5 เรื่องควรรู้ก่อนซื้อสมาร์ททีวีในปี 2020

ในแต่ละปี สินค้าในกลุ่มที่เป็นสินค้าไฮเทคสำหรับผู้บริโภคทั่วไปมักจะมีเรื่องราวใหม่ ดีไซน์ใหม่ ตลอดจนนวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอ สำหรับในปี 2020 นี้ก็เช่นกัน หนึ่งในสินค้าไฮเทคที่ว่านั้นก็คือ สมาร์ททีวี

ในปีนี้นวัตกรรมของการออกแบบสมาร์ททีวียังคงดำเนินต่อไปตามปกติ ในฐานะผู้บริโภคการทราบความเคลื่อนไหวล่วงหน้าถือได้ว่าเป็นข้อมูลที่ทำให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด ได้รู้จังหวะเวลาที่เหมาะสมในการตัดสินใจซื้อสมาร์ททีวีเครื่องใหม่มาใช้งาน

1. ทีวี 8K จะมีราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น
แม้ว่าที่ผ่านมาทีวี 8K จะถูกทยอยนำเสนอออกมาในตลาด แต่ปัญหาใหญ่ของมันคือเรื่องของต้นทุนและราคาจำหน่ายถึงมือผู้บริโภคที่ยังสูงเกินความคาดหวังของผู้บริโภคส่วนใหญ่ ขณะที่ผู้บริโภคอีกจำนวนหนึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าพวกเขาต้องการทีวี 8K หรือไม่

อย่างไรก็ดีปฏิเสธไม่ได้ว่าหากจะทำให้ทีวี 8K ได้รับความสนใจมากกว่าที่เป็นอยู่ ราคาที่สมเหตุสมผลคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญ แบรนด์อย่าง Sharp, Hisense และ TCL ต่างก็ได้สาธิตทีวี 8K ของตัวเอง

ด้าน LG, Samsung และ Sony ต่างก็มีทีวี 8K ที่ผลิตออกวางจำหน่ายจริงแล้วในตลาดในเวลานี้ และในเวลานี้ทีวี 8K ที่ราคาย่อมเยาสุดในตลาดคือ Samsung QE55Q950R ซึ่งราคาในต่างประเทศอยู่ที่ 2,999 ปอนด์หรือประมาณ 12x,xxx บาท

สำหรับในปี 2020 คาดหมายกันว่าทีวี 8K จะมีราคาจำหน่ายถึงมือผู้บริโภคต่ำลง เนื่องมาจากการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการทำ economies of scale หรือการผลิตสินค้าในจำนวนที่มากพอเพื่อทำให้ได้เปรียบในด้านต้นทุนจากการที่ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง

ซึ่งแนวโน้มราคาที่ลดลงนี้เป็นไปได้ว่าจะเริ่มเห็นได้จากงาน CES 2020 ในช่วงต้นเดือนมกราคมนี้เป็นต้นไป

ขณะที่อีกไม่นานเกินรอมหกรรมกีฬาโอลิมปิค 2020 ที่โตเกียว ประเทศเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่นก็เตรียมถ่ายทอดสดด้วยระบบภาพ 8K ผ่านทางสถานี NHK ในเวลานั้นเราน่าจะได้เห็นผู้ผลิตอีกหลายแบรนด์ที่กระโดดเข้ามาร่วมวงในตลาดทีวี 8K ด้วย

เมื่อมีแบรนด์เข้ามาแข่งขันกันมากขึ้น ก็จะเกิดการแข่งขันทางด้านราคากัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาของทีวี 8K ลดลงมาอยู่ในจุดที่เกิดความสมดุลระหว่างอุสงค์อุปทานมากขึ้น

2. ระบบเสียงในทีวีที่เหมาะสมกับผู้ชมแต่ละคน
“Personalised Sound Technology” หรือเทคโนโลยีเสียงเฉพาะบุคคล ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Mimi Defined มาพร้อมระบบที่สามารถวัดผลได้ว่าผู้ชมแต่ละคนมีความสามารถในการได้ยินเสียงเป็นอย่างไรผ่านการทดสอบที่เรียกว่า Hearing ID Test

ระบบนี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานแต่ละคนสามารถตั้งค่าระบบเสียงของทีวีให้เหมาะกับตัวเองได้ โดยระบบยังสามารถบันทึกการตั้งค่าสำหรับผู้ชมแต่ละคนเก็บไว้เป็นค่าโปรไฟล์ได้หลายค่า เมื่อผู้ชมเลือกค่าโปรไฟล์ของตัวเองมาใช้งานทีวีจะทำการปรับระบบเสียงให้เป็นไปตามนั้นแบบเรียลไทม์ ทั้งบุคลิกเสียงและระดับความดังที่เหมาะสมกับความสามารถในการได้ยินของผู้ชมคนนั้น ๆ

เมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติที่น่าสนใจ จึงเป็นไปได้ว่าผู้ผลิตทีวีบางยี่ห้ออาจจะใส่คุณสมบัตินี้มาในสมาร์ททีวีรุ่นปี 2020 ก็เป็นได้

3. เทคโนโลยี Micro-LED TV อาจถึงเวลาผลิตเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์
ในปีที่ผ่านมาเทคโนโลยี Micro-LED TV ถูกนำเสนอออกมาทั้งในลักษณะของการจัดแสดง การสาธิต ตลอดจนการผลิตเพื่อจำหน่ายในกลุ่มทีวีระดับพรีเมียม โดยมี Samsung เป็นหนึ่งในผู้ผลักดันคนสำคัญทั้งผลิตภัณฑ์ The Wall และ The Wall Luxury

ล่าสุดมีข่าวลือว่าในปี 2020 บริษัท Samsung ได้เพิ่มตัวเลขการลงทุนกับเทคโนโลยี Micro-LED ให้มากขึ้นไปกว่าเดิมอีก และนั่นอาจหมายถึงการเพิ่มกำลังการผลิต Micro-LED TV ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Micro-LED TV เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีทีวีที่น่าสนใจเนื่องจากมีประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าสูง, มีความสว่างสูง และถ่ายทอดสีสันของภาพได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และมีข้อด้อยทางเทคนิคน้อยกว่าเทคโนโลยีทีวีประเภทอื่น ๆ

ล่าสุด Samsung ได้นำเสนอ Micro-LED TV ขนาด 146 นิ้ว และ 75 นิ้ว สำหรับใช้งานภายในบ้านออกสู่ตลาดแล้ว ในเวลานี้ก็เหลือเพียงแค่เรื่องของราคาที่ยังไม่เปิดโอกาสให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย

ดังนั้นหากว่า Samsung มองเห็นโอกาสแจ้งเกิด Micro-LED TV ในเชิงพาณิชย์ การลงทุนเพิ่มเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ได้จะเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง

4. Dolby Vision หรือ HDR10+ การแข่งขันจะดุเดือดมากขึ้นหรือว่าจบลงอย่างสมานฉันท์
ขณะที่ Samsung เลือกใช้ระบบภาพ HDR10+ ที่ตัวเองให้การสนับสนุนอยู่ ทาง LG และ Sony ก็ได้เลือกใช้ Dolby Vision เมื่อพิจารณาจากความขัดแย้งที่ผ่านมา ในปัจจุบันจึงยังไม่น่าเป็นไปได้ที่ LG จะเปลี่ยนใจไปสนับสนุนรูปแบบ HDR ที่ซัมซุงพัฒนาขึ้น

สำหรับ Panasonic และ Philips เลือกที่จะสนับสนุนฟอร์แมต HDR ทั้ง 2 ฟอร์แมต สำหรับทีวีรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในอนาคต เพื่อให้ผู้บริโภคลดความสับสนและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ขณะที่ด้านคอนเทนต์สำหรับ HDR ทั้ง 2 ฟอร์แมตนั้นกำลังมีเพิ่มขึ้น ตัวแผ่นบลูเรย์ 4K ที่รองรับทั้ง 2 ฟอร์แมตก็มีปริมาณเพิ่มขึ้น เช่น แผ่นภาพยนตร์เรื่อง Godzilla: King of the Monsters, The Shining, Robin Hood, The Wizard of Oz, Hobbs and Shaw

ด้านอุปกรณ์สตรีมมิงก็เช่นกัน อย่างเช่น Roku Streaming Stick+ และ Amazon Fire TV Cube/Fire TV 4K ก็ได้รับการออกแบบให้รองรับทั้ง Dolby Vision และ HDR10+ แล้ว

ปัจจุบันแม้ว่าผู้ให้บริการสตรีมมิงหลายรายให้การสนับสนุนฟอร์แมต Dolby Vision เช่น Apple TV Plus, Netflix, Disney Plus หรือ VUDU แต่ผู้ให้บริการอย่าง Rakuten TV นั้นรองรับทั้ง Dolby Vision และ HDR10+

ขณะเดียวกันอีกหนึ่งฟอร์แมต HDR อย่าง Advanced HDR ของทาง Technicolor ก็ยังพอมีโอกาสจะสอดแทรกเข้ามาได้ ดังนั้นในปี 2020 การจะมองหาผู้ชนะที่แท้จริงในสงครามฟอร์แมต HDR สำหรับสมาร์ททีวีจึงยังเป็นเรื่องที่ยังคงต้องจับตามองกันต่อไป

5. ผู้ผลิตทีวีจะให้ความสำคัญกับระบบเสียงมากยิ่งขึ้น
หนึ่งในเรื่องที่เป็น pain point สำหรับทีวีสมัยใหม่คือการออกแบบที่ไม่ได้เผื่อพื้นที่สำหรับการบรรจุระบบเสียงคุณภาพสูงเข้าไปในตัวทีวี ทีวีจอแบนและบางในยุคนี้จึงมักจะมาพร้อมกับระบบเสียงที่มีคุณภาพแค่พอใช้ได้ บางรุ่นโดยเฉพาะรุ่นล่าง ๆ เข้าขั้นคุณภาพแย่เลยก็มี

ทว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมามีผู้ผลิตหลายยี่ห้อที่หันมาให้ความสำคัญกับระบบเสียงในทีวีมากขึ้น เช่น Panasonic ที่นำเสนอ OLED TV ที่มาพร้อมกับลำโพงซาวด์บาร์ในตัว ขณะที่ Sony ก็มุ่งมั่นกับการพัฒนาระบบเสียง Acoustic Surface ซึ่งใช้วิธีการสั่นแผงหน้าจอเพื่อให้เกิดเป็นคลื่นเสียงที่มีคุณภาพเสมือนได้ฟังจากลำโพงขนาดใหญ่

ด้าน LG และ Samsung ก็มีการพัฒนานำเอาเทคโนโลยี AI มาช่วยในการปรับแต่งระบบเสียง ตลอดจนการจำลองเสียงรอบทิศทางจากลำโพงในตัวทีวี

สังเกตว่าที่ผ่านมาเทคโนโลยีเหล่านั้นมักจะไปปรากฏอยู่ในรุ่นทีวีระดับกลางถึงระดับพรีเมียม ในปี 2020 นี้เป็นที่คาดหมายว่านอกจากในรุ่นพรีเมียมจะมีนวัตกรรมระบบเสียงแบบใหม่ ๆ ออกมาแล้ว สมาร์ททีวีในระดับเริ่มต้นหรือในกลุ่มราคาย่อมเยาอาจได้รับการให้ความสำคัญในด้านระบบเสียงมากกว่าที่ผ่านมา

และทั้งหมดนี้ก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ที่มิได้พิจารณาสมาร์ททีวีเพียงแค่ชื่อยี่ห้อหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่เรายังพิจาณาที่ความคุ้มค่าโดยมีตัวช่วยเป็นข้อมูลที่ทันยุคทันสมัยเข้ามาประกอบการตัดสินใจด้วย


ที่มา: Trusted Reviews

มนตรี คงมหาพฤกษ์

ผู้ก่อตั้งสื่อออนไลน์ AV Tech Guide อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารและออนไลน์ GM2000 Magazine จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นจากความชอบในงานอิเล็กทรอนิกส์ ดี.ไอ.วาย. จากนั้นก็มาชอบเครื่องเสียงทั้งระบบอะนาล็อกและดิจิทัล ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android ใช้คอมพิวเตอร์ทั้ง macOS และ Windows หลงใหลเทคโนโลยีเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังจริงจังกับเรื่อง Voice Assistant และ AI

มนตรี คงมหาพฤกษ์