ส่องสเปคฯ Huawei P40, P40 Pro และ P40 Pro+ เทียบจุดต่อจุด ก่อนตัดสินใจซื้อ

เพิ่งเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ สำหรับ Huawei P40 Series สมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงระดับแนวหน้าในปัจจุบัน Huawei P40 Series เปิดตัวมา 3 รุ่นย่อยด้วยกันได้แก่ P40, P40 Pro และ P40 Pro+

ความแตกต่างของทั้ง 3 รุ่นอาจทำให้ผู้ที่สนใจเกิดความสับสน ลังเลหรือตัดสินใจยากได้ ดังนั้นเราจะมาดูกันทีละส่วนว่าทั้ง 3 รุ่นนั้นมีอะไรที่แตกต่างกันบ้าง

สีสันและการออกแบบ
สีที่มีในรุ่น P40 Pro & Pro+ เท่านั้น: สี Silver Frost, Blush Gold ที่ทำผิวสัมผัสแบบด้าน

สีที่มีในรุ่น P40 Pro+ เท่านั้น: สี Black ceramic, White ceramic

สีที่มีในทุกรุ่น: สี Ice White, Black, DeepSea Blue

Huawei รุ่น P40 นั้นตัวเครื่องมีขนาดเล็กกว่าทั้ง P40 Pro และ P40 Pro+ ขณะที่รุ่น Pro ทั้ง 2 รุ่นนั้นมีขนาดใกล้เคียงกัน

สีพื้นฐานอย่าง สี Ice White, Black, DeepSea Blue นั้นฝาหลังจะเป็นกระจก แตกต่างจากรุ่น Pro ที่เป็นสี Silver Frost และ Blush Gold ฝาหลังจะเป็นกระจกผิวด้านเพื่อช่วยป้องกันการประทับของรอยนิ้วมือ

[UPDATE] ข้อมูลในส่วนนี้อาจมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากทีมงานของเราได้รับเครื่องตัวอย่างสำหรับการรีวิวมาเป็นรุ่น P40 เป็นสี Blush Gold ที่ทำผิวสัมผัสแบบด้าน ซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลข้างต้น

สำหรับสี Black ceramic, White ceramic ในรุ่น Pro+ นั้นจะพิเศษกว่าเพื่อนตรงที่ฝาหลังเป็นวัสดุพิเศษอย่าง ‘nanotech ceramic’ ที่ได้มาจากการนำเม็ดผลึกเซรามิกไปบีบอัดที่แรงดันสูงและอบด้วยอุณหภูมิ 1,500 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 5 วัน เพื่อให้ได้วัสดุที่มีความทนทานเทียบเท่าแซฟไฟร์และสะท้อนแสงแวววาวได้ ‘คล้ายเพชร’

จอแสดงผล ขนาดและความละเอียดหน้าจอ
ในรุ่น P40 Pro และ Pro+ มาพร้อมกับจอแสดงผล ‘Overflow Display’ ขอบโค้งที่มีส่วนแสดงผลแบบขอบสุดขอบ ขณะที่รุ่น P40 เป็นจอขอบเรียบธรรมดา

รุ่น P40 Pro และ Pro+ เป็นจอแสดงผลแบบ OLED ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2,640 x 1,200 พิกเซล รีเฟรชเรต 90Hz ขณะที่รุ่น P40 เป็นจอ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 2,340 x 1,080 พิกเซล รีเฟรชเรต 60Hz

สมรรถนะและประสิทธิภาพ
Huawei P40 Series ทุกรุ่นมาพร้อมกับชิปประมวลผล Kirin 990 5G ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อ 5G หน่วยความจำ RAM 8GB

ด้านแบตเตอรี่รุ่น P40 Pro และ Pro+ มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4,200mAh สำหรับรุ่น P40 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 3,800mAh

ด้านสมรรถนะในการชาร์จ สำหรับรุ่น P40 Pro และ Pro+ รองรับการชาร์จเร็ว 40W เหมือนกัน แต่รุ่น Pro+ นั้นรองรับการชาร์จเร็วแบบไร้สายได้ถึง 40W ส่วนรุ่น Pro นั้นรองรับชาร์จไร้สายที่ 27W ส่วนรุ่นเล็กสุดอย่าง P40 นั้นรองรับการชาร์จเร็วที่ 22.5W และไม่รองรับการชาร์จไร้สาย

Huawei P40 Series ทุกรุ่นไม่สามารถใช้งาน Google Mobile Services ได้ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการถูกแบนจากรัฐบาลสหรัฐฯ การติดตั้งแอปพลิเคชันนั้นจะเป็นการทำผ่าน App Gallery ของ Huawei เอง ขณะที่ระบบปฏิบัติการนั้นยังคงเลือกใช้ Android 10 ของ Google ซึ่งครอบด้วย EMUI 10.1 ของ Huawei เอง

กล้อง
Huawei P40 มาพร้อมระบบกล้องหลัง 3 ตัว รุ่น P40 Pro มาพร้อมระบบกล้องหลัง 4 ตัว ขณะที่รุ่น P40 Pro+ มาพร้อมระบบกล้องหลัง 5 ตัว ทั้งหมดยังคงออกแบบร่วมกันกับ Leica

สำหรับกล้องหลักเลนส์มุมกว้างปกติ ทุกรุ่นใช้เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.28 นิ้ว เป็นเทคโนโลยี SuperSensing (RYYB) ความละเอียด 50MP ชิ้นเลนส์ f/1.9 และกันสั่นแบบออปติค (OIS) ระยะโฟกัสโดยประมาณเทียบเท่าระยะ 27mm, 25mm และ 24mm ตามลำดับ (P40, P40 Pro, P40 Pro+)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Huawei P40 Pro (ภาพจาก Huawei)

สำหรับกล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ ในรุ่น P40 ใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 16MP ติดเลนส์ f/2.2 ระยะโฟกัสเทียบเท่าเลนส์ 17mm ขณะที่รุ่น P40 Pro และ Pro+ ใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 40MP ติดเลนส์ cine lens f/1.8 ระยะโฟกัสเทียบเท่าเลนส์ 18mm

ในส่วนของเลนส์ซูมชุดแรก ในรุ่น P40 และ P40 Pro+ เป็นเลนส์ซูมออปติค 3 เท่า (ระยะโฟกัสเทียบเท่าเลนส์ 80mm) เซ็นเซอร์ 8MP ชุดเลนส์ f/2.4 มีกันสั่นแบบออปติค (OIS) สำหรับรุ่น P40 Pro เป็นเลนส์ซูมออปติค 5 เท่า (ระยะโฟกัสเทียบเท่าเลนส์ 125mm) เซ็นเซอร์ RYYB 12MP ชุดเลนส์ f/3.4 มีกันสั่นแบบออปติค (OIS)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Huawei P40 Series (ภาพจาก Huawei)

สำหรับเลนส์ซูมชุดพิเศษเติม ในรุ่น P40 Pro+ เป็นเลนส์ซูมแบบสะท้อนภาพหรือ periscope zoom ระยะซูม 10 เท่า (ระยะโฟกัสเทียบเท่าเลนส์ 240mm) เซ็นเซอร์ 8MP ชุดเลนส์ f/4.4 มีกันสั่นแบบออปติค (OIS) รวมทั้งกล้อง Time-of-Flight ซึ่งทำหน้าที่ตรวจวัดระยะด้านลึก

สำหรับกล้องหน้า Huawei P40 ทุกรุ่นมาพร้อมกล้องหน้าคู่ความละเอียด 32MP เป็นกล้องแบบฝังไว้ในหน้าจอ มาพร้อมกับเทคโนโลยีรวม 4 พิกเซลให้เป็น 1 พิกเซลเพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามมากขึ้นแต่ความละเอียดภาพลดลงเหลือ 8MP และถ่ายวิดีโอเซลฟี่ได้ถึงระดับ 4K

ราคาและวันเริ่มวางจำหน่าย
Huawei P40 ราคา 799 ยูโร (28,xxx บาท) เริ่มจำหน่าย (ในต่างประเทศ) วันที่ 7 เมษายนนี้

Huawei P40 Pro ราคา 999 ยูโร (35,xxx บาท) เริ่มจำหน่าย (ในต่างประเทศ) วันที่ 7 เมษายนนี้

Huawei P40 Pro+ ราคา 1,399 ยูโร (50,xxx บาท) เริ่มจำหน่าย (ในต่างประเทศ) ตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้


ที่มา: Pocket-lint

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide

สื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนวัตกรรมในกลุ่มสินค้าเครื่องเสียงไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ไอทีมัลติมีเดีย ตลอดจนสินค้านวัตกรรมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพ

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide