fbpx

Xiaomi ประเทศไทย เปิดตัว Mi 11 Ultra ที่สุดของแฟลกชิปสมาร์ทโฟนปฏิวัติวงการถ่ายภาพ

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 5 พฤษภาคม 2564 – Xiaomi (เสียวหมี่) เปิดตัว Mi 11 Ultra ที่สุดของสมาร์ทโฟนแฟลกชิประดับพรีเมียม ที่จะมายกระดับการถ่ายภาพและบันทึกภาพเคลื่อนไหว

Mi 11 Ultra อีกหนึ่งก้าวสำคัญของการส่งมอบเทคโนโลยีสำคัญสู่มือผู้ใช้ทั่วโลก เพียบพร้อมด้วยชุดกล้องหลัง 3 ตัว ที่ทรงพลังที่สุดในสมาร์ทโฟน ได้รับการจัดอันดับจาก DxO Mark ให้เป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องถ่ายภาพที่ดีที่สุดในโลก

หน้าจอ AMOLED 120Hz ที่ดีที่สุดที่รองรับคุณสมบัติ Dolby Vision® HDR10+ ความละเอียดสูงถึง WQHD+ และขุมพลังจากชิปเซ็ต Qualcomm® Snapdragon™ 888 รองรับชาร์จไวทั้งแบบใช้สายและไร้สายที่ 67W และกันน้ำที่ระดับ IP68 วางจำหน่ายในประเทศไทยให้เป็นเจ้าของแบบเอ็กซ์คลูซีฟแล้ววันนี้เพียง 100 เครื่อง ในราคา 33,990 บาท เฉพาะที่ JD Central เท่านั้น พร้อมของสมนาคุณจัดเต็ม

Mi 11 Ultra เป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญของนวัตกรรมการถ่ายภาพระดับโปรด้วยกล้องจากสมาร์ทโฟน ชุดกล้องหลัง 3 ตัวระดับมืออาชีพ กล้องหลักความละเอียด 50MP บรรจุเซนเซอร์ Samsung GN 2 ที่เสียวหมี่ร่วมพัฒนากับซัมซุง มีขนาดใหญ่ถึง 1/1.12 นิ้ว พ่วงด้วยเทคโนโลยี 4-in-1 Super Pixel ที่ขนาด 2.8 ไมโครเมตร (µm)

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Ultra Night Photo ที่เสียวหมี่เป็นผู้พัฒนา คือเทคโนโลยีอัลกอริธึมการถ่ายภาพกลางคืนที่พัฒนาขึ้นใหม่ให้สามารถบันทึกภาพในแสงและความละเอียดเหมาะสม ให้ภาพที่บันทึกดูสว่างและให้รายละเอียดที่ครบถ้วน แม้ในสภาพแสงที่น้อยเพียง 0.02 lux

Mi 11 Ultra ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของเสียวหมี่ที่รองรับระบบเลเซอร์ Time-of-Flight แบบหลายจุด เพื่อช่วยคำนวณค่าความชัดลึกได้สูงสุดถึง 64 โซน จึงสามารถโฟกัสได้แม่นยำและให้มุมมองภาพที่กว้างขึ้น 

ขณะเดียวกัน Mi 11 Ultra ยังมาพร้อมกับเลนส์ซูมความละเอียด 48MP ที่รองรับการซูมแบบออปติคัลได้ 5 เท่า ซูมแบบไฮบริดได้ 10 เท่าและซูมแบบดิจิทัลได้ 120 เท่า นอกจากนี้ยังมีเลนส์อัลตราไวลด์ความละเอียด 48MP ที่ใช้เซนเซอร์ Sony IMX586 อันทรงพลัง เก็บภาพมุมกว้างได้ถึง 128 องศา

สมาร์ทโฟน Mi 11 Ultra ต่อยอดเทคโนโลยีที่เป็นที่กล่าวขานของสมาร์ทโฟนรุ่นก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี Dual Native ISO Fusion และเทคโนโลยี Stagger-HDR ที่ได้ปรากฏครั้งแรกใน Mi 10 Ultra กล้องหลักทั้ง 3 ตัวของ Mi 11 Ultra สามารถบันทึกวีดิโอได้อย่างยอดเยี่ยม รองรับความละเอียดสูงถึง 8K ที่ 24 เฟรมต่อวินาที กล้องหลักรองรับเทคโนโลยี Stagger-HDR เพื่อคุณภาพและความแม่นยำของภาพเคลื่อนไหวที่มีแสง ไดนามิกและเงาสมจริง

นอกจากจากนี้ ยังมี MultiCam Mode โหมดถ่ายวิดีโอได้สองล้องพร้อมกันโดยเลือกได้หลายแบบตามความต้องการของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นถ่ายกล้องหน้าพร้อมกล้องหลัง ถ่ายเลนส์ไวลด์คู่เลนส์ซูมและ อีกมายมาย และสามารถเลือกได้ว่าอยากได้คลิปวิดีโอหนึ่งคลิปหรือสองคลิป ช่วยให้สร้างสรรค์คอนเทนท์ได้อย่างไรขีดจำกัด

Mi 11 Ultra มีหน้าจอ AMOLED ความละเอียด WQHD+ ขนาด 6.81 นิ้ว ผลิตจากวัสดุแบบ E4 หน้าจอแบบ DotDisplay โค้ง 4 ด้าน ให้ความสว่างสูงสุด 1,700 nits แสดงผลสีได้ 1.07 พันล้านสี ให้สีสันนุ่มนวล เป็นธรรมชาติและเต็มอิ่มยิ่งขึ้น ให้หน้าจอไม่มีเส้นของการเรียงพิกเซลเมื่อแสดงผลสี (less banding)+

ความละเอียดหน้าจอ 3200 x 1440 อัตรารีเฟรชเรท 120Hz และอัตราตอบสนองต่อการสัมผัสหน้าจอ 480Hz ให้หน้าจอตอบสนองได้ดี แสดงผลเต็มรายละเอียด กระจกหน้าจอ Corning® Gorilla® Glass Victus™ ทนทานต่อการกระแทกและขูดขีด

Mi11 Ultra launch in Thailand

Mi 11 Ultra รองรับทั้งเทคโนโลยี Dolby Vision® และ HDR10+ ให้การแสดงผลภาพที่คมชัด เต็มรายละเอียด เมื่อเปิดใช้งานขณะชมภาพยนตร์หรือรายการต่าง ๆ สีสันของภาพยนตร์หรือรายการที่รับชมจะสดใสเสมือนจริง การันตีความสุดยอดของหน้าจอด้วยคะแนนระดับ A+ จาก DisplayMate พร้อมถนอมดวงตา โดยผ่านการรับรองจาก SGS Eye Care Mi 11 Ultra เซอร์ไพรส์ผู้ใช้ด้วยหน้าจอที่ 2 ขนาด 1.1 นิ้ว บริเวณด้านหลังแบบ Always-On เพื่อแสดงข้อมูลที่จำเป็น

เช่น วันที่ เวลา และการแจ้งเตือนต่าง ๆ นอกจากนี้ยังใช้เป็นที่ดูพรีวิวเมื่อเซลฟี่ด้วยกล้องหลังได้อีกด้วย ทั้งสะดวกขึ้นสำหรับผู้ใช้และเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมสำหรับการถ่ายภาพ ให้ถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องหลังแบบมุมกว้างหรือมีบุคคลในภาพหลายคนได้อย่างไร้ข้อจำกัด

Mi 11 Ultra ให้เสียงคมชัดเพื่อเติมเต็มการแสดงผลที่ยอดเยี่ยม ใช้คำโพงแบบคู่และปรับแต่งโดย Harman Kardon ทรงพลังมากขึ้นด้วยลำโพง 1216P แบบ super-linear ที่ปรับแต่งขึ้นเป็นพิเศษบริเวณด้านล่าง มีค่าแอมพลิจูดสูงสุดที่ 0.8 มิลลิเมตร ให้เสียงดังที่สุดในวงการสมาร์ทโฟน ฮาร์ดแวร์ชั้นเลิศ ระบบตรวจจับสภาพแวดล้อมอัจฉริยะ และความร่วมมือกับแบรนด์ระดับพรีเมี่ยมทำให้ Mi 11 Ultra ส่งมอบคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดในทุกสถานการณ์

Mi 11 Ultra รองรับการชาร์จเร็วทั้งแบบใช้สายและไร้สายที่ 67W ถือว่าเร็วที่สุดในแวดวงสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน สามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh เต็มได้ในเวลาเพียง 36 นาที ไม่ว่าจะใช้สายหรือไร้สาย Mi 11 Ultra ใช้เทคโนโลยีชาร์จเร็ว 6 เท่าซึ่งเสียวหมี่เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีขึ้นเอง วงจรรวมสำหรับชาร์จไร้สายที่รองรับได้ 30V รวมถึงระบบควบคุมกระแสไฟฟ้าอีกหลายระบบ ช่วยเพิ่มความเร็วในการชาร์จได้ 10%

และยังสามารถชาร์จให้อุปกรณ์อื่น (Reverse Charing) ได้ที่กำลังไฟ 10 วัตต์ แบตเตอรี่ของ Mi 11 Ultra ผลิตโดยใช้วัสดุใหม่ คือ Nano silicon oxide cathodes รุ่นที่ 2 ซึ่งสามารถบรรจุลิเธียมไอออนได้สูงกว่า graphite cathodes รุ่นดั้งเดิมถึง 10 เท่า ให้ความพลังงานมาขึ้นและลดปัญหาแผงวงจรที่ต้องมีขนาดยาว

ฝาหลังของ Mi 11 Ultra ผลิตจากเซรามิกสุดพรีเมี่ยม จับได้อย่างสบายและให้ความรู้สึกหรูหรา มี 2 สีคือ Ceramic White และ Ceramic Black Mi 11 Ultra ป้องกันความชื้นและฝุ่นที่ระดับ IP68 ผ่านการทดสอบความทนทานในน้ำจืดที่ความลึก 1.5 เมตรในเวลา 30 นาที และมีระบบแจ้งเตือนความชื้นที่พอร์ตประจุไฟ

Mi 11 Ultra สุดยอดแฟลกชิปสมาร์ทโฟน ด้วย Qualcomm® Snapdragon™ 888 ความจุแบบ LPDDR5 + UFS 3.1 และ Mi 11 Ultra ยังเป็นสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่รุ่นแรกที่ใช้เทคโนโลยีระบายความร้อนแบบ 3 เฟส ที่สามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้นและเพิ่มความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิได้มากขึ้นถึง 100%

เทคโนโลยีระบายความร้อนแบบ 3 เฟสจึงทำให้ Mi 11 Ultra มีประสิทธิภาพสูงและคงที่ตลอดเวลา นอกจากนั้น GameTurbo 4.0 ยังช่วยให้การเล่นเกมไหลลื่น ไม่มีสะดุดอีกด้วย

Mi 11 Ultra มีขนาดความจุ 12GB+256GB วางจำหน่ายในประเทศไทยแบบเอ็กซ์คลูซีฟเพียง 100 เครื่อง มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Ceramic White และ Ceramic Black ในราคา 33,990 บาท วางจำหน่าย วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ผ่านทาง JD Central เท่านั้น

พิเศษ! สำหรับผู้ซื้อ Mi 11 Ultra รับของสมนาคุณ ดังนี้ ลำโพง Harman Kardon Onyx Studio 5 มูลค่า 9,990 บาท, Mi Band 5 มูลค่า 1,090 บาท และหูฟัง Mi True Wireless Earphone Basic 2 ราคา 999 บาท

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide

สื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนวัตกรรมในกลุ่มสินค้าเครื่องเสียงไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ไอทีมัลติมีเดีย ตลอดจนสินค้านวัตกรรมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพ

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide