fbpx

ลองใช้งาน Ambi Climate 2 ตัวคุมแอร์อัจฉริยะ เปลี่ยนแอร์บ้าน ๆ ให้เป็นแอร์ยุค 4.0

ผมเชื่อว่าคงมีหลายคนที่เคยคิดว่า ทำไมนะเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ที่ออฟฟิศของเรา หรือว่าแอร์ในรถยนต์ของเรา มันถึงไม่ค่อยได้ดังใจสักเท่าไร

วันที่อากาศแสนร้อนมันก็เย็นไม่ค่อยทันใจ จะเร่งมากก็กลัวเปลืองค่าไฟ แถมคอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักอีก แต่วันที่ฝนตกหรืออากาศเย็นสักหน่อยมันก็หนาวจนเกินไป เรียกว่าหาความพอดีไม่ค่อยได้

แม้แต่ที่บ้านหรือในห้องนอนของเราเองก็ตาม โดยเฉพาะคนที่ใช้แอร์รุ่นที่ไม่ค่อยใหม่นัก (รุ่นเก่านั่นแหละครับ) ซึ่งระบบการปรับอากาศยังทำงานแบบทื่อ ๆ อาศัยการตรวจสอบแค่อุณหภูมิเป็นหลัก ก่อนเข้านอนคิดว่าปรับให้เย็นสบายพอดีแล้ว แต่กลางดึกกลับหนาวจนสั่น หรือบางครั้งอุณหภูมิภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงมาก ๆ เช่น ฝนตกหนัก ในห้องก็กลับร้อนอบอ้าว หรือบางครั้งก็หนาวหลุดโลกไปเลยซะอย่างนั้น

เครื่องปรับอากาศรรุ่นใหม่ ๆ ที่บอกว่าเป็นระบบอินเวอร์เตอร์ซึ่งสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวไปได้บ้าง ก็ไม่ใช่ว่าทุกรุ่นจะมีระบบควบคุมที่ละเอียดและฉลาดเท่ากัน แน่นอนว่ารุ่นที่ฉลาดมาก ๆ ราคาก็ขยับสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

ปัจจัยที่ต้องพิจารณา ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขอุณหภูมิ
ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้รู้จักกับอุปกรณ์ตัวหนึ่งครับ มันมีชื่อว่า แอมบิ ไคลเมททู ‘Ambi Climate 2’ เป็นรุ่นที่ถูกพัฒนาต่อมาจาก Ambi Climate รุ่นแรก อุปกรณ์ตัวนี้มีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือของผม และถ้าไม่มีใครบอกหรือว่ารู้จักกันมาก่อน เราจะไม่มีทางทราบได้เลยว่ามันคืออุปกรณ์อะไร

ทางผู้ผลิต Ambi Climate 2 เขาคุยว่ามันถูกออกแบบมาให้เราใช้งานแทนรีโมตควบคุมแอร์ทั่วไปที่เราคุ้นเคย เพราะมันว่าฉลาดกว่า

ที่ว่าฉลาดกว่าในที่นี้คือเขาอ้างว่า รีโมตแอร์ทั่วไปนั้นเปิดโอกาสให้เราปรับได้แค่อุณหภูมิ ความแรงของลมหรือทิศทางทางลม หรือโหมดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

ส่วนผลลัพธ์ของการปรับจะออกมาเป็นยังไงนั้นตัวผู้ใช้เองก็ต้องคอยรับรู้แล้วปรับไปเองเรื่อย ๆ จนกว่าจะพอใจ (ณ เวลาช่วงนั้น ๆ) ทำให้บางคนที่ร่างกายไวต่อความเปลี่ยนของอุณหภูมิมาก ๆ อาจต้องถึงขั้นอยู่ห่างรีโมตแอร์ไม่ได้เลยทีเดียวเพราะเดี๋ยวหนาวเกินไป ร้อนเกินไปก็ต้องคอยปรับกันอยู่เรื่อย ๆ

สำหรับเจ้า Ambi Climate 2 ที่เขาคุยว่ามันฉลาดกว่านั้นก็เพราะแนวคิดของเขาบอกว่า ความสบายที่เราควรจะได้จากการใช้งานเครื่องปรับอากาศนั้น ต้องพิจารณาจากปัจจัยหลาย ๆ ด้านประกอบกัน ไม่ใช่แค่เรื่องของการตั้งอุณหภูมิ แรงลมหรือว่าทิศทางลมรีโมตแอร์ทั่วไป

ปัจจัยที่มีผลต่อสภาพอากาศ

ปัจจัยหลายด้านที่ว่านี้ได้แก่ สภาพอากาศภายนอก (ข้อมูลตามโลเคชันที่ตั้งค่าไว้ในแอปฯ), ปริมาณแสงอาทิตย์, ช่วงเวลาของวัน, อุณหภูมิในห้อง (วัดจากเซ็นเซอร์ที่ตัว Ambi Climate 2) หรือระดับความชื้นภายในห้อง (วัดจากเซ็นเซอร์ที่ตัว Ambi Climate 2)

ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้แหละครับที่เขาว่าหากเรานำมาใช้พิจารณาในการปรับอากาศแล้ว นอกจากทำให้เรารู้สึกสบายตัว ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไปแล้วยังจะให้เราประหยัดไฟได้อีกราว ๆ 30% ด้วยต่างหาก

 

หลักการทำงานและสิ่งที่ต้องมี
เมื่อพูดถึงปัจจัยสำคัญในการควบคุมระบบปรับอากาศข้างต้นกันแล้ว ทีนี้เรามาดูกันว่าตัวอุปกรณ์ Ambi Climate 2 ทำงานอย่างไร

Ambi Climate 2 สามารถรับรู้ปัจจัยเหล่านั้นได้จากเซ็นเซอร์ที่อยู่รอบตัวของมัน ประกอบกับการใช้ฐานข้อมูลจากระบบอินเทอร์เน็ตที่ตัวมันเชื่อมต่อผ่านแอปฯ ในสมาร์ทโฟน ทั้งข้อมูลสภาพอากาศจากระบบออนไลน์ และข้อมูลการประมวลผลจากระบบ Ambi Cloud ที่เขาคุยว่าใช้ Advanced AI algorithms ในการวิเคราะห์ข้อมูล

เมื่อได้รับทราบปัจจัยและการประมวลผลทั้งหมดนั้นแล้ว มันจะส่งสัญญาณผ่านระบบอินฟราเรดไปที่ตัวเครื่องปรับอากาศ (indoor unit) ของเรา เพื่อปรับตั้งค่าของระบบปรับอากาศในบ้านของเราตามที่มันเห็นสมควร

การตั้งค่าเบื้องต้น การปรับแต่งและแสดงผลรายละเอียดในการทำงานต่าง ๆ สามารถทำได้จากแอปฯ ในสมาร์ทโฟนที่ชื่อว่า ‘AmbiClimate’ ซึ่งดาวน์โหลดฟรีได้ทั้งสมาร์ทโฟน iOS และ Android

เมื่อทราบหลักการทำงานคร่าว ๆ แล้ว คุณควรทราบสักหน่อยว่า ถ้าอยากใช้งาน Ambi Climate 2 ที่บ้านของคุณจะต้องมีอะไรบ้าง เบื้องต้นเลยที่บ้านของคุณจะต้องมีสัญญาณ Wi-Fi ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้, มีสมาร์ทโฟนที่ใช้งานแอปฯ ‘AmbiClimate’ ได้ และที่สำคัญก็คือคุณต้องใช้งานเครื่องปรับอากาศรุ่นที่ระบบรีโมตคอนโทรลที่สามารถใช้งานร่วมกับ Ambi Climate 2 ได้ (ตรวจสอบรุ่นได้ที่นี่ https://remotes.ambiclimate.com/)

ใช้ไม่ยาก ฉลาด รู้ใจและไฮเทค
สำหรับการใช้งาน Ambi Climate 2 ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ ตัวเครื่องมาพร้อมกับอะแดปเตอร์ไฟเลี้ยง เสียบแล้วเตรียมเปิดแอปฯ AmbiClimate ในสมาร์ทโฟน แล้วก็ดำเนินการติดตั้งระบบไปตามขั้นตอนได้เลยครับ หลัก ๆ ก็คือการกำหนดให้ตัว Ambi Climate 2 เชื่อมต่อกับ Wi-Fi (2.4GHz เท่านั้น) ในบ้านของเรานั่นเองครับ

ในระหว่างการติดตั้งระบบจะมีการตรวจสอบสัญญาณอินฟราเรดว่าเข้ากันได้กับระบบรีโมตของแอร์หรือไม่ ดังนั้นตัวเครื่อง Ambi Climate 2 จึงจำเป็นต้องวางในตำแหน่งที่สามารถยิงคลื่นอินฟราเรดไปที่ตัว indoor unit ของแอร์ได้

หากไม่ติดขัดปัญหาอะไรขั้นตอนการติดตั้งระบบควรเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่เกิน 10 นาทีครับ หลังจากติดตั้งระบบเสร็จแล้ว อาจจำเป็นต้องมีการตั้งค่าพื้นฐานอื่น ๆ อีกเล็กน้อยเท่านั้นในตัวแอปฯ AmbiClimate ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ เอาไว้ใช้งานไปสักพักแล้ว ค่อยมาตั้งค่าตามชอบใจอีกทีก็ได้ครับ

ถึงตรงนี้แล้วก็ถือว่า Ambi Climate 2 นั้นพร้อมให้เราใช้งานแล้วครับ ตัวรีโมตคอนโทรลเดิม ๆ ของแอร์ให้ถอดแบตเตอรี่ออกแล้วหยิบไปเก็บใส่กล่องไว้ได้เลยครับ ไม่ต้องใช้แล้ว ต่อจากนี้เราจะใช้สมาร์ทโฟนสั่งงานแทน

ทีแรกที่ลองใช้งาน ผมคิดว่ามันค่อนข้างซับซ้อนเล็กน้อย แต่เมื่อทำความเข้าใจสักพักแล้วก็พบว่าผมคิดเยอะไปเองครับ ที่จริงระบบมันเรียบง่ายกว่าที่ผมคิดเยอะเลย ที่หน้าหลักของตัวแอปฯ มันจะมีกราฟิกแสดงข้อมูลเบื้องต้นนั่นคือ อุณหภูมิและความชื้นภายในห้อง

หน้าที่ของเราในช่วงแรกมีอย่างเดียวคือ ต้องช่วยสอนให้ระบบ AI ของมันเรียนรู้ว่าเราชอบอากาศแบบไหน หากขณะนั้นเรารู้สึกอย่างไร (ร้อนมาก, ร้อนไปหน่อย, อุ่นไปนิด, กำลังสบายดีแล้ว, เย็นไปนิด, หนาวไปหน่อย, หนาวจนแข็งแล้ว) โดยการเลือกกดปุ่มระบุความรู้สึกที่อยู่ตรงกลางหน้าจอ เมื่อระบบได้รับทราบความรู้สึกขณะนั้นของเราแล้ว มันก็จะทำการปรับให้แอร์ของเราทำให้เรารู้สึกสบายขึ้น

ในช่วงแรกเรียกว่าค่อย ๆ บอก ค่อย ๆ ปรับกันไปแบบนี้แหละครับ สักพักระบบมันก็จะรู้แล้วว่าอากาศที่ ‘กำลังสบายดี’ ของเราคือประมาณนั้น แล้วมันก็จะจำเอาไว้

หลังจากนั้นแม้ว่าสภาพแวดล้อมจะแปรเปลี่ยนไป เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ หรือฝนตก แดดออก ฟ้าครึ้ม หน้าร้อนหรือหน้าหนาว ระบบมันก็จะพยายามปรับอากาศให้อยู่ในสภาพที่เรารู้สึก ‘กำลังสบายดี’ ตามข้อมูลพฤติกรรมที่เราได้แจ้งมันเอาไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งแน่นอนว่าในภายหลังเรายังสามารถปรับได้อีก โดยการแจ้งความรู้สึกในขณะนั้น ๆ ของเราเป็นข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไป

สำหรับด้านล่างของหน้าแอปฯ เป็นเมนูตั้งค่าต่าง ๆ ที่เราสามารถค่อย ๆ เรียนรู้ในภายหลังได้ ทั้งส่วนของโหมดการสั่งงานจาก Ambi Climate 2 หรือการสั่งเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศ รวมทั้งการเก็บสถิติต่าง ๆ

อ้อ สำหรับคนที่กำลังคิดว่า ถ้ามีสมาชิกในบ้านหลายคนแล้วสมาชิกแต่ละคน มีการรับรู้อากาศที่ ‘กำลังสบายดี’ ไม่เหมือนกันล่ะ (ตามพฤติกรรมการเผาผลาญภายในร่างกายที่แตกต่างกัน) จะทำอย่างไรดี ระบบของเขาก็เปิดโอกาสให้เราเพิ่มบัญชีผู้ใช้ได้หลายคนครับ เท่ากับว่าแต่ละคนก็สามารถใช้ Ambi Climate 2 ปรับอากาศให้เหมาะกับรสนิยมเฉพาะตัวได้ด้วยครับ โอ้โฮ พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก !!!

เห็นทางผู้ผลิตเขาบอกว่ามันสามารถใช้งานร่วมกับระบบสั่งงานด้วยเสียงพูดหรือ voice assistant ยอดนิยมได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Alexa, Google Home หรือ Siri บังเอิญว่าที่บ้านผมใช้งาน Alexa อยู่แล้วก็เลยลองเล่นดูครับ มันใช้งานร่วมกันได้จริงครับ โดยการเพิ่ม skill เข้าไป ทีนี้ผมก็สามารถสั่งเปิด-ปิดแอร์ หรือปรับแอร์ด้วยเสียงพูดได้แล้ว ยิ่งทำให้สะดวกและสมาร์ทมากยิ่งขึ้นไปอีก โอ้โฮ พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก อีกแล้ว !!!

Ambi Climate 2 เหมาะกับใคร
ผมนึกเล่น ๆ ว่าคนโสด หรือคนที่มีคู่แต่อยากมีคนดูแลใกล้ชิดเพิ่มขึ้น น่าจะถูกใจเจ้า Ambi Climate 2 เครื่องนี้ เพราะว่าเมื่อใช้งานแล้วมันเหมือนว่าเรามีคนรู้ใจที่คอยดูแลว่าในเวลาไหน ระบบปรับอากาศของเราควรจะเป็นอย่างไร เพื่อให้เรารู้สึกสบายตัว ผ่อนคลาย และใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า

ไม่ใช่ว่าเปิดใช้น้อย ๆ แล้วทนร้อนเอาเพราะกลัวเปลืองค่าไฟ หรือว่าเร่งให้แรงเย็นฉ่ำไปเลยแล้วห่มผ้าหนา ๆ เอา แบบนี้ถือว่าใช้พลังงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ

รีโมตแอร์เดิม ๆ ถอดแบตเตอรี่แล้วเก็บใส่กล่องดีกว่าครับ

ครั้งแรกที่เห็น Ambi Climate 2 ผมนึกไม่ถึงจริง ๆ ครับว่าเจ้าอุปกรณ์ตัวเล็ก ๆ นี้มันจะทำหน้าที่ได้เกินขนาดตัวเช่นนี้ มันเป็นทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและแก็ดเจ็ดไฮเทค ในเวลาเดียวกัน ถ้าพูดให้ทันสมัยหน่อยก็คืออุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ชิ้นหนึ่งภายในบ้านนี่แหละครับ

สำหรับค่าตัวของ Ambi Climate 2 ตามร้านค้าในบ้านเราเท่าที่ผมค้นดูจาก Google เหมือนว่าราคาจะเท่ากันหมด คืออยู่ที่ 4,990 บาท หรือสั่งซื้อจากเว็บไซต์ของเขาได้โดยตรงในราคา $129 (ยังไม่รวมภาษีและค่าขนส่ง) ก็แล้วแต่สะดวกครับ

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สนใจเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังเห่อระบบเสียง Lossless ใน Apple Music และงานบ้าน D.I.Y.

มนตรี คงมหาพฤกษ์