[How To] Huawei แนะนำเลือกแท็บเล็ตยังไงให้เหมาะกับคนในแต่ละวัย ให้ตรงใจกับความต้องการ

ในยุคที่ความต้องการในการใช้งานของอุปกรณ์ไอทีเริ่มถูกออกแบบให้มีความจำเพาะเหมาะสมกับตัวตนของผู้ใช้มากขึ้น ในลักษณะที่อาจเรียกได้ว่ากึ่ง ๆ จะ custom made หรือ tailor made กันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ ขนาด คุณสมบัติ ฟังก์ชัน หรือว่างบประมาณ ผู้บริโภคจึงมีโอกาสได้เลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองมากยื่งขึ้น 

ในปัจจุบันที่หลายคนหันมาใช้อุปกรณ์ประเภทแท็บเล็ตมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยเพราะความสะดวก หรือคุณสมบัติที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ทั้งด้านการทำงานหรือด้านความบันเทิงได้อุปกรณ์เพียงหนึ่งเดียว การมีแท็บเล็ตให้เลือกพิจารณาหลายรุ่น ครอบคลุมทุก ๆ ความต้องการถือได้ว่าเป็นโอกาสดีของตัวผู้บริโภคเอง

เมื่อไม่กี่วันมานี้ หัวเว่ยผู้ผลิตอุปกรณ์ไอทีชื่อดังได้เผยโฉม MatePad Pro 5G ซึ่งเป็นแท็บเล็ต 5G รุ่นแรกของแบรนด์ต่อสาธารณชน ช่วยเติมเต็มไลน์อัปสมาร์ทดีไวซ์กลุ่มแท็บเล็ตของหัวเว่ย ก็คือ MatePad Series ให้ตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคอย่างรอบด้านมากขึ้นไปอีกขั้น

นอกจาก MatePad Pro 5G ลองมาดูกันว่ามีผลิตภัณฑ์ใน MatePad Series รุ่นไหน รูปแบบใดบ้างที่ครอบคลุมความต้องการตามฟังก์ชั่นการใช้งาน และงบประมาณอย่างทั่วถึง รองรับไลฟ์สไตล์ของทุกคน

แท็บเล็ตสำหรับวัยทำงาน: MatePad Pro 5G และ 4G
แท็บเล็ตใหม่ล่าสุด MatePad Pro 5G คือความล้ำหน้าของเทคโนโลยี ที่จะมาเติมเต็มไลฟ์สไตล์และกำลังเป็นที่ต้องการที่สุดในตลาดแท็บเล็ตปัจจุบัน อัปเกรดกว่าเดิมด้วยขุมพลังชิปเซ็ตเรือธง Kirin 990 5G

ทำให้สามารถรองรับฟีเจอร์อัจฉริยะต่าง ๆ โดยใช้พลังงานแบตเตอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมีเทคโนโลยีการกระจายความร้อนด้วยกราไฟท์ 3 มิติสุดบางเฉียบของหัวเว่ย ทำให้สามารถรับมือกับการสตรีมหรือดาวน์โหลดวิดีโอ Ultra-HD ด้วยความเร็วสูง และเล่นเกม 3 มิติที่เน้นกราฟิก

MatePad Pro 5G ยังคงมาพร้อมหน้าจอ 10.8 นิ้ว กินพื้นที่ 90% ของด้านหน้าตัวเครื่อง ทำให้ขอบจอบางเพียง 4.9 มม. ให้คนรักความบันเทิงระดับเอ็กซ์คลูซีฟเกือบเท่าโรงภาพยนตร์ได้เพลิดเพลินกับความละเอียดสูง 2,560 x 1,600 พิกเซลที่มีอัลกอริทึมปรับหน้าจออัตโนมัติ HUAWEI ClariVuTM ปรับระบบสีสันบนหน้าจอให้ตรงตามตาเห็น

สนุกเต็มพิกัดด้วยระบบเสียงรอบทิศทาง Quad Channel & Quad-speaker หรือลำโพง 4 จุด ซึ่งได้รับการจูนเสียงและรับรองโดย Harman Kardon รวมถึงมีไมโครโฟน 5 ตัว โดยซ่อนหนึ่งตัวไว้ที่กล้องหลัง เพื่อลดเสียงรบกวน

ในด้านของความสะดวกสบายในการทำงานต่าง ๆ ได้ลื่นไหล และคล่องตัวแบบโปรเฟสชันนัล แน่นอนว่า MatePad Pro แบบ 5G ก็ยังสามารถ เชื่อมต่อกับ M-Pencil เมื่อเคาะหน้าจอเพียง 2 ครั้ง และชาร์จตัวปากกาได้ที่ข้างเครื่อง รวมถึงต่อกับ Smart Magnetic Keyboard แบบไร้สาย

เมื่อเปลี่ยนเป็น PC Mode ก็จะใช้งานได้เสมือนแล็ปท็อป มีฟีเจอร์ตอบโจทย์การทำงาน Multi-tasking ด้วยอย่าง Window-Multiplier ที่สามารถแบ่งจอแสดงแอปพลิเคชันพร้อมกันได้ถึง 3 แอป ตอบโจทย์การคิดไว ทำไว

ขณะที่ฟีเจอร์ HUAWEI Share ก็ช่วยให้ผู้ใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ย สามารถส่งข้อมูล แชร์ไฟล์ ภาพหรือวิดีโอได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย โดยแตะอุปกรณ์เข้าด้วยเพียงครั้งเดียวแบบ “One Tap” ก็สามารถเชื่อมต่อได้ทันที นอกจากนั้นยังสามารถคุยวิดีโอคอลคุณภาพสูงแบบ FULL HD ผ่าน MeeTime ได้อีกด้วย

สำหรับใครที่ต้องการเปิดประสบการณ์ 5G ความเร็วแรงสูงสุด สามารถพิจารณา MatePad Pro แบบ 5G ในสี Forest Green ที่ราคา 29,990 บาท

แต่หากใครอยากสัมผัสประสบการณ์เรียบหรูแบบเดียวกัน ทั้งคุณภาพในด้านความบันเทิง และฟังก์ชันการทำงานที่ครบเต็มรูปแบบ แต่ไม่ได้ใช้งานด้านคอนเทนต์ หรือกราฟิกหนัก ๆ และยังอยากประหยัดงบประมาณกว่าสักหน่อย MatePad Pro รุ่น 4G ที่ออกมาก่อนหน้า ก็ถือเป็นตัวเลือกที่มีความคุ้มค่าไม่แพ้กัน

ดังนั้นหากจะเลือกอย่างหลัง ก็แทบจะเรียกว่าไม่ได้เสียเปรียบอะไรเลย ในราคา 19,990 บาท และราคา 16,990 บาทสำหรับรุ่น Wi-Fi

แท็บเล็ตสำหรับคนรุ่นใหม่ วัยสนุกสนาน: MatePad และ MatePad T 8
ในด้านของเด็ก ๆ วัยเรียน ไปจนถึงวัยจบใหม่ ๆ ย่อมมีความสนใจในแท็บเล็ตราคาต่ำกว่าหมื่น แต่ทำอะไรได้ครบ ทั้งเรียน และเล่น หัวเว่ยก็เพิ่งจะเปิดตัวออกมาให้เลือกไปไม่นาน คือ MatePad และ MatePad T

MatePad จะเหมาะกับคนที่รักการดูหนัง เล่นเกม จดบันทึก ถ่ายรูป และเล่นโซเชียล อย่างนักเรียน นักศึกษา และต้องการแท็บเล็ตที่ทำทุกอย่างได้จบในเครื่อง เพราะหากจะดูหนังแบบเต็มอิ่ม ก็สามารถดูได้บนจอที่มีอัตราส่วนต่อตัวเครื่องสูงถึง 84% ให้ภาพจอด้วยสัดส่วน 16:9.6 ทั้งยังมีขอบจอบาง เพียง 7.9 มม. ให้ภาพคมชัดด้วยหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียดสูง 2000 x 1200 พิกเซล

และจุใจกับลำโพงขนาดใหญ่ 4 ตัว พร้อมระบบเสียง Histen 6.0 และระบบเสียงปรับแต่งโดย Harman Kardon หรือจะเล่นเกมแบบมัน ๆ ก็มี GPU Mali-G52 และหน่วยประมวลผล AI NPU สร้างความลื่นไหลให้กราฟิก

สำหรับคนที่จะใช้ MatePad ในการเรียนหรือทำงาน ก็สามารถใช้ M-Pencil ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ วาดภาพร่าง ฝึกประดิษฐ์ตัวอักษร หรือจดบันทึกบนฟีเจอร์ Huawei Memo ได้ พร้อมกดบันทึกเสียง และเขียนสูตรคำนวณเพื่อคิดเลขรวดเร็วได้ พร้อมทั้งไม่ลืมพ่วงฟีเจอร์ดี ๆ อย่าง HUAWEI App Multiplier แบ่งจอสองหน้าได้ และ HUAWEI Share เช่นเดียวกัน

ส่วน MatePad T 8 จะเป็นแท็บเล็ตขนาดกะทัดรัดหน้าจอ 8 นิ้ว ที่มีขอบเพียง 4.9 มม. ด้านซ้ายและขวา บางเฉียบกว่าแท็บเล็ตอื่น ๆ ในตลาดเดียวกัน เหมาะกับการพกไปในที่ต่าง ๆ เพราะเบาสบายด้วยน้ำหนักเพียง 310 กรัม แถมยังปลดล็อกหน้าจอด้วยใบหน้า (Facial Unlock) เพียงยกแท็บเล็ตขึ้นสแกนใบหน้าเท่านั้น

โดยความพิเศษของ MatePad T 8 คือมี Kids Corner ซึ่งมาพร้อม interface ที่เหมาะกับการใช้งานของเด็ก พร้อมติดตั้งแอปพลิเคชันสำหรับเด็กมาไว้ให้แล้วในตัวเครื่อง รวมถึงฟีเจอร์ Parental Control ซึ่งช่วยให้ผู้ปกครองจำกัดการเข้าถึงวิดีโอ รูปภาพ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ไม่ประสงค์ให้เด็ก ๆ เข้าถึงได้

สิ่งที่ MatePad แลt MatePad T มีเหมือนกัน คือฟีเจอร์ที่ช่วยให้รับชมคอนเทนต์ และอ่านหนังสือได้อย่างไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากเด็ก ๆ และวัยรุ่นมักจะใช้แท็บเล็ตในอิริยาบถต่าง ๆ กัน หัวเว่ยจึงแถมโหมด eBook ที่สามารถปรับแสง ความสว่าง คอนทราสต์หน้าจอได้ตามความเหมาะสม นอกจากนั้นยังมีการแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ใช้ปรับท่าทางและเว้นระยะการรับชมภาพจากหน้าจออย่างเหมาะสม ซึ่งทำงานได้ใน Kids Corner ด้วย

MatePad รุ่น Wi-Fi วางจำหน่ายในราคา 9,990 ให้ผู้บริโภคที่มีกำลังทรัพย์หลากหลายสามารถเข้าถึงแท็บเล็ตคุณภาพได้ ส่วน MatePad T 8 มีให้เลือก 2 รุ่น คือรุ่น WIFI ราคา 3,690 บาท และรุ่นรองรับ 4G ราคา 4,690 บาท เรียกได้ว่าคุ้มค่ามาก ๆ สำหรับการใช้งาน

MatePad Series ทุกรุ่นนั้น รองรับโหมดการอ่านแบบถนอมสายตา มาพร้อมเทคโนโลยีหน้าจอที่เป็นมิตรต่อสายตา (Eye Comfort Certification) ที่ได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland Certification โดยช่วยแสงสีฟ้าซึ่งเป็นอันตรายต่อด้วยตาและลดอาการกะพริบของภาพเพื่อให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้จะสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายใดก็ตาม

ถึงแม้หัวเว่ยจะมีความเป็นผู้นำในด้านของสมาร์ทโฟนเป็นหลัก แต่การเปิดตัว MatePad Series ก็แสดงให้เห็นว่า หัวเว่ยพร้อมที่จะขยายการผลิตสมาร์ทดีไวซ์ชั้นนำ เพื่อตอกย้ำกลยุทธ์ 1+8+N โดย “1” หมายถึงสมาร์ทโฟนอันเป็นตัวกลาง เชื่อมต่อสมาร์ทดีไวซ์ของหัวเว่ยคือ “8” ซึ่งจะสามารถขยายไปได้ถึง “N” คืออุปกรณ์ IoT ของหัวเว่ย เพื่อสร้างการทำงานแบบบูรณาการ ให้อีโคซิสเต็มที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ใช้ดีไวซ์ของหัวเว่ย

นอกจาก MatePad Series แล้ว ยังมี MateBook Series ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ต้นปี ได้แก่ MateBook X Pro, MateBook D14 Ryzen 7 หรือ intel 7 และ MateBook D15 Ryzen 5 หรือ Ryzen 7 สมาร์ทดีไวซ์ทั้งสองกลุ่มมีวางจำหน่ายแล้วบน Huawei Online Store ที่ https://shop.huawei.com/th โดยผู้ที่สนใจ MatePad Series สามารถเลือกดูได้ที่ https://shop.huawei.com/th/category/tablets

ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภันณ์ และโปรโมชั่นที่ http://www.facebook.com/HuaweiMobileTH

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide

สื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนวัตกรรมในกลุ่มสินค้าเครื่องเสียงไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ไอทีมัลติมีเดีย ตลอดจนสินค้านวัตกรรมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพ

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide