Ortofon หนึ่งศตวรรษ จากจุดเริ่มต้นจนถึงจุดบรรจบแห่งโลกอะนาล็อกไฮไฟ

บทความนี้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ หลังจากที่ผมได้ไปอ่านเจอเรื่องราวของผู้ผลิตหัวเข็มชื่อดังอย่าง Ortofon แล้วพบว่าแบรนด์นี้มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจดีครับแม้ว่าจะไม่ได้มีอะไรหวือหวาก็ตาม เอาละครับเราไปดูกันว่าผู้ผลิตหัวเข็มที่มีประวัติความเป็นมายาวนานมากกว่า 100 ปีรายนี้ เขามีดีอะไรจึงยังคงอยู่และรักษาชื่อเสียงมาได้ยาวนานขนาดนี้

โดยปกติแล้วผู้ผลิตเทิร์นเทเบิ้ลมีแนวโน้มว่าจะพยายามผลิตส่วนประกอบทุก ๆ ชิ้นของเทิร์นเทเบิ้ลขึ้นมาเอง ไม่ว่าจะเป็นแท่นเครื่อง, มอเตอร์, โทนอาร์ม หรือแพลตเตอร์ ทว่ามีอยู่หนึ่งองค์ประกอบสำคัญซึ่งมักจะเป็นข้อยกเว้นนั่นคือ หัวเข็ม

แม้ว่าผู้ผลิตเทิร์นเทเบิ้ลบางยี่ห้อจะออกแบบหัวเข็มใช้เองด้วย แต่หลายยี่ห้อก็ใช้วิธีร่วมออกแบบและสั่งผลิตหัวเข็มของตัวเองกับผู้ผลิตหัวเข็มที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอยู่แล้วอย่างเช่นผู้ผลิตหัวเข็มยี่ห้อ ออโทฟอน (Ortofon) หนึ่งในผู้ผลิตหัวเข็มที่มีประสบการณ์มาแล้วมากกว่า 100 ปี

(ภาพจาก Ortofon)

บริษัทก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ในปีค.ศ.1918 โดยวิศวกรชาวเดนมาร์ก 2 คน แอกเซล พีเตอร์เซน และอาร์โนล โพลเซน สินค้าในยุคแรกที่ทางบริษัททำออกมาคืออุปกรณ์ปรับเสียงสำหรับภาพยนตร์ซึ่งใช้งานกับทั้งดนตรีและเสียงสนทนา

ขณะที่ลูอิส โดริโอ เจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการของ Ortofon เผย หลังช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 บริษัทก็ได้เริ่มเข้ามาในธุรกิจการผลิตเครื่องเล่นและกระบวนการผลิตแผ่นเสียง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์หัวตัดแผ่นเสียงและภาคขยายเสียงสำหรับกระบวนการตัดแผ่นเพื่อใช้งานในกระบวนการทำมาสเตอริง

“Ortofon ได้พัฒนาหัวตัดแผ่นเสียงรุ่นแรกที่สามารถตอบสนองความถี่เสียงได้กว้าง มีความเป็นไฮไฟในลักษณะของเสียงแบบที่เราได้ฟังกันอยู่ในปัจจุบัน”

“แน่นอนว่าในตอนนั้นผู้คนยังไม่สามารถเข้าถึงคุณภาพของแผ่นเสียงระดับไฮไฟได้ หากว่าพวกเขายังไม่เปลี่ยนหัวเข็มใหม่ที่สามารถตอบสนองความถี่เสียงได้กว้างเหมือนกันด้วย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราได้เริ่มพัฒนาหัวเข็มที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้”

หัวตัดแผ่นเสียงของ Ortofon (ภาพจาก Ortofon)

หัวเข็มรุ่นแรกของ Ortofon เป็นหัวเข็มแบบขดลวดเคลื่อนที่ (MC) รุ่น MC Mono-A ออกแบบโดยนายโฮลเกอร์ คริสเตียน อาเรนสไตน์ ในปีค.ศ.1948 นับตั้งแต่นั้นมาชื่อของ Ortofon ก็ได้รับการจารึกเข้ามาอยู่ในทำเนียบของเครื่องเสียงไฮไฟ ในฐานะผู้ผลิตตั้งแต่โทนอาร์มจนถึงสายเคเบิ้ลในเวลาต่อมา แน่นอนว่ารวมทั้งหัวเข็มรุ่นดังที่มีมากกว่า 50 รุ่น

ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาธุรกิจของ Ortofon เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างมาก นั่นเป็นเพราะว่าอุตสาหกรรมแผ่นเสียงหรือแผ่นไวนิลนั้นก็เกิดความเปลี่ยนขึ้นอย่างมากด้วยเช่นกัน

หัวเข็ม MC Mono-A (ภาพจาก Ortofon)

ก่อนปีค.ศ.2010 มีแค่เพียงนักเล่นเครื่องเสียงและคนเปิดแผ่น (ดีเจ) เท่านั้นที่เป็นกลุ่มคนหลัก ๆ ที่ยังฟังแผ่นเสียงอยู่ ซึ่งเป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้นเองหากเทียบกับประชากรทั้งหมดบนโลกนี้ ทาง Ortofon เองจึงมีหัวเข็มระดับไฮเอนด์ออกมาทำตลาดในปริมาณไม่มากนัก

ทว่านับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแผ่นเสียงได้กลับมาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทำให้มีเทิร์นเทเบิ้ล (เครื่องเล่นแผ่นเสียง) และแผ่นเสียงออกมาในตลาดจำนวนมาก นั่นหมายความว่าปริมาณของหัวเข็มก็มีปริมาณที่แปรผันตามกันไปด้วยเช่นกัน

ทางด้านผู้ผลิตเทิร์นเทเบิ้ลเองหากว่าต้องการผลิตหัวเข็มของตัวเองนั้น อาจเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักถ้าจะผลิตออกมาในปริมาณมากให้ทันต่อความต้องการของตลาด ต่างจากโรงงานของ Ortofon ในเมือง Nakskov ประเทศเดนมาร์กซึ่งมีความพร้อมในการผลิตหัวเข็มชั้นดีได้ในปริมาณมาก การผลิตตามปริมาณที่ต้องการว่าจะมากหรือน้อยเพียงใดนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมากสำหรับโรงงานแห่งนี้

“ทุกองค์ประกอบทุกชิ้นส่วนของหัวเข็มล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อคุณภาพเสียงอย่างมาก” นายโดริโอได้อธิบาย “ไม่ว่าจะเป็นลักษณะรูปทรงของปลายหัวเข็มที่เป็นเพชร, วัสดุที่เป็นก้านเข็ม, วัสดุที่เลือกใช้ทำขดลวด, จำนวนรอบของขดลวด, ประเภทของแม่เหล็กที่เลือกใช้ตลอดจนปริมาณความเข้มของแรงแม่เหล็ก

หรือว่าจะเป็นประเภทของยางที่ใช้เป็นส่วนยืดหยุ่นให้ก้านเข็ม และนั่นเป็นเพียงแต่การเริ่มต้นที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการออกแบบทางกายภาพในส่วนอื่น ๆ และที่สำคัญก็คือจะทำอย่างไรให้ชิ้นส่วนทั้งหมดนั้นมาทำงานร่วมกันแล้วได้เป็นหัวเข็มที่มีคุณภาพเสียงที่ดีด้วย”

(ภาพจาก Ortofon)

ในปีค.ศ.2007 Ortofon ได้เปิดตัวหัวเข็มแบบแม่เหล็กเคลื่อนที่ (MM) รุ่น 2M Series ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นหัวเข็มรุ่นที่ขายดีที่สุดของบริษัท และเป็นหัวเข็มที่มีความโดดเด่นสะดุดตาด้วยสีสันสดใสมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นหัวเข็มที่สามารถเข้ากันได้กับโฟโนปรีแอมป์หรือเทิร์นเทเบิ้ลระดับเริ่มต้นส่วนใหญ่ในตลาด นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ผลิตเทิร์นยี่ห้อดังส่วนใหญ่เลือกหัวเข็มรุ่นนี้ไปใช้งาน

โดยหัวเข็ม Ortofon 2M Red ($100) นั้นเหมาะกับเทิร์นเทเบิ้ลระดับเริ่มต้น ถ้าหากต้องการอัปเกรดให้คุณภาพดีขึ้น Ortofon 2M Blue ($236) ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

(ภาพจาก Ortofon)

ขณะเดียวกัน Ortofon ก็ยังมีหัวเข็มแบบขดลวดเคลื่อนที่ (MC) อีกหลายรุ่นที่สามารถถ่ายทอดรายละเอียดได้ดีกว่า ให้เสียงที่ดีกว่า ในราคาที่สูงกว่าด้วยเช่นกัน

นายโดริโอ้กล่าวเสริมว่า “แม้ว่าคุณจะเลือกหัวเข็มรุ่นที่ราคาถูกที่สุดของเรา มันจะให้เสียงดนตรีที่ไม่ผิดเพี้ยน มันจะถ่ายทอดรายละเอียดเสียงที่ถูกต้องมากกว่ารายละเอียดที่ผิดเพี้ยน”

“แนวคิดหนึ่งที่เราพยายามดำเนินไปอย่างต่อเนื่องนั่นคือการให้ความสำคัญกับ ‘คุณภาพของหัวเข็มในระดับเริ่มต้น’ เรามุ่งเน้นที่จะให้ตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดกับผู้บริโภค”

โดยปกติแล้วการอัปเกรดหัวเข็มเครื่องเล่นแผ่นเสียงเป็นการอัปเกรดที่เห็นผลชัดเจนมากที่สุดอย่างหนึ่งในระบบเสียงไฮไฟ หัวเข็มที่คุณภาพดีกว่าส่งผลอย่างมากต่อคุณภาพเสียงโดยรวมของเครื่องเสียงทั้งชุด

ดังนั้นการลงทุนกับการอัปเกรดหัวเข็ม ไม่ว่าจะเป็น Ortofon หรือยี่ห้ออื่น ๆ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะนอกจากจะได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้นแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นมันยังช่วยรักษาแผ่นเสียงของคุณให้มีอายุยืนยาวมากขึ้นด้วย เพราะหัวเข็มที่มีแทรคกิ้งที่ดีจะเกาะร่องเสียงได้อย่างแม่นยำ ทำให้ร่องเสียงของแผ่นเกิดความสึกหรอน้อยที่สุด


ที่มา: Ortofon, Gear Patrol

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความชอบในงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์