fbpx

Apple เผยโฉม iPad Pro ใหม่​ ใช้ชิป M1 ​จอ mini-LED​ สว่าง 1,000nits และเป็นครั้งแรกที่รุ่น Cellular รองรับ 5G

คูเปอร์ติโน, รัฐแคลิฟอร์เนีย — 21 เมษายน 2021 — วันนี้ Apple® ประกาศเปิดตัว iPad Pro® ที่ทรงพลังและล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งเป็นขยายขีดจำกัดของความเป็นไปได้บน iPad การนำชิป M1 ที่ออกแบบโดย Apple มาไว้บน iPad Pro นั้นเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานแบบก้าวกระโดดและทำให้ iPad Pro เป็นอุปกรณ์ที่เร็วที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ประเภทเดียวกัน

โดย iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้วมาพร้อมจอภาพ Liquid Retina XDR™ ใหม่ (mini-LED display) ที่มีช่วงไดนามิกที่กว้างถึงขีดสุด iPad Pro จึงถ่ายทอดประสบการณ์ด้านภาพได้อย่างสวยงามน่าทึ่งพร้อมด้วยรายละเอียดที่สมจริงยิ่งกว่าที่เคยสำหรับเวิร์กโฟลว์ระดับ HDR ที่มีรายละเอียดมากที่สุด

ขณะที่รุ่นเซลลูลาร์พร้อม 5G จะมอบการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกเมื่อคุณต้องไปไหนมาไหน และ iPad Pro ยังมาพร้อม Thunderbolt ที่ช่วยให้ผู้ใช้ระดับโปรเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมความเร็วสูงได้แล้ววันนี้ ยิ่งไปกว่านั้น กล้องหน้าอัลตร้าไวด์แบบใหม่หมดยังมาพร้อมคุณสมบัติ Center Stage™ ซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่ที่จะช่วยทำให้คุณอยู่ตรงกลางเฟรมโดยอัตโนมัติ เพื่อประสบการณ์การใช้งานวิดีโอคอลที่ดึงดูดและน่าสนใจยิ่งขึ้น iPad Pro ใหม่จะวางจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้ที่ apple.com/th

M1 มาอยู่บน iPad Pro เรียบร้อยแล้ว
ชิป M1 สุดล้ำได้ยกระดับประสิทธิภาพระดับแถวหน้าของ iPad Pro ให้เหนือชั้นขึ้นไปอีก ดีไซน์ CPU แบบ 8-core มาพร้อมคอร์ CPU ที่เร็วที่สุดในโลกในซิลิคอนที่ใช้พลังงานต่ำ ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพของ CPU เร็วกว่าชิป A12Z Bionic® ถึง 50% ขณะที่ GPU แบบ 8-core อยู่ในระดับชั้นที่ไม่มีใครเทียบเท่า ด้วยประสิทธิภาพ GPU ที่เร็วขึ้นสูงสุดถึง 40%

การผสมผสานระหว่างประสิทธิภาพของ CPU และกราฟิกนี้ทำให้ iPad Pro ที่เป็นผู้นำด้านความเร็วในอุปกรณ์ประเภทเดียวกันอยู่แล้วทิ้งห่างคู่แข่งไปไกลกว่าเดิม เทคโนโลยีอันทรงพลังซึ่งปรับแต่งมาโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Apple Neural Engine แบบ 16 คอร์ เจเนอเรชั่นถัดไป, โปรเซสเซอร์รับสัญญาณภาพขั้นสูง (ISP), สถาปัตยกรรมหน่วยความจำแบบรวมที่มีแบนด์วิดธ์สูงพร้อมหน่วยความจำสูงสุด 16GB, พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เร็วขึ้น 2 เท่า ไปจนถึงความจุสูงสุด 2TB

Apple unveils new iPad Pro feature M1 chip mini-LED display and Thunderbolt port and 5G cellular connection

ทั้งหมดนี้ทำให้ iPad Pro มีความสามารถมากกว่าที่เคย การประหยัดพลังงานระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมของชิป M1 ช่วยให้ iPad Pro ทำงานได้อย่างน่าทึ่งและมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานตลอดวันในดีไซน์ที่บางและเบา

เนื่องจากชิป M1 ใช้สถาปัตยกรรมพื้นฐานแบบเดียวกับชิปตระกูล A iPadOS® จึงได้รับการปรับแต่งมาสำหรับชิป M1 เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สามารถประโยชน์จากเทคโนโลยีอันทรงพลังในชิป M1 ได้อย่างเต็มที่และรับมือกับทุกสิ่งได้อย่างง่ายดาย ตั้งแต่การนำทางที่เรียบง่ายไปจนถึงเวิร์กโฟลว์การทำงานที่ต้องใช้พลังประมวลผลมากที่สุด

Apple unveils new iPad Pro feature M1 chip mini-LED display and Thunderbolt port and 5G cellular connection

จอภาพ Liquid Retina XDR ขนาด 12.9 นิ้วทำให้ iPad Pro มีช่วงไดนามิกที่สูงมาก
จอภาพ Liquid Retina XDR® ใหม่นำประสิทธิภาพการแสดงผลอันน่าทึ่งของ Pro Display XDR มาไว้บน iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว จอภาพ Liquid Retina XDR ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมมาพร้อมกับดีไซน์ mini-LED ใหม่สุดล้ำที่ใช้ LED กว่า 10,000 ดวงทั่วทั้งด้านหลังของจอภาพเพื่อให้มีความสว่างแบบเต็มหน้าจอสูงถึง 1,000 นิต, ความสว่างสูงสุด 1,600 นิต

และอัตราส่วนคอนทราสต์ 1,000,000:1 อันยอดเยี่ยมที่จะช่วยยกระดับเวิร์กโฟลว์การสร้างสรรค์ของคุณ และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือประสบการณ์ด้านภาพอันน่าทึ่งซึ่งถ่ายทอดสิ่งที่คุณควรจะมองเห็นตรงหน้าจริง ๆ ได้อย่างแม่นยำด้วยการแสดงไฮไลท์ที่สว่างที่สุดและรายละเอียดที่ครบถ้วนที่สุดแม้กระทั่งในรูปภาพที่มืดที่สุด

วันนี้ มือโปรด้านครีเอทีฟรวมถึงช่างภาพ ช่างถ่ายวิดีโอ และผู้ผลิตภาพยนตร์สามารถดูและแก้ไขคอนเทนต์ระดับ HDR ที่สมจริงบนจอภาพขนาดใหญ่ซึ่งสามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่ได้แล้ว

Apple unveils new iPad Pro feature M1 chip mini-LED display and Thunderbolt port and 5G cellular connection

จอภาพ Liquid Retina XDR ใหม่มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ ที่สามารถพบได้ใน iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว ไม่ว่าจะเป็น ProMotion®, การแสดงผลแบบ True Tone® และการรองรับขอบเขตสีกว้างแบบ P3 โดยทั้งหมดนี้จะมอบประสบการณ์การรับชมระดับโรงภาพยนตร์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในแบบที่ไม่มีใครเทียบเท่าสำหรับคอนเทนต์ระดับ HDR และ Dolby Vision

รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย 5G
เมื่อมี 5G บน iPad Pro ผู้ใช้ก็สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นในระหว่างเดินทางด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่ยอดเยี่ยมขึ้นและความเร็วในการดาวน์โหลดและอัปโหลดที่เร็วขึ้นอีกระดับ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสตรีมวิดีโอคุณภาพสูง การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ หรือ FaceTime® แบบความละเอียดสูง

นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสร้างสรรค์ผลงานและทำงานแบบมีประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุดด้วยการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและปลอดภัย โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับฮอตสปอต Wi-Fi สาธารณะบ่อย ๆ อีกต่อไป iPad Pro รองรับย่านความถี่ 5G มากที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ประเภทเดียวกัน จึงสามารถใช้งาน 5G ได้ครอบคลุมทั่วโลกมากที่สุด

Apple unveils new iPad Pro feature M1 chip mini-LED display and Thunderbolt port and 5G cellular connection

โดยรุ่นที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกานั้นรองรับความยาวคลื่นระดับมิลลิเมตร ซึ่งเป็น 5G ในความถี่ที่สูงกว่า ทำให้ iPad Pro สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 4Gbps iPad Pro ยังรองรับ eSIM ได้ด้วย จึงทำให้ค้นหาเครือข่ายได้ง่ายและสามารถสมัครใช้บริการ 5G ได้ทันที

Thunderbolts มาอยู่บน iPad Pro แล้ว
การรองรับ Thunderbolt และ USB 4 ทำให้พอร์ต USB-C บน iPad Pro เป็นพอร์ตที่เร็วและอเนกประสงค์ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPad โดยมีแบนด์วิดท์สำหรับการเชื่อมต่อแบบมีสายมากกว่า iPad Pro รุ่นก่อนถึง 4 เท่า พร้อมความเร็วสูงสุด 40Gbps Thunderbolt รองรับ Ethernet 10Gbps

และเป็นการเปิดประตูสู่ระบบนิเวศขนาดใหญ่ของอุปกรณ์เสริมประสิทธิภาพสูงอย่างตัวจัดเก็บข้อมูลภายนอกที่เร็วขึ้นหรือจอภาพภายนอกที่มีความละเอียดสูงขึ้นซึ่งรวมถึง Pro Display XDR® แบบเต็มความละเอียด 6K และทั้งหมดนี้เชื่อมต่อได้โดยใช้สายและแท่นวางประสิทธิภาพสูง ด้วยการรองรับอุปกรณ์ต่อพ่วงที่มากขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้ iPad Pro จึงรับมือกับเวิร์กโฟลว์งานสร้างสรรค์ได้ราบรื่นกว่าที่เคยแล้ว

คุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” มอบประสบการณ์การใช้งานวิดีโอคอลในรูปแบบใหม่ที่ดึงดูดและน่าสนใจยิ่งขึ้น
ระบบกล้อง TrueDepth® บน iPad Pro มาพร้อมกล้องหน้าอัลตร้าไวด์ความละเอียด 12MP แบบใหม่หมดซึ่งออกแบบมาสำหรับ iPad โดยเฉพาะ เพื่อรองรับคุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับการใช้งานวิดีโอคอล

คุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” ใช้ประโยชน์จากกล้องหน้าใหม่ที่มีมุมมองภาพกว้างกว่าเดิมมากและความสามารถในการเรียนรู้ของระบบของชิป M1 เพื่อจดจำและจัดให้ผู้ใช้อยู่ตรงกลางเฟรม

โดยกล้องจะแพนตามการเคลื่อนไหวของผู้ใช้โดยอัตโนมัติเพื่อให้ผู้ใช้อยู่ตรงกลางเฟรมเสมอ และถ้ามีคนอื่นมาเข้าร่วมเฟรมด้วย กล้องก็สามารถตรวจจับได้และจะซูมออกอย่างลื่นไหลเพื่อจัดให้ทุกคนอยู่ในมุมมองเดียวกันและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนา

ดังนั้น ไม่ว่าจะแชร์ไวท์บอร์ดกับเพื่อนร่วมงานหรือนัดรวมตัวกับญาติ ๆ ทางออนไลน์ ผู้ใช้ก็จะได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานวิดีโอคอลที่ดึงดูดและน่าสนใจยิ่งกว่าที่เคย

Apple unveils new iPad Pro feature M1 chip mini-LED display and Thunderbolt port and 5G cellular connection

คุณสมบัติใหม่เพิ่มเติมบน iPad Pro
ISP และ Neural Engine ในชิป M1 ช่วยปลดล็อคความสามารถใหม่ ๆ ให้กับระบบกล้องระดับโปรซึ่งมาพร้อมการรองรับ HDR อัจฉริยะ 3 บน iPad Pro เป็นครั้งแรก และในสภาวะแสงน้อย ISP และสแกนเนอร์ LiDAR Scanner จะโฟกัสภาพและวิดีโอได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำเพื่อเก็บรายละเอียดได้อย่างน่าทึ่งโดยแทบไม่ต้องใช้แสง

Magic Keyboard® ที่มาพร้อมประสบการณ์การพิมพ์แบบสบาย ๆ ด้วยปุ่มแบบแบ็คไลท์ แทร็คแพดในตัว และดีไซน์แบบยกลอย วันนี้มาในสีขาวใหม่ที่สวยงาม
iPadOS 14.5 ซึ่งจะเปิดให้ลูกค้า iPad ได้ใช้งานในสัปดาห์หน้ามาพร้อมคุณสมบัติเพิ่มเติม

รวมถึงการรองรับภาษาใหม่ ๆ สำหรับคุณสมบัติ “การขีดเขียนข้อความ” และ “การเลือกอัจฉริยะ” บน Apple Pencil®, อิโมจิใหม่ การรองรับตัวควบคุมเกมรุ่นล่าสุด และความสามารถในการแชร์เนื้อเพลงและดูเพลงยอดนิยมของเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกด้วย Apple Music®

ราคาและการวางจำหน่าย
iPad Pro ใหม่จะเปิดให้สั่งซื้อโดยเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 30 เมษายน เป็นต้นไปทาง apple.com/th และจะวางจำหน่ายในแอปฯ Apple Store ใน 31 ประเทศและภูมิภาครวมถึงสหรัฐอเมริกา iPad Pro จะวางจำหน่ายใน Apple Store ช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม

iPad Pro รุ่น 11 นิ้วและ 12.9 นิ้วใหม่จะวางจำหน่ายในสีเงินและสีเทาสเปซเกรย์ iPad Pro มีวางจำหน่ายในรุ่นความจุ 128GB, 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB ซึ่งช่วยให้ลูกค้าระดับโปรมีพื้นที่มากขึ้นสำหรับแอปและคอนเทนต์

iPad Pro รุ่น 11 นิ้วมีราคาเริ่มต้นที่ 27,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 32,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi + Cellular และ iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้วมีราคาเริ่มต้นที่ 37,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 42,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi + Cellular ที่ apple.com/th

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide

สื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนวัตกรรมในกลุ่มสินค้าเครื่องเสียงไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ไอทีมัลติมีเดีย ตลอดจนสินค้านวัตกรรมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพ

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide