เปิดตัวแล้ว iPhone SE รุ่นใหม่ ใส่ชิปตัวแรงจาก iPhone 11 มาในร่างโคลนนิงของ iPhone 8 ฉบับอัปเกรด ราคาเริ่มต้น 14,900 บาท

คูเปอร์ติโน แคลิฟอร์เนีย — 15 เมษายน 2020 – วันนี้ Apple® ประกาศเปิดตัว iPhone® SE รุ่นที่ 2 ซึ่งเป็น iPhone รุ่นใหม่อันทรงพลังที่มาพร้อมจอภาพ Retina HD® ขนาด 4.7 นิ้ว และจับคู่มากับ Touch ID® เพื่อมอบความปลอดภัยระดับแถวหน้าของอุตสาหกรรม

iPhone SE ใหม่มาในดีไซน์แบบกะทัดรัดที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ทั้งภายในและภายนอก และเป็น iPhone ที่มีราคาย่อมเยาที่สุด iPhone SE ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยชิป A13 Bionic ที่ออกแบบโดย Apple และเป็นชิปที่เร็วที่สุดในสมาร์ทโฟน จึงสามารถรับมือกับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดได้

iPhone SE ยังมาพร้อมระบบกล้องเดี่ยวที่ดีที่สุดเท่าที่ iPhone เคยมีมา ซึ่งจะนำประโยชน์จากการประมวลผลภาพถ่ายด้วยคอมพิวเตอร์มาสู่สมาร์ทโฟน รวมถึงโหมดภาพถ่ายบุคคล และยังได้รับการออกแบบมาให้ทนฝุ่นและน้ำอีกด้วย ตัวเครื่องมีสีสันสวยงามให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว และ (PRODUCT)RED ในราคาเริ่มต้น 14,900 บาท

ดีไซน์ยอดนิยมกับจอภาพขนาด 4.7 นิ้ว
iPhone SE ทำมาจากอะลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศและกระจกอันทนทาน ตัวเครื่องมีสีดำ สีขาว และ (PRODUCT)RED ให้เลือกโดยที่ด้านหน้าจะเป็นสีดำทั้งหมด

กระจกด้านหลังมีโลโก้ Apple อยู่ตรงกลางและพื้นผิวผ่านกระบวนการลงหมึกถึง 7 ชั้น ทำให้สามารถแสดงเฉดสีและความทึบแสงได้อย่างแม่นยำ รวมถึงความอิ่มสีที่มีมิติยิ่งขึ้นด้วยขอบเครื่องอะลูมิเนียมสีเดียวกับกระจก iPhone SE มีความสามารถในการทนน้ำและฝุ่นที่ระดับ IP67 นั่นคือ ที่ความลึกไม่เกิน 1 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที

จอภาพ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว และการแสดงผลแบบ True Tone® จะปรับไวท์บาลานซ์บนหน้าจอให้ตรงกับแสงรอบ ๆ เพื่อทำให้ประสบการณ์การรับชมมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้นเหมือนกำลังดูแผ่นกระดาษจริง ๆ

จอภาพ Retina HD สีสันสดใสที่รองรับขอบเขตสีกว้างสามารถแสดงสีสันได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งยังรองรับการเล่น Dolby Vision และ HDR10 อีกด้วย iPhone SE จะใช้การแตะค้างแบบสั่นเพื่อเข้าถึง “การทำงานอย่างเร็ว” อย่างการเล่น Live Photos, ดูตัวอย่างข้อความ, จัดเรียงแอปฯ ใหม่ และอีกมากมาย รวมถึงเมนูที่ปรับตามบริบทด้วย

iPhone SE ยังคงมาพร้อมปุ่มโฮมที่คุ้นเคยซึ่งทำมาจากผลึกแซฟไฟร์เพื่อความคงทนและการปกป้องเซ็นเซอร์ ส่วนวงแหวนจากสแตนเลสสตีลมีหน้าที่ตรวจจับลายนิ้วมือของลูกค้าให้กับ Touch ID การใช้ Touch ID เป็นทางเลือกที่ง่าย เป็นส่วนตัว และปลอดภัยในการป้อนรหัสผ่านเพื่อปลดล็อค iPhone, กรอกรหัสผ่านโดยใช้พวงกุญแจ iCloud, ล็อกอินเข้าสู่แอปฯ , ยืนยันการซื้อใน App Store® และชำระเงินด้วย Apple Pay

ชิปที่เร็วที่สุดในสมาร์ทโฟนอย่างชิป A13 Bionic
ชิป A13 Bionic ซึ่งเปิดตัวพร้อมกับ iPhone 11 และ iPhone 11 Pro เป็นชิปที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนและมีประสิทธิภาพที่เหนือชั้น เหมาะสำหรับงานทุกประเภทที่ iPhone SE ต้องรับมือ ชิป A13 Bionic เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพ หรือเล่นเกม 

ชิป A13 Bionic สร้างมาเพื่อการเรียนรู้ของระบบเป็นหลัก โดยมี Neural Engine แบบ 8 คอร์ที่สามารถดำเนินการได้ถึง 5 ล้านล้านรายการต่อวินาทีซึ่งพัฒนามาโดยเฉพาะ

ตัวเร่งความเร็วการเรียนรู้ของระบบ 2 ตัวบน CPU และตัวควบคุมการเรียนรู้ของระบบแบบใหม่ที่จะรักษาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการทำงานและการประหยัดพลังงาน เมื่อนำชิป A13 Bionic และ iOS 13 มารวมกัน ลูกค้าก็จะได้ใช้แอปฯ อัจฉริยะใหม่ ๆ ที่สามารถใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ของระบบและ Core ML® ได้

นอกจากสร้างมาให้ประหยัดพลังงานแล้ว ชิป A13 Bionic ยังช่วยให้ iPhone SE มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยอดเยี่ยม โดย iPhone SE สามารถชาร์จแบบไร้สายด้วยเครื่องชาร์จที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Qi และยังรองรับการชาร์จเร็วด้วย สามารถชาร์จได้ถึง 50% ภายในเวลาเพียง 30 นาที

ทั้งยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 และ LTE ระดับ Gigabit ช่วยให้การดาวน์โหลดเร็วสุดขีด ซิมคู่และ eSIM เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าได้ใช้งานสองหมายเลขบนอุปกรณ์เครื่องเดียวระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ หรือจะใช้เป็นหมายเลขสำหรับติดต่อธุรกิจก็ได้

ประสบการณ์ใหม่จากกล้องที่ขับเคลื่อนโดยชิป A13 Bionic
iPhone SE มาพร้อมระบบกล้องเดี่ยวที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone นั่นก็คือกล้องไวด์ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลพร้อมรูรับแสงขนาด f/1.8 และการใช้โปรเซสเซอร์รับสัญญาณภาพร่วมกับ Neural Engine ของชิป A13 Bionic เพื่อใช้ประโยชน์จากการประมวลผลภาพถ่ายด้วยคอมพิวเตอร์ให้มากขึ้นอีก ซึ่งรวมถึงโหมดภาพถ่ายบุคคล เอฟเฟ็กต์การจัดแสงภาพถ่ายบุคคลทั้งหกแบบและการควบคุมระยะชัดลึก

นอกจากนี้ กล้องหน้าของ iPhone SE ยังถ่ายภาพบุคคลได้อย่างสวยงามน่าทึ่งโดยใช้การเรียนรู้ของระบบและการประเมินความลึกแบบ Monocular อีกด้วย HDR อัจฉริยะเจเนอเรชั่นถัดไปที่มาอยู่บน iPhone SE จะตรวจจับสิ่งที่คุณถ่ายและปรับแสงอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่ดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น พร้อมถ่ายทอดรายละเอียดในส่วนไฮไลท์และเงามืดอย่างน่าทึ่ง

ส่วนวิดีโอก็เต็มอิ่มสมจริงยิ่งกว่าที่เคยด้วยการบันทึกเสียงแบบสเตอริโอ และระบบป้องกันภาพวิดีโอสั่นไหวในคุณภาพระดับภาพยนตร์บนกล้องหน้าและหลัง กล้องหลังรองรับการบันทึกวิดีโอคุณภาพสูงระดับ 4K สูงสุด 60 fps และช่วงไดนามิกที่กว้างขึ้นบน iPhone SE ยังช่วยถ่ายทอดรายละเอียดในส่วนของไฮไลท์ได้สูงสุด 30 fps

นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถใช้ประโยชน์จากวิดีโอ QuickTake™ บนกล้องหน้าและกล้องหลังเพื่อบันทึกวิดีโอโดยที่ไม่ต้องออกจากโหมดภาพถ่ายได้อีกด้วย

ลูกค้าสามารถปรับแต่งวิดีโอบนเครื่องได้อย่างครอบคลุมและง่ายดายขึ้นแล้ววันนี้ ด้วยคุณสมบัติอันล้ำสมัยในแอปฯ กล้องและรูปภาพใน iOS 13 รวมถึงเครื่องมือใหม่ ๆ อันทรงพลังที่วันนี้สามารถใช้กับการปรับแต่งวิดีโอได้แล้ว

ราคาและการวางจำหน่าย
iPhone SE มีจำหน่ายในรุ่นความจุ 64GB, 128GB และ 256GB ในสีดำ สีขาว และ (PRODUCT)RED ในราคาเริ่มต้นที่ 14,900 บาท ลูกค้าจะสามารถซื้อ iPhone SE ได้ที่ apple.com/th, แอปฯ Apple Store, Apple Store, ร้านตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของ Apple และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์บางราย (ราคาอาจแตกต่างกัน)

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide

สื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีนวัตกรรมในกลุ่มสินค้าเครื่องเสียงไฮไฟ โฮมเธียเตอร์ ไอทีมัลติมีเดีย ตลอดจนสินค้านวัตกรรมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพ

กองบรรณาธิการ AV Tech Guide