มที่ถูกยกขึ้นมาด้วยฟิลเตอร์ ‘Bass Boost’ ทำให้เสียงของหูฟังรุ่นนี้มีความหนาในเนื้อเสียงมากขึ้น มีบรรยากาศของความถี่ต่ำอบอวลอยู่รอบ ๆ ตัวเสียงมากขึ้น มีปริมาณเสียงทุ้มที่ถูกเน้นขึ้นมามากขึ้น เป็นผลให้เสียงย่านกลางต่ำขึ้นไปและย่านเสียงกลางมีลักษณะหนาขึ้นเล็กน้อย แต่ภาพรวมทั้งหมดยังจัดว่ามีบาลานซ์ที่ดีและมีลักษณะเปิดเผยแทบไม่ต่างจากตอนที่ใช้ฟิลเตอร์ ‘REFERENCE SOUND’

คำถามว่า… แล้วเราจะได้ใช้งานฟิลเตอร์ ‘Bass Boost’ ตอนไหน? ในเมื่อเราซื้อหูฟังรุ่นนี้เพราะชอบเสียงตอนที่ใช้ฟิลเตอร์ ‘REFERENCE SOUND’

ลองเล่นกับฟิลเตอร์ของ AKG N30 ซึ่งมีผลโดยตรงกับบุคลิกเสียง

ทีแรกผมเองก็เกิดความสงสัยเช่นนั้นจนกระทั่งได้พบกับความจริงบางอย่างในระหว่างการใช้งาน ที่พบว่าหลายวาระเพลงที่เราอยากฟังอาจจะมีคุณภาพการบันทึกเสียงที่ยังขาด ๆ เกิน ๆ อยู่ อย่างเช่นในอัลบั้มรวมเพลงฮิตของ Whitney Houston ซึ่งเพลงดีมาก

ผมพบว่าแม้จะใช้ source ที่ดีเล่นเพลงแต่คุณภาพเสียงที่ออกมาเมื่อถูกชำแหละโดย AKG N30 ความน่าฟังมันลดทอนลงไปพอสมควร ในทำนองเดียวกับการฟังเพลงจากสตรีมมิ่ง Spotify ที่กำหนดคุณภาพของเสียงได้ไม่ง่ายนัก การใช้ฟิลเตอร์ ‘Bass Boost’ สามารถช่วย ‘รอมชอม’ ความไม่สมบูรณ์เหล่านั้นได้พอสมควร ทำให้ผมสามารถเสพงานเหล่านั้นได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

ฟังเปรียบเทียบ
ผมยังคงใช้เพลงต่าง ๆ ที่ใช้ในการฟังเปรียบเมื่อตอนที่รีวิวหูฟัง Shure SE215m+SPE มาใช้ในการฟังเปรียบเทียบหูฟัง AKG N30 กับหูฟังรุ่นอื่นที่ผมคุ้นเคย และนี่คือผลลัพธ์ที่ได้ครับ

AKG N30 ฟังเทียบกับ Shure SE215m+SPE :
แม้ราคาจะต่างกันราว ๆ 3 เท่า แต่เสียงของหูฟังทั้ง 2 รุ่นนี้ก็มีความละม้ายกันอยู่โดยเฉพาะในแง่ความบาลานซ์ของเสียงและลักษณะการให้เสียงที่กระจ่างเปิดเผย แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแล้วสิ่งที่ผมได้ยินจาก AKG N30 มีความครบถ้วนสมบูรณ์มากกว่า มีความเที่ยงตรงเป็นกลางมากกว่า และเป็นเช่นนั้นตลอดทั้งย่านความถี่เสียง

ถ้าหากฟังผิวเผินอาจจะรู้สึกว่า Shure SE215m+SPE มีความคุ้มค่าต่อราคาในระดับที่มากกว่า แต่ถ้าใช้เวลากับ AKG N30 นาน ๆ แบบผมแล้ว เชื่อเหลือเกินว่าจะกลับไปยอมรับเสียงที่ยัง ‘ได้ไม่เท่า’ ยากจริง ๆ ครับ

AKG N30 ฟังเทียบกับ 1MORE Quad Driver :
ผมใช้งานหูฟัง 1MORE Quad Driver เป็นการส่วนตัวมาสักพักแล้วครับ พอได้มาฟัง AKG N30 สิ่งแรกที่ผมรู้สึกก็คือเสียงมันแตกต่างกันอย่างชัดเจน ชัดมากครับ ชัดแบบไม่ต้องเสียเวลาเทียบกันหลายเพลงเลย

ถ้าผมฟัง 1MORE Quad Driver อยู่สักพักแล้วเปลี่ยนมาฟัง AKG N30 สิ่งแรกที่จะรู้สึกเลยก็คือมวลเสียงทั้งหมดมันบางลง เสียงทุ้มมีน้ำหนักและความอิ่มหนาของเนื้อเสียงลดลง แต่น่าแปลกว่าแม้เสียงมันจะต่างกันขนาดนั้นแต่ผมก็ไม่รู้สึกปฏิเสธมันเลย มันเป็นความต่างในเรื่องของบุคลิกลักษณะเสียง ไม่ใช่ความแตกต่างของเสียงที่ดีและเสียงที่เลว

ในทางกลับกันถ้าหากผมฟัง AKG N30 อยู่นานจนชินหูแล้วเปลี่ยนมาฟัง 1MORE Quad Driver สิ่งแรกที่จะรู้สึกเลยก็คือมวลเสียงทั้งหมดจะอิ่มหนามากขึ้น ได้ยินเสียงทุ้มที่มีความอวบอิ่มมากขึ้น ความกระจ่างพร่างพราวในน้ำเสียงลดลงมาเล็กน้อย

แล้วก็เช่นกันที่ผมไม่รู้สึกปฏิเสธเสียงเหล่านั้น ผมว่าเสียงของ AKG N30 เมื่อใส่ฟิลเตอร์ ‘Bass Boost’ จะฟังดูกระเดียดคล้ายมาทาง 1MORE Quad Driver มากขึ้น แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนอยู่ดี

ผมนั่งถามตัวเองว่าเพราะอะไร ทำไมผมถึงยอมรับความแตกต่างที่ชัดเจนขนาดนั้นได้ ทำไมผมถึงไม่เลือกชอบตัวหนึ่งและรังเกียจอีกตัวหนึ่งไปเลย ในเมื่อมันแตกต่างกันชัดเจนขนาดนั้น

คำตอบที่ความคิดของผมตกผลึกออกมาได้ก็คือ เพราะว่าหูฟังทั้งสองยังคงรักษาคุณภาพและความเป็นดนตรีของเสียงเอาไว้ได้ ความแตกต่างของมันเป็นเพียงแนวทางการปรับแต่งเสียงที่แต่ละยี่ห้ออยากจะนำเสนอออกมา ผมนั่งฟังหูฟังทั้ง 2 รุ่น กลับไปกลับมาผมบัญญัติศัพท์ที่ใช้อธิบายได้ตรงใจมา 2 คำ คำแรก ‘Natural Musical’ เป็นของหูฟัง 1MORE Quad Driver และ ‘Accurate Reveal’ เป็นของ AKG N30

อย่างไรก็ดี เมื่อฟังเปรียบเทียบกันถึง ณ จุดหนึ่ง ก็ต้องยอมรับโดยดุษฎีว่า AKG N30 มีคุณสมบัติในการถ่ายทอดเสียงรายละเอียดสูงได้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบกว่าจริง ๆ พูดให้ชัดกว่านั้นก็คือแม้ว่ามันจะแพงกว่าแต่ก็แพงกว่าแบบสมเหตุสมผล ดังนั้นผมจึงไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าใครคุ้มค่ากว่ากัน แต่ที่แน่ ๆ มันทำให้ผมอยากเก็บมันเอาไว้ทั้งคู่เลยครับ

ความเห็นโดยสรุป
ส่วนตัวผมมีหูฟังอยู่หลายตัวเอาไว้สำหรับใช้งานในโอกาสต่างกัน แต่เวลาที่ผมต้องการพิจารณาเรื่องของเสียงเป็นพิเศษหรือต้องการเปรียบเทียบเครื่องเสียงมากกว่าหนึ่ิงชิ้นเพื่อชี้ชัดในรายละเอียดบางอย่าง หูฟังที่ผมเลือกมาใช้งานมักจะเป็น Shure SRH940 หูฟังของชัวร์รุ่นนี้ไม่ใช่หูฟังที่สมบูรณ์แบบแต่มันมีคุณสมบัติบางอย่างที่ผมต้องการ

แต่เนื่องจากหูฟังของชัวร์รุ่นนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่บางครั้งจะพกไปนอกสถานที่ก็ไม่ค่อยสะดวกนัก ทำให้ในช่วงเวลาหนึ่งผมเคยตามหาหูฟังขนาดเล็กที่ให้เสียงในทำนองเดียวกันกับ Shure SRH940 มาใช้งาน แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เจอกันสักที แต่หลังจากที่ผมได้ลองฟัง AKG N30 ผมว่านี่แหละครับสิ่งที่ผมกำลังตามหา

เสียงที่ได้จากหูฟัง AKG N30 คือลักษณะของหูฟังมอนิเตอร์โดยแท้ เสียงเปิด สดใส กระจ่างชัด แต่ไม่จัดจ้านหรือเจิดจ้าเกินงาม รายละเอียดของเสียงชัดเจน มีทรวดทรงของมวลเนื้อเสียงที่กระชับได้รูป เป็นรายละเอียดที่รับรู้ได้ว่าไม่มากและไม่น้อยเกินไป จะว่าไปผมว่ามันทำหน้าที่ได้ดีกว่า Shure SRH940 เสียด้วยซ้ำ

ดังนั้นกับงบประมาณระดับหมื่นต้น ๆ โดยส่วนผมมองว่านี่คือความคุ้มค่าเพราะผมทราบดีว่าเสียงอย่างนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ ในหูฟังทั่วไป และมันทำให้การตามหาของผมสิ้นสุดลงแล้วล่ะครับ


นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท เอ็ม.ไอ.เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
โทร. 0-2254-3316-9
ราคา 12,000 บาท

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความชอบในงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์