ลองใช้งาน Ambi Climate 2 ตัวคุมแอร์อัจฉริยะ เปลี่ยนแอร์บ้าน ๆ ให้เป็นแอร์ยุค 4.0

ผมเชื่อว่าคงมีหลายคนที่เคยคิดว่า ทำไมนะเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ที่ออฟฟิศของเรา หรือว่าแอร์ในรถยนต์ของเรา มันถึงไม่ค่อยได้ดังใจสักเท่าไร

วันที่อากาศแสนร้อนมันก็เย็นไม่ค่อยทันใจ จะเร่งมากก็กลัวเปลืองค่าไฟ แถมคอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักอีก แต่วันที่ฝนตกหรืออากาศเย็นสักหน่อยมันก็หนาวจนเกินไป เรียกว่าหาความพอดีไม่ค่อยได้

แม้แต่ที่บ้านหรือในห้องนอนของเราเองก็ตาม โดยเฉพาะคนที่ใช้แอร์รุ่นที่ไม่ค่อยใหม่นัก (รุ่นเก่านั่นแหละครับ) ซึ่งระบบการปรับอากาศยังทำงานแบบทื่อ ๆ อาศัยการตรวจสอบแค่อุณหภูมิเป็นหลัก ก่อนเข้านอนคิดว่าปรับให้เย็นสบายพอดีแล้ว แต่กลางดึกกลับหนาวจนสั่น หรือบางครั้งอุณหภูมิภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงมาก ๆ เช่น ฝนตกหนัก ในห้องก็กลับร้อนอบอ้าว หรือบางครั้งก็หนาวหลุดโลกไปเลยซะอย่างนั้น

เครื่องปรับอากาศรรุ่นใหม่ ๆ ที่บอกว่าเป็นระบบอินเวอร์เตอร์ซึ่งสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวไปได้บ้าง ก็ไม่ใช่ว่าทุกรุ่นจะมีระบบควบคุมที่ละเอียดและฉลาดเท่ากัน แน่นอนว่ารุ่นที่ฉลาดมาก ๆ ราคาก็ขยับสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

ปัจจัยที่ต้องพิจารณา ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขอุณหภููมิ
ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้รู้จักกับอุปกรณ์ตัวหนึ่งครับ มันมีชื่อว่า แอมบิ ไคลเมททู ‘Ambi Climate 2’ เป็นรุ่นที่ถูกพัฒนาต่อมาจาก Ambi Climate รุ่นแรก อุปกรณ์ตัวนี้มีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือของผม และถ้าไม่มีใครบอกหรือว่ารู้จักกันมาก่อน เราจะไม่มีทางทราบได้เลยว่ามันคืออุปกรณ์อะไร

ทางผู้ผลิต Ambi Climate 2 เขาคุยว่ามันถูกออกแบบมาให้เราใช้งานแทนรีโมตควบคุมแอร์ทั่วไปที่เราคุ้นเคย เพราะมันว่าฉลาดกว่า

ที่ว่าฉลาดกว่าในที่นี้คือเขาอ้างว่า รีโมตแอร์ทั่วไปนั้นเปิดโอกาสให้เราปรับได้แค่อุณหภูมิ ความแรงของลมหรือทิศทางทางลม หรือโหมดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

ส่วนผลลัพธ์ของการปรับจะออกมาเป็นยังไงนั้นตัวผู้ใช้เองก็ต้องคอยรับรู้แล้วปรับไปเองเรื่อย ๆ จนกว่าจะพอใจ (ณ เวลาช่วงนั้น ๆ) ทำให้บางคนที่ร่างกายไวต่อความเปลี่ยนของอุณหภูมิมาก ๆ อาจต้องถึงขั้นอยู่ห่างรีโมตแอร์ไม่ได้เลยทีเดียวเพราะเดี๋ยวหนาวเกินไป ร้อนเกินไปก็ต้องคอยปรับกันอยู่เรื่อย ๆ

สำหรับเจ้า Ambi Climate 2 ที่เขาคุยว่ามันฉลาดกว่านั้นก็เพราะแนวคิดของเขาบอกว่า ความสบายที่เราควรจะได้จากการใช้งานเครื่องปรับอากาศนั้น ต้องพิจารณาจากปัจจัยหลาย ๆ ด้านประกอบกัน ไม่ใช่แค่เรื่องของการตั้งอุณหภูมิ แรงลมหรือว่าทิศทางลมรีโมตแอร์ทั่วไป

ปัจจัยที่มีผลต่อสภาพอากาศ

ปัจจัยหลายด้านที่ว่านี้ได้แก่ สภาพอากาศภายนอก (ข้อมูลตามโลเคชันที่ตั้งค่าไว้ในแอปฯ), ปริมาณแสงอาทิตย์, ช่วงเวลาของวัน, อุณหภูมิในห้อง (วัดจากเซ็นเซอร์ที่ตัว Ambi Climate 2) หรือระดับความชื้นภายในห้อง (วัดจากเซ็นเซอร์ที่ตัว Ambi Climate 2)

ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้แหละครับที่เขาว่าหากเรานำมาใช้พิจารณาในการปรับอากาศแล้ว นอกจากทำให้เรารู้สึกสบายตัว ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไปแล้วยังจะให้เราประหยัดไฟได้อีกราว ๆ 30% ด้วยต่างหาก

 

หลักการทำงานและสิ่งที่ต้องมี
เมื่อพูดถึงปัจจัยสำคัญในการควบคุมระบบปรับอากาศข้างต้นกันแล้ว ทีนี้เรามาดูกันว่าตัวอุปกรณ์ Ambi Climate 2 ทำงานอย่างไร

Ambi Climate 2 สามารถรับรู้ปัจจัยเหล่านั้นได้จากเซ็นเซอร์ที่อยู่รอบตัวของมัน ประกอบกับการใช้ฐานข้อมูลจากระบบอินเทอร์เน็ตที่ตัวมันเชื่อมต่อผ่านแอปฯ ในสมาร์ทโฟน ทั้งข้อมูลสภาพอากาศจากระบบออนไลน์ และข้อมูลการประมวลผลจากระบบ Ambi Cloud ที่เขาคุยว่าใช้ Advanced AI algorithms ในการวิเคราะห์ข้อมูล

เมื่อได้รับทราบปัจจัยและการประมวลผลทั้งหมดนั้นแล้ว มันจะส่งสัญญาณผ่านระบบอินฟราเรดไปที่ตัวเครื่องปรับอากาศ (indoor unit) ของเรา เพื่อปรับตั้งค่าของระบบปรับอากาศในบ้านของเราตามที่มันเห็นสมควร

การตั้งค่าเบื้องต้น การปรับแต่งและแสดงผลรายละเอียดในการทำงานต่าง ๆ สามารถทำได้จากแอปฯ ในสมาร์ทโฟนที่ชื่อว่า ‘AmbiClimate’ ซึ่งดาวน์โหลดฟรีได้ทั้งสมาร์ทโฟน iOS และ Android

เมื่อทราบหลักการทำงานคร่าว ๆ แล้ว คุณควรทราบสักหน่อยว่า ถ้าอยากใช้งาน Ambi Climate 2 ที่บ้านของคุณจะต้องมีอะไรบ้าง เบื้องต้นเลยที่บ้านของคุณจะต้องมีสัญญาณ Wi-Fi ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้, มีสมาร์ทโฟนที่ใช้งานแอปฯ ‘AmbiClimate’ ได้ และที่สำคัญก็คือคุณต้องใช้งานเครื่องปรับอากาศรุ่นที่ระบบรีโมตคอนโทรลที่สามารถใช้งานร่วมกับ Ambi Climate 2 ได้ (ตรวจสอบรุ่นได้ที่นี่ https://remotes.ambiclimate.com/)

ใช้ไม่ยาก ฉลาด รู้ใจและไฮเทค
สำหรับการใช้งาน Ambi Climate 2 ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ ตัวเครื่องมาพร้อมกับอะแดปเตอร์ไฟเลี้ยง เสียบแล้วเตรียมเปิดแอปฯ AmbiClimate ในสมาร์ทโฟน แล้วก็ดำเนินการติดตั้งระบบไปตามขั้นตอนได้เลยครับ หลัก ๆ ก็คือการกำหนดให้ตัว Ambi Climate 2 เชื่อมต่อกับ Wi-Fi (2.4GHz เท่านั้น) ในบ้านของเรานั่นเองครับ

ในระหว่างการติดตั้งระบบจะมีการตรวจสอบสัญญาณอินฟราเรดว่าเข้ากันได้กับระบบรีโมตของแอร์หรือไม่ ดังนั้นตัวเครื่อง Ambi Climate 2 จึงจำเป็นต้องวางในตำแหน่งที่สามารถยิงคลื่นอินฟราเรดไปที่ตัว indoor unit ของแอร์ได้

หากไม่ติดขัดปัญหาอะไรขั้นตอนการติดตั้งระบบควรเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่เกิน 10 นาทีครับ หลังจากติดตั้งระบบเสร็จแล้ว อาจจำเป็นต้องมีการตั้งค่าพื้นฐานอื่น ๆ อีกเล็กน้อยเท่านั้นในตัวแอปฯ AmbiClimate ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ เอาไว้ใช้งานไปสักพักแล้ว ค่อยมาตั้งค่าตามชอบใจอีกทีก็ได้ครับ

ถึงตรงนี้แล้วก็ถือว่า Ambi Climate 2 นั้นพร้อมให้เราใช้งานแล้วครับ ตัวรีโมตคอนโทรลเดิม ๆ ของแอร์ให้ถอดแบตเตอรี่ออกแล้วหยิบไปเก็บใส่กล่องไว้ได้เลยครับ ไม่ต้องใช้แล้ว ต่อจากนี้เราจะใช้สมาร์ทโฟนสั่งงานแทน

ทีแรกที่ลองใช้งาน ผมคิดว่ามันค่อนข้างซับซ้อนเล็กน้อย แต่เมื่อทำความเข้าใจสักพักแล้วก็พบว่าผมคิดเยอะไปเองครับ ที่จริงระบบมันเรียบง่ายกว่าที่ผมคิดเยอะเลย ที่หน้าหลักของตัวแอปฯ มันจะมีกราฟิกแสดงข้อมูลเบื้องต้นนั่นคือ อุณหภูมิและความชื้นภายในห้อง

หน้าที่ของเราในช่วงแรกมีอย่างเดียวคือ ต้องช่วยสอนให้ระบบ AI ของมันเรียนรู้ว่าเราชอบอากาศแบบไหน หากขณะนั้นเรารู้สึกอย่างไร (ร้อนมาก, ร้อนไปหน่อย, อุ่นไปนิด, กำลังสบายดีแล้ว, เย็นไปนิด, หนาวไปหน่อย, หนาวจนแข็งแล้ว) โดยการเลือกกดปุ่มระบุความรู้สึกที่อยู่ตรงกลางหน้าจอ เมื่อระบบได้รับทราบความรู้สึกขณะนั้นของเราแล้ว มันก็จะทำการปรับให้แอร์ของเราทำให้เรารู้สึกสบายขึ้น

ในช่วงแรกเรียกว่าค่อย ๆ บอก ค่อย ๆ ปรับกันไปแบบนี้แหละครับ สักพักระบบมันก็จะรู้แล้วว่าอากาศที่ ‘กำลังสบายดี’ ของเราคือประมาณนั้น แล้วมันก็จะจำเอาไว้

หลังจากนั้นแม้ว่าสภาพแวดล้อมจะแปรเปลี่ยนไป เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ หรือฝนตก แดดออก ฟ้าครึ้ม หน้าร้อนหรือหน้าหนาว ระบบมันก็จะพยายามปรับอากาศให้อยู่ในสภาพที่เรารู้สึก ‘กำลังสบายดี’ ตามข้อมูลพฤติกรรมที่เราได้แจ้งมันเอาไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งแน่นอนว่าในภายหลังเรายังสามารถปรับได้อีก โดยการแจ้งความรู้สึกในขณะนั้น ๆ ของเราเป็นข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไป

สำหรับด้านล่างของหน้าแอปฯ เป็นเมนูตั้งค่าต่าง ๆ ที่เราสามารถค่อย ๆ เรียนรู้ในภายหลังได้ ทั้งส่วนของโหมดการสั่งงานจาก Ambi Climate 2 หรือการสั่งเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศ รวมทั้งการเก็บสถิติต่าง ๆ

อ้อ สำหรับคนที่กำลังคิดว่า ถ้ามีสมาชิกในบ้านหลายคนแล้วสมาชิกแต่ละคน มีการรับรู้อากาศที่ ‘กำลังสบายดี’ ไม่เหมือนกันล่ะ (ตามพฤติกรรมการเผาผลาญภายในร่างกายที่แตกต่างกัน) จะทำอย่างไรดี ระบบของเขาก็เปิดโอกาสให้เราเพิ่มบัญชีผู้ใช้ได้หลายคนครับ เท่ากับว่าแต่ละคนก็สามารถใช้ Ambi Climate 2 ปรับอากาศให้เหมาะกับรสนิยมเฉพาะตัวได้ด้วยครับ โอ้โฮ พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก !!!

เห็นทางผู้ผลิตเขาบอกว่ามันสามารถใช้งานร่วมกับระบบสั่งงานด้วยเสียงพูดหรือ voice assistant ยอดนิยมได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Alexa, Google Home หรือ Siri บังเอิญว่าที่บ้านผมใช้งาน Alexa อยู่แล้วก็เลยลองเล่นดูครับ มันใช้งานร่วมกันได้จริงครับ โดยการเพิ่ม skill เข้าไป ทีนี้ผมก็สามารถสั่งเปิด-ปิดแอร์ หรือปรับแอร์ด้วยเสียงพูดได้แล้ว ยิ่งทำให้สะดวกและสมาร์ทมากยิ่งขึ้นไปอีก โอ้โฮ พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก อีกแล้ว !!!

Ambi Climate 2 เหมาะกับใคร
ผมนึกเล่น ๆ ว่าคนโสด หรือคนที่มีคู่แต่อยากมีคนดูแลใกล้ชิดเพิ่มขึ้น น่าจะถูกใจเจ้า Ambi Climate 2 เครื่องนี้ เพราะว่าเมื่อใช้งานแล้วมันเหมือนว่าเรามีคนรู้ใจที่คอยดูแลว่าในเวลาไหน ระบบปรับอากาศของเราควรจะเป็นอย่างไร เพื่อให้เรารู้สึกสบายตัว ผ่อนคลาย และใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า

ไม่ใช่ว่าเปิดใช้น้อย ๆ แล้วทนร้อนเอาเพราะกลัวเปลืองค่าไฟ หรือว่าเร่งให้แรงเย็นฉ่ำไปเลยแล้วห่มผ้าหนา ๆ เอา แบบนี้ถือว่าใช้พลังงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยใช่เหตุ

รีโมตแอร์เดิม ๆ ถอดแบตเตอรี่แล้วเก็บใส่กล่องดีกว่าครับ

ครั้งแรกที่เห็น Ambi Climate 2 ผมนึกไม่ถึงจริง ๆ ครับว่าเจ้าอุปกรณ์ตัวเล็ก ๆ นี้มันจะทำหน้าที่ได้เกินขนาดตัวเช่นนี้ มันเป็นทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและแก็ดเจ็ดไฮเทค ในเวลาเดียวกัน ถ้าพูดให้ทันสมัยหน่อยก็คืออุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ชิ้นหนึ่งภายในบ้านนี่แหละครับ

สำหรับค่าตัวของ Ambi Climate 2 ตามร้านค้าในบ้านเราเท่าที่ผมค้นดูจาก Google เหมือนว่าราคาจะเท่ากันหมด คืออยู่ที่ 4,990 บาท หรือสั่งซื้อจากเว็บไซต์ของเขาได้โดยตรงในราคา $129 (ยังไม่รวมภาษีและค่าขนส่ง) ก็แล้วแต่สะดวกครับ

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความชอบในงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์