Creative Sound Blaster AE-7 และ AE-9 ซาวด์การ์ดที่คนรักเครื่องเสียงร้องว้าว !

Creative ผู้ผลิตอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ด้านระบบเสียงชื่อดัง เปิดตัวการ์ดเสียงรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อคนรักเครื่องเสียงอย่างเป็นทางการถึง 2 รุ่น ได้แก่ Sound Blaster AE-9 และ Sound Blaster AE-7

การ์ดเสียงทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับการออกแบบที่มุ่งเน้นในเรื่อง ‘คุณภาพเสียง’ เป็นสำคัญ เลือกใช้เฉพาะอุปกรณ์เกรดพรีเมียม ผสานด้วยเทคโนโลยีเสียงที่ทางครีเอทีฟได้พัฒนามาใหม่ล่าสุด

ด้านการออกแบบ Sound Blaster AE-9 เป็นการ์ดเสียงประเภท PCI-e รุ่นเรือธงของครีเอทีฟ มาพร้อมกับฮาร์ดแวร์คัดเกรดที่เน้นคุณภาพเสียงเช่น ชิป DAC ESS 9038 SABRE ที่รองรับการเล่นไฟล์เสียงรายละเอียดสูง PCM 32-bit 384 kHz และ DSD64 วงจรถอดรหัสเสียงที่มี jitter และความเพี้ยนต่ำ

Sound Blaster AE-9

ตัวเก็บประจุฟิลเตอร์เลือกใช้ของเกรดดีอย่างตัวเก็บประจุอิเล็กโตรไลต์ Nichicon Fine-Gold และตัวเก็บประจุแบบฟิล์มของ WIMA ส่วนของวงจรที่เลือกใช้ไอซีออปแอมป์ออกแบบให้สามารถถอดสลับเปลี่ยนตัวไอซีได้ง่าย เหมาะสำหรับคนที่ชอบจูนเสียงด้วยการเปลี่ยนไอซีออปแอมป์

อีกจุดหนึ่งที่ทำให้ Sound Blaster AE-9 โดดเด่นเหนือคู่แข่งก็คือ เทคโนโลยี CleanLine ที่ได้พัฒนามาใหม่ล่าสุดเพื่อขจัดสัญญาณรบกวนออกจากไฟเลี้ยงวงจร ทั้งยังบล็อคสัญญาณรบกวนต่าง ๆ ที่มีสาเหตุมาจากการทำงานของกราฟิกการ์ดความเร็วสูง เมื่อไฟเลี้ยงวงจรนั้นสะอาดขึ้นก็จะส่งผลให้คุณภาพเสียงที่ได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

สำหรับรุ่นรองอย่าง Sound Blaster AE-7 นั้นคุณสมบัติถูกลดทอนจากรุ่นเรือธงเล็กน้อย แต่ยังถือว่ามีความโดดเด่นเมื่อเทียบกับการ์ดเสียงทั่วไป จัดเป็นการ์ดเสียงสมรรถนะสูงรุ่นประหยัดที่อัปเกรดมาจาก Sound BlasterX AE-5

โดยมา Sound Blaster AE-7 พร้อมกับชิป DAC ESS SABRE 9018 ที่รองรับการเล่นไฟล์เสียงรายละเอียดสูง PCM 32-bit 384 kHz และ DSD64 เช่นกัน และความมีเพี้ยนต่ำเพียง 0.0001%

Sound Blaster AE-7

การ์ดเสียงรุ่นใหม่ทั้งคู่ยังรองรับการถอดรหัสเสียงรอบทิศทาง 5.1 และ 7.1 surround virtualization ที่ผ่านการเข้ารหัส Dolby Digital Live หรือ DTS Connect

ส่วนของวงจรขยายเสียงสำหรับหูฟังเป็นเทคโนโลยี Xamp ของครีเอทีฟ ที่แยกวงจรขยายของแชนเนลซ้ายและขวาเป็นอิสระจากกัน เพื่อขจัด crosstalk distortion หรือความเพี้ยนที่เกิดจากการรบกวนกันระหว่างช่องเสียง ส่วนของวงจรขับเสียงมีเอาต์พุตอิมพิแดนซ์ต่ำเพียง 1 โอห์ม และมีกำลังมากพอที่จะขับหูฟังที่มีอิมพิแดนซ์สูงถึง 600 โอห์มได้

ส่วนของ Audio Control Module (ACM) หรือชุดควบคุมเสียงแบบแยกส่วน ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ใช้งานได้ง่ายขึ้น มีจอแสดงผล ปุ่มปรับความดังเสียง และขั้วต่อต่าง ๆ พร้อมใช้งานทั้งช่องเสียบหูฟังและไมโครโฟน รวมทั้ง +48V Phantom power สำหรับไมโครโฟน

Sound Blaster AE-9 และ Sound Blaster AE-7 พร้อมวางจำหน่ายแล้ว (ในต่างประเทศ) ในราคา $349.99 และ $229.99 ตามลำดับ


ที่มา: Guru3D

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide

สื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนวัตกรรมในกลุ่มสินค้าเครื่องเสียงไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ไอทีมัลติมีเดีย ตลอดจนสินค้านวัตกรรมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพ

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide