Huawei P30 กับ “5 พัฒนาการดี ๆ” ที่ออกมารันวงการสมาร์ทโฟน

คนที่ได้ติดตามข่าวคราวการพัฒนานวัตกรรมในสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คงเห็นพ้องต้องกันว่าการพัฒนาของสมาร์ทโฟนในยุคนี้จำเป็นต้องพัฒนาหลายสิ่งอย่างควบคู่กันไป เช่น “กล้องถ่ายรูป” ที่บรรดาผู้ผลิตทุกแบรนด์ต่างมุ่งมั่นที่จะพัฒนาออกมาแข่งขันกันอย่างจริงจัง (พูดภาษาบ้าน ๆ ก็คือแลกกันหมัดต่อหมัด) แต่สุดท้ายแล้วก็ยังมีอยู่แค่ไม่กี่แบรนด์ที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่องจนผู้บริโภคจดจำได้

การออกแบบตัวเครื่องทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ก็เป็นอีก 2 ปัจจัยสำคัญที่สามารถใช้กำหนดสถานะและจุดยืนของสมาร์ทโฟนรุ่นนั้น ๆ ว่ายังคงสามารถเกาะกระแสความนิยม กระแสนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยีได้หรือไม่

ตัวอย่างที่น่าศึกษาก็คือ สมาร์ทโฟน Huawei P30 Serie ที่เพิ่งเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ ก็เป็นอีกครั้งที่ทีมออกแบบของหัวเว่ยทำให้เห็นว่าพวกเขายังคงให้ความสำคัญกับสมาร์ทโฟน P Series ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าที่เคย ทุกครั้งที่เปิดตัว P Series รุ่นใหม่จะมีอะไร ว้าว ๆ ออกมารันวงการสมาร์ทโฟนให้คึกคักอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่อง ‘กล้องถ่ายรูป’

1. กล้องมากขึ้น ก็ทำอะไรได้มากขึ้น… คุณภาพก็เช่นกัน
หลังจากสมาร์ทโฟนรุ่น P9 Series ที่หัวเว่ยได้เริ่มจับมือกับ Leica เป็นต้นมา ชื่อของสมาร์ทโฟนตระกูล P Series ของหัวเว่ยก็เป็นที่จับตามองเรื่องกล้องทุกครั้งที่มีการเปิดตัวรุ่นใหม่

สำหรับกล้องใน P30 Series นั้นมีองค์ประกอบสำคัญอยู่ที่การเพิ่มจำนวนกล้องหลักให้มากขึ้นโดยรุ่น P30 Pro นั้นนอกจากกล้องเซลฟี่ที่มีความละเอียดของภาพสูงถึง 32 ล้านพิกเซลแล้ว ยังมีกล้องหลังมากถึง 4 ตัว ประกอบไปด้วย

1. กล้องถ่ายภาพหลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซล

2. กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษความละเอียด 20 ล้านพิกเซล

3. กล้องเลนส์ซูมความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี HUAWEI SuperZoom ซูมภาพแบบ ออปติคได้ถึง 5 เท่า ซูมแบบไฮบริดได้ถึง 10 เท่า และซูมแบบดิจิทัลได้ถึง 50 เท่า

ตัวชุดเลนส์ยังถูกออกแบบให้มีเทคโนโลยีการหักเหแสงในมุม 90 องศาเพื่อเพิ่มระยะโฟกัสให้ยาวขึ้นและไม่ทำให้ กล้องถ่ายภาพนูนขึ้นมามากเกินไปจนดูไม่สวยงาม

4. กล้องสำหรับตรวจจับระยะห่างจากวัตถุด้วยแสง (ToF Camera) เพื่อให้การประมวลผลภาพมีระยะชัด ตื้น-ชัดลึกที่สมจริงมากขึ้น

ทว่าจำนวนกล้องนั้นมิได้เป็นตัวบ่งบอกถึงคุณภาพที่เพิ่มขึ้นเสมอไป สมาร์ทโฟนใหม่จากหัวเว่ยยังมาพร้อมกับเซนเซอร์รับแสงรุ่นใหม่ ‘HUAWEI SuperSpectrum’ ที่คุยว่าเป็นเซนเซอร์รับแสงรูปแบบใหม่ ใช้เซนเซอร์ที่มีการเรียงตัวแบบ RYYB SuperSpectrum แทนการเรียงตัวแบบ RGBG เนื่องจากหัวเว่ยทดแทนเซนเซอร์รับแสงสีเขียวด้วยเซนเซอร์รับแสงสีเหลือง ช่วยให้ค่า ISO สูงสุดของการบันทึกภาพสูงถึง 204,800 (ในรุ่น P30) และ 409,600 (ในรุ่น P30 Pro)

2. จะภาพนิ่งหรือวิดีโอ… โอ้โห โดน (ใจ)
หัวเว่ยบอกว่าสมาร์ทโฟน P30 Series จะเปลี่ยนความคิดของผู้บริโภคเกี่ยวกับการถ่ายภาพและถ่ายวิดีโอ โดยรุ่น P30 Pro นั้นได้คะแนนสูงสุดทั้งด้านการถ่ายภาพและวิดีโอ 112 คะแนนจาก DxOMark

คุณสมบัติและสมรรถนะดังกล่าวเป็นผลพวงมาจากการพัฒนาเซนเซอร์รับแสงรุ่นใหม่ ‘HUAWEI SuperSpectrum’ ที่มีขนาดพิกเซลรับแสงที่ใหญ่ขึ้น และชิ้นเลนส์ที่สว่างขึ้นถึงระดับ f/1.6 ผสานกับการทำงานของระบบป้องกันภาพสั่นไหว AIS + OIS ช่วยให้การถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอยกระดับขึ้นไปอีกขั้น

ทั้งยังมีหัวใจสำคัญอยู่ที่เซนเซอร์รับแสง HUAWEI SuperSpectrum และเทคโนโลยีเลนส์ SuperZoom ที่ช่วยสนับสนุนให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ ทั้งยังยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้การถ่ายรูปสวย ๆ วิดีโอบันทึกความทรงจำที่่น่าประทับใจ สามารถทำได้ง่ายยิ่งขึ้นในทุกๆ สถานการณ์และทุก ๆ สภาพแสง

อีกหนึ่งทีเด็ดคือ ‘HUAWEI Dual-View Video’ ฟังก์ชันใหม่สุดว้าวที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถใช้กล้องหลัง 2 ตัวบันทึกวีดีโอได้ 2 คลิปพร้อมกันโดยควบคุมผ่านการแบ่งหน้าจอ คลิปหนึ่งเป็นคลิปวิดีโอแบบมุมกว้างแสดงบนหน้าจอด้านขวาและคลิปวิดีโอแบบภาพซูมแสดงบนหน้าจอด้านซ้าย ช่วยให้การบันทึกทุก ๆ ความทรงจำทำได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

สำหรับสายครีเอทีฟและสายแชร์ ที่ชื่นชอบการสร้างสรรค์และแบ่งปันวีดีโอต่าง ๆ ยังสามารถใช้โหมด AI Video Editor ช่วยเลือกเพลงประกอบหรือเอฟเฟกต์เพื่อเพิ่มความน่าสนใจได้ด้วย

3. ตัวเครื่องโทนสีใหม่ ดีไซน์เด่น เข้าเทรนด์ได้ทุกสี
แม้ว่าสมาร์ทโฟนในยุคนี้จะมีดีไซน์ที่เดินตาม ๆ กันมาจนบางครั้งทำให้ผู้บริโภคแยกแยะความแตกต่างได้ไม่ง่ายนัก ทว่าใน HUAWEI P30 Series นั้นได้นำเสนอความแตกต่างอย่างมีรสนิยม

ด้วยดีไซน์ตัวเครื่องที่ใช้เทคนิคการทำสี Optical Color จากการเคลือบผิวนาโน 9 ชั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีสันที่เป็นเอกลักษณ์และความงามบริสุทธิ์ของทะเลเกลือ ฝาหลังปิดทับด้วยกระจกกันรอย มีสีสันต่าง ๆ ให้เลือกทั้งสี Breathing Crystal, Amber Sunrise, Aurora, Pearl White และ Black

ในรุ่น P30 มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 6.1 นิ้ว และรุ่น P30 Pro ที่เป็นจอแบบ OLED ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 6.47 นิ้ว มีการฝังเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (In-Screen Fingerprint) ไว้ด้วยเพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการปลดล็อกหน้าจอ บนหน้าจอมีติ่งแบบหยดน้ำขนาดเล็ก (เพื่อบรรจุโมดูลกล้องเซลฟี่) ช่วยให้ด้านหน้าของเครื่องดูสวยงามและหน้าจอใหญ่เต็มตา

พิเศษสำหรับ P30 Pro ยังมีเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดคือเทคโนโลยี ‘HUAWEI Acoustic Display Technology’ ให้เสียงคุณภาพสูงด้วยการสั่นสะเทือนบนผิวหน้าจอ โดยไม่ต้องแยกช่องลำโพงเสียงสนทนาเหมือนกับสมาร์ทโฟนทั่วไป

4. ไม่ใช่แค่มี AI… แต่เป็น AI ที่อัปเกรดมา (อีก) แล้ว
ในยุคที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่หลายแบรนด์ต่างกันมาใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยพัฒนาศักยภาพในสมาร์ทโฟนของตัวเอง หัวเว่ยได้ผ่านจุดของการพัฒนาเบื้องต้นมาได้สักระยะแล้วในสมาร์ทโฟนระดับเรือธงถึง 3 เจนเนอเรชั่น ได้แก่ Mate 10 Series, P10 Series และ Mate 20 Series

ล่าสุดการนำ AI มาใช้งานใน P30 Series ยังได้รับการพัฒนาต่อยอดให้เกิดอรรถประโยชน์มากขึ้นไปอีก เช่น การใช้ AI มาช่วยประมวลผลทุกภาพให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยระบบ AI HDR+ สำหรับทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังจะช่วยรวบรวมภาพถ่ายหลาย ๆ ภาพที่บันทึกอย่างรวดเร็วเข้าด้วยกันเพื่อสร้างภาพถ่าย 1 ภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด

นอกจากนั้นหัวเว่ยยังได้กระจายความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านปัญญาประดิษฐ์ของตนสู่องค์กรชั้นนำด้านการวิจัยทางการแพทย์ โดยทำงานร่วมกับสถาบัน IIS Aragon และ DIVE Medical เพื่อร่วมกันสร้าง แทร็ค เอไอ (Track AI) ซึ่งเป็นเครื่องมือตรวจประเมินที่ทำงานด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อวินิจฉัยและตรวจหาสัญญาณความบกพร่องด้านการมองเห็นในเด็กตั้งแต่ระยะเริ่มแรก

ซึ่งการแปลผลข้อมูลเหล่านี้จะอาศัยหน่วยประมวลผล Dual NPU ที่มีอยู่ในชิพ Kirin 980 สามารถรองรับการทำงานของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในตัวอุปกรณ์ ซึ่งหมายความว่าฟังก์ชั่น AI เหล่านี้สามารถประมวลผลได้ในตัวสมาร์ทโฟนเอง

Track AI บนสมาร์ทโฟนจึงเป็นเครื่องมือที่พกพาติดตัวไปด้วยได้ ไม่ต้องพึ่งการเชื่อมต่อไวไฟ และรับข้อมูลได้ในแบบเรียลไทม์เพื่อการวินิจฉัยที่รวดเร็ว ทำให้ Track AI เป็นสิ่งที่สามารถนำไปใช้งานจริงได้ทั่วโลก

5. เมื่อสิ่งดี ๆ ต้องได้รับพลังการสนับสนุนที่ดีด้วย
สมาร์ทโฟนรุ่นหนึ่งจะได้ชื่อว่าดีพร้อมสมบูรณ์แบบไม่ได้เลยหากปราศจากการออกแบบทางวิศวกรรมที่คำนึงถึงการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติหลากหลายใช้งานได้อรรถประโยชน์อย่าง Huawei P30 Series

โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 4,200mAh สามารถใช้งานตามปกติได้เกิน 1 วันแม้ว่าจะใช้งานอย่างต่อเนื่อง พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วพิเศษที่สามารถจ่ายกำลังไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 40 วัตต์ สามารถชาร์จแบตจาก 0% ถึง 70% ได้ภายใน 30 นาที ตอบโจทย์การใช้งานในยุค mobile first ได้อย่างครอบคลุม


ด้วยคุณสมบัติพื้นฐานทั้ง 5 ข้อนี้ หากย้อนเวลากลับไปเพียงไม่กี่ปีดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นเรื่องที่เพ้อฝันเกินจริงสำหรับอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟน ทว่าหลังจากที่หัวเว่ยผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับแถวหน้าจากจีนได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด P30 Series เรื่องเพ้อฝันเหล่านั้นอาจกลายเป็นจริงแล้วก็เป็นได้ครับ

มนตรี คงมหาพฤกษ์

บรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความชอบในงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์