fbpx

สิ้นสุดการรอคอย iPhone 12 ทุกรุ่น พร้อมวางขายในไทย 27 พ.ย. นี้

คูเปอร์ติโน, แคลิฟอร์เนีย — 5 พฤศจิกายน 2563 – ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 5:00 น. ตามเวลามาตรฐานแปซิฟิก iPhone 12 Pro Max และ iPhone 12 mini จะเริ่มทยอยเปิดรับสั่งซื้อล่วงหน้าผ่าน apple.com แอปฯ Apple Store รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของ Apple และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์หลายราย
 
ทั้ง 2 รุ่นรองรับย่านความถี่ 5G มากที่สุดในบรรดาสมาร์ทโฟน โดย iPhone 12 Pro Max มีระบบกล้องระดับโปรที่ล้ำหน้าที่สุดและจอภาพที่ใหญ่ที่สุดบน iPhone ขณะที่ iPhone 12 mini เป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่เล็กและบางเบาที่สุดในโลก มาพร้อมกับจอภาพแบบขอบจรดขอบเรียกได้ว่าขนาดกะทัดรัดแต่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี
 
iPhone 12 รุ่นต่างๆ ยังมาพร้อมกับ MagSafe ซึ่งทำให้ชาร์จแบบไร้สายได้ อีกทั้งยังมีระบบนิเวศของอุปกรณ์เสริมแบบใหม่ที่ยึดติดกับ iPhone ได้อย่างง่ายดาย
 
สำหรับ iPhone 12 Pro Max และ iPhone 12 mini จะวางจำหน่ายในร้านค้าและเริ่มส่งไปถึงลูกค้าตั้งแต่วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน (ในต่างประเทศ)
 
iPhone 12 Pro Max
iPhone 12 Pro Max ยกระดับนวัตกรรมไปอีกขั้นสำหรับผู้ที่ต้องการประโยชน์สูงสุดจาก iPhone จอภาพ Super Retina® XDR display มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 6.7 นิ้ว แต่ยังคงขนาดเกือบจะเท่ากับ iPhone 11 Pro Max นับว่าเป็นจอภาพที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone
 
iPhone 12 available in Thailand on November 27
 
iPhone 12 Pro Max มีให้เลือกทั้งหมด 4 สีคือ สีกราไฟต์, สีเงิน, สีทอง และสีแปซิฟิกบลู มาพร้อมกับมาตรฐาน IP68 ชั้นแนวหน้าของวงการ สามารถทนน้ำที่ระดับความลึกไม่เกิน 6 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที อีกทั้งยังมีหน้าจอแบบ Ceramic Shield ที่สามารถทนต่อการตกกระแทกได้มากกว่าเดิม 4 เท่า
 
iPhone 12 Pro Max มีระบบกล้องที่ดีที่สุดใน iPhone รวมถึงมีกล้องอัลตร้าไวด์ที่มีมุมมองภาพ 120 องศาและกล้องเทเลโฟโต้ที่มีทางยาวโฟกัส 65 มม. ซึ่งเพิ่มช่วงการซูมแบบออปติคัลจาก 4 เท่าเป็น 5 เท่า กล้องไวด์ใหม่มาพร้อมกับระบบ OIS ที่ใช้การปรับตำแหน่งเซ็นเซอร์เป็นครั้งแรกในสมาร์ทโฟน เพื่อให้มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่ดีขึ้น
 
และด้วยรูรับแสงขนาด ƒ/1.6, เซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม 47 เปอร์เซ็นต์ และ พิกเซล 1.7μm ที่ใหญ่ขึ้นช่วยให้ถ่ายภาพและวิดีโอในสภาวะแสงน้อยได้ดีกว่าเดิม 87 เปอร์เซ็นต์ นับว่าเป็นข้อดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone
 
เมื่อทำงานร่วมกับชิป A14 Bionic, iPhone 12 Pro Max ก็ขับเคลื่อนคุณสมบัติด้านการประมวลผลภาพถ่ายด้วยคอมพิวเตอร์อันน่าทึ่งอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโหมดกลางคืน, Deep Fusion, HDR อัจฉริยะ 3, วิดีโอ HDR ที่ถ่ายในแบบ Dolby Vision และ Apple ProRAW แบบใหม่หมด
 
สแกนเนอร์ LiDAR ใหม่ยังช่วยให้ออโต้โฟกัสได้เร็วขึ้นสูงสุดถึง 6 เท่าในสภาวะแสงน้อย สามารถถ่ายภาพบุคคลในโหมดกลางคืนได้ และมอบประสบการณ์ความจริงเสริม (AR) ที่สมจริงกว่าเดิม
 
iPhone 12 mini
iPhone 12 mini7 ขนาด 5.4 นิ้ว ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่เล็ก บาง และเบาที่สุดในโลก iPhone 12 mini มีวางจำหน่ายในห้าสีสันสดใส ได้แก่ น้ำเงิน เขียว ดำ ขาว และ (PRODUCT)RED และได้นำเทคโนโลยีทั้งหมดที่มีอยู่ใน iPhone 12 มาไว้ในดีไซน์ขนาดกะทัดรัดเกินคาด รวมทั้งจอภาพ Super Retina XDR แบบขอบจรดขอบที่สวยงามในทุกมุมมอง
 
นอกจากนี้ iPhone 12 mini ยังมีหน้าจอแบบ Ceramic Shield ใหม่ ซึ่งแข็งแกร่งกว่ากระจกไหน ๆ ในสมาร์ทโฟน พร้อมความสามารถในการทนน้ำระดับ IP68 ชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรม 
 
iPhone 12 mini มาพร้อมระบบกล้องคู่ใหม่​ รวมถึงกล้องอัลตร้าไวด์กว้างพิเศษ และกล้องไวด์เจ็ดชิ้นเลนส์ใหม่ที่มีรูรับแสงขนาด ƒ/1.6 ซึ่งกว้างที่สุดใน iPhone ทั้งหมด จึงรับแสงได้ดีขึ้น 27% สำหรับการถ่ายภาพและวิดีโอในสภาพแสงน้อย
 
iPhone 12 available in Thailand on November 27
 
ชิปประมวลผล A14 Bionic ซึ่งเป็นชิปที่เร็วที่สุดในสมาร์ทโฟนช่วยมอบคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพเชิงคำนวณอันทรงพลังแบบใหม่บน iPhone 12 mini ซึ่งรวมถึง HDR อัจฉริยะ 3, โหมดกลางคืน และ Deep Fusion บนกล้องทุกตัว และอีกมากมาย
 
iPhone 12 mini บันทึกวิดีโอที่มีคุณภาพสูงสุดในสมาร์ทโฟนอีกทั้งยังรองรับการบันทึกวิดีโอ HDR ด้วย Dolby Vision ที่ 4K 30 fps
 
การวางจำหน่ายในประเทศไทย
ลูกค้าในประเทศไทยสามารถซื้อ iPhone 12 mini, iPhone 12, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ที่สาขาต่าง ๆ ของ Apple Store, ในแอปฯ Apple Store และใน Apple Store Online​ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 นี้เป็นต้นไป
 
โดย iPhone 12 Pro Max นั้นมีให้เลือกตั้งแต่ความจุ 128GB, 256GB และ 512GB ในสีกราไฟต์ เงิน ทอง และแปซิฟิกบลู ในราคาเริ่มต้นที่ 39,900 บาท
 
สำหรับ iPhone 12 mini นั้นมีให้เลือกตั้งแต่ความจุ 64GB, 128GB และ 256GB ในสีดำ ขาว น้ำเงิน เขียว และ (PRODUCT)RED ในราคาเริ่มต้นที่ 25,900 บาท 

ที่มา: Apple

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide

สื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนวัตกรรมในกลุ่มสินค้าเครื่องเสียงไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ไอทีมัลติมีเดีย ตลอดจนสินค้านวัตกรรมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพ

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide