fbpx

เมื่อเครื่องเสียงไฮไฟแยกชิ้นอยากจะ “ฟิน” กับ music streaming บ้าง

ที่ผ่านมาผมได้รับคำถามอยู่บ่อยครั้งจากคุณผู้อ่านและจากคนรอบข้างเกี่ยวกับการเล่น music streaming กับเครื่องเสียงไฮไฟ สาเหตุคงเป็นเพราะงานเขียนของผมมักจะแวะไปพูดถึงเรื่องเหล่านั้นอยู่หลายวาระ

คำถามที่รับฟังมาก็มีหลากหลายครับทั้งเรื่องของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ แต่ที่มักจะถูกถามอยู่เสมอก็คือ “เล่นแบบไหนดี?” คำถามสั้น ๆ อย่างนี้แหละครับที่ตอบยาก ที่ว่าตอบยากเพราะว่าตัวแปรมันมีเยอะ เพราะคำว่า “ดี” ในคำถามนั้นตีความได้กว้างเหลือเกิน มองได้ทั้งเรื่องความคุ้ม (ได้มากกว่าที่จ่ายไป) หรือว่าจะเป็นเสียงดี? หรือว่าเขาจะหมายถึงเล่นแบบไหนไม่ต้องจ่ายเยอะ? เห็นไหมล่ะครับว่าผมสามารถคิดแทนได้เยอะเลย

ล่าสุดเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มีถามเข้ามาอีกแล้วโดยเพื่อนฝูงกันนี่แหละครับ คือเขามีเครื่องเสียงไฮไฟแยกชิ้นเล่นอยู่แล้ว แต่เป็นเครื่องเสียงไฮไฟจากโลกเก่าที่ยังไม่รองรับการสตรีมเพลงหรือการเชื่อมต่อกับระบบเน็คเวิร์คใด ๆ เมื่อได้ยินได้อ่านเขาเล่ามาว่าการสตรีมเพลงยุคนี้มันน่าสนใจยังไง พวกก็นึกอยากจะเอามาเปิดฟังกับเครื่องเสียงที่ใช้อยู่

แต่ก็ไม่แน่ใจว่าต้องลงทุนขนาดไหน แล้วจะได้อะไรบ้าง ผมเลยถือโอกาสนี้รวบรวมคำตอบทั้งหมดมาบอกเล่าในบทความนี้ก็แล้วกันครับ จะได้เป็นข้อมูลแนะแนวทางให้กับผู้อ่านท่านอื่น ๆ ไปด้วย

ใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต
วิธีนี้น่าจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนที่คุ้นเคยกับการใช้งานสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ประเภทแท็บเล็ตอยู่แล้ว เพราะโดยพื้นฐานของอุปกรณ์เหล่านี้นั้นรองรับการสตรีมเพลงจากผู้ให้บริการต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชันได้ ทั้งแอปพลิเคชันจากผู้ให้บริการเองหรือจาก third party

สำหรับคนทั่วไปการสตรีมเพลงมาฟังอาจฟังง่าย ๆ จากหูฟังหรือลำโพงในตัวสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ตเอง แต่สำหรับคนที่ีมีเครื่องเสียงไฮไฟดี ๆ ใช้งานอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแบบแยกชิ้นหรือแบบรวมชิ้นอยู่ในลำโพงแอคทีฟสมัยใหม่ การเชื่อมต่อสัญญาณเสียงจากสมาร์ทโฟนไปฟังที่เครื่องเสียงไฮไฟดี ๆ ของเรา ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

การเพิ่ม DAC ให้สมาร์ทโฟนเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่นิยมกัน

ซึ่งวิธีการนั้นก็มีอยู่ 2-3 วิธี ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสียงไปทางสัญญาณบลูทูธ การเชื่อมต่อด้วยสายสัญญาณที่แปลงแจ็ค 3.5mm ไปเป็นแจ็ค RCA สเตริโอ ถ้าคิดว่าภาคออดิโอในตัวสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ตเองยังไม่พอดี จะพ่วง Mobile External DAC เข้าไปช่วยเพิ่มคุณภาพเสียงด้วยก็ยังทำได้เช่นกันครับ

ใช้คอมพิวเตอร์
นอกจากอุปกรณ์ประเภทสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์สมัยใหม่ก็สามารถนำมาใช้สตรีมเพลงได้เช่นกัน วิธีการใช้งานก็คล้ายกับสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต คือ เล่นจากแอปฯ ของผู้ให้บริการนั้น ๆ หรือเข้าใช้งานผ่านทาง web browser

วิธีนี้อาจเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ที่มีความชำนาญในการใช้งานอุปกรณ์ประเภทคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าหากไม่ใช่คนที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำงานเป็นกิจวัตรก็อาจมองได้ว่าเป็นเรื่องยุ่งยากวุ่นวาย โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยถนัดอะไรที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

เล่นจากคอมพิวเตอร์เสียงยังดีไม่พอ ก็ต้องเพิ่ม DAC เข้าไปด้วย

นอกจากนั้นแล้วการเชื่อมต่อสัญญาณเสียง อาจจำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์ประเภท USB DAC ซึ่งต้องนำมาต่อพ่วงเพื่อปรับปรุงคุณภาพเสียง เนื่องจากระบบเสียงในคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่นั้นอยู่ในระดับแค่ดีพอใช้เท่านั้นเอง ซึ่งในแง่นี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการฟังผ่านสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ตมากนัก

ใช้ตัวแปลง (adaptor) ที่เชื่อมต่อระบบ music streaming ได้
นี่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่พักหลังผมมักจะแนะนำให้กับผู้ที่อยากลองเริ่มเล่น music streaming แบบง่าย ๆ กับชุดเครื่องเสียงที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์หรือเครื่องเสียงสเตริโอไฮไฟ

โดยเฉพาะถ้าหากท่านที่ถามมาเป็นผู้อ่านระดับซีเนียร์ที่ไม่ค่อยถนัดจะใช้อุปกรณ์ประเภทสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ แต่อยากลองฟังเพลงใน Spotify ที่มีทั้งเพลงทั้งไทยและเทศอยู่เป็นจำนวนมาก

บ้างก็อาศัยฟังเพลงไทยเก่า ๆ ที่หาฟังยากแล้ว บ้างอยากจะเปิดเพลงแบบต่อเนื่องเพื่อสร้างบรรยากาศในระหว่างอ่านหนังสือหรือพักผ่อนอยู่ที่บ้าน หรืออยากลองฟังรายการวิทยุทางอินเทอร์เน็ตเรดิโอกับเขาบ้าง ผมมักแนะนำเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ครับ มันคือ Bose รุ่น SoundTouch Wireless Link Adapter

ส่วนตัวผมใช้งานเจ้าอุปกรณ์ตัวเล็ก ๆ ตัวนี้มาหลายเดือนแล้วครับ ชอบใจในความสะดวก ใช้ง่าย แถมสุ้มเสียงก็ยังไม่เลวเลยทีเดียว

ที่ว่าสะดวกในที่นี้คือ มันสามารถใช้งานร่วมกับชุดเครื่องไฮไฟแยกชิ้นที่ผมใช้งานอยู่ได้แบบง่าย ๆ แค่ต่อเอาต์พุตจากตัว SoundTouch Wireless Link Adapter ไปเข้าที่ไลน์อินพุตของแอมป์ ไม่ว่าไลน์อินพุตของแอมป์จะเป็นขั้วต่อแบบ RCA หรือแจ็ค 3.5mm ก็ไม่ใช่ปัญหา

เพราะในชุดของอุปกรณ์ตัวนี้มันจะมาพร้อมกับสายสัญญาณและอะแดปเตอร์ที่รองรับการเชื่อมต่อทั้ง 2 รูปแบบ จะต่อกับลำโพงแบบแอคทีฟก็สามารถใช้งานได้ในลักษณะเดียวกัน

ในกรณีที่เครื่องเสียงเดิมของเรามีภาคถอดรหัสเสียงดิจิทัลหรือ DAC (Digital to Analog Converter) ที่มั่นใจว่าคุณภาพเสียงดีกว่าที่อยู่ในตัว SoundTouch Wireless Link Adapter แล้วล่ะก็ เรายังสามารถเลือกต่อใช้งานโดยเชื่อมต่อสัญญาณดิจิทัลแบบ optical จากตัว SoundTouch Wireless Link Adapter ออกไปเข้าที่อินพุต optical ของเอวีรีซีฟเวอร์ รวมถึงแอมป์หรือลำโพงแอคทีฟที่มี DAC ในตัวและมีอินพุต optical ได้ด้วย

แน่นอนว่าที่แนะนำกันที่นี้คงไม่ใช่แค่ใช้งานสะดวกอย่างเดียว ถ้าแค่ใช้งานสะดวกอย่างเดียว แต่คุณภาพเสียงไม่ได้ดีกว่าไปการฟังจากสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ทั่วไปแล้วล่ะ ก็มันก็ป่วยการที่จะแนะนำกันครับ

ต่อเอาต์พุตจาก SoundTouch Wireless Link Adapter ใช้สายที่เขาแถมมาได้เลย
เสียบสายเข้าที่อินพุตเครื่องเสียงของเราเป็นอันเสร็จพิธี
เครื่องเสียงที่มีอินพุตเป็นแจ็ค 3.5mm อยู่ด้านหน้าของเครื่อง ก็ใช้งานได้เช่นกัน สะดวกมากเพราะสายที่แถมมาก็ใช้งานได้เลย

เมื่อเชื่อมต่อ SoundTouch Wireless Link Adapter เข้าไปในเครื่องเสียงเดิมของเราแล้ว เครื่องเสียงเดิมของเราต่อให้เป็นมรดกตกทอดมาจากคุณปู่ทวด ไม่ว่าจะเป็นแอมป์หลอดหรือทรานซิสเตอร์รุ่นโบราณ มันก็จะกลายเป็นเครื่องเสียงยุคใหม่ที่ทันสมัยมากขึ้นทันที

สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ใช้งาน music streaming ผ่านเทคโนโลยี SoundTouch ของ Bose ได้เช่นเดียวกับเครื่องเสียงทุกรุ่นของ Bose ที่มีระบบ SoundTouchแน่นอนว่าถ้าที่บ้านของเรามีเครื่องเสียง SoundTouch ของ Bose ด้วย มันก็จะรู้จักกัน และสามารถใช้งานร่วมกันเป็นระบบมัลติรูมได้อีกต่างหาก

ต่อให้เป็นเครื่องเสียงรุ่นตำนานก็จะทะยานอัปเดตให้หนุ่มขึ้น 20-30 ปี ฉีดโบทอกซ์ยังไม่ได้ผลขนาดนี้เลยล่ะครับ!

อ้อ… นอกจากนั้นการมี SoundTouch Wireless Link Adapter ในระบบ ยังทำให้เครื่องเสียงของเรารับสัญญาณเสียงแบบไร้สายบลูทูธจากสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ หรือทีวี ได้ด้วย (กระซิบบอกกันดัง ๆ ว่า ปกติเฉพาะแค่ตัวรับสัญญาณบลูทูธคุณภาพดีที่ออกแบบมาให้ใช้ต่อกับเครื่องเสียง ก็ขายกันหลายพันบาทแล้วครับ)

โดยสรุปก็คือ ไม่ว่าจะเป็นลำโพงแอคทีฟชุดเล็ก ๆ หรือเครื่องเสียงไฮเอนด์ราคาตั้งแต่หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสนหลักล้าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียงรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ ขอเพียงแค่รับอินพุตสัญญาณอะนาล็อกหรือดิจิทัล optical ได้ ก็พร้อมจะฟินกับ music streaming ได้แบบง่าย ๆ และดีเกินคุ้มได้แล้วครับ

เพราะค่าตัวของเจ้า SoundTouch Wireless Link Adapter อยู่ที่ 6,900 บาทเท่านั้นเอง ถือว่าย่อมเยามากเมื่อเทียบกับคุณสมบัติและความสามารถของมัน

ต้องเรียนตามตรงว่าในตลาดอาจมีตัวเลือกอื่น ๆ ที่มีหลักการทำงานบางอย่างคล้ายกันกับเจ้า SoundTouch Wireless Link Adapter อยู่บ้าง แต่ผมยังไม่เจอตัวที่มีคุณสมบัติอย่างนี้ ในงบประมาณเท่านี้

โดยเฉพาะในส่วนของเทคโนโลยี SoundTouch ของ Bose โดยปกติถ้าหากเป็นสินค้าในกลุ่มลำโพงหรือเครื่องเสียงฟูลซิสเตมที่เป็นระบบ SoundTouch ของ Bose ต้องกำเงินหลักหมื่น (บาท) ขึ้นไปนะครับถึงจะมีสิทธิ์เล่นได้ !

ซื้อเครื่องเล่นหรือเครื่องเสียงที่สตรีมเพลงได้
ตัวเลือกนี้บอกเลยว่ามักจะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ผมแนะนำ ไม่ใช่เพราะว่ามันไม่ดีหรือไม่เหมาะ แต่สาเหตุก็เพราะมันไม่ต่างอะไรจากการซื้อเครื่องเสียงตัวใหม่เข้าบ้านเลย เครื่องเล่นที่สตรีมเพลงได้และมีคุณภาพดีเหมาะสมกับชุดเครื่องเสียงไฮไฟ โดยมากต้องกำเงินระดับ 15,000-20,000 บาทขึ้นไป

โอเคว่าถ้าเราซื้อมาแล้วชอบใจมันก็จบ แต่ถ้าไม่ชอบใจจะไปต่ออีกทีก็อาจลังเลว่าจะลองไปเล่นอีกยี่ห้อหนึ่งดี หรือเลิกสนใจ music streaming ดี เพราะว่าลงทุนไปขนาดนั้นแล้วก็ยังไม่ถูกใจ ยังไม่ตอบโจทย์อยู่ดี ถึงตรงนี้แล้วบางคนอาจสับสนจนไปต่อไม่ถูกจริง ๆ ครับ

เครื่องเสียงรุ่นใหม่บางรุ่นอาจเล่น music streaming ได้ แต่รุ่นเก่าที่ออกมาหลายปีแล้ว หรือรุ่นใหม่แต่เป็นระดับ entry level หลายรุ่นก็ยังเล่นไม่ได้

ขณะเดียวกันในตลาดเวลานี้เครื่องเสียงที่เล่น music streaming ได้ก็เริ่มแตกหน่อ มีหลากหลาย platform ให้เลือกเล่น ครั้นจะไปทำความเข้าใจทุกระบบก็อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับทุกคน

ผมจึงเห็นว่าใครจะเริ่มต้นเลือกเล่น music streaming ด้วยวิธีนี้ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้นะครับ แต่ควรจะหาความรู้ หาข้อมูล ศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยี streaming ของเครื่องที่เราหมายตาเอาไว้ให้มากเป็นพิเศษเท่านั้นเองครับ

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังเห่อระบบเสียง Lossless ใน Apple Music และงานบ้าน D.I.Y.

มนตรี คงมหาพฤกษ์